The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 10 : 9 - ผลของความอยากรู้ “ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 มิ.ย. 60

บทที่ ๙ 

ผลของความอยากรู้

 

อาเมียร์หยุดม้าห่างจากดูลัสพอสมควร แล้วจึงลงจากหลังม้า ก่อนจะช่วยจับมือแอชลีนน์ตามลงมา

องครักษ์หนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมจนเด็กสาวรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปทัก ส...สวัสดีขอรับ ท่านดูลัส

อีกฝ่ายตีสีหน้าเฉย แอชลีนน์มองตามสายตาของเขาจนพบว่าเป้าหมายของมันมิใช่เธอ แต่เป็นชายอีกคนด้านหลัง

นี่ท่านอาเมียร์ อาจารย์ที่สอนข้ากับลูกชายท่านเจ้ามณฑลขอรับ วันนี้ข้ากลับเย็นไปหน่อย เขาเลยช่วยมาส่ง เธอตัดสินใจแนะนำต่างฝ่าย ท่านอาเมียร์ นี่ท่านดูลัส องครักษ์ของเจ้าหญิงขอรับ

อาเมียร์ก้าวมายืนข้างเธอ เขายิ้มน้อยๆ ขณะยื่นมือขวาออกมาข้างหน้า ยินดีที่ได้รู้จัก

ชายหนุ่มผมสีทองจางนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะยื่นมือออกมาจับมือกับเขา เช่นกัน

ครั้นคลายมือแล้ว ดูลัสยังคงจ้องมองอาเมียร์ต่อไปโดยไม่พูดอะไร แอชลีนน์จึงเห็นสมควรเอ่ยขึ้นมา ขะ...ข้าขอตัวไปเข้าเฝ้าเจ้าหญิงนะขอรับ

ไปสิ องครักษ์หนุ่มรับ เจ้าหญิงทรงรอมานานแล้ว

เท่านี้ เด็กสาวก็รู้แน่ว่าแผนการแตกโดยสิ้นเชิง กระนั้นเธอยังพยายามมองโลกในแง่ดี ละ...แล้วพบกันพรุ่งนี้ขอรับ อาจารย์

แล้วพบกัน อาเมียร์รับ เพียงครู่เดียวก่อนชายอีกคนจะแย้ง

อาจไม่ได้หรอกนะ เจ้าหญิงทรงดำริว่าหากเถลไถลไม่ตั้งใจเรียน ก็ควรให้เลิกเสีย

แต่ว่า...“ แอชลีนน์รีบค้าน ข้าไม่ได้เถลไถลนะ วันนี้ก็แค่กลับช้าไปหน่อยเอง วันหลังจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว

ที่จริง แอชเป็นเด็กที่ขยันและตั้งใจเรียนมาก ปกติเขาก็กลับตรงเวลา แค่สายไปวันเดียวไม่น่าจะเป็นเหตุให้ต้องเลิกเรียนเลย

ดูลัสหันขวับมาทางบุคคลที่สามซึ่งพูดเมื่อครู่

นั่นขึ้นอยู่กับพระวินิจฉัยของเจ้าหญิง ไม่เกี่ยวกับ... เขาเลือกสรรพนามอยู่ชั่วอึดใจ ท่าน

เด็กหนุ่มคนฟังเงียบไปเพียงครู่เดียว ข้าเข้าใจ เพียงแต่ถ้าเด็กอยากเรียนจริงๆ ข้าก็ไม่อยากให้เขาต้องล้มเลิกกลางคัน

ช่างเป็นอาจารย์ที่เอาใจใส่ลูกศิษย์จริงๆ ท่านคงจะดูแลลูกชายเจ้ามณฑลยาร์ลาธเป็นอย่างดีเช่นนี้เหมือนกันสินะ ดูลัสเอ่ยปาก ฝากบอกเขาด้วยแล้วกัน ว่าข้าจะรอสู้กับเขาในการทดสอบ

ท่านเข้าร่วมการทดสอบด้วยหรือ เสียงของอาเมียร์บอกความประหลาดใจเล็กน้อย ขณะที่แอชลีนน์เพิ่งนึกได้ว่าเธอไม่เคยคิดถึงเฟย์ลิมกับดูลัสในฐานะคู่แข่งที่ต้องการชิงตัวเธอกับบัลลังก์แห่งธีร์ดีเรด้วยซ้ำ

บางที...นั่นคงเป็นเรื่องที่ไม่คิดขึ้นมาเสียจะดีกว่า แต่การสนทนาของชายทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป

ข้าคือดูลัส ฟาร์รุล ลูกชายของเจ้ามณฑลอุลทูร์ ชายหนุ่มตอบ หวังว่า ลูกศิษย์ คนสำคัญของท่านจะเป็นคู่แข่งที่ท้าทายสำหรับข้า

แอชลีนน์รู้สึกเหมือนเห็นมุมปากของอาเมียร์หยักขึ้นน้อยๆ ...ราวกับรับคำท้า

ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง

วูบหนึ่ง เธอไม่ชอบรอยยิ้มเมื่อครู่ของเขาเสียเลย แต่ไม่ทันถามตนเองว่าเพราะเหตุใด เด็กหนุ่มผมดำก็ขอตัวกลับก่อนจะขี่ม้าออกไป

เด็กสาวทนสบสายตาแข็งกร้าวของชายข้างตัวได้เพียงแวบเดียวก็ก้มหลบ เดินคอตกตามเขาเข้าประตูอารามไปสู่ห้องประทับของเจ้าหญิง

 

เคียราซึ่งสวมชุดของเจ้าของห้องนั่งก้มหน้าบนเก้าอี้ริมหน้าต่าง เมื่อประตูเปิดออกโดยไม่มีการเคาะ เธอก็ผุดลุกขึ้นทันที องค์หญิง...ทรงเป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ!”

