Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 53 : ไม่มีทางเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 รามเดินนั่งเครื่องบินกลับมาที่ประเทศไทยในเวลาต่อมา ชายหนุ่มพยายามโทรติดต่อหาบอมหลายครั้งแต่กับติดต่อไม่ได้อีกเลย ชายหนุ่มพยายามตั้งสติ และตอนนี้ก็กำลังจะผ่าน ต.ม เข้าประเทศโดยใช้พาสปอร์ตที่บอมทำให้ เขาผ่านเข้ามาอย่างง่ายดาย

หลังจากเดินมาถึงทางผู้โดยสารขาออก เขาจับหมวกฮู๊ดคลุมหัว ก่อนจะใส่แมสเพื่อปกปิดใบหน้า ในเมื่อโทรติดต่อบอมไม่ได้ ชายหนุ่มจึงโทรไปหาจอมแทน แต่เพราะจอมติดงานสำคัญอยู่แล้วบอกให้เขารอก่อน เสร็จแล้วจะรีบมาให้เร็วที่สุด

ชายหนุ่มจึงต้องรออย่างเสียไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อ ตอนนี้เขาเหมือนตัวคนเดียวและมองไม่เห็นใครเลยสักคน รามนั่งรออยู่ในสนามบินตรงมุมอับที่มีเสาต้นใหญ่บดบัง เขายกขาขึ้นกระดิกอย่างร้อนใจ แต่ก็ไม่อยากจะเดินไปเดินมาเพราะอาจจะเป็นจุดสนใจ แล้วก็ต้องชะงัก เพราะรู้สึกถึงของแข็งมาจ่อที่กะโหลกศีรษะทางด้านหลัง

“ลุกขึ้นมาช้า ๆ” คนด้านหลังเอ่ยสั่ง ด้วยเพราะตรงนั้นเป็นมุมอับจึงไม่มีใครสนใจ “อย่าตุกติก ยอมไปซะดี ๆ ไม่งั้นกูไม่รับรองความปลอดภัยของคุณบลู” มันเอ่ยขู่ รามจึงหยุดนิ่งจากที่คิดว่าจะหาจังหวะ กับต้องชะงักไว้ก่อน เพราะคิดว่าอาจจะเป็นพวกอื่นที่ได้โอกาสเข้าเล่นงานตระกูลจิระอรรถวรกุล

รามถูกมัดมือมัดเท้าเอาผ้าคลุมที่หัวและถูกจับขึ้นมาบนรถ ชายหนุ่มไม่รู้ว่ากำลังจะไปที่ไหน เพราะมองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง แต่แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป...

 

 

อีกด้านหนึ่ง

ตอนนี้จอมกำลังปรึกษากันกับอัครัฐอยู่ที่คอนโดของชายหนุ่ม หลังจากที่วางสายจากเพื่อนสนิท เขาก็หันมาหาอัครัฐที่มองมาที่ตนเองอยู่ก่อนแล้ว

“ไอ้ราม มันกลับมาแล้ว ให้กูไปรับที่สนามบิน”

“กลับมาก็ดีแล้วทำไมมึงทำหน้าอย่างนั้นวะ” อัครัฐเอ่ยถาม

“มีเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไร คุณบลูกลับมาก่อน” ชายหนุ่มได้ฟังเรื่องคร่าว ๆ จากรามแต่ยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก

“มึงจะไปก่อนก็ได้นะ” อัครัฐเอ่ยบอกเพราะเพื่อนทำสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไร

“ไม่” จอมเอ่ยบอก ไม่ใช่ว่าเรื่องของรามไม่สำคัญแต่ตอนนี้เขามีอะไรที่สำคัญกว่า

อัครัฐให้เขาช่วยส่งคนไปสอดแนมโกดังร้างของวิเศษที่อมตะนคร เพื่อหาหลักฐานสิ่งผิดกฎหมาย ในนั้นมีไม้พยุงที่ถูกลักลอบเข้ามาเป็นจำนวนมาก แล้วตอนนี้หลักฐานก็อยู่ในมือของอัครัฐเรียบร้อยแล้ว

“มึงจะเอาไงต่อ”

“คงต้องขออนุมัติหมายศาลเข้าไปตรวจค้น ขอบใจมึงมากไอ้จอม” อัครัฐอยากทำเองทั้งหมดแต่ก็ไม่สามารถทำเองได้ เพราะคนของวิเศษเยอะไปหมด ไม่รู้ว่าใครอยู่ฝ่ายไหนเขาเลยต้องให้จอมช่วย “ลูกน้องมึงยังไงก็ต้องรับโทษ...แต่กูจะกันไว้เป็นพยาน” ถึงยังไงอาร์เอ็มและซีเคก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองคนได้กระทำผิดหลายอย่าง “รวมถึงเพื่อนมึงด้วย” อัครัฐพูดเสียเรียบ

