Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 47 : ใครก็เอาไปไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 ทั้งเศษก้นบุหรี่และซองที่ถูกบดบี้เกลื่อนกลาดเต็มระเบียงหลังห้องนอน บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าลูกชายคนเล็กของบ้านกำลังเคร่งเครียดมากขนาดไหน ชายหนุ่มนั่งดูดบุหรี่อยู่ตรงนี้มานานหลายชั่วโมงแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสารนิโคตินที่ได้รับเข้าไป กับไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของเขาดีขึ้นสักนิดเลย

บลูไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น เขาเป็นห่วงคนรักและไม่รู้ว่าตอนนี้รามจะเป็นยังไงบ้าง นี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วที่บลูยังคงถูกขังอยู่ในห้องนี้ ไม่ได้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวัน หรือแม้แต่จะคุยกับใครสักคนก็ยังไม่มี

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูเข้ามาก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหันกลับมามอง จนกระทั่งได้ยินเสียงเอ่ยเรียก “บลูเป็นยังไงบ้างลูก...กินข้าวหน่อยนะ” เสียงมารดาที่เอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วง ทำให้บลูละสายตาจากการมองไปข้างหน้าให้หันกลับมามองเพียงนิด เขาบดบี้ก้นบุหรี่ลงในถาดและเดินกลับเข้ามาด้านในที่มีมารดายืนรออยู่

พราวมองสายตาที่ว่างเปล่าของลูกชายแล้วก็ใจกระตุกวูบ บลูไม่เหลือเค้าโครงความหล่อเหลาเลยสักนิด ใบหน้าของชายหนุ่มทรุดโทรม หนวดเคราเริ่มขึ้นเขียวครึ้ม

“ตาบลู” เธอมองลูกชายน้ำตาคลอ มืออันสั่นเทาลูบตามใบหน้าอย่างอ่อนโยน เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้ามาในห้องนี้ หลังจากที่เกิดเรื่อง สามีของเธอล็อกกุญแจและสั่งลูกน้องเฝ้าเอาไว้ไม่ให้ใครเข้าออกยกเว้นเด็กรับใช้ ที่เอาอาหารและน้ำดื่มเข้ามาให้ตามเวลา

“ไม่เป็นไรครับ...แม่เป็นอะไรหรือเปล่าป๊าทำอะไรแม่หรือเปล่าครับ” บลูเอ่ยถามมารดาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แต่สายตายังคงว่างเปล่าอยู่เช่นเดิม

“ไม่จ๊ะ...แม่ไม่เป็นไร กินอะไรสักหน่อยนะลูก” เธอฝืนยิ้มให้ลูกชายของเธอ ก่อนจะลูบไปตามลำแขนและดึงเข้ามากอดอย่างเป็นห่วง

“ผมยังไม่หิวครับแม่” บลูกอดตอบก่อนจะมองเลยไปยังพี่ชายคนโตที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของมารดา

“ไง” ชายหนุ่มมองน้องด้วยสายตาเป็นห่วงเขาเพิ่งกลับมาจากไปดูคาสิโนที่มาเก๊าเมื่อวาน พอรู้เรื่องวันนี้ก็รีบมาที่บ้านทันที

“เฮีย” บลูเรียกทักพี่ชายเสียงเบา แต่สายตากับยังว่างเปล่าอยู่เช่นเดิม บอมถอนหายใจแล้วเดินเข้ามาหาน้องที่ยืนอยู่ข้างมารดา

“ไม่มีประโยชน์อะไรที่มึงจะไม่ยอมกินข้าวกินปลา” บอมบอกกับน้อง “มึงขัดป๊าไม่ได้ ไม่เคยมีใครขัดได้มึงก็รู้”

“หึ...ครับ” บลูแสยะยิ้มหยันเหมือนสมเพชตัวเอง สายตาของเขายังคงว่างเปล่าและนิ่งสนิท ราวกับว่ากำลังพยายามกักเก็บความเสียใจเอาไว้ ทั้งที่ภายในใจแตกร้าวไม่มีชิ้นดี ความรู้สึกของบลูในตอนนี้เหมือนกับคนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างยังไงยังงั้น “ผมต้องยอมเหมือนเฮียใช่ไหม”

