Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 6 : มึงมีอะไรจะบอกกูไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 รถมาจอดที่หน้าโรงแรมของไคในเวลาต่อมา รามที่ลงจากรถก่อนก็เดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้บลูทันที

เอกสารพร้อมไหมบลูเอ่ยถาม

พร้อมครับรามตอบเสียงราบเรียบ บลูพยักหน้านิดหน่อยขณะกำลังติดกระดุมเสื้อสูท

ทั้งสองเดินเข้ามาด้านในโดยมีคนของไคมารอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว และพาพวกเขาเดินเข้ามาที่ด้านใน ก่อนจะเชิญให้นั่งในห้องอาหารที่เป็นส่วนตัวและดูเหมือนว่าเอาไว้สำหรับลูกค้าที่ต้องการคุยงานโดยเฉพาะ

บลูมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างชื่นชม ที่นี่บรรยากาศดีทีเดียว ถึงว่าทำไมเฮียเขาถึงอยากให้ทัวร์มาลงที่โรงแรมของคุณไคนัก ทั้งบรรยากาศดีและทำเลดีมาก ๆ นี่เอง ด้วยเพราะอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ อีกทั้งตัวตึกของโรงแรมตั้งหันหน้าเข้าสู่อ่าววิคตอเรีย ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบด้าน

แถมที่นี่ยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวและนักช้อป เพราะอยู่ไม่ไกลจากแหล่ง

ช้อปปิ้งและจุดท่องเที่ยวหลายจุด เขาจะต้องทำให้ได้เพราะเฮียกำชับมาว่าต้องได้ และถ้าทำได้เฮียจะเพิ่มโบนัสให้เขาอย่างงาม บลูคิดในใจ

ขอโทษที่ให้รอนะครับไคที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยทักแขกผู้มาเยือน บลูลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อมาจับมือกับไค ก่อนทั้งสองจะก้มหัวให้กันนิดหน่อย

ไม่เป็นไรครับ...ผมก็เพิ่งมาบลูตอบแบบยิ้ม ๆ แล้วนั่งลงหลังจากที่ไคผายมือ

ไม่เจอกันนานเลยนะครับไคเอ่ยถามบลูก่อนจะยิ้มให้เขา

จริง ๆ แล้วทั้งสองเคยเจอกันเมื่อครั้งยังเด็ก โดยครอบครัวของทั้งสองทำธุรกิจร่วมกันมานานแล้ว อีกทั้งเหม่ยหลิงแม่เลี้ยงของไคยังเป็นเพื่อนกับคุณพราวแม่ของบลูอีกด้วย แต่เหมือนบลูเองจะจำไม่ได้เพราะตอนนั้นยังเด็กมาก คงมีแต่ไคที่จำได้เพราะไคโตกว่าบลูอยู่สองสามปีได้ และดูเหมือนว่าเพราะความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเลยทำให้การเจรจาในวันนี้ไม่เชิงเป็นทางการเสียทีเดียว บรรยากาศก็เลยสบายๆ

ครับ...เอ่อคุณแม่ฝากของมาให้ด้วยครับหลังจากบลูผู้จบรามก็หยิบของที่หิ้วมาจากเมืองไทยส่งให้

ขอบคุณนะครับ น้าพราวสบายดีนะไคยังคงชวนคุย เพราะดูแล้วคนตรงหน้าไม่ค่อยได้เจรจาธุรกิจบ่อยเท่าไหร่นัก สังเกตได้จากสีหน้าที่ออกจะเป็นกังวลเล็กน้อย

คุณแม่สบายดีครับ... เคยเจอคุณแม่บ่อยเหรอครับบลูถามอย่างแปลกใจ เพราะถึงขนาดเรียกน้าแล้วก็คงจะสนิทสนมพอประมาณ

เมื่อก่อนก็บ่อย...มากับลุงวิเศษ แต่ดูเหมือนเดี๋ยวนี้จะไม่ค่อยได้มานานมากแล้วล่ะไคตอบก่อนจะยิ้มบาง ๆ

คุณพ่อไม่ค่อยว่างนะครับ ท่านเดินทางบ่อย ช่วงหลังมานี้ก็ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน

ธุรกิจเยอะซินะ

ประมาณนั่นแหละครับ...เอ่อ เดือนหน้าขอเชิญคุณไคมางานเปิดกาสิโนที่มาเก๊าด้วยนะครับบลูว่าก่อนรามจะหยิบการ์ดเชิญส่งให้เจ้านาย