แอชลีนน์สั่นศีรษะ เราไม่เป็นไร

หญิงสาวมองเธอกับชายผมสีทองจางผู้ปิดประตูห้อง ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ถึงเวลาเสวยพระกระยาหารเย็นแล้วองค์หญิงยังไม่เสด็จกลับ หม่อมฉันแกล้งทำเป็นไม่สบาย ขอให้นำอาหารเข้ามาในห้อง ท่านดูลัสเป็นห่วงเลยเข้ามาดู ...หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ

ไม่ใช่ความผิดของเคียราหรอก แอชลีนน์รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ถ้าจะมีใครผิด ก็เธอเองคนเดียวที่คิดเถลไถลไม่เข้าเรื่อง ไม่ดูเวลา

กระหม่อมทราบทุกอย่างจากเคียราแล้ว ชายอีกคนเอ่ยด้วยเสียงเคร่งขรึม หลังจากนี้ องค์หญิงจะลอบเสด็จออกไปข้างนอกไม่ได้อีกพ่ะย่ะค่ะ มันอันตรายเกินไป

อันตรายตรงไหน เด็กสาวหันไปแย้ง เราทำอย่างนี้มาตั้งหลายวันแล้วนะดูลัส ไม่เห็นจะมีอันตรายอะไรเลย

อันตรายอาจเกิดเมื่อประมาทพ่ะย่ะค่ะ หากคนนอกรู้ฐานะที่แท้จริงของพระองค์ แล้วความไปถึงผู้ประสงค์ร้ายจะเป็นอย่างไร คนร้ายในคดีลอบปลงพระชนม์ครั้งก่อนยังถูกจับไม่หมด แล้วถึงพวกมันไม่น่าจะตามมาที่นี่ได้ องค์หญิงก็อาจทรงถูกล่อลวงโดยพวกที่ต้องการใช้ประโยชน์จากพระองค์ได้เหมือนกันเสียงของเขายิ่งเคร่งเครียดขึ้น ลูกชายเจ้ามณฑลยาร์ลาธเป็นผู้เข้าทดสอบคนหนึ่ง หากมีใครวางแผนให้องค์หญิงทรงได้ใช้เวลากับเขา หรือทรงเข้าข้างเขา หรือให้เขาได้ใกล้ชิดองค์หญิงด้วยวิธีอื่นใด...

ไม่มีใครรู้ตัวจริงของเรา!” แอชลีนน์ค้าน มีแต่อาจารย์ที่รู้ว่าเราเป็นผู้หญิง แต่เราก็บอกเขาว่าเราเป็นนางกำนัล และเราอยากเรียนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อ...กับเจ้าหญิง

องค์หญิงทรงดำริว่าเขาเชื่อหรือพ่ะย่ะค่ะ ดูลัสย้อนถาม กระหม่อมคิดว่าเขาต้องรู้มากกว่านั้น เขาต้องวางแผนอะไรไว้แน่

เด็กสาวรู้ว่าอาเมียร์รู้อะไรมากมายกว่าเธอ แต่ที่สำคัญกว่าความรอบรู้หรือสติปัญญาคือความจริงใจไม่ใช่หรือ หากเขาสงสัยอะไรเธอก็ต้องถามกันตรงๆ แบบเดียวกับที่เขาบอกให้เธอทำ และเขาก็สอนเธออย่างจริงจัง ไม่เคยหาโอกาสให้เฟย์ลิมใกล้ชิดกับเธอเกินควรเลยด้วยซ้ำ

เขาไม่ใช่คนอย่างนั้น!” เด็กสาวสั่นศีรษะ เขาตั้งใจสอนเราจริงๆ ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ดูลัสว่ามาเลย

องค์หญิงยังทรงพระเยาว์ แล้วก็ทรงไร้เดียงสาอยู่มากพ่ะย่ะค่ะ อาจจะทรงคาดไม่ถึงก็ได้ องครักษ์หนุ่มให้เหตุผล กระหม่อมมองออกว่าเขาเชื่อถือไม่ได้ เป็นพวกรู้มากกว่าที่แสดงออกให้คนอื่นเห็น ยิ่งกว่านั้น เขามาจากทะเลทรายที่มีแต่คนป่าเถื่อน อาจเป็นสายลับของต่างชาติที่หวังแทรกแซงหรือบ่อนทำลายเราจากภายในก็ได้

เขา ไม่ใช่ สายลับแน่นอน!” เด็กสาวยืนกราน วันนี้เราไปบ้านเขามา เขามีพ่อแม่ น้องๆ แล้วยังมี...ภรรยาชาวธีร์ดีเรด้วย สายลับที่ไหนจะมากับครอบครัวอย่างนี้ แถมแม่เขาก็ท้องแก่ใกล้คลอดอยู่แล้ว

ผู้ฟังทั้งสองกลับเบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิม

องค์หญิงเสด็จไปที่บ้านเขาหรือพ่ะย่ะค่ะ!”