“ไอ้บลู!!” บอมกระชากคอเสื้อน้องชายเข้ามาใกล้ “มึงฟังกูนะ...ไม่มีประโยชน์อะไรที่มึงทำแบบนี้” บอมบอกก่อนจะกระชากน้องชายเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นอีกและเงียบไป บลูเองก็เงียบสักพักแล้วจึงพยักหน้าเพียงนิด ก่อนพี่ชายคนโตจะผละออก

“มึงเข้าใจใช่ไหม” บอมเอ่ยถามจ้องหน้าน้องนิ่ง

“ครับ” บลูตอบรับก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วนั่งลงที่ปลายเตียง

คุณหญิงพราวและบอมจึงมองหน้ากัน ทั้งคู่พยักหน้าเบา ๆ ก่อนบอมจะเอ่ยบอกกับน้องชาย “กูกับแม่มีเรื่องจะบอกมึง”

“เรื่องอะไรครับ” บลูเอ่ยถามแล้วมองหน้าทั้งสองคนสลับไปสลับมา มารดาของเขาอึกอักเล็กน้อยเหมือนไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เธอถอนหายใจก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม

“บลูรู้ไหมลูก...ว่าทำไมป๊าถึงโกรธขนาดนั้น” เธอเอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ใบหน้ากับเต็มไปด้วยความประหม่า

“เพราะเราสองคนเป็นผู้ชายเหรอครับ” บลูตอบคำถามมารดาด้วยคำถาม ก่อนจะพูดต่อ “แม่รู้ไหม...บลูไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีความรัก แม่กับเฮียก็เห็นว่าบลูไม่เคยรักใครมาก่อน” บลูตอบก่อนจะมองคนทั้งสอง “เราผิดอะไรครับ...คนเราจะรักกัน จำเป็นต้องเป็นผู้หญิงกับผู้ชายเหรอครับ รักก็คือรักไม่ได้เหรอครับ ทำไมป๊าต้องมากำหนดกฎเกณฑ์ว่าเราไม่คู่ควร รามผิดอะไรครับ หรือเป็นเพราะเขาไม่ได้เกิดมาในตระกูลใหญ่โต” บลูกำลังจะพูดต่อ แต่มารดาของเขากับขัดขึ้นมาเสียก่อน

“มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกลูก” เธอเดินเข้าไปใกล้ลูกชายขึ้นอีก ก่อนจะจับมือของเขามากุมเอาไว้ “บลูฟังแม่นะ มันไม่เกี่ยวหรอกลูกว่ารามจะเป็นใครมาจากไหน แต่ลูกสองคนรักกันไม่ได้” เธอพยายามอธิบายอย่างใจเย็น เพราะเห็นสภาพของลูกชายคนเล็กเป็นแบบนี้ไม่ไหวจริง ๆ ถ้าบลูได้รู้เหตุผลอะไรบางอย่าง บางทีเขาอาจจะยอมตัดใจบ้างก็ได้

“แม่ก็เป็นเหมือนป๊าใช่ไหมครับ...” บลูมองหน้ามารดานิ่ง น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเบาราวกับกระซิบ

“มึงฟังแม่พูดให้จบก่อนไอ้บลู” บอมบอกกับน้องชาย เมื่อเห็นว่าบลูทำหน้าผิดหวังออกมา

“เมื่อนานมาแล้ว...” เธอเราย้อนไปทุกสิ่งทุกอย่างในสิ่งที่รู้ให้ลูกชายคนเล็กฟัง ทั้งเรื่องของธิดาและเรื่องของราม

บลูนั่งเงียบทันทีที่ฟังจบ ใบหน้าของเขาฉายแววเจ็บปวดและสับสน ดวงตาทั้งสองข้างสั่นระริกและเต็มไปน้ำตาที่กำลังคลอหน่วย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามกับมารดา

