คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานแห่งเผ่าจูมิ

ตอนที่ 19 : ภาคที่ 3 - เพิร์ล / บทที่ 5 - สีฟ้าโชติช่วง / ครึ่งแรก - หลากอารมณ์


     อัพเดท 20 พ.ค. 49
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : NithiN ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NithiN
My.iD: https://my.dek-d.com/Anithin
< Review/Vote > Rating : 97% [ 16 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 3,151
41 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 21 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานแห่งเผ่าจูมิ ตอนที่ 19 : ภาคที่ 3 - เพิร์ล / บทที่ 5 - สีฟ้าโชติช่วง / ครึ่งแรก - หลากอารมณ์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 94 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


PART III: PEARL
Chapter 5: Burning Blue
A: Emotions

ภาคที่ 3: เพิร์ล
บทที่ 5: สีฟ้าโชติช่วง
ครึ่งแรก: หลากอารมณ์


"ดวงตาสีฟ้าของคุณช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน...เออร์เนสท์ สีของพวกมันล้ำลึกนัก ฉันอยากให้คุณมองฉันแบบนี้อยู่เสมอ...โดยเฉพาะเมื่อมีคนอื่นอยู่ด้วย"
- Gwendolyn, The Importance of Being Earnest (Oscar Wilde)


ท้องฟ้าเป็นสีครามลึกล้ำในยามบ่ายฤดูใบไม้ผลิวันนั้น อากาศยังคงอบอุ่น กระแสลมนิ่งสนิท ไอร้อนเหมือนกับจะดูดกลืนสรรพเสียงไปจนหมดสิ้น ฟ้าที่แลบแปลบปลาบเป็นระยะๆ ราวกับปลายหอกที่กรีดผ่าผืนฟ้าเตือนให้รู้ว่าพายุกำลังจะมาถึง

และแน่นอน อากาศหลังจากนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศร้อนอบอ้าวกลับสดชื่นขึ้นด้วยกระแสฝนที่ตกปรอยๆ ตลอดทั้งยามเย็น จนกระทั่งดวงจันทร์สีเหลืองซีดปรากฏบนฟ้าสีน้ำเงินเข้มดั่งผืนกำมะหยี่เหนือมหาสมุทรสีครามและเมืองใกล้ๆ ที่กำลังหลับใหล

โรงแรมริมทะเลที่ตั้งอยู่บนผาหินสีแดงเข้มต้องปิดเร็วกว่าปกติเนื่องจากพายุ แสงสีส้มที่ส่องห้องโถงชั้นแรกของโรงแรมนั้นสว่างเพียงสลัวจากใต้ประตูหนา ส่องให้เห็นร่างของยามที่ยืนระวังภัยอยู่นั้นเป็นเงาลางๆ

ข้างในห้องโถง มีหญิงสาวในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายเรียบๆ กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์อยู่ เส้นผมสีทองถูกรวบมัดไว้ด้านหลังด้วยริบบิ้นสีเขียวอ่อน เธอถือแก้วทรงสูงไว้ในมือข้างหนึ่ง ดูจากสีแดงเข้มของน้ำในแก้วแล้วน่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเธอจิบมันเป็นระยะๆ อย่างเลื่อนลอยขณะที่สนทนากับเจ้าของโรงแรมไปด้วย

ชายคนหนึ่งควงแขนหญิงสาวผมดำเดินออกมาจากล็อบบี้ที่อยู่ติดกัน และเมื่อผ่านทั้งสอง เขาก็ทักหญิงสาวชุดฟ้าพร้อมกับเอ่ยชมการแสดงของเธอในคืนนี้

หญิงสาวขอบคุณเขาตามมารยาทโดยไม่สนใจนัก ก่อนจะหันกลับไปพูดกับเจ้าของโรงแรมต่อ แต่ชายหนุ่มที่ไม่รู้ความนัยยังชวนเธอคุยต่อไป ถึงแม้หญิงสาวผมดำที่มาด้วยจะมองหญิงสาวผมทองหน้าตาดีด้วยสีหน้าไม่ชอบใจนัก

แต่แดนเซอร์สาวรู้ความตั้งใจของเขามาแต่ต้นแล้ว เห็นได้ชัดว่าคงต้องพูดตัดบทให้ชายคนนี้ไปเสียตรงๆ และเธอก็ทำตามที่คิดโดยไม่ลังเล

ชายหนุ่มดูจะหน้าเสียเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มต่อไป ดูเหมือนเขาจะคิดว่าแดนเซอร์สาวเพียงแต่ทำเป็นเล่นตัวเท่านั้น เธอเลยเตรียมตัวจะพูดไล่อีกรอบให้แรงกว่าเดิม แต่หญิงสาวอีกคนที่มาด้วยกันก็เกาะแขนเขาแน่นขึ้นพร้อมกับขัดขึ้นเสียก่อน

"ไปกันได้แล้วน่า" เธอพูดด้วยเสียงเล็กๆ ที่บอกความรำคาญ "ฉันเหนื่อยแล้วนะ"

ชายหนุ่มทำตาม และแดนเซอร์สาวก็ทำท่าจะหันไปพูดกับเจ้าของโรงแรมต่อเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากอีกฝ่ายกลับมองเธอด้วยสายตาที่ฉายแววขบขัน

"ฉันว่าเธอทำเกินไปมั้งเรวานเช่" เขาเปรยขึ้นแทนที่จะพูดเรื่องเดิมต่อ "แขกคนนั้นคงตั้งใจจะล้อเธอเล่นซะมากกว่า"

เรวานเช่ยักไหล่ก่อนจะจิบเหล้าต่อ

"ฉันมีวิธีการจัดการของตัวเองน่ามาสเตอร์" เธอพูดอย่างเยือกเย็น "ก็ฉันทนไม่ได้นี่ถ้ามีผู้ชายที่ไหนคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงง่ายๆ แบบนั้น"

"ก็เลยชวนทะเลาะกับพวกผู้ชายไปซะทั่วอย่างนี้นี่นะ" เจ้าของโรงแรมว่า "ฉันไม่เคยเห็นเธอจนคำพูดกับใครซักทีเล้ย"

หญิงสาวดูจะไม่ใส่ใจนัก

"ถ้าพวกนั้นไม่มากวนฉันก็คงไม่พูดหรอก" เธอตอบ

อีกฝ่ายหัวเราะตอบสั้นๆ

"คงงั้นมั้ง"

ประตูเปิดออกก่อนที่ยามหนุ่มจะโผล่หน้าเข้ามา

"ขอโทษครับ" เขาบอกกับเจ้าของโรงแรม "ผมรู้ว่าเรามีกฎห้ามรับแขกที่ไม่ได้จองห้องไว้เข้ามาหลังสี่ทุ่ม แต่มีผู้ชายคนนึง..."

ก่อนที่เขาจะพูดจบ ใครอีกคนก็ผลักประตูเข้ามา

ชายหนุ่มสวมผ้าคลุมสีเขียวมีรอยคล้ำเป็นดวงประปรายจากหยาดฝนเลิกหมวกคลุมขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าคมสันฉายแววเคร่งเครียด ก่อนจะใช้มือเสยผมที่เปียกชื้นไปจากหน้า อีกร่างหนึ่งที่ตามเข้ามาเงียบๆ คือหญิงสาวร่างสูงสวมผ้าคลุมสีครีมสว่าง

"ขอโทษที่มาโดยไม่บอกครับ" เขารีบพูด "ผมเดินทางมาทั้งวันแล้ว ไม่มีเวลาจะจองห้องหรือส่งข่าวมาก่อน"

ทั้งเจ้าของโรงแรมกับเรวานเช่จ้องเขาเขม็งขณะที่พูด แต่แดนเซอร์สาวจำชายหนุ่มได้ทันทีเมื่อเห็นหน้าของอีกฝ่าย

"เอลาซัล" เธอวางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์ก่อนจะโบกมือเรียกให้เขาเข้ามา "ทำไมถึงมาเอาตอนนี้ล่ะ?"

