Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 46 : ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 เสียงเอะอะโวยวายที่หน้าบ้าน ทำให้คุณหญิงพราวที่กำลังนั่งคุยอยู่กับนมอ่อนในห้องรับแขกต้องตกใจ รีบเดินออกมาดูโดยมีนมอ่อนเดินตามออกมาด้วย ภาพที่เห็นคือลูกชายคนเล็กของเธอ กำลังถูกลูกน้องคนสนิทสองคนของสามีหิ้วปีกเอาไว้อยู่ หัวใจแทบสลายเมื่อได้เห็นสภาพของบลูเพราะมันดูแทบไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงไปหมด

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณ!” เธอเอ่ยถามผู้เป็นสามี ก่อนจะหันไปหาลูกชายที่ตอนนี้ทรุดตัวลงกับพื้น เธอจึงเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “ตาบลู...ตาบลู”

เมื่อวิเศษเห็นภรรยาที่กำลังจะเข้าไปหาลูกชายเขาจึงออกคำสั่งทันที

“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณหญิง...เอาตัวออกไป” เสียงกังวานดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะให้คนสนิมลากลูกชายตัวเองไปบนห้อง แล้วหันกลับมาที่ภรรยาตัวเอง

“คุณมันใจร้าย คุณไม่สงสารลูกบ้างหรือไง ทำไมไม่คุยกันดี ๆ ตาบลูเป็นลูกของเรานะ” เป็นครั้งแรกที่คุณหญิงพราวผู้เป็นภรรยากล้าขึ้นเสียงใส่สามี

เมื่อเห็นเช่นนั้นวิเศษจึงเลือดขึ้นหน้า เขากระชากข้อแขนเล็ก ๆ ของเธอเข้ามาใกล้ ก่อนจะตะคอกกลับ “กล้าขึ้นเสียงใส่ผมเหรอ”

“คุณทำร้ายลูกของพราวก่อน...ที่ผ่านมาพราวยอมคุณมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยรักพราวเลยก็ตาม พราวยอมปิดหูปิดตาและอดทนมาโดยตลอด คุณไม่รักพราว พราวยอมได้ แต่ถ้าคุณไม่รักลูก พราวยอมไม่ได้” เธอตะคอกกับอย่างฟิวส์ขาด หมดแล้วความอดทน ในตลอดสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เธอจะไม่ยอมเด็ดขาดไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกของเธอ

“ก็เพราะรักนะสิ...ผมถึงเลือกสิ่งดี ๆ ให้มัน...ไม่คิดเลยว่ามันจะใฝ่ต่ำ” วิเศษตะคอกกลับอย่างไม่ยอมเช่นกัน มือใหญ่ก็บีบข้อแขนของภรรยาแน่นขึ้น แต่คุณหญิงพราวกับไม่ร้องเลยสักแอะ กับมองจ้องหน้าสามีนิ่ง

“ตาบลูทำอะไรให้คุณคะ...ถึงต้องมาทำกันขนาดนี้” พราวเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

“ถามคนสนิทเธอดูสิ...ว่าเลี้ยงลูกมายังไงถึงได้มักใหญ่ใฝ่สูงแบบนี้” วิเศษหันไปพูดกับนมอ่อน ที่ทรุดตัวลงกับพื้นเพราะตกใจในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

“นมอ่อน...ราม รามเกี่ยวอะไรด้วย” คุณหญิงพราวพึมพำหันไปหานมอ่อน ก่อนจะหันกลับมาถามสามีอย่างไม่เข้าใจ และในจังหวะนั้นเอง สาวใช้คนอื่น ๆ ได้เข้ามาช่วยประคองนมอ่อนออกไปก่อน ที่ตรงนั้นจึงเหลือเพียงประมุขและภรรยา

“หึ...แอบทำสิ่งน่ารังเกียจลับหลัง ข้ามหัวไปข้ามหัวมาคุณไม่รู้เรื่องเลยงั้นเหรอ” วิเศษพูดลอดไรฟัน ใบหน้าของเขาโกรธจัดจนบิดเบี้ยวไปหมด

“รู้อะไรคะ...เรื่องอะไร” คุณหญิงพราวเอ่ยถามเพราะเธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าสามีของเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร

“มันสองคน...แอบได้เสียกันยังไงล่ะ” คำพูดของวิเศษทำเอาพราวอึ้งไปสักพัก ปากเธออ้าออกกว้างค้างไว้อย่างพูดอะไรไม่ออก แต่ก็พยายามเปล่งเสียงออกมาในที่สุด

“ไม่จริง!! คุณเอาอะไรมาพูด ตาบลูไม่มีทางทำแบบนั้น” เธอเถียงแทนลูกชายแบบไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ลูกชายของเธอต้องไม่ทำอะไรแบบนั้น

“คุณอยากจะดูไหมล่ะ หลักฐาน มันกอดจูบลูบคลำกันเหมือนสัตว์ โดยไม่เลือกสถานที่ แม้กระทั่งในห้องทำงานก็ไม่เว้น นี้ถ้าไม่ได้เลขาหน้าห้องมันมารายงาน ผมก็คงไม่มีวันรู้เรื่องอัปยศที่พวกมันทำกัน” เขาตอบและบีบแขนของเธอเน้นขึ้นจนพราวต้องนิ้วหน้าเพราะความเจ็บ

“อย่ามาว่าลูกของพราวนะ คุณจะมาโทษตาบลูได้ยังไง จะมาโทษลูกของเราได้ยังไง ในเมื่อคุณเองเป็นคนเอาลูกของผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้าน มันเป็นเพราะคุณเองไม่ใช่เหรอคะ” คุณหญิงพราวทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอพูดสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอดหลายสิบปี

บูมที่เพิ่งมาถึงก็ได้ยินเข้าพอดี เขาจึงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

“คุณแม่พูดอะไร...คุณแม่หมายถึงอะไรครับ” สายตาที่สับสนมองคนทั้งสองสลับไปสลับมา

“ก็ป๊าของลูกนะสิเอาลูกของผู้หญิงคนนั้นมาให้นมอ่อนเลี้ยง” เธอหันไปบอกกับลูกชายคนรอง

“คุณหญิง!!!” วิเศษตวาดลั่นอีกครั้งหลังจากที่ได้ฟัง

“ทำไมคะ...คุณรับความจริงไม่ได้หรือยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างมันเริ่มมาจากคุณทั้งนั้น” เธอพรั่งพรูออกมาจนหมดไม่มีเหลือ เพราะเธอจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว “ผู้หญิงที่คุณรักนักรักหนา...รักมากถึงขนาดเอาลูกของมันมาเลี้ยง หรือว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นลูกของคุณกันแน่คะ” คำถามที่เธอเฝ้าถามมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และมันไม่เคยได้รับคำตอบเลยสักครั้ง ในวันนี้เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมาถามถึงเรื่องนี้อีกครั้ง

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้!!!” สายตาฉายแววน่ากลัวและดุดันจ้องมองภรรยาเขม่นและมืออีกข้างก็ง้างขึ้นหมายจะฟาด มันน่ากลัวเสียจนพราวต้องหลับตา

“ป๊า...อย่าทำแม่นะ” บูมที่ฟังอยู่เริ่มจะทนไม่ไหว เดินเข้ามาดึงแขนของบิดาตัวเองไว้ก่อนจะอ้อนวอน “ป๊าอย่าทำแม่...เลยนะครับ บูมขอร้อง” ชายหนุ่มพยายามห้าม ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าพ่อของเขาจะไม่เคยแสดงออกว่ารักแม่มากนัก แต่ก็ยังไม่เคยเห็นทั้งสองทะเลาะกันจริง ๆ เลยสักครั้ง

“นะครับป๊า...ใจเย็น ๆ นะครับ” เมื่อเห็นลูกชายกำลังอ้อนวอน คุณวิเศษจะยอมลดมือลงในที่สุด

“เอาแม่ของแกออกไป...เอาออกไปเดี๋ยวนี้” วิเศษตวาดใส่ผู้เป็นลูกชาย ก่อนคนอื่น ๆ จะกรูกันเข้ามาพาตัวของคุณผู้หญิงของบ้านออกไป

“เฝ้าไว้อย่าให้ไอ้บลูออกจากบ้านโดยเด็ดขาด” นายใหญ่ของบ้านประกาศลั่นใส่ลูกน้องนับสิบชีวิตที่ยืนอยู่ ก่อนตัวเองจะกลับขึ้นรถและออกไปทันที