ได้ยินจากเฮียบอมมาบ้าง...ขอบคุณนะครับไคเอ่ยถึงอีกคนอย่างสนิทสนมยิ่งทำให้บลูแปลกใจเข้าไปใหญ่ แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

ครับ เพราะเราจะเปิดกาสิโนเลยอยากหาโรงแรมไว้รองรับเวลาทัวร์ลงครับ เลยอยากได้โรงแรมที่มีทำเลเหมาะ ๆ ที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว และเดินทางไปไหนมาไหนสะดวก ไม่ใช่ว่าจะมีแค่ทัวร์กาสิโนอย่างเดียว เผื่อมีคนร่วมทริปที่ไม่ชอบพนันจะได้พักผ่อนอย่างอื่นได้เมื่อเห็นว่าโอกาสมาถึงบลูก็เข้าเรื่องธุระที่ต้องการทันที บลูลอบสังเกตไคเป็นระยะ

แต่เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ได้พูดอะไรทั้งยังตั้งใจฟังบลูเลยพูดต่อ “เฮียคงเล็งเห็นว่าโรงแรมของคุณไคอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวแถมยังอยู่ติดอ่าววิคตอเรีย อีกทั้งยังมีท่าเรือจอดเรือยอชต์และบรรยากาศก็ดี ซึ่งมันเหมาะมาก ๆ ครับไคแอบชื่นชมบลูอยู่ในใจเพราะคนตรงหน้าฉลาดพูดไม่น้อย แถมยังพูดแบบไม่ติดขัดอะไรเลย เหมือนว่าทำการบ้านมาเป็นอย่างดี

ผมก็ว่ามันเหมาะดีครับ เพราะลูกทัวร์ที่มาก็มีแต่ระดับวีไอพี ดีซะอีกช่วงโลว์ซีซั่นโรงแรมจะได้ยอดจากทัวร์ที่จะไปลงที่กาสิโนไคคิดว่าดีเหมือนกันเพราะช่วงโลว์ซีซั่นโรงแรมทุกที่คนจะน้อยลงมาก

แต่โรงแรมของเขาก็ไม่ถึงกับกระทบอะไรเพราะยอดจองเต็มเกือบตลอดทั้งปี แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าปล่อยห้องให้ว่างเปล่า ๆ

ไคหยิบเอกสารที่บลูส่งให้ขึ้นมาอ่าน และเขาก็ต้องชื่นชมอีกครั้งเพราะชายหนุ่มตรงหน้าเตรียมเอกสารได้ละเอียดรอบคอบ แทบไม่มีจุดไหนที่จะต้องถามเลย

ไหนเฮียบอมบอกว่าไม่เอาไหนไงวะ ไคคิดในใจ เพราะก่อนที่คนตรงหน้าจะมาเขาได้รับสายจากเฮียบอมบอกว่าจะส่งบลูมาเพราะอยากให้สะสมประสบการณ์ และจริง ๆ แล้วเรื่องทัวร์เขาเซ็นสัญญาไปแล้ว

ผมต้องเซ็นตรงนี้ใช่ไหมครับไคเอ่ยถาม เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อเวลาในเมื่อเอกสารฉบับจริงถูกเซ็นไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งคนตรงหน้าก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไรแถมยังทำได้ดีเลยทีเดียว

ใช่ครับบลูตอบก่อนจะยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างเกร็ง ๆ

ทำไมมันง่ายจัง ง่ายเหมือนรู้รายละเอียดอยู่แล้ว ทั้งที่ตอนก่อนมาเฮียบอมขู่แทบตายว่าสำคัญมากต้องเจรจาให้สำเร็จให้ได้ แต่แบบนี้ดูเหมือนมันจะง่ายเกินไป

บลูตวัดสายตาดูนาฬิกาที่ข้อมือ สิบนาที เขาเพิ่งมานั่งได้สิบนาทีก็เจรจาสัญญามูลค่าเป็นสิบ ๆ ล้านได้ โดยที่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากพูดเรื่องครอบครัว

