The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,817 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    101

    Overall
    5,817

ตอนที่ 1 : บทนำ - ฝันสีเลือด "ทัมมุซ...รอดชีวิต...ให้ได้...."

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 562
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    8 ต.ค. 60

บทนำ

ฝันสีเลือด

 

ทัมมุซ...

รอดชีวิต...ให้ได้...ไม่ต้องล้างแค้นให้พ่อ...ไม่ต้องกอบกู้อาณาจักร...

จงเลือกเส้นทางชีวิตของลูกเอง...ตามที่ลูกต้องการจริงๆ...

...คำพูดลอยแว่ว แสงสีแดงเจิดจ้าไหวระริก กลิ่นไหม้และกลิ่นคาวชวนคลื่นเหียนอวลในอากาศ...

เด็กหนุ่มเห็นชายคนหนึ่งยืนห่างออกไปเบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งสวมชุดสีน้ำเงินภูมิฐาน มงกุฎบนศีรษะประดับเพชรพลอยแพรวพราว และเขาสัตว์เด่นสง่า

เขาจำชายคนนั้นได้ดี เช่นเดียวกับซากหักพังรอบด้าน อาณาจักรของทั้งสองที่กำลังมอดไหม้ในกองเพลิง กลางม่านไฟยังมีเงาสีดำมากมายถือศาสตราวุธ คมสะท้อนแสงแปลบปลาบ พวกมันกรูเข้ามารุมล้อมชายสวมมงกุฎ  

เด็กหนุ่มอยากร้องห้าม แต่ไม่ทันประกายดาบฟันวาบ...ชายนั้นอันตรธานประหนึ่งสลายเป็นเถ้าธุลี

เสด็จพ่อ...!”

เขาร่ำร้องและวิ่งไปยังที่ที่พระราชบิดาเคยยืนอยู่ แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นกองร่างระเกะระกะผุดพรายขึ้นบนของเหลวแดงฉานนองกว้างรอบด้าน เท้าสัมผัสความข้นหนืดน่าขยะแขยง นัยน์ตาจ้องตอบดวงตาเบิกกว้างไร้แววนับร้อยพันของเหล่าร่างขาวซีด...ตัดกับสีแดงที่ครอบคลุมต่างอาภรณ์แห่งความตาย

ร่างคุดคู้ของหญิงคนหนึ่งปรากฏเด่นชัดที่สุดกลางวงร่างไร้วิญญาณ สองแขนของเธอประสานกอดบางสิ่งแนบอก แผ่นหลังมีรอยกรีดยาวจนเนื้อฉีกเหวอะหวะชุ่มโชกด้วยเลือด

เสด็จแม่...!”

เด็กหนุ่มกรีดร้องอีกครา แต่เสียงของเขากลับแหบโหยแผ่วเบาขาดห้วง ลำคอแสบร้อนเหมือนถูกแผดเผาและอัดแน่นด้วยรสเค็มเฝื่อน

ยิ่งพยายามเปล่งเสียง ความมืดยิ่งครอบคลุมบีบรัด ความเปียกชื้นสาบคาวค่อยๆ ท่วมทับจากใต้เท้า เสียงโหยหวนบาดหูสะท้อนก้องในกำแพงแคบๆ ที่ห่อหุ้มตัวดุจเปลือกไข่เปราะบาง

ร่างของเขาถูกฉีกกระชากเมื่อมันแตกออก เหลือเพียงเลือดปนเศษเนื้อกองทับถมกัน ไร้ชีวิต...ไร้ตัวตน

 

ขื่อ เพดานไม้ สีเทาเย็นตา ตรงกันข้ามกับสีแดงฉานเมื่อครู่

เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจเพื่อห้ามสิ่งที่เต้นแรงอยู่ในอก เขาลุกขึ้นนั่ง มือเสยปอยผมเปียกเหงื่อเย็นเฉียบให้พ้นหน้าผาก ใช้สัมผัสบอกตนเองว่านี่ต่างหากคือความจริง คือปัจจุบันที่เขามีชีวิตอยู่ มิใช่โลกในเปลือกไข่เมื่อครู่

ถึงแม้ว่าห้องที่ตนอยู่ในยามนี้จะแปลกตา ไม่คุ้นชินเหมือนเป็นฝันเสียยิ่งกว่า

เหมือนฝัน...เช่นเดียวกับสี่เดือนบนแผ่นดินใหม่นี้ สี่เดือนที่ไม่ต่างอะไรจากฝันร้าย

แสงสีเงินรางๆ จากหน้าต่างแคบสูงบอกว่าฟ้ายังไม่สาง ทว่าวันนี้เด็กหนุ่มมีสิ่งที่ต้องรีบทำ เขาลุกขึ้นจากฟูกอย่างเงียบกริบ กระนั้น เสียงแสกสากแผ่วเบาก็ไม่อาจเล็ดลอดประสาทหูของหัวหน้าครอบครัว

ยังไม่เช้านี่ เสียงทุ้มต่ำอู้อี้ทักจากฟูกสองใบต่อกันในอีกมุมห้องซึ่งเป็นที่นอนชั่วคราวของท่านอา แม่ น้องสาวทั้งสอง และหญิงพี่เลี้ยงเด็กจำเป็น ในห้องแถวให้เช่าคับแคบที่มีเพียงห้องนอนห้องเดียวเป็นหลืบข้างหลังห้องด้านหน้า