“แล้วเรื่องพ่อ...มึงจะบอกมันไหม” จอมเอ่ยถาม

“ก็คงต้องบอก...แต่กูไม่รู้ว่าเขาจะอยากคุยกับกูไหม” อัครัฐเอ่ยบอกเสียงเบา คราแรกเขาตั้งใจมารื้อคดีของบิดา โดยเริ่มจากคดีค้าไม้เถื่อนในภารกิจสุดท้ายของพ่อ แต่ไม่คิดเลยว่าพอสืบค้นลึกลงไป เหตุการณ์ทั้งหมดกับมีวิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งในคืนนั้นยังเป็นคนฆ่าพ่อของตนเองและให้ลุงหาของป่าอายุเจ็ดสิบมาเป็นแพะรับบาป

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็เลยเริ่มจับตามองวิเศษอย่างเงียบเชียบ เลยรู้ว่าทำสิ่งผิดกฎหมายหลายอย่างรวมถึงไม้พยุงที่อยู่ในโกดัง และหลักฐานทั้งหมดก็อยู่ในมือของเขาตอนนี้แล้วด้วย

แต่ถึงแม้ว่าตอนนี้หลักฐานเรื่องคดีของพ่อจะยังไม่เพียงพอ อีกทั้งคดีนี้ได้หมดอายุความลงแล้ว มีแค่คำให้การของ ส.ส เจ้าของที่ดินเพียงอย่างเดียวยังไม่ได้หลักฐานอะไรใหม่ ๆ เลยทำให้ยังรื้อคดีไม่ได้ ต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ถึงจะขออนุมัติจากศาลได้

“เอาไว้ถึงตอนนั้นกูจะถามมันให้” จอมเอ่ยบอก ชายหนุ่มเอื้อมมือไปตบที่บ่าของเพื่อนสนิท คล้ายปลอบใจ “แต่ตอนนี้กูต้องไปก่อน” อัครัฐพยักหน้าเพียงนิด มองตามหลังจอมที่เดินออกไปจากคอนโดของตนเอง

เฮ้อ!!! ผู้กองหนุ่มถอนหายใจออกมา เขารู้เรื่องของรามกับลูกชายคนเล็กของวิเศษแล้ว ไม่รู้ว่ารามรู้หรือเปล่าว่าบิดาของคนรักเป็นคนฆ่าบิดาของตนเอง

เขาเกิดก่อนรามประมาณหกปีได้ ในตอนนั้นพ่อเคยช่วยชีวิตแม่ของเขาตอนที่กำลังถูกส่งไปขายที่ชายแดน แต่พ่อมีคนรักอยู่แล้วซึ่งแม่รู้ดี แต่เพราะความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองคนเผลอไปเลยมีเขาขึ้นมา แม่เล่าว่าในตอนนั้นพ่อจะรับผิดชอบแต่เธอกับรู้สึกผิดกับผู้หญิงอีกคนที่มาก่อน เลยไม่ได้เรียกร้องอะไร ทั้งสองจึงอยู่ดูแลกันและกันแบบเพื่อน พ่อมักปรึกษาแม่อยู่เสมอ

และด้วยความที่พ่อของเขาเป็นตำรวจตระเวนชายแดน จึงไม่ค่อยได้กลับกรุงเทพเท่าไรนัก ท่านได้แต่ก็ไป ๆ มา ๆ แต่ก็จะกลับทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ผู้หญิงอีกคนไม่เคยสงสัยหรือระแคะระคายเลย เวลาที่ท่านอยู่เชียงรายก็จะอยู่กับเขาและแม่ พ่อดูแลเราเป็นอย่างดี

จนวันหนึ่งท่านบอกว่าภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายตั้งครรภ์ แต่ด้วยงานที่หนักและอยู่ไกลทำให้ไม่ค่อยได้ดูแลเธอมากนัก แม่เล่าว่าพ่อมาบ่นให้ฟังอยู่บ่อย ๆ ในวันที่พ่อเสียเขาอายุหกขวบแล้ว เขาจำได้ท่านบอกกับเขาว่า กำลังจะไปรับน้องมาอยู่ด้วย ใครจะคิดว่าหลังจากนั้น ท่านจะไม่ได้กลับมาอีกเลย...

 

 

อีกด้านหนึ่ง

บลูลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว คล้ายกับคนเมาค้าง ดวงตาคมกะพริบถี่ ๆ หลายครั้งแล้วมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นสิ่งที่คุ้นเคย เพราะนี่มันคือห้องนอนของตนเองที่บ้านหลังใหญ่ บลูนั่งคิดด้วยความสับสน เขากำลังตั้งสติก่อนจะลำดับเหตุการณ์

“ป๊าหาเราเจออีกแล้วซินะ” ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะนึกสมเพชตนเอง

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูเรียกสายตาของบลูให้หันไปมอง ชายรูปร่างสูงใหญ่เดินย่างสามขุมมาหาเขาด้วยสายตาน่ากลัว