จริง ๆ เฮียไคไม่ต้องเซ็นก็ได้นะครับ ในเมื่อเอกสารฉบับจริงคงอยู่ในมือเฮียบอมแล้วสรรพนามใช้เรียกเปลี่ยนไปเมื่อบลูปะติดปะต่อเรื่องจนเข้าใจ

เอ่อ...ต้องขอโทษด้วยครับไคตอบก่อนจะยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างจริงใจ เพราะเฮียบอมขอร้องอะไรที่ไม่เข้าเรื่อง จริง ๆ เขาก็ไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่อยากจะขัด นี่เขาคงเล่นละครไม่เนียนเลยทำให้คนตรงหน้าจับได้ และไม่รู้ว่าจะโกรธหรือเปล่าเพราะดูจากสีหน้าจะตึงไปในทันที

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ต้องขอโทษเฮียเหมือนกันที่ทำให้เสียเวลาไคตอบยิ้ม ๆ

ไม่หรอกครับ ดีซะอีกเราก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว เผื่ออนาคตมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน แล้วอีกอย่างหม่าม้าต้องดีใจแน่ ๆ ครับที่ได้ของฝากจากน้าพราว บลูไม่ต้องคิดมากหรอกนะจริง ๆ แล้วทั้งสองครอบครัวค่อนข้างจะสนิทกันในระดับหนึ่ง เพราะทำธุรกิจมาด้วยกันหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่จะห่าง ๆ กันไปก็รุ่นของเขานี่แหละ แต่เขาก็ค่อนข้างจะสนิทกะเฮียบอมเพราะเฮียบอมมาที่นี่บ่อย

เอางี้ ไหน ๆ ก็มาแล้วพักที่นี่ไหมจะได้เที่ยวด้วย เห็นเฮียบอมบอกว่ามาตั้งเป็นอาทิตย์บลูไม่แปลกใจอะไรอีกแล้ว ทุกอย่างกระจ่างหมดในทันทีที่ไครู้ว่าเขามากี่วัน

ก็ดีครับ ไหน ๆ เฮียก็หลอกให้มาขนาดนี้แล้ว และดูเหมือนงานที่มาเก๊าก็คงจะหลอกอีกเหมือนกัน... งั้นก็ปล่อยเฮียทำงานไปคนเดียวเลยละกันครับบลูยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้ไคเมื่อนึกไปถึงหน้าพี่ชายของตนเอง อยากหลอกเขาดีนักอย่างนั้นก็ปล่อยให้จัดการงานส่วนของเขาไปด้วยแล้วกัน และนี่แหละคือนิสัยของบลู เจ้าคิดเจ้าแค้น ทำมาทำกลับไม่โกง

งั้นตามสบายเลยนะ เดี๋ยวเฮียให้เด็กจัดห้องให้บลูสองห้องละกันไคยิ้มแหย ๆ ส่งให้

ไม่ครับ...ห้องเดียวพอบลูบอกแทบจะทันที แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รามแปลกใจอะไร เพราะปกติเวลาไปต่างประเทศส่วนมากก็พักห้องเดียวกันอยู่แล้ว

โอเค ๆ นั่งรอก่อนแล้วกันนะ เดี๋ยวเฮียให้เด็กมาตามไคตบบ่าของบลูทีหนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้รามขณะที่รามก็ก้มหัวให้ตอนที่ไคเดินผ่านและเดินออกไป

มึงรู้ใช่ไหม...ไอ้รามบลูกัดฟันกรอดหันมาถามทันที ว่าแล้วทำไมพี่ชายเขาให้มากันแค่สองคนไม่มีบอดี้การ์ดคนอื่น ๆ มาด้วย เพราะว่ามีคนของไคอยู่ทุกทีและคงคอยดูแลเขาไว้อยู่ห่าง ๆ นี่เอง เขารู้ได้ไงอะเหรอ ถามเฮียไคดีกว่ารู้ได้ไงก่อนว่าเขาอยู่กี่วัน

รามไม่ตอบได้แต่ก้มหน้านิ่ง บลูเลยเดาได้ไม่ยากว่าอีกคนต้องรู้ เพราะถ้าไม่รู้รามจะพูดออกมา และที่ไม่พูดคงเพราะไม่อยากที่จะโกหก

ขอโทษครับรามตอบนิ่ง ๆ

มึงก็เหมือนเฮียและก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่มองว่ากูไม่ได้เรื่อง เลยมาลองใจกูแบบนี้บลูพูดกับรามเสียงราบเรียบ ขณะมือของเขากำแก้วน้ำเปล่าไว้แน่นจนรามเกรงว่ามันจะแตกคามือ