“ไม่จริงใช่ไหมแม่...” บลูปล่อยหยดน้ำตาให้ร่วงลงมา คำพูดของมารดาเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงตรงกลางใจของเขา จนตอนนี้มันปวดหนึบไปหมด รามจะเป็นลูกของป๊ากับผู้หญิงอีกคนได้ยังไง

“บลู...” เธอกำลังจะเอ่ย แต่บอมกลับมาลูบแขนเธอเอาไว้ ก่อนชายหนุ่มจะเป็นคนพูดเอง เพราะบอมจำวันนั้นได้ดี วันที่ป๊าอุ้มเด็กทารกมาให้นมอ่อนถึงในบ้าน

“มันจริง กูยืนยันได้” ด้วยความที่บอมอายุห่างกับบลูอยู่หลายปีและในตอนนั้นบอมเองก็เริ่มที่จะโตแล้ว ขณะเดียวกันบลูเองก็เพิ่งจะเกิด

“แต่กูก็ยังไม่อยากจะปักใจเชื่อ...เพราะมีป๊าเพียงคนเดียวที่รู้ผลตรวจดีเอ็นเอและเขาก็ไม่ยอมบอกใคร”

“ป๊ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนั้นครับ” บลูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมีความหวัง

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ๊ะ...แต่ป๊าของลูกรักธิดามาก บางทีเขาคงอยากจะดูแลลูกของคนที่เขารักก็ได้นะลูก” คุณหญิงพราวพูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยวแต่ก็เจ็บปวด ความเสียใจที่เธอสะสมมานานหลายสิบปีหล่อหลอมให้เธอเข้มแข็งขึ้น แต่จะพูดว่าชินชามันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เอาเป็นว่าเธอพอจะทำใจได้บ้างแล้วน่าจะดีกว่า

“แม่ครับ...” บอมเรียกแล้วบีบมือของมารดาเหมือนกำลังให้กำลังใจ ชายหนุ่มนึกชื่นชมอยู่ในใจว่าแม่ของตนเองเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากจริง ๆ

“ไม่เป็นไรจ้ะ” เธอฝืนยิ้มมืออีกข้างก็บีบมือลูกชายคนโต มืออีกข้างก็ลูบหัวของลูกชายคนเล็กที่ซบอยู่บนไหล่ของตัวเองนิ่ง

ทั้งสามผละออกจากกันหลังจากนั้นสักพัก บลูมองหน้ามารดาก่อนจะยิ้มออกมาเพื่อให้เธอสบายใจว่าเขายังโอเค ในเมื่อมารดาของเขาเข้มแข็งขนาดนี้ เขาจะมาอ่อนแออยู่ได้อย่างไร ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ผลดีเอ็นเอ บลูเองก็ยังจะไม่ปักใจเชื่ออย่างเด็ดขาด

“บลูขอโทษครับ ที่ทำให้แม่กับเฮียเป็นห่วง”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูเรียกสายตาคนทั้งสามให้หันไปมอง

“คุณท่านกลับมาแล้วค่ะ” นมอ่อนขึ้นมารายงานเมื่อเห็นว่ารถประมุขของบ้านกำลังเลี้ยวเข้ามาจากประตูรั้ว

“เฮียกับแม่ลงไปเถอะครับ...เดี๋ยวป๊าจะโมโหอีก” บลูบอกกับคนทั้งสองที่มองมายังตนเองอย่างเป็นห่วง

“งั้นเฮียกับแม่ไปก่อนนะ...มึงก็กินข้าวด้วยล่ะจะได้มีแรง” บอมบอกกลับน้องชายก่อนจะดึงเข้ามากอดอีกครั้ง “กูจะจัดการเอง” บอมบอกเสียงเบา

หลังจากที่บอมและคุณหญิงพราวออกไปแล้ว นมอ่อนจึงเดินถือถาดอาหารเข้ามา แล้วมองมาไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาเป็นห่วง บลูจึงเดินเข้าไปกอดเหมือนอย่างที่เคยทำประจำ นมอ่อนจึงยกมืออวบลูบไปที่แผ่นหลังเพื่อปลอบโยน