“ป๊า” ยังไม่ทันที่ตนเองจะพูดอะไร มือหนัก ๆ ก็ซัดเข้าที่ใบหน้าของเขาเต็มแรง บลูใช้ปลายลิ้นดันที่กระพุ้งแก้มก่อนแสยะยิ้มแล้วเช็ดเลือดที่ออกตามมุมปาก

“ทำไมไอ้บลู...มองกูอย่างนี้หมายความว่าไง” วิเศษกระชากคอเสื้อของลูกชายขึ้นมาอย่างแรง ชายหนุ่มมองหน้าผู้ให้กำเนิดด้วยสายตาว่างเปล่า

“สมใจป๊าหรือยังครับ...ตอนนี้บลูเจ็บ เจ็บมาก ๆ เลย” เขามองหน้าบิดาด้วยสายตาตัดพ้อ

“ป๊าอยากให้บลูเป็นเหมือนป๊าเหรอครับ...ที่รักใครไม่เป็น” ชายหนุ่มพูดออกไปตรง ๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นบิดาจะเคยรักใครเลยสักคน อีกทั้งเขายังถูกสอนให้นึกถึงแต่ผลประโยชน์ นั่นจึงทำให้ที่ผ่านมาบลูไม่เคยคิดจะรักใคร

“อย่ามาพูดว่ามึงรักมันต่อหน้ากู” วิเศษกัดฟันพูดด้วยอารมณ์โกรธ ยิ่งลูกชายเคยหนีตามกันไปเขายิ่งคับแค้นใจ

“ถ้ามึงยังไม่อยากให้มันตายตอนนี้ มึงก็อย่าคิดทำอะไรเลว ๆ แบบนั้นอีก” ว่าจบก็ปล่อยมือออกจากคอเสื้อของลูกชาย ก่อนจะมองจ้องหน้านิ่ง

บลูเองก็ได้แต่ก้มหน้างุน อย่างครุ่นคิด “ป๊าจับตัวรามไว้เหรอครับ” บลูเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ชายหนุ่มเริ่มเป็นห่วงอีกคน

“กูจะยังไม่ฆ่ามันตอนนี้...แต่ถ้ามึงคิดจะหนีอีก กูฆ่ามันแน่” วิเศษกล่าวเสียงแข็ง

“ป๊า”

“อ้อ...แล้วถ้ามึงอยากให้ไอ้บอมเดือดร้อนไปด้วย มึงก็ลองดู”

“ป๊า!! อย่าทำอะไรเฮียนะ”

“ก็ถ้ามึงยังไม่หยุดสร้างเรื่องอีก คราวนี้มึงสองคนเตรียมตัวได้เลย” วิเศษพูดเสียงแข็ง กัดฟันกรอดทำให้บลูรู้ว่าป๊าของเขาพูดจริง

เสียงโทรศัพท์ของวิเศษดังขึ้นตอนที่เขาหันหลังกำลังจะเดินออกไปจากห้อง

“เออ...เอามันไปไว้ที่โกดัง” เขาตั้งใจพูดให้ลูกชายได้ยิน เพื่อที่จะบอกให้รู้ว่ารามอยู่ในกำมือของเขาแล้ว หลังจากพูดจบวิเศษก็วางสายก่อนจะแสยะยิ้มให้ลูกชายเพียงนิดแล้วเดินออกไป

 

 

อีกด้านหนึ่ง

“บอม” คุณหญิงพราวมาหาลูกชายที่บ้านอย่างร้อนรน

“มีอะไรครับแม่ ใครเป็นอะไร” บอมตกใจรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหามารดา

“น้อง ป๊าลูกจับน้องกลับมาแล้ว” พราวร้อนรนบอกลูกชายคนโต

“ผมทราบแล้วครับ” บอมบอกเสียงเบาอย่างทำอะไรไม่ได้

“รู้แล้วทำไมยังเฉยอยู่อีก”

“ป๊าจับรามมาด้วยครับ” บอมบอกกับมารดาก่อนจะก้มหน้าลง “ป๊าห้ามบอมยุ่งเรื่องนี้อีก...ไม่งั้นทั้งสองคนจะไม่ปลอดภัย”

“แล้วน้องล่ะ น้องปลอดภัยใช่ไหมลูก”

“ผมยังไม่เจอน้องเลยครับ”

“ทำยังไงดีบอม ลูกช่วยสองคนนั้นออกมาได้ไหม”

“แม่...ตอนนี้บอมไม่สามารถทำอะไรได้เลยครับ ป๊าห้ามทุกอย่างและที่น้องโดนจับกลับมาเพราะป๊าดักฟังโทรศัพท์” ชายหนุ่มรู้ เพราะหลังจากที่คุยเสร็จ บิดาก็เข้ามาถึงตัวของเขาแล้ว

“บอมรู้ไหมลูกว่าป๊าจะทำอะไร”

