Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 45 : ยอมทุกอย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 ส.ค. 63

 รามขับรถกลับมาที่บริษัทอีกครั้ง ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยและก็ไม่สดใสเท่าไรนัก เขาจอดรถจนนิ่งสนิทแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนจะพยายามตั้งสติและหันไปหยิบอาหารกลางวันที่ซื้อติดมือขึ้นมาแล้วก้าวเดินออกไปจากรถตรงไปยังชั้นผู้บริหารด้านบน

ชายหนุ่มเดินออกจากลิฟต์แล้วเดินเข้าไปในห้องกาแฟ เพื่อหาถ้วยหาจานมาเตรียมอาหารกลางวันให้กับบลู หลังจากที่จัดเตรียมจนเสร็จ เขาก็เงยหน้าขึ้นตั้งสติอีกครั้ง ก่อนจะยกถาดอาหารเข้าไปภายในห้อง

ปานเห็นว่าชายหนุ่มยกมาเต็มไม้เต็มมือเธอเลยช่วยเปิดประตูให้ รามจึงขอบคุณตามมารยาท แต่เธอกับทำหน้านิ่งเฉย แต่เขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเจ้าหล่อนมากนัก

“เที่ยงแล้วนะครับ” น้ำเสียงเป็นห่วงเอ่ยขึ้น บลูจึงเงยหน้าจากกองเอกสาร

“พ่อกินก่อนเลย...ยังไม่เสร็จ” บอกเสร็จแล้วเจ้าตัวก็ก้มลงเซ็นเอกสารต่อ

“งานยุ่งมากเหรอครับ”

“มาก...ไม่รู้เฮียเปิดโปรเจคใหม่อะไรหนักหนา แล้วดูมีแต่ร่วมงานกับรังสิมันต์ทั้งนั้น” บลูบ่นออกมา เพราะจากที่ชายหนุ่มทั้งเซ็นทั้งอ่านกับพบว่าเอกสารมากมาย มากกว่าสิบแฟ้มมีรังสิมันต์เข้ามาเกี่ยว

“งั้นเหรอครับ...” รามถามเสียงเบา “มากินข้าวก่อนนะครับ แค่แป๊บเดียวเอง”

“อือ” บลูรับคำก่อนจะลุกขึ้นมาแล้วเดินตามหลังรามไปนั่งกินข้าวที่ห้องด้านใน

“กินเยอะ ๆ นะครับ ของโปรดคุณบลูทั้งนั้น” รามตักใส่ในจานของบลู ขณะที่อีกคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“บลู”

“หือ”

“เรียกว่าบลู”

“ครับ ๆ ของโปรดของบลูทั้งนั้น” รามยอมก่อนจะยิ้มออกมา

“แม่...วันนี้แม่จะไปไหนอีกไหม” หลังจากที่เริ่มกินมาได้สักพักรามก็เอ่ยถาม

“กลับคอนโด ทำไมพ่อจะไปไหนหรือไง” บลูถามกลับบ้าง

“ใช่ครับ”

“อือ” บลูไม่ถามอะไรออกมาอีก เขานั่งกินเงียบ ๆ ในใจก็คิดไปต่าง ๆ นานา ถ้ารามอยากบอกก็คงบอกออกมาแล้วว่าจะไปไหน เขาจะไม่ถาม อยากบอกอะไรก็ค่อยบอกแล้วกัน

“แล้วพ่อจะกลับหรือเปล่า...กลับกี่โมง”

“กลับครับ...ไปแป๊บเดียว”

“งั้นวันนี้แม่กลับบ้านใหญ่แล้วกัน” บลูบอกกับตรงหน้า ในเมื่อรามไม่ว่างก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่คอนโดคนเดียว เพราะบลูเชื่อว่าไม่ได้แป๊บเดียวเหมือนที่อีกคนบอกหรอก

“ครับ” รามยิ้มตอบ ชายหนุ่มรู้สึกดีที่บลูเข้าใจและไม่ถามอะไร เขาสัญญากับตัวเองในใจว่ากลับมาจากบ้านของจอม จะเล่าเรื่องตัวเองทุกอย่างให้คุณบลูฟัง