ไม่ใช่นะครับ คื...รามยังไม่ทันได้พูดจบผู้จัดการโรงแรมก็เดินเข้ามาซะก่อน และพาคนทั้งสองขึ้นไปยังห้องด้านบนทันที แถมพอเข้ามาแล้วบลูเห็นกระเป๋าสองใบมารอไว้เสร็จสรรพก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่

หึ เตรียมพร้อมเลยนะมึงตอนแรกก็แปลกใจเพราะตอนออกมาบอดี้การ์ดเขาเก็บของซะเรียบร้อย ไอ้เขาก็นึกว่าเพราะกลัวของหายเลยไม่อยากทิ้งเอาไว้ ที่ไหนได้...คงจะมีแค่เขาอยู่คนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

บลูไม่พูดอะไรอีก หลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้องที่เป็นส่วนของห้องนอนทันที ปล่อยรามให้ยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องนั่งเล่นเพราะไม่รู้จะไปไหนหรือจะทำอะไรดี ห้องนอนที่นี่ก็มีเพียงแค่ห้องเดียวแถมเจ้านายก็โกรธปิดประตูปึงปังไปแล้ว

รามที่นั่งรออยู่ในห้องสักพักแล้วไม่เห็นทีท่าว่าอีกคนจะออกมา เขาก็เลยไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อจากนั้น จึงเดินลงมาข้างล่างเพื่อออกไปสูดอากาศและดูดบุหรี่ เขาเดินมาเรื่อย ๆ อย่างผ่อนคลายก่อนจะนั่งลงแถวหอนาฬิกาจิมซาจุ่ย

ชายหนุ่มนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยรวมถึงเรื่องของบลูด้วย เพราะสองสามวันมานี้ชายหนุ่มทำตัวแปลก ๆ จนเขาเอาใจไม่ถูก

ถึงแม้จะดูเอาแต่ใจและอารมณ์ร้ายเหมือนปกติแต่รามรู้ว่ามันไม่ปกติ เพราะชายหนุ่มทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปซะหมดจนเข้าหน้าแทบไม่ติด รามพยายามนึกหาสาเหตุว่าอะไรถึงทำให้เจ้านายเป็นแบบนี้ แต่ยิ่งนึกเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าเขาก็คิดไม่ออก

 

 

รามนั่งอยู่ตรงนั้นนานพอสมควร สายลมที่พัดเอื่อย ๆ ในฤดูใบไม้ผลิทำให้เผลอนั่งจนเพลิน มารู้ตัวอีกทีก็เพราะแสงไฟและเสียงดนตรีกว่าสี่สิบตึกเปิดขึ้นพร้อมกันเป็นจังหวะตามท่วงทำนองของดนตรี นี่เขาคงนั่งอยู่ตรงนี้นานมากเพราะโชว์ซิมโฟนีเริ่มขึ้นแล้ว รามมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางคนมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาจนเบียดเสียด

นี่เรานั่งเพลินขนาดนี้เลยเหรอวะ รามคิดในใจ เพราะตอนที่ตนออกมาจากโรงแรมยังมีแสงแดดสาดส่องอยู่เลย เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงรีบกลับไปที่โรงแรมทันที เผื่อคุณบลูตื่นมาแล้วจะไม่เจอเดี๋ยวได้โมโหตนเองอีกแน่ ๆ แต่เพราะความรีบจนเกินไปทำให้ชายหนุ่มไม่ทันได้ระวังเดินชนกับร่างบางเข้าเสียก่อน

โอ๊ย!” หญิงสาวเองก็ไม่ทันระวังเพราะมัวแต่ถ่ายรูปทำให้เดินถอยหลังมาเรื่อย ๆ จนชนเข้ากับรามจนเกือบจะล้ม ดีที่ชายหนุ่มดึงเธอได้ทัน

ขอโทษครับ” รามเอ่ยขอโทษเป็นภาษาจีนกลางออกไปทันที ก่อนจะปล่อยมือออกจากแขนของเธอ

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ทันระวัง ขอโทษด้วยค่ะ” หญิงสาวก็ตอบกลับมาเป็นภาษาจีนเช่นกัน