พะ...เพิ่งไปมาวันนี้เอง เราอยากรู้ว่าบ้านเขาเป็นยังไง เลยตามเขาไป

องครักษ์หนุ่มมีสีหน้าเหมือนข่มใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโคลงศีรษะน้อยๆ ทรงไม่ระวังพระองค์เสียเลย หากทรงเป็นอะไรไป ธีร์ดีเรจะทำอย่างไร

ดูลัส!” แอชลีนน์ร้อง ถ้าดูลัสเห็นว่ามันผิด เราจะพยายามระวังตัวให้มากกว่านี้ แต่ขอร้องล่ะ ให้เราเรียนต่อเถอะนะ เราอยากเรียนกับเขาจริงๆ ขอแค่ถึงตอนกลับเมืองหลวงเอง

ทรงรอศึกษากับท่านราชครูเถอะพ่ะย่ะค่ะ

แต่เขาสอนไม่เหมือนท่านราชครู เด็กสาวให้เหตุผล เวลาเรียนกับเขา เรารู้สึกเหมือนเข้าใจง่ายขึ้น เขาเป็นคนที่สอนเก่งมากนะ สอนได้ตั้งหลายอย่าง ทั้งการปกครอง ฟันดาบ ยิงธนู แล้วยังหมัดมวยอีก

แต่องค์หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนสิ่งเหล่านั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ เสียงของชายหนุ่มอ่อนลงบ้าง นัยน์ตาทอดลงต่ำ พระหัตถ์บอบบางขององค์หญิงไม่ควรแตะต้องอาวุธ หรือบาดเจ็บด้วยเรื่องรุนแรงที่ไม่เหมาะกับสตรีหรอกพ่ะย่ะค่ะ

แอชลีนน์รีบชักมือกลับไปไขว้ด้านหลังเพื่อซ่อนแผล กระนั้นยังรู้สึกเหมือนผู้พูดเห็นแล้ว แต่เราอยากดูแลตัวเองได้พอๆ กับดูแลธีร์ดีเรเองได้นี่

องค์หญิงทรงทำสิ่งอื่นเพื่อธีร์ดีเรได้มากมาย ไม่เห็นต้องทรงฝืนพระทัยกับพระวรกายอย่างนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ

เด็กสาวสั่นศีรษะแรงๆ เธอทั้งโกรธทั้งน้อยใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกในทันใดนั้น

นั่นล่ะที่ยิ่งฝืนใจเรา! เราไม่เห็นจะทำอะไรได้เลย! ทุกวันนี้ใครๆ ก็บอกให้เราเอาแต่รอ! รอให้อัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยธีร์ดีเรด้วยการแต่งงานกับเรา! แม้แต่ดูลัสก็อยากให้เราเป็นแค่เจ้าหญิงที่ถูกขังในหอคอย ออกไปไหนไม่ได้ ทำอะไรเองก็ไม่ได้! ป้องกันตัวเองจากศัตรูของธีร์ดีเร...อย่างคนเถื่อนพวกนั้น...ก็ไม่ได้หรือ!” เธอยิ่งพูดน้ำตายิ่งรื้น

องค์หญิง... เสียงขององครักษ์หนุ่มอ่อนโยนลง ใช่ว่ากระหม่อมไม่เข้าใจความรู้สึกของพระองค์ แต่หากองค์หญิงทรงมีพระประสงค์อยากเรียนในตอนนี้จริงๆ ก็ขอได้โปรดให้กระหม่อมรับใช้เถอะพ่ะย่ะค่ะ

เมื่อไรล่ะ!” แอชลีนน์ถามกลับ หมู่นี้ดูลัสยุ่งอยู่ตลอด! บางทีเราถามอะไรยังไม่ได้คำตอบเลยด้วยซ้ำ!”

องค์หญิง!” เคียราแทรก หม่อมฉันทราบว่าทรงไม่พอพระทัย แต่อย่าตรัสกับท่านดูลัสอย่างนี้สิเพคะ ท่านดูลัสพยายามทำดีที่สุดแล้ว

เด็กสาวหันขวับมาทางผู้พูด อ้าปากจะพูดอะไรสักอย่างใส่เธอด้วย แต่เมื่อเห็นใบหน้า ช้องผมกับเสื้อผ้าของตนที่อีกฝ่ายยังสวมอยู่ก็หมดความคิดที่จะต่อว่าทันควัน

ก็เคียราอุตส่าห์ช่วยเหลือเธอถึงขนาดนี้ นัยน์ตาของหญิงสาวช้ำแดงจนเห็นได้ชัดว่าเพิ่งร้องไห้หนักมาหมาดๆ