“ไม่ครับแม่...ไม่รู้เลย” บอมตอบตามความจริง “แต่อีกไม่กี่วัน...ป๊าจะไม่อยู่เพราะมีนัดเจรจาค้าไม้กับลูกค้าที่จีน ถึงตอนนั้นบอมว่าป๊าต้องเอาคนไปเกือบหมด”

“งั้นเหรอ” คุณหญิงพราวพูดออกมาก่อนจะครุ่นคิด “แม่จะจัดการต่อเอง...ลูกเข้าไปช่วยน้องนะ”

“แม่ครับ...เดี๋ยวบอมจัดการเองดีกว่า”

“ไม่เป็นไรจ้ะ...ลูกแค่ไปช่วยน้องออกมาก็พอ”

 

 

หลายวันต่อมา

วิเศษเดินทางมาที่โกดังอมตะนครโดยเข้าอีกด้านหนึ่ง ร่างกายสูงใหญ่ก้าวลงจากรถขณะลูกน้องอีกนับร้อยชีวิตอยู่รอบ ๆ โกดัง วันนั้นเขามีนัดส่งไม้พยุงส่งไปสิงคโปร์ เลยทำให้ต้องมีลูกน้องมากกว่าปกติ เพราะเหตุการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก และเมื่อไม่มีวันก่อนก็มีหมายศาลเข้ามาขอค้นที่บ้าน

“ทุกอย่างเรียบร้อยไหม” วิเศษเอ่ยถามคนสนิทขณะเดินเข้ามาด้านใน เขารอแค่ลูกค้ามารับของไปแค่นั้น หลังจากได้เงินเรือก็จะออกทันที

“ของอยู่บนเรือเรียบร้อยแล้วครับ”

“ดี ระวังสุนัขจะได้กลิ่น” ที่วิเศษหมายถึงคงจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่อัครัฐลูกชายของพงษ์เทพ คู่แค้นของตนเอง

เขาให้กรไปสืบเรื่องของอัครัฐโดยละเอียดเมื่อไม่กี่วันก่อน จึงได้ทราบว่ามันเป็นลูกอีกคนของพงษ์เทพ ตอนที่รู้วิเศษถึงกับเดือดดาล คนดีที่ธิดารักนักรักหนา แท้จริงแล้วมันก็เลวไม่ได้ต่างจากตนเองและเขาก็ไม่เสียใจเลยที่ฆ่ามันเองกับมือ

“สั่งคนคุ้มกันแน่นหนาแล้วครับ” กรเอ่ยตอบก่อนจะยืนกุมมือก้มหน้าแบบเดิม

“ดีจัดการให้เรียบร้อยกูจะไปรอด้านใน” วิเศษให้กรเป็นคนจัดการทุกอย่าง เพราะเขาไม่เคยต้องเป็นคนเสี่ยงอยู่แล้ว อีกทั้งเขาหลอกว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ประเทศจีนจึงจะให้ใครเห็นไม่ได้

แอร๊ดดด

วิเศษเดินเข้ามาด้านในช้า ๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวสามขุมเข้ามาอย่างใจเย็น สายตาคมก็จ้องมองคนที่ถูกมัดและถูกซ้อมจนเลือดอาบไม่วางตา มืออวบใหญ่กระชากผมของรามขึ้นมา ก่อนจะมองด้วยสายตาแข็งกร้าว

“ไง สุดท้ายมึงก็ไปไม่รอดอยู่ดี” พูดจบเขาก็สะบัดหัวของชายหนุ่มลงอย่างแรง

“ตอนแรกกูก็กะจะไว้ชีวิตมึงนะไอ้ราม” ร่างสูงใหญ่เดินวนไปวนมารอบ ๆ “อุตส่าห์ให้โอกาสแล้วแท้ ๆ”

“ให้โอกาสเหรอครับ...น่าสมเพชนะว่าไหม” รามแสยะยิ้มตอบ เขาหมดซึ่งความเกรงกลัวคนตรงหน้า หลังจากที่นึกได้ว่ารันเวย์ต้องมาตาย

“มึงว่าไงนะ”

“คุณมันน่าสมเพชจริง ๆ ครับคุณวิเศษ คุณไม่สมหวังกับแม่ของผม...คุณก็เลยมาขัดขวางเรางั้นเหรอครับ”

พลั๊ก

เสียงหมัดหนัก ๆ ต่อยเข้าที่ใบหน้าทันทีที่รามพูดจบ ชายหนุ่มสะบัดหน้าเรียกสติเพียงนิด ก่อนจะถ่มน้ำลายปนเลือดลงบนพื้น สายตาแข็งกร้าวหันมามองวิเศษนิ่ง ก่อนจะยิ้มเย้ยหยัน

“รับไม่ได้เหรอครับ ที่ผมพูดความจริง”

“มึงรู้อะไรไหมไอ้ราม...ตอนที่พ่อของมึงกำลังจะโดนกูฆ่า มันก็ทำท่าทางแบบมึงเลย”

“.....”

