Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 8 : ได้รับโอกาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 หลังจากที่รามเช็ดตามร่างกายให้บลูเสร็จ เขาก็กำลังจะเปิดประตูเพื่อเดินออกไปนอนข้างนอก บลูที่มองตามทุกการกระทำตั้งแต่แรกก็เรียกเอาไว้เสียก่อน

“มึงจะไปไหน”

“ไปนอนข้างนอกครับ”

“ดีเนอะ... เอากูเสร็จก็ทิ้งกูเลย” บลูแสยะยิ้มถาม

“ไม่ใช่ครับ ผมกลัวคุณจะนอนไม่สบาย” รามเดินกลับมาที่เตียงก่อนจะนั่งลงอธิบาย

“กูมีเวลาให้มึงแค่ก่อนวันจะกลับไทย” บลูเอ่ยออกมาขณะเอามือก่ายหน้าผาก

“หมายถึง...” รามมองไปที่คุณบลูของเขาอย่างแปลกใจ

“อือ...รักกูไม่ใช่หรือไง...ลองทำเหมือนกูเป็นคนรักของมึงดู...ไม่แน่กูอาจจะรักมึงขึ้นมาบ้างก็ได้” บลูเอามือออกและหันมามองรามนิ่ง ๆ รามยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะจับมือของเจ้านายขึ้นมาจูบที่ปลายนิ้วเบา ๆ

“กูไม่เคยเห็นมึงยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย” ชายหนุ่มเอ่ยออกมา ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง บลูพูดตามความจริงเพราะปกติรามชอบทำหน้าเรียบเฉยเหมือนพวกไม่มีความรู้สึก ชายหนุ่มเพิ่งจะเคยเห็นรอยยิ้มบอดี้การ์ดก็วันนี้นี่แหละ

“โอ๊ย!!! เจ็บฉิบหาย” บลูร้องออกมาขณะที่กำลังขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง

“เจ็บ มากไหมครับ” รามรีบเข้ามาช่วยพยุงบลูให้ลุกขึ้น

“เจ็บดิ...” แต่เขาไม่ยอมเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวหรอก คราวหน้าเขาจะเอาคืน บลูค่อย ๆ ยิ้มและหันหน้าไปมองรามนิ่ง “คราวหน้าตามึง...เดี๋ยวมึงก็รู้” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นที่ไม่ได้จริงจังนักแต่คล้ายการคาดโทษเสียมากกว่า

“งั้นเหรอครับ” รามยิ้มบาง ๆ

“เออ” บลูเอ่ยออกมาขณะหยิบบุหรี่มาคาบไว้ ก่อนรามจะจุดไฟให้เจ้านายหนุ่ม ขณะที่ตอนนี้ทั้งคู่เดินมาอยู่ที่ริมกระจกตรงระเบียงแล้ว

“มึงเลิกทำเหมือนเป็นเลขากูสักที” บลูเอ่ยขึ้นมาขณะพ่นควันสีเทาฟุ้งไปในอากาศ รามหันมามองเลิกคิ้วข้างหนึ่งเชิงไม่เข้าใจ

“กูให้เวลามึงแล้วไม่ใช่เหรอ... แต่มึงก็ยังทำตัวเป็นเลขากู? ” บลูหันมาเลิกคิ้วถามอย่างกวน ๆ ก่อนจะอัดบุหรี่เข้าปอดไปอีกครั้ง

รามยิ้มออกมาก่อนจะหันมาโอบกอดร่างของเจ้านายจากทางด้านหลัง บลูจึงแสยะยิ้มออกมาเบา ๆ ชายหนุ่มไม่เคยคิดว่าจะชอบผู้ชายมาก่อน ชีวิตก็เคยมีแต่ผู้หญิงเข้ามาตลอด แต่ก็น่าแปลกใจที่ตัวเองก็ไม่ได้รังเกียจอ้อมกอดของคนด้านหลัง คนที่เขาเห็นว่าเป็นเพื่อนและอยู่เคียงข้างกันมาตลอด

“ขอบคุณนะครับ”

“อือ”

หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก รามยังคงกอดร่างของบลูเอาไว้นิ่ง เพียงแค่ได้รับโอกาสขนาดเท่านี้ก็ดีมากแล้ว เพราะไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้กอดคนตรงหน้าขณะที่เขารู้สึกตัว ที่ผ่านมาก็ได้แต่แอบทำมาโดยตลอด แม้รู้ว่ามันเหมือนพวกโรคจิตที่ทำกับคนหลับแบบนั้น แต่ก็พยายามหักห้ามใจแล้ว พยายามแล้วจริง ๆ เหมือนอย่างเช่นตอนนี้เขาก็พยายามแล้วด้วยเหมือนกัน

“อะไร...ของมึงเนี่ย” บลูเอ่ยเสียงขึงขังที่อยู่ ๆ คนข้างหลังก็หอมแก้มของเขาเต็มแรง

“ก็คุณเป็นแฟนผมแล้วนี่ครับ” รามพูดออกมาราวกับกำลังละเมอ

“แต่ก็ไม่ใช่ว่ามึงจะมาหอมกูแบบนี้ไง” ก็อย่างที่บอกว่าเขาไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน จะมาทำอะไรแบบนี้มันก็รู้สึกแปลกอยู่เหมือนกัน มันไม่ชิน

“ทราบแล้วครับ” เขาต้องให้เวลาคนตรงหน้าได้ปรับตัวเพราะคงยังอยู่ในช่วงสับสน

 

 

ทั้งสองคนตื่นแต่เช้า หลังจากนั้นรามชวนเจ้านายไปหาอะไรกินกันข้างนอก บลูก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเห็นว่าอยู่อีกตั้งหลายวันอยู่แต่ในโรงแรมคงก็ดูไม่น่าสนุกสักเท่าไหร่ จึงยอมให้บอดี้การ์ดพาออกมาข้างนอก อีกทั้งตนได้ให้โอกาสอีกคนไปแล้วและเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่ารามจะทำได้ดีสักแค่ไหน

“ที่ไหนของมึงเนี่ย” บลูเอ่ยถามขณะที่รถตู้ของทางโรงแรมจอดสนิท เขามองไปรอบ ๆ

“เดี๋ยวก็รู้ครับ” รามไม่ยอมตอบ เขาเปิดประตูลงมาก่อนจะรอให้เจ้านายที่ค่อย ๆ ขยับตัวตามลงมา ชายหนุ่มมีอาการเจ็บ ๆ อยู่บ้างและดูเหมือนจะเดินไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นัก

“เจ็บมากไหมครับ” รามเอ่ยถามขณะจะเข้าไปช่วยพยุง

“ไม่ต้อง กูเดินเอง” บลูรีบบอกเสียงเข้ม “ไม่ต้องมาทำกับกูเหมือนกูอ่อนแอ...” น้ำเสียงหงุดหงิดไม่ชอบใจเท่าไหร่นักบอกออกมา

“ขอโทษครับ...ผมแค่เป็นห่วง” รามเข้าใจดีว่าคุณบลูหมายถึงอะไร เขาจึงบอกยิ้ม ๆ

“ไม่ต้องเสือกมาอ่อนโยนกับกู...” เขามองหน้ารามนิ่งก่อนจะพูดต่อ “ถ้าคราวหลังมึงกลัวกูเจ็บ...มึงก็ทำเบา ๆ ดิวะ” บลูเอ่ยออกมาอาจจะไม่ทันได้คิด แต่ทำเอาคนฟังยิ้มไม่หุบเพราะเอาแต่คิดไปไกลแล้ว

“ครับ...ผมจะทำเบา ๆ” รามเอ่ยออกมาเบา ๆ ราวกับละเมอ

ก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าไปด้านในรามให้คนขับรถตู้พามาที่นองปิง เขาอยากใช้เวลาทุกวินาทีให้คุ้มค่าเพราะเขาไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่

บอดี้การ์ดหนุ่มให้เจ้านายนั่งรอก่อนเขาจะไปยืนต่อแถวเพื่อซื้อบัตร และหลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็เข้ามาอยู่ในกระเช้าแบบไพรเวทเรียบร้อยแล้ว บลูดูไม่ค่อยสนใจทัศนียภาพอันงดงามรอบข้างเท่าไรนัก แต่รามกลับดีใจที่เจ้านายยอมขึ้นมาแถมยังไม่บ่นหรือโวยวายอะไรสักคำ

