Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 50 : เริ่มต้นใหม่...ชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

ใช้เวลากว่าสิบสี่วันที่ทั้งสองต้องเดินทางมาถึงมะริด แต่ก็ใช่ว่าจะอยู่แต่ในเรือเพราะบางครั้งก็ต้องแวะรับน้ำมันและเสบียงตามเกาะบ้างหรือแม้แต่บางครั้งจะมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจเรือก็มีแต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับคนทั้งสองเพราะพาสปอร์ตที่พี่ชายคนโตได้ทำให้ใช้ได้ปกติเลยทำให้ไม่มีเรื่องยุ่งอยากอะไร

“เดี๋ยวไปที่บ้านยานเปง” ชายหนุ่มบอกคนทั้งสอง เมื่อขึ้นมาถึงฝั่งเรียบร้อยแล้ว

“ครับ” รามตอบรับก่อนจะหันไปจับมือของบลูเอาไว้แน่น บลูจึงยกยิ้มเพียงนิดก่อนจะกระชับให้แน่นขึ้นอีก

อาการบาดเจ็บของรามดีขึ้นมากแล้ว บาดแผลตามใบหน้าก็เหลือเพียงรอยจาง ๆ เท่านั้น ทั้งสองยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเลยสักครั้ง เหมือนต่างคนต่างอยากจะลืมมันไปถึงแม้จะ แค่ชั่วขณะก็ยังดี

ทั้งสามคนมาถึงหมู่บ้านกะมาชาวที่ตั้งอยู่บนเกาะโดในเวลาต่อมา ยานเปงพาทั้งสองมาหยุดอยู่หน้ากระท่อมครึ่งวงกลมที่ทำจากไม้ไผ่ทั้งหลัง ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่และก็ไม่ทรุดโทรมมากเท่าไรนัก จากที่รามสังเกตตั้งแต่ขึ้นฝั่งมาที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีไม่กี่หลังคาเรือนและชาวบ้านที่นี่มักจะปลูกบ้านไว้ริมชายหาดหันหน้าออกไปทางทะเลเรียงยาวเป็นแถวเป็นแนว เว้นแต่หลังที่ตรงหน้าของตนเองตอนนี้ ตั้งอยู่บนหน้าผาและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ แต่ก็หันหน้าออกทะเลเช่นกัน

“อยู่ที่นี่ก่อน” ยานเปงบอกก่อนจะช่วยยกกระเป๋าและพาคนทั้งคู่ขึ้นบันไดที่ทำจากไม้ขึ้นไป

“แม่อยู่ได้...ใช่ไหมครับ” รามเอ่ยถาม เพราะดูแล้วน่าจะลำบากพอสมควร ตัวเขาเองนะไม่เท่าไรหรอก กลัวแต่คนตรงหน้าจะไม่สะดวกเท่าที่ควร

“อยู่ได้... แม่อยู่ได้” บลูตอบก่อนจะบีบมือของรามเอาไว้แน่น เหมือนจะบอกว่าชายหนุ่มหมายความว่าตามนั้นจริง ๆ

“หลังนั้น...บ้านของพ่อยานเปง” ยานเปงพยายามบอกเป็นภาษาไทย ทั้งสองจึงหันไปตามนิ้วมือที่ชี้ไปที่บ้านหลังใหญ่ ที่ทั้งสามเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อกี้ “ตอนเย็นยานเปงจะมาเรียกไปกินข้าวนะ” หลังจากนั้น ยานเปงก็กลับออกไปจากกระท่อม สักพักก็กลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง พร้อมที่นอนปิกนิก ผ้าห่มและหมอน รามรับของมาจากยานเปงก่อนจะวางมันลงบนแคร่ไม้ไผ่ที่ถูกสานอย่างดี

“ขอบคุณนะยานเปง” บลูเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มเบา ๆ เพราะตลอดเวลากว่าสิบสี่วันที่รวมทางกันมา ยานเปงทำหน้าที่ดูแลคนทั้งสองเป็นอย่างดี

“ไม่เป็นไร...ยานเปงดูแล” ยานเปงตอบก่อนจะกลับออกไปอีกครั้ง แล้วยังกำชับว่าจะมาเรียกไปกินข้าวในตอนเย็น

เฮ้อ

รามถอนหายใจออกมา ก่อนจะนั่งลงบนแคร่ที่นอน และดึงคนรักมานั่งลงข้าง ๆ ทั้งสองจับมือกัน ก่อนรามจะมองหน้าของบลูเต็มตา