ขอตัวก่อนครับ” รามเอ่ยขึ้นแล้วเขาก็เดินออกไปทันที ปล่อยให้หญิงสาวมองตามตาไม่กะพริบ ก่อนบอดี้การ์ดของเธอจะเข้ามา

คุณรุ้งเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” จอมบอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอเอ่ยขึ้น เพราะคำสั่งที่ให้อยู่ห่าง ๆ อีกทั้งคนเยอะเบียดเสียดทำให้เขาเข้ามาไม่ทัน

ไม่เป็นไรค่ะ เรากลับกันเถอะ” รุ้งลดาตอบออกไปทันที เธอคงไม่มีอารมณ์ที่จะดูต่อแล้วล่ะ

เพราะทันทีที่เธอได้สบตากับผู้ชายคนที่เธอเดินชนเมื่อกี้มันก็ทำให้เธอหัวใจเต้นแรงและไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลย

เขาทั้งหล่อ รูปร่างสูงดูแข็งแรง และเมื่อกี้ตอนที่เธออยู่ในอ้อมแขนของเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“จะได้เจอกันอีกไหมนะ” รุ้งลดาพึมพำออกมาเบา ๆ

รามเดินกลับเข้ามาในโรงแรมในเวลาต่อมา ภายในห้องยังคงเงียบและมืดสนิท เขาจึงเดินไปยังห้องนอนเพื่อดูว่าเจ้านายตื่นหรือยัง แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเพียงแสงไฟสีส้มเรืองรองจากโคมไฟ ที่กระทบและเข้ากันได้ดีกับผนังและม่านสีทองอ่อน ๆ

บลูนั่งอยู่ที่เก้าอี้นวมตัวเล็กข้าง ๆ เตียง ใบหน้าหล่อเหลาเหม่อมองออกไปด้านนอกที่มีทิวทัศน์ของวิวอ่าววิคตอเรีย แต่ดูเหมือนว่าแสงไฟหลากสีสันสวยงามไม่ได้ช่วยให้เขาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย บลูยังคงไม่สนใจคนที่เข้ามาใหม่ เขายกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นกระดกจนหมดอีกครั้งก่อนจะเทมันลงไปใหม่

รามเดินเข้ามาด้านในก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ อย่างรู้สึกผิด เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องรู้สึกผิด อาจจะเป็นเพราะเขาละเลยหน้าที่ล่ะมั้ง

คุณบลูตื่นนานแล้วเหรอครับ... หิวไหมครับรามพยายามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ

มึงไปไหนมาบลูถามเสียงเรียบแต่ก็ไม่ได้หันมามองหน้าของรามเลยแม้แต่น้อย ในมือของเขาถือแก้ววิสกี้ก่อนจะวนไปวนมาระหว่างรอคำตอบ

ออกไปดูดบุหรี่ข้างล่างมาครับรามตอบตามความจริง แต่เหมือนจะเพลินไปหน่อยเลยทำให้เขาลืมเวลา เขาพูดต่อในใจ

บลูเค้นหัวเราะออกมา เขากระดกวิสกี้ในแก้วจนหมดอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้น พาร่างโอนเอนเดินเข้ามาหาราม แต่พอรามเห็นอีกคนเหมือนจะล้มเขาจึงจะเข้าไปประคอง

“ปล่อยกู” บลูบอกก่อนจะสะบัดแขนตัวเองออกจากอ้อมแขนของราม แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่อยากปล่อยจึงทำให้บลูออกแรงสะบัดอีกครั้ง ก่อนจะผลักรามออกไปชนเข้ากับกำแพงอีกด้าน

“มึงมีอะไรจะบอกกูไหม” บลูถามขึ้นเขาจ้องหน้าของรามนิ่ง

“ไม่มีครับ”

“หึ!! งั้นกูจะถามมึงเอง...มึงชอบกูใช่ปะ” บลูเอ่ยถามก่อนจะเดินเข้าไปประชิดตัวและบีบคอของรามเอาไว้

“...” รามไม่ตอบได้แต่มองหน้าของบลูและจ้องตานิ่ง ๆ

กูเกลียดสีหน้าของมึงวะ...ตอบกูมา!” บลูตะคอกใส่บอดี้การ์ดอย่างโมโห เขาโมโหให้กับความนิ่งเฉยไม่ยินดียินร้ายอะไรเลยสักอย่าง ยิ่งเห็นรามไม่ยอมพูดเท่าไหร่เขาก็ยิ่งโมโห

“...”