“คุณบลูเบื่อหรือเปล่าครับ” รามเอ่ยถามขึ้นขณะที่ทั้งสองเอาแต่นั่งเงียบคนละฝั่ง รามเองก็ยังทำตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ทำได้แค่ไหน แค่ที่เขาถือวิสาสะพามาโดยไม่ได้ถามความเห็นก่อนนี่ก็ไม่รู้ว่าเจ้านายจะโอเคหรือเปล่าเลย

“ไม่...แล้วนี่มันจะพาไปไหน” บลูหันไปมองรอบ ๆ มีแต่ยอดเขาที่มีแต่ต้นไหม ส่วนด้านล่างก็เป็นแม่น้ำ แต่ดู ๆ แล้วก็ผ่อนคลายดี

“ข้างบนมีวัดครับ...” บลูเลิกคิ้วเป็นเชิงถามพากูมาวัดเนี่ยนะ แต่พอรามเห็นแบบนั้นจึงพูดต่อ “เพราะคุณบลูให้โอกาสผมก็เลยอยากลองพามาเดทดู”

เมื่อคืนนี้หลังจากที่คุณบลูหลับไปแล้วเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชหาข้อมูลการท่องเที่ยว เพราะตัวเองก็ไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่เมื่อคุณบลูให้โอกาสเขาแล้วเขาก็ควรรับมันถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

“อือ...ตามใจมึงละกัน” บลูบอกยิ้ม ๆ ก่อนหยิบแว่นตาขึ้นมาสวม ไม่รู้ว่าเพราะแสงแดดที่กระทบผิวน้ำทำให้แสบตาหรือว่าเขาพยายามเก็บซ่อนอะไรอยู่กันแน่

“อีกยี่สิบห้านาทีก็ถึงแล้วครับ”

“อือ” สายตามองวิวของเกาะทะเลจีนใต้พลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืนไปด้วย เขาคิดถูกหรือเปล่าที่ทำแบบนี้ กำลังให้ความหวังอีกคนทั้ง ๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้

เพราะด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง ทั้งครอบครัวและสังคม อีกทั้งเขาเองก็ยังไม่คิดที่จะรักใคร แต่เพราะว่าเขามันเห็นแก่ตัวเกินไป แค่ให้มึงอยู่ใกล้ ๆ ช่างหัวอนาคตแล้วกัน บลูคิดในใจ

กระเช้ามาจอดด้านบนพอดี ทั้งคู่เดินลงมา ก่อนรามจะให้เจ้านายเดินนำไปก่อนเหมือนเคย จนบลูต้องหยุดรอให้รามเดินมาเทียบเคียง

“เดทบ้านมึงเขาเดินตามหลังกันเหรอ”

“ครับ” รามตอบรับก่อนจะยิ้มออกมา และจับมือของบลูเอาไว้

“ประเจิดประเจ้อนะมึง” บลูเอ่ยขึ้นแต่ก็ไม่ได้สะบัดมือออก เขาปล่อยให้อีกคนเดินจับมือของตนเองอยู่แบบนั้น รามพาเจ้านายเดินผ่านผู้คนมาเรื่อย ๆ ดีนะที่มาฤดูใบไม้ผลิทำให้อากาศไม่ร้อน แถมยังมีสายลมพัดเอื่อยอยู่แทบจะตลอดเวลา

“พากูมาไหว้พระเนี่ยนะ” บลูพูดยิ้ม ๆ เขาหมดคำพูดกับบอดี้การ์ดของตัวเองจริง ๆ หน้าอย่างเขาเหมาะกับการเข้าวัดทำบุญที่ไหนกัน

“ครับ ถือว่ามาเที่ยวนะครับ”

“เออ ๆ” เขาจะพูดอะไรได้ล่ะพามาถึงที่ขนาดนี้แล้ว

หลังจากนั้นรามก็พาบลูเข้าวัดนั้นออกวัดนี้จนครบไปทั่ว บลูเองก็เริ่มรู้สึกสนุกมากขึ้น เพราะปกติคนแบบเขาไม่ได้เข้าวัดทำบุญอะไรอยู่แล้ว มาแบบนี้ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ

“คุณบลูนั่งตรงนี้นะครับ” รามเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองเดินลัดเลาะตามทางเดินมาเกือบสิบห้านาทีได้ ทั้งคู่มาถึงเสาไม้สัจธรรมสามสิบแปดต้น ที่บนเสาทุกต้นจะมีเลขแปดและสลักจารึกอักษรจีนเป็นบทสวดของนิกายมหายานด้วย