วันนี้ ที่โรงแรมบอกให้รีบไปทำงานเด็กหนุ่มตอบเรียบๆ มีอาหารเช้าให้เลย

ชายสูงวัยกว่าเพียงมองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งเหมือนประเมินความน่าเชื่อถือของคำพูดนั้น ก่อนจะตอบแผ่วเบา เช่นนั้นก็ก็รีบไปเสีย เดินทางระวัง แล้วกลับบ้านดีๆ

ครั้นอีกฝ่ายเอนลงตามเดิม เด็กหนุ่มจึงคว้าย่ามสัมภาระซึ่งตนลอบจัดของไว้เรียบร้อยเสียตั้งแต่เมื่อคืน ผลุบออกนอกประตู แล้วปิดมันลงเบาๆ

เขาตั้งใจว่าจะไม่มีวันกลับมาที่บ้านหลังนี้อีก

 

ในแดนเหนือ อากาศยามเช้ามืดปลายฤดูใบไม้ผลิย่างต้นฤดูร้อนยังคงเย็นกว่าที่เด็กหนุ่มเคยคุ้น พ่อค้าแม่ขายในตลาดสดเข็นเกวียนใส่ผักหรือขนกรงเป็ดไก่ คนกวาดถนนสะสางฝุ่นผงบนเส้นทางปูหิน ชีวิตในเมืองใหญ่ของอาณาจักรธีร์ดีเรยังคงเริ่มต้นตั้งแต่ย่ำรุ่ง ไม่ต่างจากชีวิตชนบทที่เขาได้พบในสี่เดือนก่อนนัก

หกปี...กับสี่เดือน ระยะเวลายาวนานที่ดูเหมือนไร้ความแตกต่าง

หกปีแล้ว ที่ชีวิตใหม่ของเขาเริ่มต้นขึ้น หลังจากอีกชีวิตหนึ่งจบสิ้นลงทั้งที่ยังมีลมหายใจ ในอาณาจักรห่างไกลอีกแห่งหนึ่งซึ่งไม่เหลืออยู่ในโลกนี้อีก

ชีวิตของ อาเมียร์ วัยสิบเจ็ดปีอันมีทุกสิ่งพร้อมมูล ทั้งชื่อ และครอบครัวที่คนนอกบอกว่าอบอุ่น เขามีบิดาเป็นอดีตนักรบรับจ้างนามซิอ์บุล มีมารดาผู้เป็นแม่ศรีเรือนยิ่งนามสิมา มีน้องสาววัยห้าขวบกับสามขวบ ชื่อนาสิรากับฟาร์ฮานาห์ ซึ่งแม้จะซุกซนและช่างทะเลาะกันตามประสาเด็ก ก็ยังนับว่าเชื่อฟังพ่อแม่กับพี่ชายดี และกำลังจะมีน้องอีกคนหนึ่งในอีกสามหรือสี่เดือนข้างหน้า

กระนั้น เด็กหนุ่มก็พบว่าชีวิตของตนเองดูไม่เป็นจริงเสียยิ่งกว่าความทรงจำที่บางครั้งก็ขาดห้วงเลือนราง และความฝันสีแดงที่ตามหลอกหลอนของ เจ้าชายรัชทายาททัมมุซ

ฝันนั้นหมุนวันวิปโยคให้เขาดูซ้ำๆ ย้อนย้ำวันที่เขาสูญเสียทั้งบิดาแท้และตัวตนที่ควรเป็นไปพร้อมกับชีวิตอีกมากมาย โลหิตหลั่งนองรอบกายเด็กชายที่นั่งขดตัวซ่อนในถังไม้ ฝากกลิ่นคาว ภาพติดตาสีแดงฉาน และเสียงกรีดร้องหลอกหลอนเขาเรื่อยมา แม้หลังจากหนีมาไกลแสนไกลกับเสด็จแม่และท่านอาที่กลายมาเป็นพ่อเลี้ยงก็ตาม

...แล้วข้าจะลืมได้อย่างไร...

เมื่อสี่เดือนก่อน เขาเคยตั้งคำถามเช่นนี้ขณะใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อกลาสเดล

และก็คงจะอยู่ที่นั่นต่อไป หากไม่เกิดเหตุให้ต้องเร่งย้ายออกมาเสียก่อน

เหตุที่ทั้งน่าขำและน่าขื่น แต่ว่าไปแล้วก็ขำไม่ออก และธรรมดาสามัญเสียจนขื่นไม่ลง

เหตุนั้นทำให้อาเมียร์รู้ว่าฝันสีเลือดของตนยังอยู่ใกล้แสนใกล้ และชีวิตใหม่ที่เขาหวังว่าจะลบล้างมันไปได้นั้นกลับยิ่งย้ำเตือนมันเสียยิ่งกว่าเดิม

กระนั้นเขายังคงหวังว่า ทางเลือก ของตนในครั้งนี้จะสามารถขจัดฝันนั้นไปได้ แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #25 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 02:07
    อืม อ่านตอนนี้แล้วยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกงง ๆ นิดนึง
    เดี๋ยวจะทำความเข้าใจบทต่อไปก่อนนะคะ
    #25
    1
    • #25-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 1)
      7 ตุลาคม 2560 / 20:45
      สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ ^^ สำหรับบทแรกเป็นฉากความฝันและเล่าข้ามไปช่วงเวลาในอนาคต เลยน่าจะต้องทำความเข้าใจนิดหน่อย ยังไงถ้าสงสัยตรงไหนเป็นพิเศษทักได้นะคะ จะได้ปรับแก้ให้ชัดเจนขึ้นค่ะ
      #25-1