“คุณหนู...” เธอเรียกทั้งน้ำตาคลอ ก่อนจะลูบไปที่แขนของชายหนุ่มเบา ๆ

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ...” ชายหนุ่มบอกกับเธอ คล้ายให้คำมั่นสัญญา นมอ่อนจึงร้องไห้ออกมา สายตาของเธอมองบลูอย่างทราบซึ้งใจ

“นมรักคุณหนูมากนะคะ...คุณหนูต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ”

“ครับ” บลูตอบรับก่อนจะกอดนมอ่อนอีกครั้งและกลับลงไป

 

 

ทั้งสองคนเดินลงมาจากด้านบน ก็เจอเข้ากับประมุขของบ้านที่กำลังเดินเข้ามาพอดี คุณหญิงไม่ได้มองไปที่สามี เพราะยังโกรธที่ทำร้ายลูกชายอยู่มาก แต่เธอก็ไม่ได้ละเลยหน้าที่ ยังสั่งให้เด็กรับใช้ไปเตรียมของว่างและน้ำดื่มเย็น ๆ มาบริการ

“สวัสดีครับป๊า” บอมเอ่ยทักผู้เป็นบิดาก่อนทั้งสามคนจะนั่งลงที่ห้องรับแขก

“กลับมาแล้วเหรอ...เรียบร้อยดีไหม” เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามลูกชายคนโตเรื่องงานที่มาเก๊าทันที

คุณหญิงพราวที่นั่งอยู่ที่โซฟาบุนวมอีกตัวถึงกับหน้าตึง เพราะในเวลาแบบนี้สามีของเธอยังมีอารมณ์มาพูดเรื่องงานอยู่อีกเหรอ

“คุณดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยนะคะ” เธอจิบน้ำส้มคั้นที่สาวใช้เอามาเสิร์ฟแล้วพูดขึ้นมาลอย ๆ

“คุณแม่...” บอมเอ่ยห้าม เมื่อเห็นว่าป๊า มองไปที่มารดาของเขาเขม่น

“จะผมทุกข์ร้อนอะไรอย่างนั้นหรือคุณหญิง...ในเมื่อเรากำลังจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น” คำพูดของวิเศษทำเอาทั้งคู่หันไปมองอย่างแปลกใจ

“เรื่องอะไรเหรอครับ” บอมเอ่ยถามบิดาที่ เอนหลังพิงพนักอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“อยากให้น้องแกออกมาจากในห้องนั้นไหมล่ะ” คุณวิเศษถามลูกชายคนโตด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “หมั้นกับคนที่ฉันหาไว้ให้ซะซิ...แล้วมันจะได้ออกมา”

“ฉันไม่คิดเลยนะคะ ว่าคุณจะใจร้ายขนาดนี้ ตาบลูเป็นลูกของคุณนะคะ คุณไม่รักแกบ้างเลยหรือยังไง” เป็นอีกครั้งที่คุณหญิงพราวลุกขึ้นตวาดใส่ผู้เป็นสามี

เพล้ง!!!

เสียงแก้วน้ำกระทบเข้ากับผนังอีกด้านในห้องรับแขกอย่างแรง จนเศษแก้วแตกและน้ำที่คงค้างกระจายไปทั่ว คุณวิเศษเดินเข้ามาหาผู้เป็นภรรยาอย่างน่ากลัว จนบอมต้องลุกขึ้นมาห้ามและกลางมือขว้างเอาไว้

“ป๊า...ป๊าใจเย็น ๆ นะครับ” บอมบอกกับบิดาอย่างร้อนรน เข้าไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องมาทะเลาะกัน

“หลบไป” เสียงทรงอำนาจพูดเพียงสั้น ๆ ก่อนจะผลักลูกชายคนโตหลบไปอีกทาง แต่บอมก็ยังไม่ยอมแพ้ดึงดันเข้ามาห้ามอยู่เช่นเดิม

