Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 51 : กันและกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 “รักนะครับ”

หลังจากผละจูบที่หวานซึ้งออกรามก็บอกคนรักด้านบนอย่างนิ่มนวล บลูพยักหน้ารับก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง ริมฝีปากแดงสดบดเบียดลงมาอย่างคุ้นเคยและเริ่มจะเร่าร้อน รามลูบไล้ไปตามแผ่นหลังสอดมือเข้าไปภายใต้เสื้อยืดและถอดมันออก

ร่างกายขาวเนียนเปลือยเปล่าท่อนบนสะท้อนแสงที่สาดมาจากข้างนอก รามเอื้อมมือไปสัมผัสสร้อยรูปวัว แล้วเลื่อนมาลูบไล้ตามลำตัวและหน้าท้องแกร่งของคนที่นั่งทับอยู่ด้านบนช้า ๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น บลูจึงถอดเสื้อของรามออกบ้าง

สองมือขาวลูบไปตามใบหน้าของรามจับให้เชิดขึ้นมารับจูบเร่าร้อนที่ตนกำลังจะปรนเปรอ ชายหนุ่มส่งปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปาก ก่อนจะไล่ต้อนตวัดอย่างโหยหา มือแกร่งลูบไล้ตามแนวกระดูกสันหลังก่อนรามจะเลื่อนมาบีบขย้ำบั้นท้ายกลมกลึงภายใต้กางเกงนอน

CUT

ขอสงวนสิทธิ์เฉพราะ E- Book กับ รูปเล่ม นะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjE1NzI2NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyOTczOSI7fQ

รามก็ยิ้มกว้างก่อนจะก้มหน้าลงบดจูบที่ริมฝีปากของอีกคนอย่างอ่อนโยน

“ฝันดีนะครับ” รามถอนริมฝีปากออกแล้วบอกเบา ๆ ที่ข้างหู บลูปิดเปลือกตาลงก่อนทั้งคู่จะนอนกอดกันแล้วหลับไป คืนนี้คงเป็นคืนที่หลับสนิทและฝันดีที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา

 

 

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องทำงานภายในบ้านหลังใหญ่ ดังขึ้นดึงสายตาคมของคุณวิเศษให้หันไปมองเพียงนิด ก่อนน้ำเสียงทรงอำนาจจะเอ่ย

“เข้ามา” เขาหมุนเก้าอี้หนังตัวใหญ่กลับมาทางหน้าประตู ก่อนนิ้วมืออวบอ้วนจะวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะไม้พยุงราคาแพง

กรชายร่างผอมสูงที่เป็นคนสนิทของวิเศษเดินถือซองเอกสารเข้ามาด้านใน เขาวางมันลงบนโต๊ะก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วยืนกุมมืออย่างนอบน้อม

“ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหารที่อยู่ใกล้โรงแรมที่เราจัดงานในวันนั้นครับ” กรรีบรายงานในทันทีเพราะเจ้านายใหญ่ของเขาหัวเสียในเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว

ลูกชายคนเล็กก็หายเข้ากลีบเมฆเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง ภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่สามารถกู้ข้อมูลได้เพราะเหมือนจะมีคนทำและลบมันอย่างถาวรไปก่อนแล้ว เมื่อเห็นว่าเจ้านายไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่พยักหน้า เขาจึงพูดต่อ

“พวกเขาจอดเรือรอไว้อยู่ก่อนแล้ว อันนี้เป็นภาพที่เราได้มา” กรหยิบภาพจากกล้องวงจรปิดออกจากซองก่อนจะเลื่อนมันให้เจ้านาย

วิเศษเพียงแค่ปลายหางตามอง ไม่มีแม้จะหยิบมันขึ้นมาด้วยซ้ำ ใบหน้านิ่งสนิทของเขาแสยะยิ้ม เมื่อเห็นตราประทับที่ติดอยู่บนกราบเรือ

“หึ ร่วมมือกันซินะ” เขาพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย “ตามดูพวกมันไว้ ดักฟังโทรศัพท์ของไอ้บอมด้วย” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยออกมาแผ่วเบา สายตาคมกริบมองทอดอย่างเย้ยหยันเหมือนหมาป่าที่กำลังจะออกล่าเหยื่อ “พวกมันอยากเล่นเกมกับกูก็ได้เลย”