แอชลีนน์เองก็รู้ดีไม่ใช่หรือ ว่าการอยู่รับหน้าคนที่หาเหตุผลมาแย้งได้อย่างมีหลักการเป็นขั้นตอนอย่างดูลัสไม่ใช่เรื่องง่าย และสร้างความกดดันเพียงไร

กระหม่อมจะให้เวลากับองค์หญิงมากกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ องครักษ์หนุ่มเอ่ยอีกครั้ง กระหม่อมรับรอง หากองค์หญิงทรงอยากศึกษาสิ่งใด กระหม่อมจะรับใช้สุดความสามารถ ขอเพียงอย่าลักลอบเสด็จออกนอกอารามอีกเลย ครั้งนี้ยังดีที่กระหม่อมเป็นคนทราบ หากเป็นคนอื่น เคียราอาจถูกลงโทษสถานหนักนะพ่ะย่ะค่ะ

เด็กสาวนิ่งงัน จนใจ เพิ่งตระหนักว่าเธออาจทำให้คนที่เธอรักที่สุดอีกคนเดือดร้อนมากกว่าตนเองเสียแล้ว

จากวันนี้เป็นต้นไป กระหม่อมจะมาเฝ้าอารักขาในเขตอารามชั้นในด้วยตนเอง คุณแม่อธิการอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษแล้วพ่ะย่ะค่ะ

คำบอกของดูลัสทำให้แอชลีนน์กำมือแน่น สิ่งที่สงสัยมานานกระจ่างเสียที ว่าเขาพาเธอเข้ามาถึงอารามชั้นในของนักบวชหญิงซึ่งห้ามผู้ชายเข้ามาโดยเด็ดขาดได้อย่างไร

กระหม่อมทูลขอเถอะพ่ะย่ะค่ะ ทรงอย่าลักลอบออกไปอีกเลย องครักษ์หนุ่มค้อมศีรษะลงต่ำ ทว่าผู้ถูกคำนับไม่ตอบแต่ประการใด สุดท้ายเขาจึงเอ่ยเพียง ...กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ ขอทรงพักผ่อนให้ทรงพระสำราญ

จะทรงพระสำราญได้ที่ไหนกันเล่า! เด็กสาวทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรงหลังจากเสียงประตูปิด และพยายามบังคับตนเองไม่ให้ร้องไห้ออกมา

เอาเถอะเพคะ เคียราถอดช้องผมให้เธอ แล้วคลี่ผมยาวภายในนั้นให้ทิ้งตัวลงปรกไหล่ ท่านดูลัสรับปากจะช่วยองค์หญิงแทนแล้ว ขอทรงสบายพระทัย...แล้วก็ทรงทำตามที่ท่านดูลัสบอกเถอะเพคะ

แอชลีนน์ไม่อาจห้ามดวงตาไม่ให้แดงก่ำ ยิ่งไม่อาจห้ามหยดน้ำตาและเสียงสะอื้นเมื่อนึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มของอาเมียร์ กับคำอธิบาย คำชม และคำให้กำลังใจง่ายๆ อย่างเป็นกันเองที่มีต่อแอช ...อย่างที่ไม่เคยมีใครมอบให้เจ้าหญิงแอชลีนน์แห่งธีร์ดีเรมาก่อน

เขาไม่เข้าใจ เด็กสาวพึมพำ เขาไม่เข้าใจเลย...ไม่มีใครเข้าใจเราเลย...เคียรา...

องค์หญิง...ท่านดูลัสก็เข้าใจแล้วนี่เพคะ

เขาไม่มีเวลาให้เราหรอก แอชลีนน์แย้ง คำก็บอกว่ามี สองคำก็บอกว่ามี แต่จริงๆ ไม่เคยมีเลย...

องค์หญิง ท่านดูลัสมีงานยุ่ง แต่จะพยายามให้เวลากับองค์หญิงเต็มที่นี่เพคะ เคียราให้เหตุผล ขณะหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้เธอ แล้วก็ถอดเสื้อชั้นนอกให้ บางที ถ้าท่านดูลัสชนะการทดสอบครั้งนี้ องค์หญิงคงจะทรงมีเวลาอยู่กับเขา แล้วก็ทรงเรียนรู้จากเขาได้มาก ทรงเอาพระทัยช่วยท่านดูลัสอยู่ไม่ใช่หรือเพคะ

ใช่ เธอเคยให้กำลังใจดูลัส เคยคิดอยากให้ดูลัสได้แต่งงานกับเธอ อย่างน้อยก็มากกว่าใครอื่น นอกจากเสด็จพี่ไอลีช...เขาเป็นคนที่ใกล้เคียงพี่ชายที่สุดที่เธอมี เขาคอยปรามเธอให้อยู่ในโอวาทโดยไม่เกรงใจเจ้าหญิงที่ถูกพูดถึงลับหลังว่า เอาแต่พระทัย เหมือนกับองครักษ์อื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาห่วงใยเธอ ข้อนี้เธอรู้และแน่ใจ

หากเป็นดูลัส เธอคงจะเข้ากับเขาได้ดีกว่าใครก็ตามที่เธอไม่รู้จัก กระนั้น...

ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ยังมีเหตุผลที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกผิดกับความคิดนั้น...เหตุผลซึ่งเกี่ยวกับคนที่ชอบเอ่ยถึง ท่านดูลัส ด้วยน้ำเสียงชื่นชมบ่อยครั้ง ห่วงใยดูลัสมากกว่าที่เธอห่วงใย แล้วก็ให้กำลังใจเขาในการทดสอบครั้งนี้อยู่เสมอ

ทั้งๆ ที่รู้ว่า ชัยชนะของดูลัสหมายความว่าหญิงสาวจะไม่ได้ครองคู่กับเขาตลอดกาล

หมายความว่า...หากเป็นเฟย์ลิมแทนก็ดีหรือ แอชลีนน์ตั้งคำถาม แต่ก็ไม่พบคำตอบ

จริงอยู่ว่าเฟย์ลิมเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน และไม่เข้มงวดเหมือนกับดูลัส ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ตัวว่าตนเองไม่ได้รักเขา สิ่งที่เธอต้องการไม่ได้มาจากชายคนนี้

แล้วมาจากใครกันล่ะ

แอชลีนน์เผลอคิดขึ้นมาว่า หากผู้ชนะการประลองเป็นคนที่ทั้งมีความสามารถ อ่อนโยน และช่วยสอนเธอได้อย่างอาเมียร์จะดีเพียงไร แต่แล้วเธอก็บอกตนเองให้เลิกคิดทันที วันนี้เธอเห็นกับตาแล้วไม่ใช่หรือว่าหญิงคนหนึ่งอาจสวมแหวนแต่งงานของเขา ซ้ำที่จริงเขาคงไม่ใช่คนดี ในเมื่อแต่งงานแล้วยังทิ้งภรรยาไว้ที่บ้านพ่อแม่ ไม่ยอมแนะนำให้ใครๆ รู้จัก เขาอาจหมายตาจะเป็นลูกเขยของท่านเจ้ามณฑลจริงๆ ก็ได้

ถึงแม้ว่าเธอจะบอกไม่ได้เต็มปากว่าเขาเป็นคนไม่ดี ก็ยังเป็นไปได้ไม่ใช่หรือที่คนเราจะมีทั้งด้านที่ดีและไม่ดีอยู่ในคนเดียวกัน

และเป็นไปได้ไม่ใช่หรือ ที่คนเราจะชื่นชมด้านหนึ่งของคนคนหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งไปกว่านั้น

ใช่ ข้าแค่ชื่นชมเขาเท่านั้น เขาเป็นคนเก่ง เป็นคนที่เต็มใจสอนข้าจริงๆ เป็นคนแรก...ทั้งๆ ที่ตัวเขาไม่ได้รับอะไรตอบแทนเลยแท้ๆ

ข้าก็แค่อยากเรียนรู้จากเขาให้ได้มากกว่านี้

นี่อะไรหรือเพคะ เสียงเรียกฉุดเธอจากความคิด

เด็กสาวหันไปเห็นเคียราหยิบตลับไม้เล็กๆ จากในกระเป๋าเสื้อออกมาวางบนโต๊ะ

ยาสมุนไพร อาจารย์ให้เรามาเธอเพิ่งระลึกได้

ใช้ได้หรือเพคะน้ำเสียงคนถามบอกความเคลือบแคลง แอชลีนน์เอื้อมไปหยิบตลับนั้น เปิดฝาออกพบสมุนไพรที่โขลกกวนจนเป็นเนื้อสีเขียวข้น ...กลิ่นแรงจริง หม่อมฉันว่าอย่าแตะต้องเลยเพคะ หากทรงเป็นอะไร หม่อมฉันไปขอยาจากแม่ชีในอารามมาให้ดีกว่า

เขาบอกว่ายานี่กลิ่นแรง แต่แก้ปวดได้ชะงัด แอชลีนน์พูดเรียบๆ ก่อนจะยกมือขึ้นดูข้อนิ้วที่บวมแดงอีกครั้ง

ด้านไม่ดีนั้นเป็นสิ่งที่เธออุปาทานไปเองใช่ไหม คนที่มอบยานี้ให้แก่เธอพูดถึงแม่ของตนด้วยความรักและแววตาเทิดทูน ซ้ำยังเล่นกับน้องๆ อย่างร่าเริง แม่ของเขาก็ดูเป็นคนดีน่าเคารพ อาเมียร์ย่อมไม่ใช่คนที่จะละเลยภรรยา และหวังแต่งงานใหม่ด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงเด็ดขาด

แล้วยังมีมือของเธอ...อุตส่าห์ได้แผลพวกนี้มาแล้ว จะไม่พยายามต่อไปให้ความเจ็บปวดและรอยแผลเหล่านี้ไม่สูญเปล่าได้หรือ

ไม่มีวัน เราไม่ยอมแพ้หรอก เด็กสาวบอกตนเอง ถึงดูลัสจะรู้แล้ว เราก็ยังมีวิธีให้เขายอมตามเราอยู่นี่นา