เอลาซัลจำเธอได้เช่นกัน

"เรวานเช่" ชายหนุ่มรึบถาม "แซฟไฟร์เข้านอนหรือยัง"

"ใจเย็นๆ ก่อนสิ" แดนเซอร์สาวแย้ง "คุณนี่ใจร้อนจริง นั่งพักก่อนเถอะ...คนที่มาด้วยกันก็ด้วย"

หญิงสาวพยักพเยิดไปทางเจ้าของโรงแรมเป็นเชิงบอกว่าถ้าเป็นเอลาซัลคงไม่เป็นไร เจ้าของโรงแรมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแต่ก็ไม่พูดอะไร เขาเชื่อใจการมองคนของเรวานเช่ดี

เรวานเช่สั่นกระดิ่งเรียกเมดให้เตรียมเครื่องดื่มร้อนๆ ให้ทั้งสอง ก่อนจะให้เอลาซัลเดินตามเธอไปที่ล็อบบี้พร้อมกับพยักพเยิดบอกหญิงสาวข้างหลังให้ตามมาด้วย ทั้งสามนั่งลงที่โต๊ะเล็กๆ ตัวหนึ่งในห้องที่สว่างเพียงสลัว ผ้าม่านหนาหนักซึ่งกั้นกระจกหน้าต่างของห้องด้านที่ติดกับทะเลไหวสะบัดอย่างเงียบๆ ในความมืด

"ขอโทษนะครับที่มารบกวนกะทันหันแบบนี้" ชายหนุ่มย้ำขณะที่เลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวที่มาด้วยนั่ง "แซฟไฟร์อยู่ที่ห้องพักของเค้าใช่มั้ยครับ ถ้าเค้าหลับไปแล้วล่ะก็ไม่ต้องปลุกหรอก แต่ผมเกรงว่าเราคงต้องหาห้องพักคืนนี้ เดี๋ยวผมจ่ายค่าห้องให้ แต่ถ้าไม่มี..."

"ไม่เป็นไรหรอกน่า" เรวานเช่ขัด "ห้องพักน่ะหาได้อยู่แล้ว ว่าแต่นี่มันเรื่องอะไรกัน"

เอลาซัลไม่ตอบอะไรไปพักหนึ่ง เขานั่งนิ่งเหมือนกับครุ่นคิดถึงเรื่องบางอย่าง สำหรับเรวานเช่แล้วดูเหมือนเขาจะไม่ได้ฟังคำถามของเธอเลยด้วยซ้ำ จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นเหมือนกับจะเปลี่ยนหัวข้อเรื่องกะทันหัน

"ยามที่นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ ถ้าผมเข้ามาได้ง่ายขนาดนี้ เขาจะไม่มีทางกันคนที่เป็นอันตรายจริงๆ ไม่ให้เข้ามาได้เลย"

"นี่คุณมาเพราะเรื่องแค่นี้งั้นเหรอ" เรวานเช่ซักพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น "มาวิจารณ์ระบบรักษาความปลอดภัยของเราน่ะนะ"

เมดคนหนึ่งเข้ามาพร้อมกับถาดใส่เครื่องดื่มร้อนๆ

"ผมเป็นห่วง" เอลาซัลพูดสั้นๆ ขณะที่รับถ้วยชาจากเมดมาวางบนโต๊ะโดยไม่ทันมองด้วยซ้ำ "เป็นห่วงความปลอดภัยของแซฟไฟร์นะ เรวานเช่"

เรวานเช่ถอนหายใจเฮือกก่อนจะไขว้สองมือเหนือทรวงอกของตน

"อัศวินขี่ม้าขาววิ่งฝ่าพายุฝนซะเนื้อตัวเปียกโชกมาเพื่อความปลอดภัยของคนรัก!" เธอแกล้งทำเสียง "หวานจนมดขึ้นเลยเอลาซัลเอ๊ย!!"

เอลาซัลเห็นได้ว่ากริยาของเธอยังไม่เปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองพบกันเลย

"เรวานเช่ คุณก็รู้แล้วนี่ว่าแซฟไฟร์เป็นเหมือนน้องสาวของผม" เขาตอบได้อย่างใจเย็นจนน่าทึ่ง "แล้วผมก็ได้ข่าว...แต่ช่างมันเถอะ จะยังไงผมคงต้องคุยกับแซฟไฟร์ก่อน"

เรวานเช่ปรายตามองชายหนุ่มอย่างเคลือบแคลง

"เหมือนน้องสาวเรอะ" เธอทวนคำก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางเพิร์ลที่นั่งจ้องถ้วยชาของตนอย่างเงียบๆ ข้างเอลาซัล เหมือนกับไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมันดี สีผิวของเพิร์ลยิ่งขาวจัดในห้องที่มีแสงเพียงสลัว และเส้นผมสีทองยาวสลวยที่ปรกหลังก็เป็นประกายมันขลับ

"ก็พอเข้าใจหรอกนะ" แดนเซอร์สาวเปรย

เอลาซัลมองตามสายตาของเธอไปก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนวูบ

"เพิร์ลน่ะเหรอ...เค้า...เค้าก็เป็นเหมือนพี่สาวผมเหมือนกัน" ชายหนุ่มตอบตะกุกตะกัก

เรวานเช่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

"เรอะ...งั้นฉันจะสมัครเป็นพี่น้องนายอีกซักคนได้มั้ยล่ะ"

"ถ้าคุณยังพูดแบบนี้กับผมอยู่ก็คงไม่เหมาะจะเรียกน้องสาวหรอก" เอลาซัลตัดบท "ตอนนี้ผมขอตัวไปถามเรื่องห้องก่อนดีกว่า"

เขาลุกขึ้นก่อนจะพยักพเยิดบอกให้เพิร์ลตามมา แล้วกลับเข้าไปในห้องโถงอีกครั้ง ทิ้งแดนเซอร์สาวให้นั่งหน้ามุ่ยอยู่คนเดียว ก่อนจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ห้องโถงอีกครั้งหลังผ่านไปพักหนึ่ง

"ให้อีตานั่นเช็คอินรึเปล่า" เธอถามเจ้าของโรงแรมซึ่งพยักหน้ารับ

"ก็ฉันจำได้ว่าเค้าเป็นแฟนแซฟไฟร์นี่นา" เขาตอบ

"เพื่อนย่ะ" เรวานเช่แก้ให้ "หรือจะพูดให้ถูกก็พี่ชายร่วมสาบานประมาณนั้น"

หญิงสาวหยิบแก้วไวน์มาถืออีกครั้งก่อนจะเขย่าเล่นอย่างเลื่อนลอย

เธอรู้สึกตัวว่าตนเองจนคำพูดไปได้ในที่สุด...และความรู้สึกที่ได้รับก็ช่างขุ่นมัวเหลือเกิน

"ถ้าคุณยังพูดแบบนี้กับผมอยู่ก็คงไม่เหมาะจะเรียกน้องสาวหรอก" เธอทวนคำพูดของเอลาซัลกับตนเอง "ตอบได้แสบมาก! ฉันไม่ชอบผู้ชายปากจัดเลยให้ตายซี่! มิหนำซ้ำไอ้หมอนั่นยังเด็กกว่าฉันอีก!!"