“กูบอกมึงไปแล้วไง...ว่ามึงต้องตายด้วยน้ำมือกูเหมือนพ่อของมึง” รามพยายามคิดอย่างสับสน

ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าคนตรงหน้าเคยบอกเขาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในตอนนั้นคุณบลูกำลังอยู่ในอันตรายเขาเลยไม่ได้สนใจฟังมันเท่าไรนัก

“กูจะบอกอะไรให้นะ ปืนกระบอกนี้ไงที่กูยิงมันตัดที่ขั้วหัวใจ”

ในวันนั้นเขารู้ว่ามันจะไปทำภารกิจยึดไม่เถื่อนที่เป็นของเขา แต่จริง ๆ วิเศษเองต่างหากที่เป็นคนวางแผนทั้งหมด โดยการติดสินบนให้ผู้ว่าฯ เอาไม้เถื่อนของตนเองไปไว้ที่โกดัง แล้วเขาก็ให้กรส่งหลักฐานทั้งหมดไปที่กรมตำรวจ

ตอนแรกกะว่าจะจัดการมันซะตั้งแต่ตอนนั้น แต่เกิดผิดแผน คนของเขาอยู่ในนั้นหลายสิบคนเลยทำให้ยังลงมือไม่ได้ แต่คนจะตายยังไงก็ต้องตายอยู่ดี สายของเขาในหน่วยของพงษ์เทพรายงานว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงพงษ์เทพจะเดินทางกลับมาที่กรุงเทพ เพราะภรรยากำลังจะคลอด เขาจึงพาลูกน้องไปดักรอ ก่อนจะจัดการมันด้วยปืนแล้วเผานั่งยางเพื่อทำลายหลักฐาน

หลังจากรามได้ฟัง เขาก็คำรามออกมาเหมือนสัตว์ป่า พยายามดิ้นเพื่อที่จะให้หลุดจากพันธนาการที่มัดเขาเอาไว้

“มึงมันเลว...อย่าให้กูหลุดออกไปได้นะกูจะฆ่ามึง” รามตะโกนใส่วิเศษอย่างเดือดดาล

“มึงไม่ได้รับโอกาสอีกแล้วไอ้ราม”

แกร๊ก

เสียงขึ้นนกดังขึ้นวิเศษจ่อปืนที่หัวของราม ชายหนุ่มเองก็มองคนตรงหน้าอย่างโกรธแค้น และไม่หลบสายตาเลยสักนิด

ปัง

ยังไม่ทันที่วิเศษจะลั่นไกล ก็มีเสียงดังจากด้านนอกเสียก่อน

“เสียงอะไรมึงออกไปดู” เขาสั่งลูกน้องให้ออกไปดูก่อนลูกน้องคนนั้นจะตะโกนกลับมาพร้อมกรที่วิ่งเข้ามาด้วย “ตำรวจเต็มเลยครับ”

“เหี้ยเอ๊ย”

“ไปเถอะครับท่าน ผมเตรียมเรือไว้แล้ว” กรเอ่ยบอกดีที่ตนเองเตรียมการไว้ก่อน เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยจะดีนัก

“หึ ฆ่ากูให้ได้ล่ะ” วิเศษแสยะยิ้ม ก่อนจะบอดี้การ์ดคนอื่น ๆ จะกรูเข้ามาคุ้มกันตนเองให้วิ่งไปทางท่าเรือ รามได้แต่พยายามดิ้นเพื่อหวังจะให้หลุดจากการเกาะกุม

 

 

อีกด้านหนึ่งก่อนหน้า

หลังจากที่ซุ่มรอดูสถานการณ์กันอยู่พักใหญ่ก็มีเรือสินค้าเข้ามาจอดเทียบท่า และหลังจากที่เรือจอดสนิทก็มีชายฉกรรจ์ราว ๆ ยี่สิบ คนเดินลงมาจากเรือก่อนที่จะเริ่มทำการขนของขึ้นบนเรือทันที ซึ่งอัครัฐคิดว่าน่าจะไม่ใช่ไม้พยุงอย่างเดียวแล้วที่ผิดกฎหมาย และเพียงไม่นานก็รถยนต์สีดำขับมาจอดยังจุดที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือมากนัก เมื่อรถจอดนิ่งสนิทก็มีชายรูปร่างสูงโปร่งสองคนก้าวขาลงมาจากรถคันนั้น

“มันมาแล้ว” อัครัฐจ้องมาภาพตรงหน้าไม่วางตา

“ไม่ใช่คุณวิเศษนี่หว่า...นั่นมันไอ้กรคนสนิท” อินทัชเอ่ยบอกเพื่อน “แล้ววิเศษอยู่ไหนหรือว่าจะไปจีนจริง ๆ” ชายหนุ่มสอดกล้องส่องทางไกลไปทั่วแต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของตัวการใหญ่