แอชลีนน์มองเงาสะท้อนในกระจก ซึ่งจ้องตอบมาอย่างเด็ดเดี่ยว

 

อาเมียร์คอยมองประตูห้องหนังสือเป็นระยะๆ หลังจากสั่งให้ลูกศิษย์ทั้งสองใช้เวลาอ่านบทความช่วงหนึ่งเงียบๆ ก่อนอภิปราย

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แอชก็ยังไม่มา เขาพยายามมองโลกในแง่ดีว่าเด็กสาวอาจมาสายด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป ก็อดคิดไม่ได้ว่าใครบางคนคงไม่อนุญาตให้เธอออกมาจริงๆ

เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และไม่ควรเกิดเพราะความอยากรู้อยากเห็นผิดกาลเทศะของรูอาร์คแท้ๆ

เมื่อวาน เขาไม่รู้ว่ารูอาร์คพลอยทำให้พี่ชายถูกต่อว่าไปด้วยหรือเปล่า แต่ท่านเบเรคก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้กับเขาเลยที่โต๊ะอาหารเช้า มีแต่เจ้าตัวดีที่ทำคนอื่นเดือดร้อนกันไปทั่วซึ่งยังมีหน้ามาพูดกับเขาเมื่อทั้งสามเข้ามาในห้องหนังสือ

ถ้าอาจารย์มีเมียอยู่แล้วก็น่าจะบอกพ่อก่อน เกิดแกถูกใจอาจารย์จนยกฟิเดลมาให้จะยุ่งนา

หือ?อาเมียร์ขมวดคิ้วทันควัน

ก็เมื่อวานข้าเห็น ผู้หญิงผมทองตาสีเขียวที่บ้านอาจารย์สวมแหวนแต่งงานด้วย อาจารย์คงไม่ได้คิดจับปลาสองมือใช่ไหม

เห็นสีหน้ายียวนของคนถาม เด็กหนุ่มก็นึกใคร่สวนว่าเขาอยากใช้ทั้งสองมือเค้นคอเจ้าหัวแดงสักคนที่ลอยหน้าลอยตาอยู่แถวนี้ ให้มันดิ้นพราดๆ เป็นปลาขาดน้ำต่างหาก กระนั้นก็ยังข่มใจตอบเรียบๆ ข้ายังไม่ได้แต่งงาน

หมายความว่า... รูอาร์คไม่เลิกยวน ผู้หญิงคนนั้นหนีสามีตามอาจารย์มาหรือ

รูอาร์ค เฟย์ลิมรับหน้าที่ปรามอีกครั้ง

เด็กหนุ่มพยายามตีสีหน้าเรียบเฉยที่สุดขณะนึกหาคำตอบที่เหมาะสม และไม่กระเทือนต่อชีวิตของลีชาในตอนนี้จนเกินไป นางแต่งงานแล้ว แต่สามีเสียและไม่มีญาติที่อื่น แม่ข้าเลยให้นางมาอยู่ช่วยงานบ้านกับดูแลเด็กๆ ชัดเจนหรือยัง

เด็กหนุ่มผมแดงทำเป็นพยักหน้าหงึกหงักพร้อมทั้งส่งเสียงรับหลายอ้อเหมือนเพิ่งค้นพบสัจธรรม แต่ยังไม่วาย... จะแต่งกันเมื่อไรก็บอกนะขอรับ อย่าลืมเชิญข้าไปงานแก้เซ็งด้วย

หลังคาบนี้มี งานแต่ง ให้เจ้าทำแก้เซ็งแน่ๆ รูอาร์ค อาเมียร์เริ่มกระบวนการตอบโต้อย่างว่องไว เขียนเรียงความอธิบายภาษิตนักรบส่งข้าพรุ่งนี้ ตัวบรรจง ถ้าลายมือหวัดแม้แต่นิดเดียว ให้คัดใหม่อีกฉบับ

อ้าว อาจารย์ ไม่เห็นมันจะช่วยในการเรียนรู้ตรงไหนเลยรูอาร์คทำหน้ายุ่ง อาจารย์วัยเดียวกันเริ่มยิ้มกริ่มในใจ

ช่วยสิ เขาตอบหน้าตาย ช่วยให้ลูกศิษย์อย่างเจ้าเลิกว่างและเซ็งจนสอดรู้สอดเห็นเรื่องส่วนตัวของอาจารย์เสียที

เจ้าตัวแสบหัวแดงเพลิงบ่นงึม แต่ก็ยอมหุบปากโดยดีนับแต่นั้น...ก่อนจะเปิดปากอีกครั้งหลังจากเขาสั่งให้อ่านต่อได้แค่ห้านาที เจ้าเปี๊ยกจะไม่มาอีกแล้วเหรออาจารย์

ข้าก็ไม่รู้ อาเมียร์ตอบอย่างกังวล แต่เมื่อวานตอนไปส่ง ได้ยินองครักษ์ของเจ้าหญิงบอกว่าอาจจะไม่ให้มาเรียนอีกเพราะกลับช้า