วันอันอบอุ่นกับท้องฟ้าสดใสและทะเลที่เป็นประกายทักทายเอลาซัลในเช้าวันถัดมา ขณะที่เขาเดินจากท่าเรือเข้าไปไหนเมืองตามถนนหินสีขาวสายเล็กระหว่างบ้านสีแดงหลังเล็กที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฟาก พร้อมกับรับสายลมอ่อนๆ เย็นชื่นที่พัดเอื่อยมาจากทางทะเล

แม้จะเป็นเวลาเช้าตรู่ แต่ร้านแผงลอยเล็กๆ ริมชายทะเลก็ตื่นรับรุ่งอรุณอย่างสดใส กรุ่นด้วยกลิ่นและเสียงเซ็งแซ่ กลิ่นหอมยวนใจของขนมปังที่เพิ่งอบใหม่ๆ เรียกให้ชายหนุ่มหยุดซื้อมากินเป็นอาหารเช้าก่อนจะเดินสำรวจในเมืองต่อไป เขาลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเมื่อสองวันที่แล้วไปจนหมดสิ้น และรู้สึกสดชื่นกับยามเช้าอันอบอุ่นที่นำพากลิ่นไอของฤดูร้อนเข้ามาเหลือเกิน

ในที่สุดแซฟไฟร์ก็มาพบเขาเข้าราวๆ แปดโมง เธอได้ฟังเรื่องเมื่อคืนจากเรวานเช่เมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า จึงได้ตรงเข้ามาในเมืองเพื่อตามหาเขา

ชายหนุ่มจำร่างบอบบางกับเส้นผมที่หยักศกเป็นลอนคลื่นได้แม้กระทั่งจากที่เห็นไกลๆ เด็กสาวโบกมือเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้

หลังจากทักทายกันแล้ว แซฟไฟร์ก็ส่งยิ้มให้เอลาซัลพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเขา

"เรวานเช่บอกฉันว่าพี่มาค่ะ" เธอบอก

"พี่ก็ว่างั้น" เขาตอบ

"แล้วเค้าบอกอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่า" ชายหนุ่มยิ้มออกมาน้อยๆ "อย่างเรื่อง...อัศวินขี่ม้าขาว...หรืออะไรทำนองนี้"

"ไม่รู้สิคะ" แซฟไฟร์ตอบด้วยท่าทางงงนิดๆ "ฉันไม่ทันได้ฟังน่ะค่ะ พอรู้เข้าฉันก็รีบออกมาหาพี่เลย"

แม้จะสงสัยว่าทำไมปุบปับเขาถึงได้มาแบบนี้ แต่แซฟไฟร์ก็ดีใจเหลือเกินที่พบว่าเขาดูอารมณ์ดี และยิ้มให้กับชายหนุ่มอีกครั้ง เอลาซัลชวนแซฟไฟร์ไปที่ท่าเรือ ซึ่งแซฟไฟร์ก็ตอบตกลงในทันใดก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปด้วยกัน

เมื่อมาถึงท่าเรือไม้ที่ยื่นออกไปในน้ำ เอลาซัลก็ยืนนิ่งทอดสายตามองภาพมหาสมุทรอันกว้างใหญ่อยู่พักหนึ่ง แซฟไฟร์ยืนเงียบอยู่ข้างๆ เขาพร้อมกับมองภาพทิวทัศน์อันงดงามด้วยความชื่นชมเช่นกัน

ในที่สุดชายหนุ่มจึงหันมาแตะแขนของเด็กสาว

"แซฟไฟร์" เขาเรียก "นั่งกันมั้ย"

เด็กสาวพยักหน้า และต่อมาทั้งสองก็นั่งห้อยขาอยู่ริมไม้กระดานข้างๆ กัน ปล่อยให้กระแสคลื่นสีน้ำเงินอ่อนซัดซาดอยู่ใต้เท้า

แซฟไฟร์เงยหน้าขึ้นมองหน้าเอลาซัล

"พี่เอลาซัลคะ" เธอเอ่ย "พี่เรวานเช่บอกฉันว่าพี่มากับท่านหญิง..."

เด็กสาวดูลังเลที่จะพูดต่อ เอลาซัลจึงสังเกตสีหน้าของเธอแทน เขาพบกับสายตาที่มองตรงมาเป็นเชิงถาม และเข้าใจในทันทีว่าเธอต้องการคำอธิบาย

ชายหนุ่มก้มลงมองสองมือที่กุมกันแน่น ขณะที่ครุ่นคิดว่าเขาควรจะบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธออย่างไรดี และตัดสินใจว่าวิธีที่ดีที่สุดคงเป็นการอธิบายตรงๆ

"ฟังนะแซฟไฟร์" เขาพูดขึ้น "เกิดเรื่องสำคัญมาก พี่ถึงได้รีบมาที่นี่กะทันหันแบบนี้ เมื่อวานซืนพี่ได้ยินคนพูดกันที่บาร์เหล้าว่า..."

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นก่อนจะรีบต่อให้จบ

"...อเล็กซ์ยังไม่ตาย"

ดวงตาของแซฟไฟร์เบิกกว้างก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้นหลังผ่านไปครู่หนึ่ง

"แต่นั่น...นั่นเป็นข่าวดีไม่ใช่เหรอคะ! นี่พี่เอลาซัลได้พบกับเค้า...หรือว่าแค่ได้ยินเรื่องเค้าคะ"

"อเล็กซ์..." เอลาซัลอธิบายต่อไป "จริงๆ แล้วชื่ออเล็กซานดร้าน่ะ"

เรื่องที่ได้ยินทำเอาแซฟไฟร์ตกใจมาก เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่เอลาซัลได้เห็นแซฟไฟร์มีสีหน้าประหลาดใจมากขนาดนี้หลังจากได้พบกันคราวก่อน

"โอ..."

เมื่อจับตามองเด็กสาว เอลาซัลก็รู้ว่าเธอกำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในนครอัญมณีเมื่อปีที่แล้ว...ข่าวลือที่อื้อฉาวเสียจนกระทั่งเธอจะไม่เคยได้ยินเลยคงเป็นไปไม่ได้

"โอ..." เด็กสาวย้ำหลังจากเงียบไปนาน "ฉัน...เข้าใจแล้วค่ะ"

"แต่พี่เอลาซัลคะ" เธอรีบพูดต่อในทันที "ได้รู้อย่างนี้แล้วพี่น่าจะดีใจไม่ใช่เหรอคะ"

ชายหนุ่มยิ้มตอบคำพูดซื่อๆ ของเธอ

"ดีใจสิ เพราะว่าถ้าอเล็กซ์ยังมีชีวิตอยู่...องค์หญิงฟลอริน่าก็ต้องปลอดภัยด้วย แต่ไม่ใช่แค่นั้น..."

เด็กสาวก้มหน้าลง

"แสดงว่าคงมีอะไรทำให้พี่ไม่สบายใจถึงได้รีบมาแบบนี้ ทำไมล่ะคะ"

เอลาซัลเงยหน้าขึ้นมองฟ้าใสพร้อมกับที่รอยยิ้มจางหายไป สีหน้าสดใสเมื่อก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยความเคร่งขรึมตามปกติอีกครั้ง

"พี่เคยหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะได้ยินข่าวดีอย่างนี้" สุดท้ายชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นเบาๆ "พี่ไม่เคยเจอศพอเล็กซ์ แล้วจู่ๆ องค์หญิงฟลอริน่าก็หายตัวไปเสียเฉยๆ แต่พี่ไม่สนหรอกว่าองค์หญิงหนีไปได้ยังไง อเล็กซ์รอดมาได้ยังไง ขอแค่รู้ว่าทั้งสองคนนั้นยังไม่ตายพี่ก็ดีใจมากแล้ว แต่ว่า...