“ปล่อยเขา” มารดาบอกเสียงแข็ง สายตาก็มองผู้เป็นสามีอย่างตัดพ้อ

“แม่ ผมขอร้องล่ะแม่อย่าเถียงกับป๊าเลยนะครับ” เพราะรู้ว่าห้ามบิดาไม่ได้ เขาจึงหันมาขอร้องมารดาแทนเพราะไม่อยากให้เรื่องทุกอย่างบานปลายและแย่ลง “ป๊าก็อย่าโมโหแม่เลยนะครับ แม่แค่เป็นห่วงน้อง”

“พาแม่มึงออกไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทน” วิเศษพูดออกมาลอดไรฟัน ทำให้บอมรู้ว่าบิดาของตนเองไม่ได้พูดเล่น ๆ เพราะมีไม่กี่ครั้งหนักหรอก ที่ท่านจะขึ้นมึงขึ้นกูกับพวกเขา

“แม่ครับ...ไปเถอะครับ” บอมเข้าไปประคองมารดาของตนเองออกไป คุณหญิงพราวเชิดหน้าขึ้นและเดินออกไปแต่โดยดี จริง ๆ เธออยากคุยให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย แต่ที่เธอต้องยอมก็เพราะลูกชายของเธอเป็นคนขอร้อง

ชายหนุ่มพามารดาเข้ามาส่งในห้องนอน หลังจากประตูปิดลงคุณหญิงพราวทรุดลงทันที แต่ดีที่บอมประคองไว้ได้ทัน เมื่อกี้เธอทำเป็นเข้มแข็งไปอย่างนั้นเอง เพราะเธออยากให้สามีได้รับรู้ว่า เธอจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว

“แม่ครับ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” เธอตอบก่อนจะฝืนยิ้มให้ลูกชายที่กำลังประคองเธอเดินไปที่เตียง “บอมช่วยน้องด้วยนะลูก” ไม่ว่าเธอจะเหน็ดเหนื่อยสักแค่ไหนก็ยังคงเป็นห่วงลูกอยู่ไม่เสื่อมคลาย

“ผมคิดออกแล้วครับ...ผมจะให้ไอ้บลูหมั้น” น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและแววตามุ่งมั่นของบอม ทำให้คุณหญิงพราวรู้ในทันทีว่าลูกชายของเธอคงคิดแผนอะไรออกแล้ว

 

 

สามวันต่อมาในบ้านของจอมทั้งสี่คนกำลังวางแผน หลังจากที่อดทนอยู่เงียบมาทั้งอาทิตย์ แต่จริง ๆ พวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหาที่อยู่ของรามเงียบ ๆ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้แน่ชัด แต่รันเวย์ได้บอกกับจอมว่ามีอยู่สองที่ ที่คิดว่ารามจะถูกจับไป ที่หนึ่งคือโกดังเก็บสินค้าตรงอมตะนคร

ส่วนอีกที่น่าจะเป็นบ้านพักต่างอากาศที่ประจวบ เพราะจากที่ได้ให้อาร์เอ็มแฮ็กเข้าไปดูกล้องวงจรปิด ทั้งสองที่นั่นเพิ่มคนคุ้มกันที่ด้านหน้าโกดัง จากที่เคยมีแค่สามคนตอนนี้ก็กลับกลายเป็นห้าคนแล้ว และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มากมายแต่ก็น่าแปลกอยู่ดี เพราะถ้าไม่มีของสำคัญให้เฝ้าท่านวิเศษจะเพิ่มกำลังคนไปทำไม

“มึงแน่ใจนะรัน...ว่ามีแค่สองที่” จอมเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ได้ฟัง

“พี่จอมลองดูนี่...ลูกน้องคนสนิทของท่านเข้าออกบ่อย ๆ ทั้งสองที่เลย” รันเวย์ชี้ให้จอมดูภาพจากกล้องวงจรปิด “ผมให้อาร์เอ็มนั่งดูมาเป็นอาทิตย์แล้ว...สองที่นี่น่าสงสัยที่สุดแต่...”