“ลำบากหน่อยนะครับ...แม่อยู่ได้ใช่ไหม” จับมือขาวขึ้นมาจูบเบาๆ

“แม่อยู่ได้...แม่บอกไปแล้วไงเลิกถามได้แล้ว เพราะไม่ว่ายังไงจะไม่ไปไหนทั้งนั้น” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยบอก สายตามองสบกันอย่างจริงใจ แค่นี้พอแล้วได้โปรดอย่าพรากเราจากกันอีกเลย บลูคิดในใจก่อนจะขยับเข้าไปใกล้และดึงรามเข้ามากอด

“รักรามนะ...บลูยังยืนยันคำเดิม”

รามยกมืออันสั่นเทาลูบไปที่แผ่นหลังของบลู ก่อนจะกระชับอ้อมกอดซะแน่น ซุกใบหน้าลงที่ไหล่และพยายามกักเก็บน้ำตา

“รามก็รักบลูครับ...รักไม่เปลี่ยนแปลง” ทั้งสองกอดกันอยู่แบบนั้น เหมือนกำลังซึมซับความรู้สึกของกันและกัน เพราะไม่ว่าจะกอดกันสักกี่ครั้ง จะกอดกันนานสักแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเบื่อเลยสักครั้ง

“เดี๋ยวพ่อลงไปดูรอบ ๆ ก่อนนะแม่จะได้อาบน้ำ”

“อือ” บลูตอบรับเบา ๆ ก่อนจะยอมให้รามผละออกไป

ชายหนุ่มมองตามหลังคนรักไปจนสุดสายตา ขอเวลาอีกสักหน่อยละกัน แล้วเขาจะบอกเรื่องรันเวย์ บลูคิดในใจ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาและหันมาจัดการเอาเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าใส่ตู้ไม้เล็ก ๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า

ก่อนจะมาหยุดยืนมองรามอยู่ริมหน้าต่าง เห็นชายหนุ่มกำลังทำอะไรสักอย่างที่บลูมองแล้วน่าจะเป็นห้องน้ำ ดีที่ที่นี่มีไฟฟ้าและห้องน้ำใช้ แม้ว่าห้องน้ำจะเป็นแค่สังกะสีล้อมก็เถอะ แต่บลูก็คิดว่ายังดีกว่าเปิดโล่ง ๆ

“เอาวะลองดูสักตั้ง” บลูบอกกับตัวเองก่อนรามจะเดินกลับเข้ามาพอดี

“จะอาบน้ำเลยไหมครับ เมื่อกี้พ่อลองดูแล้วประตูและห้องน้ำก็แข็งแรงอยู่ แม่น่าจะพอใช้ได้” รามเอ่ยบอกก่อนจะเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าหายไปหมดแล้ว รามเงยหน้ามองบลูที่ยืนมองอยู่ก่อนแล้ว

“แม่เอาไปเก็บแล้ว” บลูบอกก่อนจะมาลงข้าง ๆ “พ่อเลิกทำเหมือนเมื่อก่อนนะ ตอนนี้เราไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มีอะไรที่แม่พอจะช่วยได้ ก็จะช่วยนะเรามาเริ่มต้นกันแบบนี้เถอะ” บลูมองสบตาของรามนิ่ง เขาไม่อยากให้รามมาคอยทำอะไรต่ออะไรให้อีกแล้ว เขาอยากช่วยคนรัก ลำบากก็ต้องลำบากด้วยกันแบบนี้แหละ

“ไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตคู่เป็นแบบไหน หรือจะต้องทำอะไรบ้าง พ่อก็ช่วยอดทนกับแม่หน่อยนะ” เพราะบลูเองก็ไม่เคยใช้ชีวิตที่ต้องทำอะไรเพื่อใครมาก่อน อีกทั้งก็ไม่เคยเห็นป๊ากับแม่ใช้ชีวิตร่วมกันเลยสักครั้ง สิ่งที่บลูพอจะทำได้ก็เห็นมาจากรามที่ทำให้ตนเองแทบทั้งนั้น

“ครับ...ขอบคุณแม่ที่เลือกพ่อนะ” รามไม่รู้จะพูดอะไรออกมา ชายหนุ่มซาบซึ้งใจที่คุณบลูเลือกจะทิ้งชีวิตที่สุขสบายทุกอย่างเพื่อมาอยู่กับตนเอง