"มีคำว่า 'แต่' กับอเล็กซ์เสมอ" เขาลงท้ายพร้อมกับแค่นยิ้มเฝื่อนๆ ที่มุมปาก "ทุกอย่างจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยกับคนอย่างอเล็กซ์"

แซฟไฟร์ที่ไม่รู้เรื่องของอเล็กซานดร้ามากนักเลื่อนสายตาลงต่ำหลังจากเห็นได้ว่าอารมณ์ของเอลาซัลเปลี่ยนไป เธอรู้สึกว่าเอลาซัลคงสับสนในใจมากกับเรื่องที่ได้ยิน และไม่อยากจะซักถามอะไรมากกว่าเดิม

เอลาซัลทอดสายตาเลื่อนลอยไปยังขอบฟ้าอย่างไม่ใส่ใจกับภาพที่เห็นนักก่อนจะโคลงศีรษะ

"พี่ไม่เข้าใจเลย..." เขาพูดเบาๆ "พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมอเล็กซ์ถึงไม่มาหาพี่ถ้าเค้ายังมีชีวิตอยู่ พี่เลยรู้สึกกังวลว่าเค้ากำลังปิดบังเรื่องอะไรซักอย่างไม่ให้พี่รู้ อะไรกันล่ะ...อเล็กซ์" ชายหนุ่มถามกับตนเอง "นี่เธอวางแผนจะทำอะไรที่ฉันไม่ควรรู้งั้นเหรอ! ฉันควรจะสืบเรื่องนี้ให้รู้ด้วยตัวเอง...ในเมื่อเธอไม่ยอมกลับมาใช่มั้ย! ใช่มั้ย!!"

"พี่เอลาซัล..." แซฟไฟร์เอ่ย

เขารวบรวมสติของตนได้ในอีกครู่หนึ่ง

"ขอโทษนะแซฟไฟร์" เขารีบพูดอย่างรวดเร็ว "อยู่ๆ เรื่องทุกอย่างก็กลายเป็นแบบนี้ พี่เลยรู้สึกเหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่"

"ฉันเข้าใจค่ะ" เด็กสาวตอบเบาๆ

เอลาซัลเล่าเรื่องของอเล็กซานดร้าให้แซฟไฟร์ฟังเพื่อที่เธอจะได้เข้าใจสถานการณ์ดีขึ้น ก่อนจะลงท้ายด้วยสาเหตุที่เขาต้องรีบมาที่เมืองท่ากะทันหันอย่างนี้

"แซฟไฟร์คงเข้าใจว่าข่าวลือที่ว่าซานดร้ากับพวกโจรตามหาผลึกชีวิตนี่น่าเป็นห่วงแค่ไหน สองสามวันก่อนพี่เริ่มถามหาข่าวตามรอบๆ เมืองให้มากที่สุด ข่าวลือพวกนี้ทำให้มนุษย์ยิ่งอยากล่าผลึกชีวิตมากขึ้น ตอนนี้สถานการณ์ยิ่งอันตรายขึ้นจากเมื่อเดือนก่อนๆ ที่เธอ เอสเมอรัลด้ากับสโนว์ออกเดินทางมามาก"

"ถ้าอย่างนั้นพี่ก็จะบอกว่า..." แซฟไฟร์เอ่ยขึ้นเบาๆ หากไม่ยอมต่อประโยคให้จบ

"ถูกแล้ว" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ หลังเดาจากคำถามที่เธอทิ้งค้างไว้ "ตอนนี้แซฟไฟร์มีทางเลือกสองทาง คือมาอยู่กับพวกเราในเมือง หรือไม่อย่างนั้นพี่กับเพิร์ลจะมาอยู่ที่นี่กับเธอด้วย พี่ปล่อยให้แซฟไฟร์อยู่คนเดียวต่อไปอีกไม่ได้แล้ว"

ทั้งสองนิ่งอึ้งกันไปพักหนึ่ง เอลาซัลมองแซฟไฟร์ที่ก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร ปลายนิ้วของเธอเลื่อนไปขีดเขียนบนแผ่นไม้กระดานอย่างเลื่อนลอย

"อยากอยู่ที่นี่สินะ" เขาถาม

เด็กสาวผงกศีรษะรับน้อยๆ

"ถ้าอย่างนั้นก็ได้" ชายหนุ่มพูดเบาๆ

แซฟไฟร์ยังคงก้มหน้านิ่งต่อไปก่อนจะเอ่ยเบาๆ

"ขอบคุณค่ะ"

เอลาซัลไม่ได้ตอบรับเธอ ดูเหมือนเขาจะคิดถึงเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่แววกังวลจะฉายในดวงตา

"แต่พี่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสโนว์กับเอสเมอรัลด้าดี" เขาเปรยขึ้น "อยู่ที่มหาวิทยาลัยกันแค่สองคนก็ไม่ปลอดภัย แต่พี่รู้ว่าเอสเมอรัลด้าไม่ยอมฟังพี่แน่ แล้วสโนว์ก็คงเห็นด้วยกับเอสเมอรัลด้าทุกอย่างไม่ว่าเค้าจะว่ายังไง เดี๋ยวพี่คงต้องแวะไปดูสองคนนั่นให้แน่ใจซักหน่อย พี่เข้าใจว่าเมื่อก่อนเธอติดต่อกับพวกเค้าประจำ ถ้ามีเรื่องอะไรคงบอกพี่ได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว พี่จะมัวเฉยอยู่อย่างนี้ไม่ได้อีก แล้วถ้าพวกเค้าไม่ยอมมาจริงๆ ล่ะก็..." ชายหนุ่มพูดต่อเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ "แซฟไฟร์ไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยได้มั้ย แล้วพวกเราทั้งหมดจะย้ายไปอยู่ที่จีโอกัน"

ชายหนุ่มลอบมองสีหน้าของเธออีกครั้ง เขาคิดว่าเธอน่าจะปฏิเสธข้อเสนอนี้เช่นกัน แต่เขาก็ต้องแปลกใจมากเมื่อเด็กสาวเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอ่อนโยน

"พี่อุตส่าห์พยายามดูแลพวกเราขนาดนี้ แล้วฉันจะเห็นแก่ตัวได้ยังไงล่ะคะ" เธอตอบ "ไปอยู่กับสโนว์กับเอสเมอรัลด้าอีกก็ดี ถ้าจำเป็นจริงๆ ฉันจะย้ายค่ะพี่เอลาซัล...แต่เรื่องงานกับบ้านของพี่ในเมืองล่ะคะ"

ชายหนุ่มออกจะแปลกใจกับคำถามของแซฟไฟร์

"พี่กำลังคิดว่าจะมาสมัครเป็นยามที่โรงแรมนี้น่ะ" เขาตอบ "เดี๋ยวพี่จะเลิกเช่าบ้านในเมือง แล้วขอลาออกกับเจ้านายเก่าเอง ไม่ต้องห่วงไปหรอก ที่สำคัญคือความปลอดภัยของทุกคนต่างหาก"

แซฟไฟร์มองเอลาซัลอย่างเงียบๆ และเขาก็สบตาตอบพร้อมกับเลิกคิ้วน้อยๆ

"มีอะไรเหรอ" เขาถาม

"ม...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" เด็กสาวตอบ แต่แล้วกลับพูดต่อทันควัน "แต่พี่...พี่เอลาซัลต้องเสียสละเพื่อฉันมากขนาดนี้"

เธอคว้ามือของเขามากุมด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง...เหมือนกับที่เคยทำครั้งหนึ่งเมื่อพยายามจะให้กำลังใจเขาเรื่องสถานการณ์ในเมือง

"ไม่มีใครเคยเสียสละเพื่อฉันมากขนาดนี้มาก่อนเลย เอสเมอรัลด้าเป็นห่วงฉันก็จริง...แต่ก็ไม่เหมือนอย่างนี้ พี่...ฉันรู้สึกเหมือนพี่เอลาซัลเป็นพี่ชายของฉันจริงๆ ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีคนที่เรียกได้ว่า 'คนในครอบครัวเดียวกัน' เลย...หลังจาก...หลังจากที่...คุณแม่...เสีย..." เธอกลั้นใจเอ่ยคำพูดเหล่านั้นออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนจะลงท้ายอย่างรวดเร็ว "ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้พบกับพี่..."