“บ้านพักต่างอากาศที่ประจวบ คนของคุณวิเศษจะเข้าออกเป็นเวลาใช่ไหม” จอมบอกในสิ่งที่เขาเองก็สังเกตเห็น

“ใช่ครับ” รันเวย์ตอบก่อนจะยกยิ้ม “พี่จอมคิดว่าไง...มีอะไรบ้างที่ต้องทำเป็นเวลา”

“มีคนอยู่ด้านใน” จอมตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจเพราะมันเดาได้ไม่ยากอยู่แล้ว ทุกที่ที่มีตัวประกันที่นั่นจะต้องเข้าออกเป็นเวลาเพราะคนยังต้องกินข้าวกินน้ำ

“ถ้าอย่างนั้น... มึงว่าที่โกดังมีอะไร” ก่อนจะยกคิ้วถามน้องชายของเพื่อนสนิทนิ่ง

“ผมยังไม่ทราบครับ” เพราะบอมได้สั่งรันเวย์ว่าไม่ต้องทำงานเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว และให้ชายหนุ่มช่วยงานของบูมเพียงอย่างเดียว นั่นจึงทำให้รันเวย์ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานของเจ้าสัวอีกเลย

แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของชายหนุ่มที่ไม่ต้องทำงานที่นั่น เพราะไม่อย่างนั้นเรื่องทั้งหมดคงจะยุ่งอยากกว่านี้ แค่นี้ในแต่ละวันรันเวย์ก็มีเวลาสืบหาข้อมูลเพื่อช่วยพี่ชายไม่มากเท่าไรนัก ชายหนุ่มต้องใช้เวลาที่บูมสั่งให้ออกมาพบลูกค้าข้างนอกถึงจะหลบออกมาได้โดยที่ไม่ถูกคนของท่านวิเศษสงสัย

“ผมสืบให้เอง” ซีเคที่ฟังอยู่นานเอ่ยขึ้น นี่ก็ถือว่าเป็นโชคดีอีกอย่างของรันเวย์ที่ไม่เคยบอกว่าหนอนของเขาหน้าตาเป็นยังไงและเป็นใครมาจากไหน เลยไม่เคยมีใครเห็นหน้าของอาร์เอ็มและซีเคมาก่อน จึงทำให้ทั้งสองคนทำงานได้อย่างสบาย ๆ

“แต่มันไม่ง่าย ที่มึงจะเข้ามาในตระกูลจิระอรรถวรกุลซีเค” รันเวย์รู้ดี เพราะคุณวิเศษคงไม่รับคนทั่วไปเข้ามาทำงาน จิระอรรถวรกุลไม่ใช่ใครจะเข้ามาเล่นได้ง่าย ๆ

“ใครว่าผมจะใช้วิธีเดิม ๆ ละเฮีย” ซีเคบอกอย่างมีแผน

“มึงอย่าทำอะไรเสี่ยง ๆ” แต่รันเวย์ก็ยังไม่มั่นใจ เขาห้ามเอาไว้เพราะยังคิดว่าไม่คุ้มที่จะเสี่ยง ถ้าซีเคโดนจับได้ขึ้นมาชายหนุ่มคงจะหมดลมหายใจในทันทีและนั้นจะทำให้ทุกอย่างยิ่งยุ่งยากกว่าเดิม

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดึงรันเวย์ให้ละสายตาจากการจ้องหน้าของซีเคในทันที ชายหนุ่มล้วงมันออกมาจากกระเป๋าเป้สะพายหลัง ก่อนจะดูชื่อแล้วยกนิ้วชี้จ่อที่ปากเป็นเชิงบอกว่าให้ทุกคนเงียบ

“ครับคุณบอม”

“มึงอยู่ไหนไอ้รัน”

“ผมออกมาพบลูกค้าข้างนอกครับ”

“งั้นขากลับแวะมาหากูหน่อยเจอกันที่สวนด้านล่าง...แวะซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์มาด้วย”