...ข้าขอโทษด้วยขอรับ เฟย์ลิมพูดเบาๆ

ไม่ใช่เรื่องที่ท่านเฟย์ลิมต้องขอโทษหรอก อาเมียร์บอก แต่ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบก็ควรรู้อยู่แก่ใจ

คนถูกพาดพิงกลอกตา แล้วก็ทำเป็นนั่งอ่านไป เกาหัวไปโดยไม่รับรู้

แต่ถ้าข้าห้ามรูอาร์คแทนที่จะตามไปด้วย แอชก็คงไม่ลำบากอย่างนี้ชายหนุ่มแย้ง

เอาเถอะ เด็กหนุ่มพยายามตัดบท เรื่องมันเกิดไปแล้วก็ช่วยไม่ได้ ที่สำคัญอย่าปล่อยให้มีครั้งที่สองก็พอ

แต่จะไม่มีครั้งที่สองเพราะแอชมาที่นี่ไม่ได้อีกแล้วหรือ อาเมียร์ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เขายังภาวนาให้เด็กสาวกลับมาอีก ไม่ว่าเธอจะเป็นคนที่เขาคิดหรือไม่ก็ตาม

แอชเป็นคนขยันเรียนและอยากรู้อย่างจริงจัง มากกว่ารูอาร์ค และดูจะมากกว่าเฟย์ลิมที่ตั้งใจเรียน แต่ไม่ได้มุ่งมั่นเต็มที่ว่าต้องชนะการประลองและสมรสกับเจ้าหญิงให้จงได้เสียอีก เด็กหนุ่มพยายามถ่ายทอดให้แอชเพราะเธอต้องการเรียนรู้อย่างแรงกล้า และพยายามถ่ายทอดให้เฟย์ลิมเพราะถึงอย่างไรชายหนุ่มก็ต้องรับหน้าที่ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นมณฑลนี้หรือทั้งอาณาจักรก็สุดแท้แต่โชคชะตา เขาคิดว่าการสอนเฟย์ลิมคือที่สุดที่ตนจะทำเพื่อธีร์ดีเรได้ในตอนนี้ แต่ก็ยังสนุกไปด้วยที่ได้พบลูกศิษย์ทั้งสาม ได้บอกเล่าสิ่งที่ตนรู้หรือคิดให้พวกเขา ด้วยเหตุนี้จึงไม่อยากเสียลูกศิษย์ที่ตั้งใจเรียนที่สุดไปเลย

ถ้าแอชถูกห้ามไม่ให้มาจริงๆ พวกเราไปอธิบายที่อารามดีไหมขอรับ เฟย์ลิมเสนอ ว่าที่กลับช้าไม่ใช่ความผิดของเขา เจ้าหญิงก็ดูจะทรงเอ็นดูแอชมาก ถึงได้ประทานอนุญาตให้เขามาเรียนที่นี่ หากทรงทราบเหตุผล แอชคงได้กลับมาเรียนกับพวกเราอีก

อาเมียร์ยักไหล่น้อยๆ เมื่อนึกเสียดายว่าหากเรื่องนั้นทำได้ง่ายๆ ตามความคิดของเฟย์ลิมผู้มองโลกในแง่ดีเสมอก็คงดีเหลือเกิน

ไม่ต้องทำถึงขั้นนั้นหรอก ข้าเกรงว่าจะรบกวนเจ้าหญิงเปล่าๆ รอดูอีกสักสองสามวันเถอะ

 

อาเมียร์ใกล้ถอดใจอยู่พอดี เมื่อแอชกลับมาในวันที่ห้า...อย่างแปลกกว่าทุกครั้ง

แทนที่จะนั่งรถม้ารับจ้าง เด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มกลับนั่งซ้อนหลังม้าของราชองค์รักษ์นามดูลัส ฟาร์รุล คนเดียวกับที่เขาพบตอนไปส่งเธอที่อาราม และเดาว่าน่าจะรู้ ความลับ ของเด็กสาวเช่นกัน

ดูลัสทำเรื่องเอิกเกริกพอดู ครั้นพาแอชมาถึงประตูจวนก็บอกให้ทหารยามไปเรียกอาเมียร์ออกมา ก่อนจะคุยด้วยอย่างขึงขังผ่านรั้วเหล็ก

เจ้าหญิงประทานอนุญาตให้แอชมาเรียนต่อไป แต่เขาจะกลับช้าไม่ได้เป็นอันขาด มิเช่นนั้นจะห้ามไม่ให้ออกมาอีก ข้าจะมารับส่งเขา และหากเขาได้รับอันตรายใดๆ หรือไม่อยู่ที่จวนในขณะที่ข้ามารับ ท่านในฐานะอาจารย์ต้องรับผิดชอบเต็มที่

เด็กหนุ่มฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางมองอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์ คำพูดและท่าทีระแวดระวังของดูลัสยิ่งยืนยันข้อสันนิษฐานในตอนแรกของเขา แต่อีกฝ่ายคงจะจงใจย้ำชัดเจนว่ารู้เพื่อเตือนทางอ้อม อาเมียร์จึงไม่ถือโทษองครักษ์หนุ่มเลยที่ต้องระแวงคนต่างชาติอย่างตนตามหน้าที่