“ไปอาบเถอะครับ...เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน” แม้ว่าห้องน้ำจะไม่ไกล แค่เดินออกไปข้าง ๆ ก็เถอะ แต่เพราะทั้งคู่แปลกที่แถมยังไม่รู้วัฒนธรรม ไม่รู้จักใครเลยสักคนนอกจากยานเปง ด้วยสัญชาตญาณทำให้รามยังไม่ค่อยจะวางใจเท่าไรนัก

“อาบด้วยกันไหม” บลูเอ่ยชวน เพราะว่าเขาก็อดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ เลยอยากให้รามอยู่ใกล้ ๆ เขาถึงจะวางใจ

“ห้องน้ำ...ไม่ค่อยแข็งแรงเลยครับ” รามตอบตาใส มองบลูยิ้ม ๆ

“เดี๋ยวพ่อ...คิดอะไร หมายถึงอาบน้ำไง อาบเฉย ๆ” บลูตอบอีกคนก่อนจะยกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “นึกว่าจะเลิกหื่นแล้วซะอีก”

“ของแบบนี้มันเลิกได้ด้วยเหรอครับ” รามตอบก่อนเขาจะหยิบผ้าขาวม้าลายสก๊อตสองผืนออกมาจากตู้ ชายหนุ่มยื่นมันส่งให้บลูผืนหนึ่ง ส่วนอีกผืนหนึ่งเขาก็จัดการผลัดเปลี่ยนมัน

“เหมาะกับพ่อดี” บลูเอ่ยบอกก่อนจะหยิบตะกร้าเครื่องอาบน้ำที่หน้าประตูเดินถือไปทางห้องน้ำ รามยกยิ้มก่อนจะหยิบผ้าขนหนูพาดบ่าแล้วเดินตามออกไป

ชายหนุ่มเท้าเอวยืนมองด้านหลังของคนรักอย่างตกตะลึง บลูที่กำลังอาบน้ำอยู่โดยใส่ผ้าขาวม้าที่เปียกลู่ไปกับตัวเผยให้เห็นส่วนโค้งนูนที่อยู่ภายใน รามมองภาพนั้นอย่างหลงใหล แผ่นหลังขาวเนียนที่เปียกน้ำชวนมอง

บลูยังคงไม่รู้สึกตัวเขาใช้สบู่ฟอก ลูบไล้ไปตามลำแขน ก่อนจะถลกผ้าขาวม้าขึ้นเผยให้เห็นขาขาวเล็ดลอดออกเกือบถึงต้นขาอ่อนด้านใน รามแทบหยุดหายใจชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะกัดริมฝีปากตนเองแน่น แค่อาบน้ำ...อาบเฉย ๆ รามเตือนตัวเองในใจก่อนจะสะบัดศีรษะตั้งสติแล้วเดินเข้าไปใกล้

“ทำอะไรทำไมนานจัง” บลูเอ่ยถามขณะกำลังใช้ขันตักน้ำในโอ่งมังกรใบใหญ่

“เปล่าครับ” รามตอบก่อนจะเข้าไปตักน้ำเพื่ออาบบ้าง ห้องน้ำแม้ดูภายนอกไม่น่าใช้เท่าไร แต่ภายในกับมีกว้างและดูสะอาด พื้นก็ทำจากหินและปูนที่ดูแล้วน่าจะหามาจากธรรมชาติ แม้รอบด้านจะใช้สังกะสีเก่า ๆ แต่ดูแล้วคลาสสิกไม่น้อย

“จะว่าไป...อาบแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะพ่อ” บลูชวนคุยขณะสะบัดผมที่เปียกชื้นเงยหน้าขึ้นมองด้านบนที่เปิดโล่งเห็นท้องฟ้า รามมองภาพนั้นหัวใจเต้นแรง ในสมองของเขาเริ่มพร่าเบลอจนมองภาพตรงหน้าเป็นแบบสโลวโมชั่นแล้วตอนนี้ เซ็กซี่เป็นบ้า

“เป็นอะไร” บลูที่หันมาก็เห็นว่าอีกคนนิ่งค้างเลยเอ่ยถาม

รามจึงสะบัดศีรษะเบา ๆ ก่อนจะตอบอย่างลุกลี้ลุกลน “ปะ...เปล่าครับเปล่า” ก่อนเขาจะหยิบขันตักน้ำเย็นลาดตั้งแต่ศีรษะเพื่อดับความร้อนรุ่มในกาย