เอลาซัลนิ่งอึ้งไป เขาดีใจที่เธอให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้...แต่ในขณะเดียวกันก็ปวดใจขึ้นมาว่าเด็กสาวเหมือนกับต้องอยู่อย่างอ้างว้างเพียงลำพังตัวคนเดียวแบบนี้มาตลอดอย่างนั้นหรือ

ชายหนุ่มนึกขึ้นมาได้ว่าเด็กสาวไม่เหมือนกับเขา...ที่เลือกที่จะปลีกตัวออกมาอยู่กับความอ้างว้างในทีแรกเอง แต่เธอเป็นคนที่จำเป็นต้องอยู่กับความอ้างว้างมาตลอดทั้งที่ไม่ได้ต้องการเลย

แซฟไฟร์ยังคงเอ่ยต่อไปอย่างแผ่วเบา

"คนในครอบครัวเดียวกันสำคัญกับฉันมากกว่าการมีอัศวินอีกนะคะ ฉันอยากให้พี่เป็นพี่ชายของฉัน...ไม่ใช่เป็นอัศวินของฉันอย่างที่สภาอยากให้เป็น ฉันอยากได้ความผูกพันแบบพี่น้องมากกว่า...เพราะว่าถ้ามีใครซักคนรักฉันในฐานะผู้หญิงคนนึง...เขาอาจจะเปลี่ยนใจแล้วทิ้งฉันไปสักวันก็ได้ แต่พี่ชายจะไม่เป็นอย่างนั้น...สายใยความเป็นพี่น้องจะยังคงอยู่ไปตลอด...ไม่มีวันเลือนหายไป...เป็นความผูกพันที่มั่นคง...และทำให้เรามีความสุขกับมันไปได้นานตราบชั่วชีวิต"

เอลาซัลยิ่งตะลึงงันกับคำพูดนั้น...กับมุมมองของโลกกับความสัมพันธ์ระหว่างคนสองที่ทั้งเป็นได้ทั้งความจริงและอุดมคติ...ทั้งมองโลกในแง่ร้ายและใสซื่อบริสุทธิ์ เขาได้แต่หวนคิดว่า...ช่างน่าขำเสียจริงที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปในทางที่ท่านหญิงไดอาน่าคาดหมายไว้...ทว่าในขณะเดียวกันกลับเป็นมากกว่าที่เธอคาดคิด ตอนนี้เขาเป็นคนสำคัญของแซฟไฟร์...เป็นคนที่เธอรักแต่ไม่ใช่ชายที่เธอรัก เพราะเขาเป็นคนเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปในใจของเธอ และก่อนที่เธอจะรักใครสักคนแบบชายหญิงได้...ช่องว่างนั้นก็ต้องถูกถมให้เต็มเสียก่อน

แต่จะอย่างไรในยามนี้เธอก็ยังเด็กเสียเหลือเกิน...

เพื่อให้เด็กสาวรู้สึกดีขึ้น ชายหนุ่มจึงได้ยิ้มให้เธอก่อนจะพูดว่า

"พี่ว่าเราคงต้องขอบคุณสภานะ ถึงจะไม่ตั้งใจแต่พวกนั้นก็ทำเกิดเรื่องดีๆ ขึ้นมา ถึงความสัมพันธ์ของเราจะไม่เป็นไปตามที่พวกนั้นอยากให้เป็นก็เถอะ"

แซฟไฟร์ยิ้มออกมาเช่นกัน

"ค่ะ...ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ถึงแม้ว่า..." เธอกลับมาเลื่อนลอยอีกครั้ง "พี่เรวานเช่กับท่านหญิงจะเป็นเหมือนคนในครอบครัวของฉันเหมือนกัน...แต่พี่เป็นคนที่พิเศษที่สุดเลย"

เอลาซัลรู้สึกได้ถึงสายใยอันบอบบางแต่อบอุ่นที่ผูกพันทั้งสองเข้าด้วยกัน...แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาไม่สบายใจขึ้นมา ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกว่าเขาไม่เคยมีความสำคัญกับใครขนาดนี้มาก่อนเลย...อย่างน้อยก็หลังจากที่แม่ของเขาเสียไป

นอกจาก...เขาคิด...กับอเล็กซานดร้า แต่เค้าก็ดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องยึดติดกับฉัน ทำให้ฉันยังมีอิสระของตัวเองอยู่...ถึงเราสองคนจะผูกพันกันก็ตาม

แล้วก็...อีกเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น...กับเพิร์ล...เพิร์ลที่ไม่เหมือนอเล็กซานดร้าแต่เหมือนแซฟไฟร์มากกว่า แต่ก็ยังไม่เหมือนกับแซฟไฟร์เพราะว่า...

ความคิดนั้นถูกเขาสลัดไปในทันที เขาไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนี้ให้มากนัก เพราะมันอาจจะทำให้เขาเป็นกังวลมากกว่าคำพูดของแซฟไฟร์เสียอีกก็ได้

ชายหนุ่มพูดขึ้นเบาๆ

"แย่จังที่แซฟไฟร์ยังไม่ได้พบกับองค์หญิง องค์หญิงอาจจะเป็นคนที่เข้ากับแซฟไฟร์ดีที่สุดก็ได้"

เด็กสาวเลื่อนสายตาลงมองทะเลเบื้องล่างอีกครั้ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงเบาพอกัน

"ถ้าได้พบกับอเล็กซ์กับองค์หญิงอีกครั้ง ฉันก็อยากจะทำความรู้จักกับพระองค์เหมือนกันค่ะ บางทีถ้าพวกเราอยู่ด้วยกันได้ทั้งหมดก็คงดี"

ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงค่อนข้างอ่อนใจ

"ซึ่งพี่คงต้องกล่อมเอสเมอรัลด้าแทบแย่กว่าเค้าจะยอม"

เด็กสาวรู้สึกได้ถึงความอิดโรยในน้ำเสียงของอีกฝ่าย และเธอก็รีบเงยหน้าขึ้นลอบมองสีหน้าของเขาโดยไม่ให้รู้ตัว เธอนิ่งเงียบไปอีกครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นในทันใด

"พี่เอลาซัลคะ"

ชายหนุ่มหันมามองเธอด้วยสายตาเป็นเชิงถามเมื่อรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของเด็กสาวเปลี่ยนไป เธอก้มหน้าลงอีกครั้ง

"พี่คิดจะรอ...พวกจูมิจากในเมืองใช่มั้ยคะ" เธอถาม "รอให้พวกเค้ามาพาเรากลับบ้าน"

ชายหนุ่มแปลกใจกับคำถามตรงๆ อย่างนี้ แต่เขาก็ยอมรับความจริงในทันที

"คงใช่ พวกเธอมีกันหลายคนเหลือเกิน แซฟไฟร์ แล้วพี่ก็กลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าพี่ปกป้องทุกคนไม่ได้..."

ชายหนุ่มมองไปทางเกลียวคลื่นสีน้ำเงินใสกับประกายระยับบนพื้นน้ำในแสงแดด แต่ความรู้สึกของเขาก็ไม่ได้สงบและสบายเหมือนตอนที่เขาเดินท่องไปอย่างสดชื่นเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาอีกแล้ว

"พี่..." เขาพูดช้าๆ "พี่กำลังคิดว่าบางทีอเล็กซานดร้าอาจจะช่วยพี่ได้...อย่างน้อยก็หวังว่าเค้าจะยอมช่วย"

แต่เรื่องที่พี่กลัวมากที่สุด...เขาแอบคิดอยู่ในใจ...คือนอกจากจะไม่ช่วยแล้วเค้ายังจะ...