 

 

อีกด้านหนึ่งเวลาต่อมา

ชายหนุ่มรู้สึกตัวด้วยอาการมึนงง เขากะพริบตาถี่ ๆ เพ่งมองไปรอบ ๆ แต่เพราะเพิ่งฟื้นขึ้นมาจากฤทธิ์ยาสลบจึงพยายามตั้งสติและสะบัดหัวแรง ๆ อยู่หลายครั้งเพื่อที่จะได้ตื่นเต็มตา

รามพยายามจะขยับแขนขาแต่ก็ไม่สามารถที่จะขยับได้ จึงก้มลงมองตัวเองที่ถูกมันมือมัดเท้านั่งอยู่บนเก้าอี้ ก่อนเขาจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นปลายรองเท้าหนังสีดำปราบ มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

เพี้ยะ

ใบหน้าของเขาสะบัดไปตามแรงมือหนัก ๆ ที่ฟาดเข้ามาที่ใบหน้าเพื่อเรียกสติ รามหลับตาลงอย่างปวดร้าว ใบหน้าหล่อเหลามีรอยฟกช้ำและเลือดไหลออกมาตามมุมปาก เขาใช้ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มที่แสบเพราะเลือดกบเบา ๆ แล้วค่อย ๆ หันกลับมา

วิเศษมองคนตรงหน้าด้วยสายตาแข็งกร้าว บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร รามเป็นลูกชายของผู้หญิงที่วิเศษเคยรักตั้งแต่สมัยที่ยังไม่เจอคุณหญิงพราว ชายหนุ่มและธิดาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งในตอนนั้นเขารู้สึกดีกับเธอมาก ๆ คงเป็นเพราะเธออ่อนโยน อ่อนหวาน จิตใจดี และเป็นคนเดียวที่กล้ายุ่งกับผู้ชายเกเรไม่เอาถ่านและไม่อยากมีใครยุ่งด้วยเช่นเขา

ตั้งแต่มีเธอก้าวมาในฐานะเพื่อน ผู้ชายที่เคยแข็งกระด้างมองโลกในแง่ร้ายก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเกเรก็กลับกลายเป็นตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ เธอ ทุกอย่างที่เหมือนว่าจะดี ก็เปลี่ยนไปเมื่อมีใครอีกคนเข้ามา

พงษ์เทพ เข้ามาเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตของเขา จากที่ธิดาเคยสนใจช่วยเหลือแต่ตนเอง ก็กลับกลายเป็นชายหนุ่มอีกคนแทน ประจวบกับในตอนนั้นวิเศษมีพราวพรรณเข้ามาในฐานะว่าที่คู่หมั้น ทั้งสองจึงเริ่มห่างกันออกไปเรื่อย ๆ จนวิเศษคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้เธอคืนมา

วันเรียนจบชายหนุ่มใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เธอมีต่อตนเอง หลอกเธอจนได้ครอบครองในที่สุด แต่มันก็ได้แค่ตัว เพราะไม่ว่าหลังจากนั้นวิเศษจะพยายามทำดีเพื่อลบล้างความผิดสักแค่ไหน ผ่านไปนานสักเท่าไรก็ไม่สามารถทำให้เธอรักเขาได้เลย

และถึงแม้ว่าเวลาต่อมาวิเศษได้แต่งงานกับพราวพรรณจนมีลูก เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยธิดาไป เพราะคิดว่าจะสามารถทำให้ธิดารักตนเองได้ในสักวัน

จนคืนเวลาผ่านไปหลังจากนั้นอีกหลายสิบปี พราวพรรณตั้งท้องลูกคนที่สาม ธิดาจึงขอร้องทั้งน้ำตาให้ปล่อยเธอไป วิเศษที่รักธิดามากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงยอมปล่อยเธอไปในที่สุด แต่ถึงแม้ว่าจะเลิกราแต่ก็ไม่สามารถเลิกรักเธอได้ เขาจึงให้คนคอยติดตามดูเธออยู่ห่าง ๆ เรื่อยมา