“กูว่ามันอยู่ด้านใน รามก็ด้วย” อัครัฐตอบ เขารู้ข่าวจากจอมว่าหารามไม่เจอ ก่อนจะรู้เรื่องทั้งหมดจากคุณหญิงพราวในเวลาต่อมา

“ถ้าจับกรได้เราต้องได้ข้อมูลของวิเศษแน่ ๆ ทุกคนเตรียมตัวเป้าหมายหลักคือชายชุดขาว” อินทัชกรอกเสียงไปตามเครื่องมือสื่อสารก่อนจะเริ่มกระชับปืนในมือ ชายชุดดำที่เพิ่งขับรถเข้ามา เปิดกระเป๋าที่ภายในนั้นมีเงินสดอยู่จนแน่น ก่อนจะปิดและยื่นมันส่งให้กับกร

“ทุกหน่วยบุกได้” อัครัฐออกคำสั่งทันที ที่เห็นของกลาง ชายหนุ่มเริ่มขยับออกจากที่ซ่อน มือหนากระชับปืนในมือพร้อมยกมันขึ้นเล็งไปข้างหน้า

ทุกหน่วยเองพอได้ยินคำสั่งให้บุกเหล่าลูกทีมก็เริ่มปฏิบัติการทันที ทั้งหมดบุกเข้าล้อมจับเหล่าคนงานทั้งหมดแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะทุกคนชักปืนออกมาตอบโต้จนเสียงกราดยิงดังไปทั่วบริเวณ

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

“กูจะเข้าไปช่วยราม” อัครัฐเอ่ยบอกก่อนอินทัชจะพยักหน้าเข้าใจ ทั้งสองจึงแยกกันตรงนั้นทันที

อัครัฐจัดการลูกน้องของวิเศษไปหลายต่อหลายคน จนเขาเข้ามาถึงด้านในก็เห็นรามถูกมัดติดกับเก้าอี้ ชายหนุ่มจึงไม่รอช้า เดินเข้าไปหาทันที

“ราม” เขารีบแก้มัดให้ชายหนุ่ม และกำลังจะหยิบกุญแจมือมาใส่ แต่รามกับใช้ทีเผลอผลัก อัครัฐออกก่อนจะหยิบปืนของลูกน้องวิเศษที่ตายอยู่แถวนั้นขึ้นมาถือและหันไปทางผู้กองหนุ่ม

“อย่าเข้ามาคุณตำรวจ” รามมองอัครัฐไม่ว่างตา

ปัง

“บอกว่าอย่าเข้ามา” เป็นเพราะอัครัฐทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้ จึงทำให้รามต้องเล็งปืนไปที่พื้นข้าง ๆ ตัว เพื่อบอกให้รู้ถ้าขยับอีกทีคราวนี้จะเอาจริง

“มอบตัวซะราม โทษหนักจะได้เป็นเบา” อัครัฐพยายามเกลี้ยกล่อม

“ให้ผมฆ่ามันก่อนซิ แล้วผมจะยอมมอบตัว” รามกระซิบบอกก่อนจะเล็งปืนแล้วขยับเข้าไปใกล้ ๆ ตัวของอัครัฐ เขาหยิบกุญแจมือมาคล้องผู้กองไว้กับลูกกรงประตูเหล็ก

“เดี๋ยวก็คงมีคนมาช่วย” ว่าจบชายหนุ่มก็หยิบปืนของอัครัฐและหันหลังวิ่งไปทางที่วิเศษออกไปก่อนหน้าทันที

“รามกลับมา กลับมา โธ่เว้ย” อัครัฐร้องเรียกก่อนจะสบถอย่างหัวเสีย หลังจากนี้เขาคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว รามทำมากเกินไป เขาขัดขวางการจับกุม

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

รามวิ่งไล่ยิงลูกน้องของวิเศษไปตลอดทาง ระยะทางจากโกดังห่างจากท่าเรือส่งสินค้าประมาณหนึ่ง เขาก็จัดการได้ไปหลายคน

 

“โธ่ไอ้อัค” อินทัชที่ตามเข้ามาก็เห็นเพื่อนพลาดท่าถูกขึงอยู่ก็ร้องขึ้น

“อย่าพูดมาก มาช่วยกูก่อน” อัครัฐเอ่ยด่าเพื่อนสนิท “เอาปืนมา” ชายหนุ่มบอกเพื่อนรักเพราะปืนของตนเองรามหยิบเอาไปด้วย

“แล้วไหนอะน้องมึง”

“ตามวิเศษไปแล้ว” อัครัฐบอกเสียงเครียด “ปะ”

“เอ่อ...ให้มันได้อย่างนี้สิ” อินทัชเริ่มจะหัวเสียนิด ๆ แล้วตอนนี้ “ไอ้อัคอีกหน่วยที่บุกไปค้นที่บ้าน บอกว่าไม่เจอใครอยู่นอกจากลูกชายคนกลางกับคนโตและเด็กรับใช้ แต่ทั้งสองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตอนนี้ไปรอมึงอยู่ที่โรงพักละ”