“ไปก่อนนะพ่อ เพื่อยานเปงมาตามแล้วเดี๋ยวไม่เจอใคร” บลูเอ่ยบอกก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่รามถือติดมือมาเพื่อผลัดเปลี่ยน รามจึงพ่นลมหายใจก่อนจะโฟกัสการอาบน้ำตรงหน้าแทน

กระท่อมลักษณะคล้ายของตนเองแต่มีขนาดกว้างและใหญ่กว่ามากตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า หลังจากที่ทั้งสองอาบน้ำแต่งตัวเสร็จไม่นาน ยานเปงก็มาตามเพื่อให้มากินอาหารเย็นที่บ้าน ทั้งสองคนเข้ามาด้านในก็เห็นเสื่อปูและมีสำรับกับข้าวตั้งรอไว้อยู่ก่อนแล้ว รามมองไปยังชายสูงอายุรูปร่างท้วมผิวเข้มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กับหญิงชราดูแล้วน่าจะมีอายุพอกัน ทั้งสองยิ้มให้อย่างใจดี

“พ่อกับแม่” ยานเปงแนะนำให้คนทั้งสองรู้จัก ก่อนรามจะยกมือไหว้ตามมารยาท บลูเห็นแบบนั้นก็ทำตาม

“เชิญครับ เชิญ” พ่อของยานเปงพูดไทยชัดมาก เอ่ยชวนคนทั้งสองให้นั่งลง ก่อนทั้งหมดจะเริ่มรับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองของที่นี่คล้าย ๆ กับของไทย แต่จะหนักไปทางเครื่องแกงเสียมากกว่า

รามมองอาหารตรงหน้าก่อนจะหันไปมองคนรัก

“พอจะกินได้ไหมครับ” เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เพราะบลูออกจะเป็นคนที่ค่อนข้างกินยาก แถมยังกินอาหารรสจืด แกงที่สีคล้ายแกงกะหรี่กับน้ำพริกตรงหน้ารามเลยไม่แน่ใจว่าอีกคนจะกินได้หรือเปล่า

บลูพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่ากินได้ ก่อนจะนั่งกินไปอย่างเงียบ ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นการกินข้าวคำน้ำคำก็เถอะ เพราะคนที่นี่กินอาหารรสจัดเป็นปกติและคงไม่รู้ว่าบลูไม่กินเผ็ด แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เรื่องมากนั่งกินไปเงียบๆ อย่างนั้น รามเองก็มองคนรักด้วยความสงสารเพราะหน้าของเขาแดงไปหมด

“ไหวไหมครับ” รามถามอย่างเป็นห่วง มีหวังท้องอืดแน่ ๆ บลูพยักเบา ๆ

“ที่นี่มีอะไรให้ทำบ้างครับ” รามชวนพ่อของยานเปงคุย

“คนที่นี่ส่วนมากทำประมงครับ” พ่อของยานเปงตอบกลับมาก่อนจะเล่าว่า ก่อนที่ตัวเองจะมาเป็นผู้ใหญ่บ้านที่นี่ เคยทำงานให้ครอบครัวของนวลปรางค์มาก่อนเลยพูดไทยชัดเพราะเคยขึ้นฝั่งทางนู้นหลายครั้ง ภายหลังอายุเยอะแล้วก็เป็นห่วงภรรยาเพราะไปแต่ละครั้งต้องอยู่นาน เลยส่งให้ยานเปงไปทำแทน

“คุณอยากลองทำเหรอ” หลังจากเล่าจบก็เอ่ยถาม เพราะรามให้ความสนใจใคร่รู้ในหลาย ๆ อย่าง

“ครับ” รามตอบตามตรง ชายหนุ่มคิดว่าอย่างน้อยเขาจะได้ไม่มารบกวนครอบครัวของยานเปงมากเกินไป

“พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที...มาดูกันว่าพอจะมีอะไรให้คุณลองทำได้บ้าง” หลังจากนั้นก็ชวนกันคุยเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย ก่อนทั้งสองก็กินกันจนเสร็จ ยานเปงจึงเดินมาส่งทั้งสองคนที่กระท่อม

“แสบท้องหรือเปล่าครับ” รามเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าบลูทำหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ไม่...ไม่แสบ” บลูตอบ ก่อนจะขยับไปนั่งใกล้ ๆ

“แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นละครับ” รามเอ่ยถามก่อนจะจับมือบลูมากุมไว้