ชายหนุ่มย้อนกลับมาพูดเรื่องเดิมอีกครั้งเพื่อจะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องชวนกังวล

"แต่พี่อยากให้เธอรู้จักกับองค์หญิงฟลอริน่าจริงๆ นะ" เขาย้ำ "เค้าเป็นเหมือนกับพี่สาวของพี่ แล้วก็คงจะเป็นเหมือนพี่สาวของเธอเหมือนกันนะแซฟไฟร์"

จู่ๆ ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาก่อนจะเสริม

"สงสัยเรวานเช่จะพูดถูกนะ...หมู่นี้พี่ชอบรับใครๆ มาเป็นพี่สาวน้องสาวซะจริง"

แซฟไฟร์พยักหน้า

"รู้สึกว่าเมื่อเช้าเค้าก็พูดทำนองนี้กับฉันเหมือนกัน"

เอลาซัลยักไหล่

"พี่ว่าพี่เข้ากับผู้หญิงดีกว่าผู้ชายล่ะมั้ง" เขาว่า "ก็แค่พี่รู้สึกสบายใจกว่าเวลาอยู่กับผู้หญิง หลังจากที่อยู่กับพ่อที่คิดแต่จะให้พี่เป็นทหารที่แข็งแกร่งที่สุดมาตลอด พี่ก็เริ่มเกลียดสิ่งที่ตัวเองต้องเป็น...เกลียดอะไรที่ผู้ชายคิดว่าสำคัญ พี่เลยไม่คิดจะไปแก่งแย่งแข่งขันกับใครให้ตัวเองเด่นขึ้นมา แต่กลายเป็นว่ากลับมีคนยอมรับพี่เพราะเห็นว่าพี่ทำอะไรที่พวกเค้าชื่นชมแล้วอยากทำได้บ้าง" ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงราบเรียบไม่ใส่ใจนัก "แต่เป็นเพราะพ่อ...พี่ถึงได้รู้สึกไม่ค่อยอยากอยู่กับพวกนั้นเท่าไหร่"

"แล้ว...อเล็กซ์ล่ะคะ" แซฟไฟร์ถาม "พี่รู้มาแต่แรกหรือเปล่าว่าเค้าไม่ใช่ผู้ชาย...พี่เลยสนิทกับเค้า"

"ตอนแรกพี่ยังคิดว่าเค้าเป็นเด็กผู้ชาย" เอลาซัลตอบ "พี่ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรเค้ามากจนมารู้ว่าเค้าเป็นผู้หญิง...หลังจากรู้จักกันได้ประมาณเดือนนึง จากนั้นพี่ถึงได้สนใจเค้าขึ้นมาจริงๆ เพราะว่าเค้าเป็นคนที่...เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยก็คงได้ พอมารู้อีกทีพี่ก็ได้เค้าเป็นเพื่อนแท้คนแรกไปซะแล้ว แล้วพี่ก็เลยได้รู้ว่าการพูดคุยกับผู้หญิงง่ายแค่ไหน...อย่างน้อยก็ผู้หญิงแบบเค้า เพราะเค้าทำตัวเหมือนผู้ชายมาก ที่สนิทกันคงเป็นเพราะเค้าพูดกับพี่ได้ทั้งแบบผู้ชายกับผู้หญิงล่ะมั้ง"

ชายหนุ่มหยุดนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"แต่ถึงอย่างนั้น...อเล็กซ์ก็ไม่ใช่คนที่จะเข้ากันได้ง่ายๆ เลย จนได้พบกับองค์หญิงฟลอริน่านี่แหละพี่ถึงได้รู้สึกว่าพี่ชอบเพื่อนผู้หญิง เวลาอยู่กับเพื่อนผู้หญิงพี่จะรู้สึก...สบายใจอย่างประหลาด คงเป็นเพราะองค์หญิงช่วยระงับอารมณ์ของอเล็กซานดร้าได้ล่ะมั้ง หรือบางที..."

เอลาซัลต่อหลังจากนึกขึ้นได้อีก

"พี่อาจจะรู้สึกสบายใจกว่ากับผู้หญิงเพราะพวกเค้าไม่เรียกร้องอะไรจากพี่เหมือนกับพวกผู้ชายก็ได้" เขายักไหล่ "พวกเค้าพร้อมที่จะยอมรับพี่ที่เป็นอยู่นี่มากกว่า"

ชายหนุ่มมองไปทางแซฟไฟร์พร้อมกับยิ้ม

"แซฟไฟร์คงเคยได้ยินข่าวลือเรื่องพี่มาก่อนสินะ"

เด็กสาวเข้าใจความหมายของเขาในทันที สีหน้าของเธอเรื่อขึ้นมาน้อยๆ ขณะที่เสมองไปด้วยท่าทางสำนึกผิด

"ค...เคยค่ะ เรื่องที่พวกเค้านินทากัน...ต...แต่ฉันไม่ได้ชอบนินทานะคะ..." เธอรีบพูดขึ้น "แต่อเมทิสท์กับมาริน่า...พวกเค้าชอบเอาเรื่องคนอื่นมาพูด...ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน ฉัน...ฉันก็เลยได้ยินเรื่องพี่...กับ..."

เด็กสาวเงียบไปพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำ

เอลาซัลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

"เรื่องพี่กับใครล่ะ อเล็กซ์ แบล็คเพิร์ล หรือแอมเบอร์"

เด็กสาวสบตากับเขา

"พี่เอลาซัลรักท่านหญิงจริงๆ หรือเปล่าคะ"

ชายหนุ่มก้มหน้าลง กับแซฟไฟร์แล้วเขากลับรู้สึกสบายใจ ไม่ได้ละอายเหมือนกับเวลาที่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้กับคนอื่นๆ อาจเป็นเพราะเด็กสาวไม่ได้มองเขาด้วยสายตาเหมือนกับจะตัดสินเป็นทำนองว่า 'ต้องใช่' เหมือนกับไดอาน่ากับคนอื่นๆ กระมัง

"ไม่รู้สิ" เขาตอบ "พี่ว่า...พี่อยากเข้าใกล้แบล็คเพิร์ลเพราะว่า...เค้ามี...มีอะไรซักอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่นล่ะมั้ง เค้าทั้งแข็งแกร่ง ไม่ยอมใคร ไม่ยอมมอบความรักให้ใคร พี่ว่าเค้าคงไม่เคยรักใครเลยด้วยซ้ำ..."

ชายหนุ่มเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง

"พี่ก็เลยอยากได้ความรักจากเค้า" เขาพูดต่อในที่สุด...ยอมรับความจริงที่ตนเองรู้ดีมานาน "พี่อยากให้มีใครซักคนรักพี่...รักอย่างแรงกล้า...รักแบบอยากครอบครอง...อยากเก็บคนที่รักไว้กับตัวเพียงคนเดียว...อย่างที่แบล็คเพิร์ลจะรักได้ถ้าเพียงแต่เค้าจะรักใครสักคน พี่อยากได้ความรักแบบนั้นจากเค้า แต่พี่ก็ยังโกรธที่รู้ว่าตัวเองไม่มีทางได้รับรักแบบนั้น...แล้วอายที่ความรู้สึกนี่ยิ่งทำให้พี่ยึดติดกับเค้ามากกว่าเดิม พี่ก็เลยพาลโกรธเค้า...ทั้งๆ ที่ไม่มีเหตุผลเลย พี่เองต่างหากที่ทิ้งความรู้สึกที่มีต่อเค้าไปไม่ได้ เรื่องนี้พี่คงโทษใครไม่ได้จริงๆ นอกจากตัวเอง..."