“ท่านครับแล้วของที่โกดังเอาไงต่อดีครับ” กรเอ่ยถาม ไม้พยุงเถื่อนที่เอามาพักทิ้งไว้ที่โกดังอมตะนครหลายเดือนแล้ว แต่ดูไม่มีทีท่าว่าจะได้ส่งออกสักที ซึ่งนั้นมันเสี่ยงมากเพราะถ้าตำรวจรู้ งานอาจจะเขานายใหญ่ก็ได้เพราะของล็อตนี้เยอะมาก มูลค่าหลายพันล้าน

“มึงก็เห็นตำรวจกวนยังกับอะไรดี” วิเศษตอบเสียงราบเรียบ

ธุรกิจของบริษัทหลายอย่างกำลังระส่ำจากการถูกจับตามองของตำรวจชนิดที่แทบจะกระติกตัวทำอะไรไม่ได้ สินค้าล็อตใหม่ที่กำลังจะขนย้ายออกจากโกดังก็ถูกเลื่อนวันเวลาออกไปอย่างไม่มีกำหนดที่แน่ชัด นั่นจึงทำให้การส่งของให้แก่ลูกค้าก็ต้องเลื่อนออกไปก่อนเช่นกัน และถึงแม้ว่าจะมีธุรกิจบางอย่างของเขาที่ถูกกฎหมาย แต่มันก็ไม่ได้ขาวสะอาดทั้งหมด เพราะมีบางอย่างที่เขาจะต้องฝ่าฝืนและยังต้องมีเส้นมีสาย ปีปีหนึ่งเขาเสียค่าสินบนหลายสิบล้าน

แต่ทว่ามันก็คุ้มค่าถ้าหากเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้รับ และสาเหตุที่ทำให้ทุกอย่างนั้นวุ่นวายก็มาจากการย้ายมาของนายตำรวจคนใหม่ ที่ดูเหมือนว่าจะลองของเสียเหลือเกิน แต่เขาก็ยังทำอะไรมากไม่ได้ เพราะมีหลายฝ่ายเข้ามามีบทบาท เลยทำให้วิเศษต้องดำเนินการอย่างเงียบ ๆ ไปก่อน

รวมถึงหุ้นบริษัทหลักในตอนนี้ก็กำลังร่วงอย่างหนัก จากข่าวลือต่าง ๆ ที่ไม่ค่อยดีบวกกับการเลิกราของตนเองและภรรยาทำให้ความน่าเชื่อถือของ ดับเบิล กรุป ลดลงไปอีก นั่นจึงทำให้ตอนนี้สถานการณ์ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

“จะใช้วิธีเดิม ๆ ไม่ได้แล้ว ไปสืบประวัติไอ้ผู้กองคนนั้นมา ละเอียดเท่าไรยิ่งดี” เสียงทรงอำนาจเอ่ยสั่ง ก่อนจะยกแก้ววิสกี้ราคาแพงขึ้นจิบ แล้วหมุนเก้าอีกตัวใหญ่หันไปมองวิวด้านนอกเช่นเดิม

ที่ทำไปทั้งหมดเพียงเพราะรักลูกชายคนเล็กมาก เลยปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ เขายอมไม่ได้ลูกชายของเขาจะต้องไม่เป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่ารามไม่ดีแต่ติดตรงที่เป็นผู้ชาย จะไปรักกันได้ยังไง ในเมื่อชีวิตคู่มีอะไรมากกว่าเรื่องความรัก อีกทั้งจิระอรรถวรกุลเป็นที่นับหน้าถือตาและน่าเชื่อถือ จะให้มาตกต่ำเพียงเพราะลูกชายชอบผู้ชายไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะให้เขาปล่อยคนทั้งคู่ได้ยังไง

 

 

พราวกับวิเศษแยกทางกันได้หลายอาทิตย์แล้ว หลังจากนั้นเธอก็กลับมาอยู่ที่บ้านของตนเอง แต่ด้วยเพราะอายุก็มากแล้วลูกชายคนโตเลยอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ชายหนุ่มและภรรยาที่กำลังท้องแก่จึงเดินทางมาเยี่ยมเยียนบ่อย ๆ

“สวัสดีครับ/ค่ะคุณแม่” ทั้งสองคนทักทายมารดา ก่อนคุณหญิงพราวจะยิ้มกว้างแล้วเดินเข้ามาหา

“ไหว้พระเถอะลูก...เป็นยังไงบ้างหนูปรางค์ หลานดิ้นแรงไหม” ว่าที่คุณย่าเอ่ยถาม มือเรียวก็ยกขึ้นมาลูบไปที่หน้าท้องนูนอย่างทะนุถนอม