“เป็นภาระพ่อหรือเปล่า...ลำบากหรือเปล่า” บลูถามในสิ่งที่ค้างคา เป็นเพราะรู้ดีว่าตัวเองทำอะไรไม่เป็นหลายอย่าง กลัวว่าจะทำให้อีกคนเหนื่อยมากกว่าเดิม

“ไม่หรอกครับ คนเป็นสามีก็ต้องดูแลภรรยา...ถูกแล้วนี่ครับ” รามยกยิ้มและอยากให้อีกคนสบายใจ “อย่าคิดมากเลยนะครับ...แรก ๆ ก็อาจจะยังติดขัดไม่สะดวกอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณให้ดี อดทนหน่อยนะครับ” สายตาแสดงความจริงใจจ้องมองคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน มือแกร่งยกมือขึ้นปัดปอยผมให้คนรัก ก่อนจะจูบหน้าผากเบา ๆ แล้วดึงเข้ามากอด

“พรุ่งนี้พ่อจะไปกับผู้ใหญ่บ้านจริง ๆ เหรอ” บลูเอ่ยถามหลังจากที่ผละออกมาจากกันแล้ว

“ครับ ผมไม่อยากรบกวนพวกเขามากไปกว่านี้ อีกอย่างคุณบลูจะได้เป็นส่วนตัวด้วยไงครับ” การกระทำทุกอย่างของราม นึกถึงบลูก่อนเสมอ เพราะรู้จักคนรักดีกว่าใคร คุณบลูไม่ชอบอยู่กับคนแปลกหน้า ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร รามรู้ดี เลยคิดว่าถ้าทำอะไรเองได้หมดทุกอย่าง บลูจะได้ไม่อึดอัดมากจนเกินไป

“ปรับตัวได้...แม่ค่อย ๆ ปรับได้” ชายหนุ่มพยายามบอก เพราะไม่อยากเห็นแก่ตัวปล่อยให้คนรักต้องลำบากอยู่ฝ่ายเดียว

“ผมทราบครับ...แม่ก็ค่อย ๆ ปรับไปไงครับ” รามยิ้มให้กำลังใจ “แต่ในระหว่างนี้...พ่อก็ดูแลแม่ไปก่อนเนอะ” ทั้งสองมองสบตากัน แสดงความรักออกมาผ่านสายตา

 

 

“พี่ราม...พี่ราม” เสียงเรียกที่ไม่ค่อยชัดเท่าไรนักของยานเปงร้องเรียกอยู่ที่หน้าประตู รามจึงลุกขึ้นไปเปิดทันที มีอะไรกันนะ ชายหนุ่มคิดในใจ เพราะเพิ่งแยกกันเมื่อกี้และเขาก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องอะไรที่ไม่ดี

“มีอะไรครับ...ยานเปง” รามเอ่ยถามหลังจากเปิดประตูออกมาด้านนอกชานแล้ว

“โทรศัพท์” ยานเปงยื่นโทรศัพท์เก่า ๆ แบบมีปุ่มกดให้ชายหนุ่ม รามมองหน้าแต่ก็รับมาอย่างงง ๆ ก่อนจะกรอกเสียงลงไป

“ครับ”

“นี่ฉันเองนะ...”

“คุณบอม” หลังจากได้ยินเสียงปลายสาย รามก็เรียกออกมาแผ่วเบา ก่อนจะตั้งสติแล้วตอบกลับ “ครับ”

“อยู่ที่นั่นโอเคดีหรือเปล่า...เป็นยังไงกันบ้าง” บอมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เขาอยากจะคุยกับน้องชายนะ แต่ตอนนี้มีธุระต้องจัดการมากกว่าเลยคิดว่าจะทำสิ่งที่สำคัญก่อน

“ดีครับ ยานเปงดูแลอย่างดี” รามตอบตามความจริง เพราะเท่านี้ถือว่าสบายมากแล้วสำหรับคนที่ต้องหลบหนี

“อดทนกันไปก่อน...ทางนี้กำลังจัดการบางอย่างฝากดูแลไอ้บลูด้วย ถ้าทางนี้เสร็จเรียบร้อยเมื่อไรจะรีบไปรับกลับมา” บอมบอกอย่างจริงจัง ชายหนุ่มกำลังจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง

“ขอบคุณ...คุณบอมมากนะครับ” รามบอกอย่างทราบซึ้งใจ

“ไม่เป็นไร...อยู่นั่นก็ระวังตัวด้วย ถึงป๊าจะยังไม่รู้แต่ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน” บอมบอกเพราะคิดว่าบิดาคงคาดไม่ถึงหรอกว่าปรางค์ภรรยาของเขาจะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ด้วย “แต่ไม่ต้องห่วง จากที่นั่นไปจีนมีเรือตลอดเวลา ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเอาพาสปอร์ตให้การท่าดูแล้วพวกเขาจะพาพวกนายออกมา” บอมบอกในสิ่งที่ตนได้เตรียมการให้คนทั้งสองไว้ล่วงหน้า เพราะคิดว่าคงปิดไม่ได้นาน แต่ถ้าโชคดีอยู่ที่นั่นจะปลอดภัยกว่าที่จีนมาก

“ทราบแล้วครับ”

“ต้องแค่นี้ก่อน...แล้วไม่ต้องโทรกลับมา ทางนี้จะติดต่อไปเอง” บอมบอกก่อนจะวางสายไป รามถอนหายใจออกมา ก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้ยานเปง

“เก็บไว้” ยานเปงบอกสั้น ๆ ยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินกลับออกไป รามจึงเดินเข้ามาด้านใน

“มีอะไรเหรอพ่อ” บลูเอ่ยถาม เพราะรามออกไปนานพอสมควร

“ไม่มีอะไรครับ...คุณบอมโทรมา” รามบอกก่อนจะยกโทรศัพท์ให้อีกคนดู

“เฮียโทรมางั้นเหรอ”

“ครับ บอกให้ผมดูแลคุณดี ๆ เขากำลังจัดการบางอย่างอยู่ครับ”

“จัดการบางอย่าง...จัดการอะไร”

“คุณบอมไม่ได้บอกครับ แต่บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย” รามเอ่ยบอกก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ เอนตัวนอนลงบนแคร่ไม้ไผ่ ที่ปูที่นอนไว้รออยู่แล้ว มือแกร่งไม่ลืมดึงอีกคนลงมานอนหนุนที่แขน

“อือ” บลูที่นอนลงก็ยกมือกอดเอวสอบเอาไว้ ก่อนรามจะลูบไปที่กลุ่มผมของบลูเบา ๆ “ขอให้ผ่านไปด้วยดี” บลูพึมพำก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นเพียงนิด ใบหน้าหล่อเหลาวางคางลงบนตรงหน้าอกของคนรักที่นอนหนุนฝ่ามือของตัวเองอยู่

“ไม่มีโทรทัศน์ดู ไม่มีโทรศัพท์ให้เล่นทำอะไรดีนะพ่อ” บลูบอกอย่างยิ้ม ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าของเขาเข้าไปใกล้ และขยับตนเองขึ้นไปนอนทับอยู่บนหน้าอกเอามือทั้งสองข้างวางประสานไว้ใต้คางมองรามอย่างออดอ้อน

คนด้านล่างยกยิ้มก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างดึงบลูขยับขึ้นมาจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกันแล้วมองตา

“แม่อยากทำอะไรครับ” เอ่ยถามสบาย ๆ มองสบตาคนด้านบนนิ่ง มือทั้งสองข้างก็ลูบไปตามแผ่นหลังเบา ๆ

ภายในกระท่อมมีหน้าต่างเปิดโล่งล้อมรอบและลมทะเลพัดเย็นอยู่ตลอดเวลา เลยทำให้ทั้งสองคนผ่อนคลาย บรรยากาศเสียงคลื่นทะเลที่ซัดกับโขดหินเป็นจังหวะยิ่งพาใจล่องลอย ทั้งสองเคลื่อนใบหน้าเข้าหากันช้า ๆ ตาสบตาอย่างเว้าวอนต่างคนต่างโหยหาและริมฝีปากบางสัมผัสกันในที่สุด...

........................................................

คิดถึงมากอะเนอะ ไรท์อยากวาดรูปทั้งสองคนใส่ผ้าขาวม้าลายสก๊อดแล้วซิ ไม่แน่นะถ้ายอดถึง 50 เล่ม

อาจจะมีของแถมเป็นโปสการ์ดลายนี้ก็ได้...ช่วยกันพรีเยอะๆ นะคะ ตอนนี้จะ 30 แล้วเด้อ..

เผื่อใครนึกภาพไม่ออก 

sds

Cr. ปารีฮัทรีสอร์ท เกาะสีชัง ไม่ได้ใช้เชิงพาณิชนะคะ เปิดขายเมื่อไรจะลบออก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น