"มีคนบอกว่า บางครั้งความปรารถนาจะกลายเป็นจริง...แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นหรอก" เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นด้านหลังทั้งสอง

เอลาซัลจำโทนเสียงประชดของเรวานเช่ได้ในทันที เขาหันไปมองเธอก่อนจะตอบห้วนๆ

"คงงั้นมั้ง"

เรวานเช่ก้าวมาระหว่างเอลาซัลกับแซฟไฟร์

"นี่แม่หนู ขอที่หน่อยสิ" เธอพูดอย่างร่าเริง "เขยิบไปข้างๆ นิด...เอ้อ...อีกนิดหนึ่ง แต่อย่ามากไปนะเดี๋ยวจะตกน้ำไปซะก่อน นั่น...นั่นแหละดีแล้ว"

หญิงสาวนั่งลงระหว่างทั้งสอง ก่อนที่เอลาซัลซึ่งนึกขำขึ้นมานิดๆ จะพูดขึ้น

"ทำอย่างกับแซฟไฟร์เป็นเด็กไปได้ เค้าน่ะอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ"

"งั้นเรอะ" เรวานเช่ถามเสียงแห้งแล้ง "แล้วที่ว่า 'อายุไม่ใช่น้อยๆ' นี่กี่ปีล่ะ"

เธอหันไปมองแซฟไฟร์ด้วยสายตาเหมือนจะสำรวจให้ละเอียด

"ตอนแรกที่ฉันถามแม่หนูนี่ว่าเค้าอายุเท่าไหร่ รู้สึกจะได้ยินเค้าตอบว่า 'สามสิบ' หรืออะไรทำนองนี้นี่แหละ แต่จู่ๆ เค้าก็รีบแก้ว่าตัวเองอายุสิบแปด อะไรจะพูดผิดไปได้ขนาดนั้นกันนะ"

เอลาซัลปรายตามองแซฟไฟร์ที่นั่งหน้าแดงดูจะตกใจน้อยๆ ก่อนจะตอบอย่างใจเย็น

"แซฟไฟร์ไม่มีทางโกหกหรอก"

"งั้นเรอะ" เรวานเช่ถามพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น "แล้ว นาย อายุเท่าไหร่กันล่ะ"

"แก่กว่าคุณสองเท่าได้มั้งเรวานเช่" เอลาซัลตอบ "ดังนั้นคุณก็ควรจะเคารพความอาวุโสของผมหน่อย"

"งั้นฉันว่า..." เรวานเช่ซักต่อ "แม่เพิร์ลแสนสวยคนนั้นคงอายุร่วมร้อยปีแล้วสินะ"

"ร่วมพันมากกว่าล่ะผมว่า" เอลาซัลตอบ "แต่ผมก็จำไม่ได้แน่ๆ ว่าเค้าอายุเท่าไหร่"

เรวานเช่ถอนหายใจ

"ฉันอยากหน้าเด็กได้แบบนี้ตอนอายุเท่าเค้าจริงแฮะ" เธอเปรย

"เรวานเช่" เอลาซัลพูดกึ่งยิ้ม "ผมอายุยี่สิบสามปีนะ"

"เด็กกว่าฉันอีกแน่ะ" เธอว่า "แล้วตะกี้เราพูดเรื่องรักๆ อะไรกับแซฟไฟร์น่ะ พี่สาวอยู่ตรงนี้แล้ว...มีอะไรก็ระบายกันได้นะจ๊ะ"

หญิงสาววางมือลงบนไหล่เอลาซัลก่อนจะบีบ...ในแบบที่ไม่เหมือนพี่สาวกับน้องชายนัก

"ขอโทษครับ" เอลาซัล "ผมก็บอกแล้วไงเรวานเช่ ว่าคุณเป็นน้องสาว...เอ้อ...พี่สาวผมไม่ได้"

ชายหนุ่มแกะมือของเธอออกจากไหล่

"คงเข้าใจเหตุผลดีนะ"

"นี่จะปฏิเสธฉันเรอะ" เธอถาม

"ปฏิเสธทุกทางครับ" เขาตอบ "ผมกลัวว่าคุณจะทำตัวเป็นอะไรที่มากกว่าพี่สาวผมเข้าน่ะสิเรวานเช่"

เรวานเช่ทำเสียง 'เฮอะ' อย่างไม่พอใจก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยไม่ตอบ

"เอลาซัล" เธอเรียกซ้ำ "ว่ายน้ำเป็นมั้ยน่ะ"

ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเธอคิดจะทำอะไร เลยเลิกคิ้วจ้องมองเธอนิ่งอยู่อย่างนั้นจนหญิงสาวกอดอก

"ว่าไง...เป็นมั้ย"

เอลาซัลยอมแพ้ในที่สุด

"เป็น" เขาตอบ

"แล้วเราล่ะ" เรวานเช่หันไปถามแซฟไฟร์

แซฟไฟร์ที่ได้เอลาซัลช่วยไว้ดูจะหายสับสนแล้ว

"ไม่เป็นค่ะ" เด็กสาวตอบ "ฉัน...ไม่เคยเรียนว่ายน้ำเลย"

"ก็ดีนี่" เรวานเช่เปรย

เอลาซัลมัวแต่หันไปมองแซฟไฟร์ตอนเธอตอบ จนไม่ทันสังเกตเรวานเช่ที่ก้าวหลบไปข้างๆ มายืนอยู่ด้านหลังเขาพอดี และพร้อมกับที่พูดหญิงสาวก็โน้มตัวลงวางมือบนไหล่ของชายหนุ่ม ทำให้เอลาซัลเหลือบมองไปข้างหลัง

"นี่คุณจะ..."

ยังไม่ทันจะพูดจบเรวานเช่ก็ผลักเขาอย่างแรงตอนที่ยังไม่ทันระวังตัวจนเสียหลักร่วงลงน้ำตูมใหญ่

"เพราะว่า..." เรวานเช่ตะโกนไล่หลัง "ถ้าแซฟไฟร์ว่ายน้ำไม่เป็นก็จะได้ว่ายลงไปงมนายไม่ได้ไงเล่าเอลาซัล!"

เอลาซัลทะลึ่งพรวดขึ้นมาเหนือผิวน้ำพร้อมกับสำลัก ก่อนจะพุ้ยน้ำพาตนเองกลับมาเกาะเสาท่าเรือไว้ ชายหนุ่มปาดผมเปียกน้ำที่ย้อยลงมาปิดตาแล้วเงยหน้ามองเรวานเช่ซึ่งยืนกอดอกก้มลงมองอย่างสะใจ ก่อนที่เขาจะแยกเขี้ยวกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง

"ฉันชักจะเปลี่ยนใจไม่อยากเป็นพี่นายซะแล้วสิ" เธอเปรยขึ้น "ตีน้ำตูมๆ ยังกะปลาติดเบ็ดไม่มีผิด ฉันน่ะเกลียดปลาที่สุดเลยรู้มั้ย!!"

พูดจบหญิงสาวก็หมุนตัวกลับเดินไปที่โรงแรมโดยไม่สนใจเขาอีก

แซฟไฟร์ชะโงกหน้าลงจากท่าเรือด้วยสายตาเป็นกังวล

"พี่เอลาซัลไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ!" เธอร้อง

เอลาซัลยังคงเกาะเสาท่าเรือไว้แน่นขณะที่ทำสีหน้าไม่ถูก

"พี่ชักคิดว่า..." ชายหนุ่มเปรยขึ้น "จะออกไปเจอกับนักล่าพลอยข้างนอกหรือจะอยู่ที่นี่ก็อันตรายพอกันสำหรับพี่แฮะ"


เพิร์ลยืนมองผืนฟ้าสีน้ำเงินยามสนธยาอยู่ริมหน้าต่าง เธอไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่าทำไมเอลาซัลถึงพาเธอกลับมาที่ทะเลอีก แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

สิ่งเดียวที่เธอใส่ใจมีเพียงว่า...เอลาซัลไม่ได้ทิ้งเธอไว้ข้างหลังแล้วหลบไปไหนคนเดียวต่างหาก

เธอไม่อยากให้เอลาซัลทิ้งเธอไปเลย...