“เดินโคตรไกล” บลูบ่นออกมาอีกครั้งหลังจากเดินลงมาจากวัด แต่ก็ยอมนั่งตรงที่รามบอกแต่โดยดี

“เมื่อยเหรอครับ” รามเอ่ยถามและลงมานั่งใกล้ ๆ

“กูเจ็บ...กูบอกมึงไปแล้ว”

“เอ่อ ขอโทษครับ... งั้นเดี๋ยวผมไปซื้อน้ำมาให้ คุณบลูนั่งรออยู่นี่แล้วเดี๋ยวเราค่อยกลับกัน” รามเอ่ยขึ้นและเดินออกไปทันที

ชายหนุ่มรู้สึกผิดขึ้นมา เขามัวแต่ห่วงความสุขของตัวเองและลืมนึกถึงความรู้สึกของอีกคนไป จริง ๆ วันนี้เขาควรให้คุณบลูพักผ่อน ไม่น่าพาออกมาเลย รามคิดอย่างรู้สึกผิดขณะเดินตรงไปที่ร้านขายของข้างหน้า

”เอ่อ...คุณคนที่อยู่วิคตอเรียหรือเปล่าคะ” เสียงพูดถามเป็นภาษาจีนกลางเอ่ยขึ้นทางด้านหลังแต่รามก็ไม่ได้สนใจ แต่เพราะรู้สึกถึงแรงสะกิดที่ด้านข้างก็เลยต้องหันไปมอง และเขาก็ต้องแปลกใจเพราะเป็นหญิงสาวที่เขาคาดว่าไม่น่าจะรู้จักกัน

“พูดกับผมเหรอครับ” รามหันกลับมาถามเป็นภาษาจีนกลางเช่นกัน

“ใช่ค่ะ จำฉันไม่ได้เหรอคะ เราเดินชนกันที่วิคตอเรีย” หลังคำตอบของหญิงสาวรามก็พยายามนึก อ๋อ!! เขาจำได้แล้ว แล้วเธอมาทักเขาอีกทำไม รามคิดในใจ

“ครับ” หลังจากนั้นรามก็นึกออก เขาจึงยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เข้ามาทักเฉย ๆ งั้นไปล่ะนะคะ” รุ้งลดาเห็นว่าอีกคนดูเหมือนจะอึดอัด เธอจึงรีบขอตัวเดินออกไปก่อน เอาไว้ถ้ามีโอกาสหน้าแล้วได้เจอกันอีก...เธอจะไม่ปล่อยไปแบบนี้อีกแล้ว

บลูที่เดินตามหลังมาก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่ที่ผู้หญิงคนนั้นมาสะกิดหลังของราม เขาก็เลยเลือกที่จะยืนดูอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้เดินเข้าไปหา เพราะเขาอยากรู้เหมือนกันว่าลับหลังแล้วรามทำตัวอย่างไร

“รอยยิ้มของมึง...มันสาธารณะ” บลูพึมพำก่อนจะแสยะยิ้ม บอกไม่ได้เหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปหา

“อ้าว คุณบลูเดินมาทำไมครับ” รามที่เห็นว่า บลูกำลังเดินมาทางตนเองจึงรีบเดินเข้าไปหา

“กูอยากกลับ...แต่ถ้ามึงยังไม่อยากกลับมึงจะตามเธอไปก็ได้นะ...กูอนุญาต” พูดจบก็เดินเลยรามออกไปทันที ปล่อยให้บอดี้การ์ดหนุ่มมองตามหลังอย่างไม่เข้าใจ

แต่พอนึกดูดี ๆ คุณบลูคงมาเห็นเรื่องเมื่อกี้แน่ ๆ รามจึงรีบวิ่งไปจับมือของบลูเอาไว้

“คุณกำลังเข้าใจผิด”

“กูอยากกลับ กูเหนื่อย” บลูค่อย ๆ หันมามองก่อนจะกระชากแขนกลับ

รามถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินตามหลังบลูไปเงียบ ๆ และหลังจากที่ขึ้นรถแล้วทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา

..................................................

มาแล้วๆๆๆ ขอโทษนะคะที่ให้รอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น