“คุณบลูครับ...คุณท่านจะกลับตอนไหนเหรอครับ”

คำถามของรามทำบลูเลิกคิ้วแปลกใจ เพราะคนตรงหน้าไม่เคยถามหาบิดาของเขามาก่อน

“แค่ถามน่ะครับ...” รามเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าอีกคนสงสัย

“ไม่รู้เหมือนกัน คงจะอีกสองสามวันละมั้ง” บลูตอบแบบไม่คิดอะไร เพราะคิดว่ารามคงอยากอยู่กับตนโดยไม่ต้องระแวงบิดา

“งั้นเหรอครับ”

ทั้งสองนั่งกินกันต่อไปเงียบ ๆ จนเสร็จถึงแยกย้ายกันไปทำงานต่อจนเย็น รามก็ขับรถแวะมาส่งชายหนุ่มที่หน้าบ้านใหญ่ เขากำลังจะลงไปเปิดประตูให้เจ้านายเหมือนเดิมแต่โดนห้ามไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องหรอก...เดี๋ยวแม่ลงไปเอง” บลูเอ่ยบอก เขากำลังจะเปิดประตูแต่เหมือนเพิ่งนึกได้จึงหันมาบอกอีกคน “กลับมาแล้ว...มาหาหน่อยนะ”

“ครับ” รามตอบรับก่อนจะยิ้มบาง ๆ ส่งให้ บลูยิ้มตอบแล้วก็ลงไปทันทีโดยไม่ลืมถือซองเอกสารลงไปด้วย

 

 

เวลาต่อมา

ทั้งสี่คนกำลังนั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่บ้านของจอม หลังจากที่รามเอาเอกสารให้ดู

“มึงได้มายังไงอาร์เอ็ม” จอมเอ่ยถามเสียงเครียด เพราะเขาไม่คิดเลยว่าอาร์เอ็มจะกล้าเข้าไปในห้องทำงานของเจ้าสัว

“พี่จอม...อย่าโกรธผมนะ” อาร์เอ็มเอ่ยบอก ก่อนจะพูดต่อ “ผมแอบเข้าไปตอนไม่มีใครอยู่” เกิดความเงียบหลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ

“มึงไม่กลัวกล้องวงจรปิดหรือไง” จอมถามอย่างโมโห เขารู้ว่าอาร์เอ็มเป็นคนของราม เพราะชายหนุ่มบอกเขาเองและตนก็รู้ด้วยว่าอาร์เอ็มไม่ได้คิดร้าย แต่พ่อเขาและคนอื่น ๆ ไม่ได้รู้ด้วยนิ

“ผมแฮ็กระบบเข้าไปปิดมันหมดแล้วครับ”

“มึงนิมัน” จอมทำท่าจะเขกกะโหลก แต่อาร์เอ็มยกมือบังเอาไว้ แล้วเอนตัวไปหาซีเค

“พี่จอมอย่าไปทำมันเลยนะครับ...เสียมือเปล่า ๆ” ซีเคช่วยเกลี้ยกล่อม ก่อนทั้งหมดจะหันมาทางต้นเสียงซีเรียสที่ดังขึ้นอีกครั้ง

“ใครใช้ให้มึงทำ” รามเอ่ยถามบ้าง เขาเว้นจังหวะเมื่อเห็นอาร์เอ็มทำหน้าลำบากใจ “รันเวย์ใช่ไหม” ถามเสร็จแล้วจ้องอาร์เอ็มนิ่ง

“ครับ” ไม่ผิดอย่างที่คิดไว้ เขาอุตส่าห์บอกให้อยู่ห่าง ๆ เรื่องนี้ แต่น้องชายกับไม่ยอมฟัง เขารู้ว่ารันเวย์หวังดี แต่แบบนี้มันเสี่ยงเกินไป

“นี่คือใครไอ้ราม” จอมเอ่ยถาม หลังจากที่ดูเอกสาร เขาก็ยังไม่เข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง เลยอยากถามให้แน่ใจเสียก่อน

“เขาคือพ่อของกูกับ...”