ภายหลังจึงรู้ว่าเธอกำลังตั้งท้อง ในตอนนั้นเองเขาคิดว่าธิดากำลังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ แต่เธอกับบอกว่าเป็นลูกของเธอกับพงษ์เทพ แต่เขาไม่เชื่อเพราะว่าเราทั้งคู่เพิ่งจะเลิกกันได้เพียงไม่นาน แต่เธอกับยืนยันและบอกว่าเธอกับพงษ์เทพรักกันมาได้สักพักแล้ว รักกันมาก่อนที่ตนเองจะข่มเหงน้ำใจเธอเสียอีก ในตอนนั้นหัวใจของเขาแตกสลายอีกครั้ง

ด้วยความเกลียดชังต่อตัวศัตรูคู่แค้นบวกกับแรงหึงหวงในตัวของธิดา เลยทำให้เขาส่งรูปพวกนั้นไปให้เจ้าสัวธนากรพี่ชายของเธอทราบ เพื่อขัดขวางความรักต่างชนชั้นของคนทั้งสอง โดยไม่คิดเลยว่าทั้งคู่จะหนีไปด้วยกัน...

“แค่ก ๆ” เสียงไอ้ในลำคอแหบแห้งดึงวิเศษออกจากภวังค์ พลันมองคนตรงหน้าที่ค่อย ๆ หันกลับมามองตนด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ตื่นเต็มตาหรือยัง” น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยถาม หลังจากที่ได้สะบัดมือหนาตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของรามไปแล้วครั้งหนึ่ง

“ท่าน...” เสียงที่เปล่งออกมาช่างเบาหวิว จนแทบจะไม่ได้ยิน ทำให้วิเศษยิ้มเยาะ

“มึงกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง...กูอุตส่าห์ไว้ใจให้มึงดูแลไอ้บลู แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามึงจะดูแลกันถึงเรื่องบนเตียง มึงกล้าทำเรื่องอัปยศแบบนี้ได้ยังไง...กล้าทรยศความเชื่อใจของกูได้ยังไง” ท้ายประโยควิเศษตวาดดังลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ คนตรงหน้ากล้าดียังไงมาเหยียบหัวตนเอง

“ผมผิดเองครับ...ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากผม...ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณบลู...ถ้าท่านต้องการลงโทษก็มาลงที่ผม ผมจะรับมันเอาไว้ทั้งหมด แต่อย่าทำอะไรคุณบลูเลยนะครับ “รามพูดออกมาพร้อมกับมองไปยังเจ้านายใหญ่อย่างยอมรับผิด เรื่องทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นถ้าเขารู้จักหักห้ามใจตัวเอง แล้วคุณบลูก็คงไม่ต้องมาเดือดร้อนไปด้วยแบบนี้

“หึ...มึงมันก็เหมือนไอ้พงษ์เทพ ที่มักใหญ่ใฝ่สูง โดยไม่นึกถึงกำพืดของตัวเอง” ทันทีที่ได้ฟังรามเงยหน้าขึ้นมองคนพูดทันที

“ท่านหมายความว่ายังไง” รามเอ่ยถามเสียงเบาหวิว สายตาของเขาล่อกแล่กและเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งสองคนรู้จักกันจริง ๆ ใช่ไหม รูปสองใบนั้นเป็นคุณท่านจริง ๆ ด้วย

“เกิดอะไรขึ้น...ท่านรู้จักพ่อกับแม่ของผมใช่ไหมครับ”

“ไอ้พงษ์เทพมันน่าสมเพชไอ้ราม...ริอ่านมายุ่งกับผู้หญิงของกู ความตายคือสิ่งที่มันได้รับก็สาสมแล้ว”

หลังจากที่รามได้ฟัง สมองของเขากำลังคิดประมวลผล หมายความว่ายังไงผู้หญิงของคุณวิเศษหมายถึงใครหรือว่าจะหมายถึง

“แม่...ท่านหมายถึงแม่ใช่ไหมครับ” รามถามออกไป เขาพยายามประติดประต่อเรื่องราวที่ได้ฟังเข้ากับรูปภาพสองใบที่เขาเคยได้เห็นมา