เข้าใจแล้ว เขาจึงตอบด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจจริงๆ ที่จะได้สอนแอชตามเดิม ข้าจะทำตามนั้น ขอขอบพระทัยอย่างสูงในพระเมตตาของเจ้าหญิง

ดูลัสยังมีสีหน้าไม่เปลี่ยน และบอกเพียงว่าจะมารับแอชกลับไปเมื่อไร

 

เจ้าไม่สบายหรืออาเมียร์ถามขณะเดินไปที่ห้องหนังสือกับเด็กสาว แอชดูซูบลงไปบ้าง แต่สีหน้ากลับร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด

เปล่าหรอก เธอตอบ เพียงแต่ข้าต้องใช้มาตรการเด็ดขาดสักหน่อย ดูลัสถึงได้ยอมให้กลับมาจนได้

“‘มาตรการเด็ดขาด ยังไงหรือ

ข้าอดอาหาร

เด็กหนุ่มเงียบไปด้วยความประหลาดใจและคาดไม่ถึงจริงๆ กับคำตอบ

ข้าบอกดูลัสว่าจะไม่ยอมแตะแม้แต่น้ำจนกว่าเขาจะอนุญาตให้มาที่นี่ ทีแรกเขาทำเป็นเฉย ต่อมาถึงทั้งขู่ทั้งอ้อนวอนให้ข้ารับประทานให้ได้ แล้วพอข้าไม่ยอม สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้จนได้

เจ้านี่ร้ายไม่เบา อาเมียร์ยิ้มเฝื่อนๆ เจ้าหญิงคงจะทรงลำบากพระทัยแย่...กับนางกำนัลหัวดื้ออย่างเจ้า

ตะ...แต่เจ้าหญิงก็ทรงเข้าข้างข้านะ ที่ข้าออกมาได้ก็เพราะ...พระองค์ช่วยตรัสกับท่านดูลัสด้วยนั่นล่ะเธอรีบพูด แล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง ดูลัสเข้มงวดไปหน่อย แต่จริงๆ เขาก็เป็นคนใจดี เขาเป็นเพื่อนของพี่ชายข้ามาก่อน แล้วตอนนี้ก็เป็นเหมือนพี่ชายของข้าด้วย

ดีแล้วที่มีคนเป็นห่วง เด็กหนุ่มพูดอย่างจริงใจ เขาเชื่อว่าถึงดูลัสจะมองตนในแง่ลบ ก็ยังห่วงใยและพร้อมจะปกป้องแอชเสมอ ใช่แค่ทำไปตามหน้าที่ และผู้ปกครองอย่างเธอควรมีคนเช่นนั้นอยู่ใกล้ๆ สักคน แต่เขาก็รู้ว่าไม่ควรพูดมากให้เด็กสาวระแคะระคายว่าตนรู้ฐานะที่แท้จริงของเธอ จึงรายงานสถานการณ์ทางนี้แทน รูอาร์คกับเฟย์ลิมก็คิดถึงเจ้า บอกว่าพอไม่มีเจ้าเรียนด้วยแล้วเงียบไปมาก

ระ...เหรอ เด็กสาวเสมองไปอีกทาง แล้ว...อาจารย์ล่ะ...คิดถึงข้าบ้างหรือเปล่า

คิดถึงสิ อาเมียร์ตอบทันที ศิษย์ขยันเรียนอย่างเจ้า อาจารย์ที่ไหนจะไม่คิดถึง

ดูเหมือนแอชจะเหลือบมองเขาแวบหนึ่งด้วยสายตาแปลกๆ ซึ่งมีความงุนงงเจืออยู่มาก แต่ก็มีอีกความรู้สึกที่เขามองไม่ออกเช่นกัน ทว่าทั้งสองไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เพราะถึงหน้าประตูห้องหนังสือแล้ว

ใช่ เด็กหนุ่มดีใจจริงๆ ที่แอชกลับมา เขาคิดว่านี่คือความหมายของการที่ตนออกจากบ้านมาอยู่ที่นี่ นี่คือที่ที่เขาควรอยู่ ถึงจะไม่มีอำนาจปกครองเอง เขาก็ยังถ่ายทอดความรู้ที่มีให้แก่ผู้ปกครองในอนาคตได้ และในเมื่อท่านเบเรคยอมรับความสามารถและเอ็นดูเขา ท่านคงช่วยให้เขาได้ทำงานที่สำคัญขึ้นหลังจากนี้

เขาไม่คิดว่าท่านจะส่งเสริมให้เขาได้เป็นถึงขุนนาง แต่แค่ทำประโยชน์ให้ธีร์ดีเรได้บ้างก็พอแล้ว

อาเมียร์คิดว่าตนมีความสุขกับชีวิตในช่วงนี้ และมีความหวังสดใสขึ้นกว่าเมื่อก่อน มารู้ตัวอีกที เวลาก็ผ่านไปเร็วจนเข้าฤดูใบไม้ร่วง และเทศกาลเก็บเกี่ยวในไม่ช้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #93 chatchawan0 (@chatchawan0) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 05:17

    เป็นความรักที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นมา ฟินนน

    #93
    0