“งั้นเหรอ เขามีลูกชายสามคนไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคุยกันเบา ๆ มือก็ยิงคนร้ายไป วิ่งหลบลูกกระสุนไปด้วย

“เขารายงานว่ามาเจอแค่สองคนวะ”

“อือ” ขอให้ไม่ใช่อย่างที่เขาคิดทีเถอะ อัครัฐขอพรในใจ ชายหนุ่มได้แต่หวังว่าพระเจ้าจะทรงเมตตา

“มึงไปอีกทาง เดี๋ยวกูจะแยกไปอีกทาง” อัครัฐเอ่ยบอกคู่หูอีกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าวิเศษวิ่งไปทางไหน ที่นี่กว้างขวางและใหญ่เกินไป

“ไป ๆ เดี๋ยวกูยิงคุ้มกันให้” อินทัชเอ่ยบอก

ปัง!!!! ปัง!!!! ปัง!!!!

อัครัฐวิ่งฝ่ากระสุนเพื่อตรงไปยังท่าเรือ โดยมีอินทัชกับลูกน้องยิงคุ้มกันให้

 

 

อีกด้านหนึ่ง

รามหยุดหอบหายใจอยู่ข้างตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ เสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ยิงกันให้มั่วไปหมดไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ชายหนุ่มก็กำลังจะเดินออกไป

ปัง!! ใครสักคนยิงมาใส่เขา

ปัง!!! รามจึงยิงสวนกลับไปทันที

ก่อนจะเอามือกุมที่ไหล่ของตนเองที่เลือดอาบ แต่ชายหนุ่มก็แข็งใจ เขาจะชักช้าไม่ได้ ไม่งั้นวิเศษอาจจะขึ้นเรือหนีไปก่อน

 

 

ทางด้านวิเศษเองบอดี้การ์ดของเขาก็เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะยิงสวนกับตำรวจอยู่ตลอดทาง จนเกือบใกล้จะถึงท่าเรือ ก็เหลือแค่กรกับลูกน้องไม่กี่คน

“ท่านไปก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมคุ้มกันให้” ทั้งสองยืนหอบหายใจ ข้างๆ ตู้คอนเทนเนอร์ ที่อยู่ห่างจากสะพานเรือเพียงไม่กี่ร้อยเมตร

“ระวังตัวด้วย” วิเศษเอ่ยบอกก่อนจะวิ่งไปทันที

กรจึงวิ่งหลบไปอีกทางที่มีสะพานท่าเรือเหมือนกันโดยหวังจะหลอกล่อตำรวจให้มาทางตนเอง ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรเย็น ๆ จ่ออยู่ที่หัว

“นายมึงไปไหนแล้ว” รามเอ่ยถามก่อนจะแสยะยิ้ม กรทำท่าจะขัดขืน มือของรามก็เหนี่ยวไกลทันที

ปัง!!! ร่างของกรนอนจมกองเลือดทันที ก่อนรามจะมองซ้ายมองขวาก็เห็นวิเศษที่กำลังวิ่งอยู่บนสะพานอีกอันที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

“กูจะฆ่ามึง” รามตะโกนก้อง และวิ่งตามไปทันที วิเศษจึงหันมามองเพียงนิดแต่ก็ยกยิ้มคล้ายสมเพช รามเห็นแบบนั้นจึงเลือดขึ้นหน้า ก่อนจะวิ่งออกไป แต่ก็ไปไม่ได้ไกล เพราะมีอีกคนมาดักข้างหน้าเสียก่อน

“พ่อ...” บลูถือปืนด้วยมือสั่นเทา คราแรกหลังจากที่รู้ข่าวว่าตำรวจบุกจับที่โกดังเขาก็เลยหนีมาเพราะว่าเป็นห่วงราม แต่ไม่คิดเลยว่าจะเห็นคนรักกำลังไล่ยิงบิดาของตนเอง

“หลบไปครับ” รามกัดฟันกรอดบอกบลูน้ำตาคลอ

“พ่อ...พอเถอะ อย่าทำแบบนี้เลย” บลูเองก็เช่นกัน เขารักชายหนุ่มแต่ก็ยอมให้ฆ่าพ่อของตนไม่ได้เช่นกัน

“คุณก็รู้เขาทำอะไรกับพ่อของผมกับรันเวย์ คุณจะยังให้ผมหยุดอีกเหรอ” รามตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว

“...” ไร้เสียงตอบกลับ มีเพียงหยาดน้ำตาเต็มทั้งใบหน้าของทั้งสองคน แววตาที่ใช้มองกันและกันมีแต่ความเจ็บปวด รามขยับตัวอีกครั้งบลูจึงยกปืนขึ้นมาจ่อไว้

“อย่าบังคับ...ให้กูไม่มีทางเลือก” บลูเองไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี เขารักรามมากแต่ก็ยอมให้รามฆ่าพ่อตนเองไม่ได้เหมือนกัน