“ธิดาเหมือนนางฟ้าบนสวรรค์ แต่ต้องมาแปดเปื้อนเพราะไอ้ตำรวจต่ำต้อยไม่เจียมกะลาหัวอย่างมัน” เสียงที่พูดออกมาทั้งเจ็บแค้นและเจ็บปวดรวดร้าว เขารักเธอมากธิดาเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาอยากแต่งงานและใช้ชีวิตด้วย “ถ้าไม่เป็นเพราะมันเข้ามา...กูกับแม่ของมึงคงมีความสุขกันไปแล้ว”

รามได้ฟังก็น้ำตาร่วง แม่ของเขาเคยเป็นคนรักของท่านวิเศษอย่างนั้นเหรอ “ดอกลิลลี่ที่อัฐิเป็นของท่านใช่ไหมครับ”

“ใช่...ของกูเอง” คุณวิเศษยอมรับเพราะจนถึงวันนี้เขาก็ยังลืมธิดาไม่ได้เลย

ถึงแม้ว่าเขาเองจะแต่งงานกับแพรวพรรณแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถให้ความรักเธอได้และจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้รักเธอ วิเศษแต่งงานกับเธอตามหน้าที่และเพื่อธุรกิจ ความมีหน้ามีตาในสังคม ซึ่งในตอนนั้นรังสิมันต์ก็ยังไม่มี

“เข้าเรื่องของมึงดีกว่า” เสียงแหบพร่าพูดออกมาอีกครั้งก่อนจะจ้องรามเขม็ง “มึงคิดว่าเรื่องของมึง...มันเป็นไปได้ยังงั้นเหรอไอ้ราม”

“ผม...ผม...”

“หึ...พวกมึงเคยคิดถึงผลที่จะตามมากันบ้างไหม” วิเศษแสยะยิ้มสมเพช “จิระอรรถวรกุลถูกสร้างมาอย่างยิ่งใหญ่ มีหน้ามีตาทางสังคม มีธุรกิจมากมายที่ต้องดูแล มึงจะให้ตระกูลต้องมาตกต่ำเพราะเรื่องแบบนี้อย่างนั้นเหรอ”

“.....”

“มึงรู้อะไรไหมมึงสองคนรักกันไม่ได้...คนของจิระอรรถวรกุลมีสิ่งที่ต้องทำ ทายาทจึงเป็นสิ่งสำคัญ พวกมึงจะมาทำอะไรตามใจชอบไม่ได้”

“.....”

“ความรักมันกินไม่ได้ไอ้ราม...มึงยอมรับความจริงซะเถอะว่ามึงรักกันไม่ได้” วิเศษพูดเสียงกร้าว ไม่กระด้างแต่ก็ไม่ได้อ่อนโยน

“อีกไม่นาน...ไอ้บลูจะต้องหมั้นหมายกับคนที่สามารถเชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูลได้ กูจะให้โอกาสมึงไปจากมันซะตั้งแต่ตอนนี้ แล้วอย่ากลับมาให้มันเห็นหน้าอีก ไม่งั้นกูจะหันไปจัดการมันแทน”

 

 

รันเวย์ขับรถมาถึงหน้าบ้านของจอมหลังจากที่รู้เรื่องจากมารดา ชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแต่ก็มองไม่เห็นใครอื่นแล้วนอกจากจอม รันเวย์ร้อนรนเดินเข้ามาในตัวบ้านที่มี จอม อาร์มเอ็มและซีเค นั่งรออยู่ก่อนแล้ว แล้วทุกคนก็กำลังคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังปรึกษาอะไรกันสักอย่างอยู่

“เฮียมาแล้วเหรอ” อาร์เอ็มเอ่ยทักในทันที ที่เห็นหน้าของรันเวย์เดินเข้ามา

“อือ...หวัดดีพี่จอม” รันเวย์ตอบรับอาร์เอ็มก่อนจะทักทายจอม เพราะตนเองอายุน้อยกว่า

“เออ หวัดดี...” จอมละสายตาภาพจากกล้องวงจรปิดที่ให้อาร์เอ็มแฮ็กมาได้ เงยหน้าตอบรับน้องชายเพื่อนสนิทนิดหนึ่ง “มาก็ดีแล้ว มีใครตามมาไหม”

“ไม่น่าจะมีครับ ตอนผมรู้ข่าวผมอยู่ที่บริษัท” รันเวย์ตอบก่อนซีเคจะขยับให้นั่งลง “พี่ว่า...เฮียโดนจับไปที่ไหน”