“ดิ้นเก่งค่ะคุณแม่” ปรางค์ตอบอย่างอ่อนหวาน ก่อนสามีจะประคองเธอไปนั่งลง ข้าง ๆ มารดาที่เดินนำไปก่อน

“แข็งแรงนะหลานย่า” ใบหน้าเธอยิ้มอย่างยินดี บอมโล่งใจที่มารดาของเขาดูสดใสและมีความสุขมากกว่าที่คิด ปรางค์ยกยิ้มให้แม่สามีก่อนบอมจะโอบเธอไว้ในอ้อมแขน

“อ้อ...ตาบอมเรื่องน้องจัดการถึงไหนแล้วลูก” เธอเอ่ยถามในสิ่งที่ได้ให้ลูกชายคนโตช่วยจัดการเมื่อคราวก่อน

“เรียบร้อยแล้วครับ ไอ้บลูเปลี่ยนมาใช้ปรีชาวัชรากุลเรียบร้อยแล้ว” มารดาของเขาขอให้ช่วยจัดการเปลี่ยนนามสกุลของน้องชายมาใช้นามสกุลของท่านเอง

“พ่อของลูกยังไม่รู้ใช่ไหม” เธอถามอย่างเป็นกังวลนิดหน่อย แต่เธอก็เตรียมการรับมือไว้แล้ว

“ยังหรอกครับ...ตอนนี้ที่บริษัทติดปัญหาหลายอย่าง บอมเองก็พยายามเปลี่ยนแปลง ไม่อยากจะทำอะไรที่ผิดกฎหมายอีกแล้ว” เพราะตั้งแต่ชายหนุ่มมาดูแลแทนบิดาก็เริ่มทำสิ่งผิดกฎหมายน้อยลงแต่ก็ยังไม่หมดซะทีเดียว

เพราะบางอย่างจำเป็นต้องใช้สิ่งนอกกฎหมายพวกนี้อยู่ รวมถึงพวกที่ชอบเล่นไม่ซื่อกับเขา ยังคงต้องจัดการอย่างเฉียบขาด การมีเส้นสายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากทีเดียว

“แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ...ไอ้บลูแทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับจิระอรรถวรกุลแล้ว” บอมบอกกับมารดา เพราะนอกจากสายเลือดแล้ว หุ้นทุกสิ่งทุกอย่างในบริษัทใหญ่ไม่มีชื่อของบลูอีกแล้ว เว้นแต่บริษัทที่ถูกกฎหมายขาวสะอาดในเครือ

“แล้วบอมละลูก” พราวเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเพราะในตอนนี้เหลือบอมเพียงคนเดียวแล้ว บูมที่ไม่ได้ใช้ตั้งแต่แรกจึงลอยตัว

สาเหตุที่ลูกชายคนรองไม่ได้ใช้ ทุกคนต่างรู้ดีว่าผู้มีอิทธิพลส่วนใหญ่มักจะทำแบบนี้กันทั้งนั้น เพื่อป้องกันการถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมด ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรที่คาดไม่ถึง และนั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่บูมได้ดูแลบริษัทอุตสาหกรรมบันเทิงของครอบครัว อีกทั้งที่นั่นยังขาวสะอาดและโปร่งใส

“ไม่เป็นไรครับแม่...บอมเต็มใจที่จะช่วยป๊าเพราะถึงยังไงท่านก็เป็นคนให้กำเนิด” บอมตอบก่อนจะยิ้มให้มารดาเพื่อหวังให้ท่านสบายใจ ถ้าน้องชายตนรู้เรื่องนี้ก็คงคิดแบบเขา แต่เป็นเพราะบอมได้เป็นคนที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อย โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง บลูจึงยังขัดไม่ได้

เมื่อเห็นลูกชายพูดแบบนั้น เธอจึงไม่อยากขัดเพราะบอมอยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์มามากพอแล้ว เธอจึงไม่อยากจะไปบังคับหรือทำอะไรให้ชายหนุ่มลำบากใจอีก

.............................................

งื้อ NC ในกระท่อมริมทะเล เสียงคลื่น สายลม สองเรา อุ๊ยยยยยย ดีนะอยู่ไกลหลังอื่น

รี้ดหายไปเยอะเลย...แง้กลับมาไว ๆ นะคะใจคอไม่ดีเลย

sds

 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น