“ครับ” หลังจากวางสาย รันเวย์ถอนหายใจออกมา ก่อนเงยหน้าขึ้นมองทุกคนที่กำลังมองตนเองเป็นตาเดียว “พี่จอมผมต้องไปแล้วครับ” รันเวย์บอกกับเพื่อนของพี่ชาย ตอนนี้ทุกคนคิดว่ารามจะยังไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะอาร์เอ็มที่ดูกล้องวงจรปิดอยู่ตลอดเวลา ยังไม่มีใครเอาของชิ้นใหญ่หรือสิ่งที่น่าสงสัยออกมาจากด้านใน

“อือ...ถ้าอีกสองวันไม่มีอะไรคืบหน้ากูคงต้องบอกเจ้าสัว” จอมบอกกับรันเวย์อย่างจริงจัง เพราะชายหนุ่มได้ขอร้องตนเองเอาไว้และไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เขาเองก็เห็นด้วยในตอนแรก แต่ถ้าปล่อยให้นานไปมากกว่านี้ รามอาจจะเป็นอันตรายได้

“ครับ...รันเข้าใจ ขอบคุณนะครับพี่จอมที่ช่วยเฮีย” รันเวย์อดรู้สึกผิดนิด ๆ ไม่ได้ ที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยไว้ใจเพื่อนสนิทของพี่ชายเลยสักครั้ง

“อือ...พี่มึงก็เพื่อนรักกู” จอมตอบนิ่ง ๆ ประจวบเข้ากับเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของชายหนุ่มดังขึ้นมาพอดี รันเวย์จึงขอตัวกลับไป

-อัครัฐ-

 

 

รันเวย์ใช้เวลาสักพักก็ขับมาถึงบริษัทแม่ของ ดับเบิล กรุป ชายหนุ่มจอดรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์คู่ใจ ก่อนจะเดินถือถุงกระดาษที่มีกาแฟอยู่ด้านใน เข้าไปในสวนข้าง ๆ บริษัท

“สวัสดีครับ” รันเวย์เอ่ยทักทายเจ้านายที่นั่งพิงเก้าอี้ไม้ รอตนเองอยู่ก่อนแล้ว

“นั่งสิ” บอมขยับให้ชายหนุ่มนั่งลงข้าง ๆ ก่อนเข้าจะเอนหลังพิงพนักด้วยท่าทีสบาย ๆ เช่นเดิม

“ครับ” รันเวย์นั่งลง ก่อนจะวางถุงกระดาษไว้ทางด้านซ้ายมือของตนเอง

“มึงรู้เรื่องไอ้รามแล้วใช่ไหม” บอมถามออกไปตรง ๆ รันเวย์ก้มหน้าลงทันที เขาไม่อยากโกหกแต่ก็ไม่ได้อยากจะตอบ “บอกกูมารันเวย์ กูมีเวลาไม่มาก” เสียงราบเรียบกดดันก่อนจะมองไปรอบ ๆ

“ครับ”

“มึงฟังกูนะ...” ชายหนุ่มเล่าแผ่นการคร่าว ๆ ทั้งหมดให้รันเวย์ฟังด้วยท่าทีสบาย ๆ ก่อนจะหยิบถุงกระดาษแบบเดียวกันที่วางอยู่ด้านซ้ายย้ายมาวางที่ด้านขวา สลับกับถุงของรันเวย์เพื่อแลกเปลี่ยน

“รับนี้ไปแล้วรอรับโทรศัพท์จากกู...ไปได้แล้ว”

หลังจากที่รันเวย์ออกไปบอมเอากาแฟออกมาจากถุงกระดาษและนั่งกินอย่างสบายใจ ชายหนุ่มเห็นแล้วว่ามีคนของป๊าตามตนเองมาได้สักพักแล้ว

 

 

หลายวันผ่านไปรามถูกมัดนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมในห้องที่มืดมิด สายตาชายหนุ่มเหม่อลอยอย่างคิดไม่ตก เขาเกลียดเวลาที่ตนเองทำอะไรไม่ได้แบบนี้ที่สุด ความรู้สึกเหมือนกำลังตายทั้งเป็น มันทั้งอึดอัดและหายใจไม่ออก ชายหนุ่มเป็นห่วงคนรักและไม่รู้ว่าปานนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง เขาคิดถึงคุณบลูมากเหลือเกิน