“เดี๋ยวรันเวย์ มึงต้องบอกกูมาก่อนว่ามันเรื่องอะไรกัน” จอมยังไม่รู้เรื่องละเอียดมากนัก

เมื่อคืนเพื่อนรักบอกว่ามีคนตามมาจากที่บ้านของตนและให้ระวังตัว พอวันนี้รันเวย์โทรมาหาอย่างร้อนรนบอกว่ารามถูกจับไป และให้อาร์เอ็มเอาภาพจากกล้องวงจรปิดในถนนซอยบ้านเข้ามาให้ดู เขาเลยยังไม่รู้รายละเอียดอะไรเลยสักอย่าง

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้นะพี่จอม...” รันเวย์เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนรู้และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์เพื่อที่จะช่วยพี่ชายตนเองทั้งหมดได้ให้จอมฟัง บางอย่างจอมรู้อยู่แล้วก็แค่พยักหน้า แต่เรื่องความสัมพันธ์ของบลูจอมไม่เคยรู้มาก่อน ก็เลยได้แต่ทำหน้าแปลกใจก่อนจะกลับมาสนใจสิ่งที่รันเวย์กำลังเล่าเช่นเดิม

“และพี่รู้อะไรไหม วันที่เอาเฮียมาเลี้ยงแม่บอกผมว่า คุณท่านเป็นคนอุ้มมาให้เองกับมือ แล้วบอกด้วยว่าให้ดูแลเฮียดี ๆ และวันนั้นก็เป็นวันที่คุณท่านกับคุณหญิงทะเลาะกันครั้งแรก”

“แล้วคุณวิเศษไปเอาไอ้รามมาจากไหน...ทำไมไม่ส่งให้รังสิมันต์ตั้งแต่ตอนนั้น” จอมเอ่ยถามอยากแปลกใจ รันเวย์เงียบเหมือนกำลังชั่งใจ ว่าควรพูดออกไปดีหรือเปล่าแต่คิดว่าเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว เขาควรพูดออกไปเพื่อว่าจอมจะช่วยอะไรให้ดีขึ้น “เพราะท่านคิดมาโดยตลอดว่า เฮียอาจจะเป็นลูกชายอีกคน”

เกิดความเงียบหลังจากที่รันเวย์พูดจบ “ทำไมไม่ตรวจดีเอ็นเอ” จอมเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ก็ถ้าไม่แน่ใจคนอย่างคุณวิเศษไม่มีทางปล่อยในเคลือบแคลงใจแน่

“ผมก็ถามคำถามนี้กับแม่...แต่แม่บอกว่า ท่านตรวจแล้วและไม่มีใครรู้ผลตรวจนอกจากตัวท่านเอง”

เกิดความเงียบ ขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสี่คนเหมือนจะคิดไม่ตกเพราะไม่รู้ว่าท่านวิเศษจะทำอะไร ถ้าผลดีเอ็นเอเป็นลบ ทำไมถึงยังเลี้ยงรามมาโตจนป่านนี้โดยไม่ส่งคืนรังสิมันต์ กลับกันถ้าผลเป็นบวกพวกเขาก็ใจชื้นขึ้นมาได้หน่อยหนึ่งว่าท่านคงไม่ฆ่าสายเลือดครึ่งหนึ่งของตนเอง ที่จับไปอาจจะเป็นเพราะว่าอยากให้แยกกันกับลูกชายคนเล็ก แต่นี่แหละที่เป็นข่าวร้ายเพราะทั้งสองมีอะไรเกินเลยกันไปแล้ว ถึงจะเป็นพี่น้องคนละแม่ แต่เลือดในกายของทั้งสองคนครึ่งหนึ่งก็มาจากผู้ชายคนเดียวกันอยู่ดี

...........................................

ตอนนี้ต้องมีคนด่าไรท์เยอะแน่เลย แง้.. กลัวแล้วจร้า ด่าไรท์ได้แต่อย่าแรง ไรท์ใจบ้าง โปรดคอมเม้นด้วยความสุภาพนะคะ 

ปล. ถ้าใครจำได้คุณวิเศษเคยถามรามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร

เปิดพรีวันนี้วันแรกนะคะ แอดดีใจมากได้ 10 กว่าเล่มแล้ว ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ

sds


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น