“ถ้าคุณอยากให้ผมหยุด...ก็ฆ่าผมสิ” รามเอ่ยบอก เขาโยนปืนทิ้งแล้วนั่งลงคุกเข่าเอาหัวของตัวเอง ติดกับปลายกระบอกปืนที่บลูจ่อมา

“...” บลูมองรามอย่างเจ็บปวด ทำไมเรื่องของเราถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ชายหนุ่มได้แต่คิดอยู่ในใจอย่างรวดร้าว

“ผมบอกแล้วไง...ผมยอมตายเพื่อคุณได้ แต่ถ้าคุณไม่ให้ผมฆ่าเขาคุณก็แค่ฆ่าผม” รามยอมบลูได้ทุกอย่าง แต่จะให้เขายอมปล่อยวิเศษไปเขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

“ระหว่างเรามันไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เหรอ” บลูเอ่ยถามเสียงเบาหวิว มือที่ถือปืนอยู่เริ่มสั่นเทา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน เขาไม่อยากเลือกเลย

รามหลับตาลงก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ บลูเองก็มองบลูผ่านม่านน้ำตาที่กำลังคลอหน่วย

“ยิงมันเลยไอ้ลูกชาย” เสียงของวิเศษตะโกนแล้วกำลังเดินเข้ามาใกล้คนทั้งสองที่อยู่บนสะพานเรือ รามได้ยินก็กัดฟันกรอด เขาลุกขึ้นหยิบปืนและกำลังจะก้าวเดิน

“อย่า” บลูเอ่ยบอกก่อนจะกดปลายกระบอกจี้ไปที่หน้าอกด้านซ้ายของรามแน่น

“งั้นก็ยิงผมสักที” รามพูดเสียงเบาราวกับกระซิบทั้งน้ำตา มือของเขาที่จับปืนอยู่ก็สั่นเทา ก่อนที่รามจะตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่ามีตำรวจวิ่งกรูกันเข้ามา เขาจึงดึงบลูเข้ามาแนบอก ก่อนจะหันตัวเองบดบังและจ่อปืนไปทิศทางนั้น

“หยุด!!! แล้วมอบตัวซะ” ตำรวจนายนั้นเอ่ยบอก ก่อนวิเศษที่เพิ่งเดินเข้ามาจะยิงเปิด

ปัง!! ปัง!!! ปัง!!!

เสียงปืนดังถ้วนทั่วอีกครั้ง รามจึงกดตัวของบลูลง ก่อนจะพาหนีออกไปจากตรงนั้น

ชายหนุ่มหันหลังและดึงกระชากบลูให้วิ่งตาม เขาเห็นแล้วว่าสุดสะพานไม้ตรงข้างหน้ามีเรือสปีดโบ๊ทจอดอยู่

“มาครับ...ออกไปจากที่นี่” รามรีบพูด เพราะบลูพยายามขัดขืน ปากก็ร้องเรียกบิดาที่กำลังยิงตอบโต้กับตำรวจอย่างเป็นห่วง

“ไม่...ป๊า”

“ไปครับคุณบลู” แต่รามก็ยังพยายามที่จะดึงมือบลูให้เดิมตามอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ในใจตอนนี้คิดเพียงอย่างเดียว เขาจะปกป้องคุณบลูแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม

“ป๊าไม่...ทิ้งป๊าไม่ได้” บลูเอ่ยเรียกบิดา ก่อนประโยคหลังจะหันมาพูดกับรามพร้อมสะบัดมืออย่างแรงจนมันหลุดออกในที่สุด บลูวิ่งไปทางบิดา ขณะเดียวกันวิเศษก็หันมาตามเสียงเรียกของลูกชาย ก่อนจะเห็นว่ารามลากบลูไป เขาจึงวิ่งตามก่อนจะเล็งปืนไปที่ชายหนุ่ม

“อย่ามายุ่งกับลูกกู”

ปัง!! บลูมองตามอย่างตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง

“ไม่!!” บลูตะโกนก้อง ก่อนร่างของรามจะถูกยิงจนตกน้ำไป

“ราม...” บลูพยายามจะวิ่งไปคว้า แต่เสียงปืนที่ดังขึ้นอีกนัดเรียกเขาให้หันกลับไปมองเสียก่อน

ปัง!!! อัครัฐที่เพิ่งมาถึงยิงวิเศษเข้าที่หัว ก่อนร่างสูงใหญ่จะร่วงลงนอนจมกองเลือดสิ้นใจในทันที

“ป๊า” บลูรีบวิ่งกลับมาหาร่างไร้วิญญาณของบิดาก่อนจะกอดท่านเอาไว้ ทันใดนั้นตำรวจกูกรูเข้ามาแล้วล้อมชายหนุ่ม ก่อนจะใส่กุญแจมือ...

.......................................

ตอนหน้าก็จบแล้วนะคะ.....ลงให้ติดๆ ก็อย่าลืมคอมเม้นด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น