เสียงลูกบิดประตูดังขึ้นรามจึงค่อย ๆ หันใบหน้าอิดโรยไปมอง วิเศษเดินอาด ๆ เข้ามาช้า ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงด้านหน้าห่างออกไปเพียงนิด

“ตัดสินใจได้หรือยัง” วิเศษมาทวงถามสิ่งที่เคยให้โอกาสชายหนุ่มไปเมื่อหลายวันก่อน สายตาคมมองคนตรงหน้านิ่ง อย่างกดดัน

“ถ้าผมไป...คุณบลูจะปลอดภัยใช่ไหมครับ” รามเอ่ยถามเสียงเรียบไม่แข็งกระด้างแต่ก็ไม่นอบน้อม

“ถ้ามึงทำตามสัญญา”

“ผมขอเจอคุณบลูครั้งสุดท้ายได้ไหมครับ”

“กูว่ามึงไม่มีสิทธิ์ต่อรองนะ...แค่ที่มึงยังมีลมหายใจอยู่แค่นี้ก็น่าจะเกินพอ” นี่ถ้ารามไม่ใช่ลูกชายของคนที่ตนเองรัก เขาคงฆ่าชายหนุ่มไปนานแล้ว

“มึงรู้ใช่ไหม...โอกาสไม่ได้มีมาบ่อย ๆ ...และยิ่งโอกาสที่มาจากคนอย่างกูแล้วด้วย...ทางที่ดีมึงควรรีบคว้าเอาไว้นะ” วิเศษพูดอย่างเป็นต่อก่อนยกยิ้ม “อ้อ แล้วก็อีกอย่างไอ้บลู กำลังจะหมั้นหมายกับคนที่กูหามาให้...คนที่เชิดหน้าชูตามันได้ คนที่เหมาะสม คนที่ไม่ใช่มึง”

เกิดความเงียบหลังจากที่วิเศษพูดจบรามก็ก้มหน้าลง เป็นอีกครั้งแล้วซินะที่เขาไม่สามารถรักษาคุณบลูเอาไว้ได้ รามหลับตาลงอย่างหมดหนทาง ชายหนุ่มยอมรับชะตากรรม ไม่ใช่ว่าอยากยอมแพ้แต่เพราะเป็นห่วงคนรัก อีกทั้งเขาเองในตอนนี้ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรเพื่อคุณบลูได้เลย

“กูจะปล่อยมึงไป...หลังจากที่งานหมั้นจบลง”

วิเศษเดินออกไปแล้วรามยังคงก้มหน้านิ่งเช่นเดิม ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้ง ภาพของบลูยังคงฉายชัด ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยังคงดังก้องสะท้อนในใจ แม่เป็นของพ่อ คำพูดนี้ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ทำให้รามได้สติ ก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้นแสยะยิ้ม

“คุณบลูเป็นของผม...ใครก็เอาไปไม่ได้” รามพึมพำคนเดียวในความมืด ชายหนุ่มแค่รอเวลาแล้วเขาจะพิสูจน์ตัวเอง “รอผมนะครับ คุณบลู”

............. 

มาค่ะ พ่อไม่ยอมนะคะใครจะมาเอาเมียพ่อไปง่ายๆ ก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ เฮียบอมมีแผนอัลไลบอกมานะ ใกล้จบแล้วเด้อ ลุ้นไปด้วยกันก่อนน๊า ตอนพล็อตไม่คิดว่า NC จะเยอะขนาดนี้ จำนวนตอนเลยยืดออกมาอีก อย่าเพิ่งเบื่อเด้อใกล้แล้ว 

**รี้ดท่านใดโอนยอด 290 บาทมาคะ รบกวนอินบล็อกด้วยค่ะ

สปอยล์ : จบแบบ True End นะคะ นิยายเรื่องนี้

sds

 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น