ความคิดนั้นทำให้หญิงสาวนึกกลัวจับจิต และทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่ใช่ตนเอง แต่เป็นใครอีกคนที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ด้านมืดอันคุกรุ่น...

ใครสักคนเข้ามาหาเธออย่างเงียบๆ...เด็กสาวที่เพิร์ลรู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูกแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใครนั่นเอง

เด็กสาวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วๆ

"อาหารเย็นเสร็จแล้วค่ะท่านหญิง ลงไปทานกันเถอะค่ะ"

เพิร์ลหันมาทางเด็กสาวช้าๆ

"เอลาซัลอยู่ไหน" เธอถาม

"อยู่ข้างล่างค่ะ" เด็กสาวตอบ "เค้าบอกให้ฉันมาเชิญท่านหญิงลงไปน่ะค่ะ"

เพิร์ลจ้องมองเด็กสาวอยู่ครู่หนึ่ง

"เจ้าคือ...คนที่เราจะมาอยู่ด้วยงั้นเหรอ" หญิงสาวถาม "เอลาซัลบอกข้าว่า...เราจะมาอยู่กับใครบางคน"

เด็กสาวพยักหน้า

"ใช่ค่ะท่านหญิง ฉันคือคนที่ท่าน...กับพี่เอลาซัลจะมาอยู่ด้วยค่ะ"

"ทำไมล่ะ" เพิร์ลถาม "ข...ข้า...จำเจ้าไม่ได้เลย"

เด็กสาวลังเลไปครู่หนึ่งเหมือนกับไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีต่อหน้าสายตาของเพิร์ล ก่อนที่เธอจะรีบตอบ

"ท่านหญิงคะ ฉันรู้จักพี่เอลาซัลมานานแล้ว เค้า...เค้าเป็นเหมือนพี่ชายของฉัน ฉันเป็นห่วงเค้ามาก แล้วฉันก็รู้ว่าท่านหญิงเป็นห่วงเค้าด้วยเหมือนกัน ฉันรู้สีกเหมือนกับท่านหญิงเป็นคนในครอบครัวของฉัน...เพราะว่าพี่เค้าก็เป็นเหมือนกับคนในครอบครัวของฉัน ได้โปรดเถอะค่ะท่านหญิง...ฉันรู้...รู้ว่าท่านต้องจำฉันได้แน่"

เธอก้าวเข้ามาใกล้เพิร์ลก่อนจะกุมมืออีกฝ่ายไว้

เพิร์ลทอดสายตาเลื่อนลอยลงมองมือของทั้งสองที่เกาะกุมกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชักมือของตนออกช้าๆ โดยไม่พูดอะไร แล้วหันกลับไปทางหน้าต่างอีกครั้ง

"เอลาซัลจะทิ้งข้าไปไม่ได้..." เธอเอ่ยกับภาพของมหาสมุทรสีมืด "...จะทิ้งข้าไปหาใครไม่ได้..."

"ฉันเข้าใจค่ะ" เด็กสาวตอบ "พี่เอลาซัลไม่มีวันทิ้งท่านหญิงหรอกค่ะ ฉันรักพี่เอลาซัลมากก็จริง...แต่ก็ไม่ใช่ความรักแบบนั้น พี่ไม่มีทางทิ้งท่านหญิงแน่ค่ะ พี่เค้าจะดูแลพวกเราทั้งสองคน แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพี่เอลาซัล..."

เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงเหมือนจะพูดกับตนเอง

"ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี...ถ้ามีใครทำร้ายเค้า..." เธอประสานสองมือเข้าด้วยกันแน่น "ฉันเป็นห่วงเค้ามากนะคะท่านหญิง..."

เพิร์ลหันมามองเด็กสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ถ้ามีใครทำร้ายเอลาซัล..." หญิงสาวเอ่ย

"...ถ้ามีใครทำร้ายเอลาซัล...

"ข้า...

"จะ...

"ฆ่า...

"มัน..."


Author's Comment: ความปรารถนาเป็นความจริงแล้วใช่มั้ยคะ! (คำพูดของนักเขียนที่ปั่นตอนใหม่ให้นักอ่านได้ดูต่อ)

ฉันอดไม่ได้ที่จะใส่บทพูดจากนิยายของออสการ์ ไวลด์ไปน่ะค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเอลาซัลมี 'ดวงตาสีฟ้าลึกล้ำ' อยู่ด้วย ส่วนคำพูดที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับชื่อตอนคือ 'ความฝันของวีรบุรุษลุกโชนเป็นสีฟ้าโชติช่วง ขณะที่บรรดาผู้คนหลับใหลชั่วนิจนิรันดร์' จากเพลง "The Wanderer of Time" ของ Final Fantasy: Pray (ที่ฉันบังเอิญฟังอยู่ในตอนที่ตรวจทานบทนี้น่ะค่ะ) ฉันยังฟังเพลงของ FFIV: Celtic Moon เพื่อหาประโยคเหมาะๆ สำหรับตอนหน้าด้วย ซีดีทั้งสองชุดเป็นเพลงประกอบเกมที่เรียบเรียงใหม่ได้ดีที่สุดที่เคยฟังเลยค่ะ

ฉันเจออุปสรรคขนานใหญ่ของนักเขียนเข้าในตอนนี้ล่ะค่ะ คือตอน "บทสนทนา" นั้นเอง ดูมันแห้งๆ ห้วนๆ ยังไงก็ไม่รู้ ฉันไม่ชอบเท่าไหร่เลย สงสัยคงเป็นเพราะมันทำให้ฉันคิดว่าฉันละเลยหน้าที่เล่าเรื่องไปเยอะตอนที่มัวไปอ้อยอิ่งกับบทบรรยายทะเลระยิบระยับ กับทุ่งหญ้าฤดูร้อน กับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว กับดอกไม้ต่างๆ นานา ที่ฉันชอบใส่เข้ามากินเนื้อที่เรื่องน่ะสิ

แต่จริงๆ แล้วฉันพอใจกับบทบรรยายที่ออกมาในภาค 3 นะคะ ฉันคิดว่าเนื้อเรื่องกับบทบรรยายที่ยิ่งยาวไปกว่าเดิมคงดำเนินต่อไป (ตามประสาแฟนฟิคยาวๆ ที่ฉันรู้จากประสบการณ์ตัวเองน่ะค่ะ) แต่นี่เป็นแรงบันดาลใจของฉันนะคะ แล้วบทบรรยายช่วงนี้ฉันว่าดีกว่าภาค 2 มากจริงๆ (ทุกบทยกเว้นบทนี้น่ะค่ะ)

แล้วพวกเจ้าของโรงแรม บาร์เทนเดอร์กับละละละนี่ก็ช่วยได้มากจริงๆ ในเรื่องนี้

Translator's Comment: ความปรารถนาเป็นความจริงแล้วใช่มั้ยครับ! (คำพูดของนักแปลที่ปั่นตอนใหม่ให้นักอ่านได้ดูต่อ)

ผมว่าส่วนตัวแล้วผมชอบตอนนี้นะครับ มีทั้งบทสนทนาที่ทำให้เข้าใจความในใจของเอลาซัลกับแซฟไฟร์ ขำนิดๆ กับเอลาซัลป๋อมแป๋ม แล้วก็อึ้งกับเพิร์ลตอนท้ายด้วย (ผมชอบแปลบทพูดนะ ยอมรับเลยว่าบทบรรยายแปลให้สละสลวยยากมาก ^^;;;)



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานแห่งเผ่าจูมิ ตอนที่ 19 : ภาคที่ 3 - เพิร์ล / บทที่ 5 - สีฟ้าโชติช่วง / ครึ่งแรก - หลากอารมณ์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 94 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android