ตอบกูมาดิวะ!” บลูตะคอกใส่อีกครั้งก่อนจะออกแรงบีบแรงขึ้น แต่เอาจริง ๆ มันก็ไม่แรงเท่าไหร่หรอกเพราะบลูเมามากแล้ว

คุณเมามากแล้วนะครับรามพูดออกมาราบเรียบแบบเดิม เขามองจ้องไปที่ใบหน้าของบลูที่แดงก่ำ

หึ... งั้นมึงแอบหอมแก้มกูทำไมวะ...มึงทำทำไมคำพูดของบลูทำเอารามอึ้งไป เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าอีกคนจะรู้ตัว

รามก้มหน้าลงในทันที เขาไม่ควรเลยจริง ๆ เขาไม่ควรทำแบบนั้นเพราะเขามันไม่คู่ควร

มึงมันก็แค่พวกขี้ขโมยและฉวยโอกาส ไอ้รามบลูพูดออกมาในที่สุด เขาบีบคางของรามให้เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะมองจ้องตาเขม่น

ผมขอโทษครับ” รามพูดออกมาอย่างรู้สึกผิด

มึงแค่พูดออกมา พูด!!” บลูยังคงไม่ยอม เขาเลื่อนมือลงมาบีบคอของรามอีกครั้งด้วยความโมโหที่ดูเหมือนจะปะทุขึ้นมาเรื่อย ๆ

พอเถอะครับ คุณเมามากแล้วนะครับรามพยายามดึงมือของบลูออกจากลำคอตัวเองเบา ๆ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล แต่ชายหนุ่มก็ไม่กล้าที่จะออกแรงเยอะเพราะกลัวว่าเจ้านายจะเจ็บ

มึงก็บอกมาดิวะ บอกมาว่า...มึง...ชอบ...กูบลูตะคอกใส่อีกครั้งก่อนจะเน้นย้ำทีละคำใส่หน้า รามเองก็พยายามรวบรวมสติก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ มองสบตาของบลูด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

ผมรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้...ผมรู้ตัวเองดีครับรามพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล เขามองสบตาของเจ้านายเพื่อบอกความรู้สึกทั้งหมดที่มี ทำไมเขาจะไม่อยากบอกล่ะ ว่าเขารักและเทิดทูนคนตรงหน้ามากแค่ไหน แต่เพราะรู้ไงว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็เลยต้องเก็บซ่อนเอาไว้

มึงก็แค่พูดออกมา...บลูกัดฟันแน่น ตอนนี้เขาเริ่มโมโหสุด ๆ แล้ว มือที่บีบคอของรามอยู่เริ่มสั่นเทา ก่อนมันจะเคลื่อนมาที่คอเสื้อของรามแทน

ผมรักคุณครับรามพูดออกไปในที่สุด บลูไม่รอช้ากระชากคอเสื้อรามเข้ามาก่อนจะประกบปากลงไปทันที

รามได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะจูบตอบ ก่อนบลูจะจิกรั้งผมของรามอย่างแรงเพื่อหวังให้รามเจ็บจะได้รับจูบของตนเอง

แต่ดูเหมือนรามจะไม่รู้สึกสะทกสะท้านใด ๆ สายตาของเขาฉายแววเจ็บปวดออกมา ก่อนบลูจะผละออกและมองหน้าของรามนิ่งเหมือนเพิ่งได้สติ

อย่าทำแบบนี้เลยนะครับ” รามพูดออกมา เขาไม่อยากให้คุณบลูคิดว่าเขาจะฉวยโอกาสตอนที่คุณบลูเมา เขารักคุณบลูมากกว่าที่คุณบลูคิด และถึงแม้ว่าเขาจะอยากเป็นเจ้าของริมฝีปากนั้นแค่ไหน แต่เขาก็ต้องหักห้ามใจ...

...........................................................

รี้ดพอจะเข้าใจลูกคนเล็กที่เอาแต่ใจและโมโหร้ายใช่ไหมคะ....คุณบลูทำไปเพราะรู้สึกสับสนและยังไม่เข้าใจเขาเลยพยายามหาคำตอบ....

#ทีมพี่ราม #ทีมคุณบลู

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น