“ไอ้อัค มึงจะบอกแบบนั้นใช่ไหม” เขารู้อยู่แล้วเพราะอัครัฐบอกเขา แต่ในตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกับบุคคลในภาพ และตอนนี้ที่เขาแปลกใจก็คือรูปอีกสองใบนั้นต่างหาก

“อือ”

“มึงรู้อะไรไหมไอ้ราม ไอ้อัคมันกำลังจะรื้อคดี” คำพูดของจอมทำเอารามนิ่งเงียบไป

“รื้อคดี หมายความว่ายังไง” รามเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ พ่อของเขาตายด้วยอุบัติเหตุไม่ใช่เหรอ

“สำนวนคดีแปลกหลายอย่าง...จริง ๆ มึงควรคุยกับมันนะ เอาไหมกูจะนัดให้” จอมบอกกับเพื่อนเพราะเขาเองก็อยากให้ทั้งสองเคลียร์กัน

“กูยังไม่สะดวก...แล้วนี่ก็ฝากให้ผู้กองด้วยเผื่อจะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง” รามเอ่ยบอกก่อนจะยืนรูปสองใบที่เขาได้มาให้เพื่อนรัก จอมรับไปก่อนจะมองหน้าเพื่อน

“มึงโอเคนะ” ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนรักเป็นอย่างมาก จนชายหนุ่มคิดว่าเขาต้องรีบทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว

“ฝากมึงด้วยละกัน...” เสียงราบเรียบบอกกับจอมอย่างฝากฝัง เขาไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะกระดิกตัวทำอะไรได้ในตอนนี้ เขาไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น

 

 

ระหว่างทางกลับบ้าน 22.00 น บนถนนโล่งมีรถไม่มากนัก อาจเป็นเพราะบ้านของจอมอยู่แถบปริมณฑลเลยทำให้รถในเวลานี้น้อยมา ๆ อีกทั้งสองข้างทางยังเป็นป่ามืดสนิท รามขับรถด้วยความเร็วสูงและคอยเหลือบมองกระจกหลังอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มหยิบปืน เอชเคพีสามศูนย์คู่ใจออกมาจากคอนโซลหน้ารถเพื่อเตรียมพร้อม

เพราะชายหนุ่มกำลังสงสัยว่ารถคันสีดำสนิทแต่งซิ่งรอบคันกำลังขับตามเขามา รามเห็นมันตั้งแต่ออกจากปากซอยบ้านของจอมแล้ว อีกทั้งลองเร่งความเร็วเพื่อทดสอบก็ปรากฏว่ารถคันนั้นเร่งเครื่องตามเขามาจริง ๆ เพราะไม่ว่ารามจะเร่งความเร็วทิ้งห่างยังไง รถคันนั้นก็เร่งความเร็วตามมาติด ๆ จนตอนนี้ขับมาขนาบข้างรถของตนเองแล้ว

ปึก ปึก

รถของชายหนุ่มโดนรถคันสีดำหักพวงมาลัยเขาชน ดีที่ชายหนุ่มประคองสติแล้วเหยียบคันเร่งหนีแบบไม่คิดชีวิต แต่ถึงยังไงรถคันนั้นก็ยังขับตามมาอยู่ดี รามจึงตัดสินใจกระแทกชนรถคันนั้นกลับอย่างแรง จนทำให้เสียหลักตกลงไปข้างทางและเหมือนโชคจะเข้าข้างเขา รถคันสีดำคันนั้นพุ่งชนเข้าต้นไม้ใหญ่อย่างจัง รามยกยิ้มก่อนจะหักพวงมาลัยเลยไปจอดห่างจากตรงนั้นนิดหน่อยเพื่อลงมาดู

รามถือปืนเดินลงมาด้วยแววตาวาวโรจน์ เขาเดินตรงเข้าไปที่รถคันนี้ทันที อย่างไม่เกรงกลัวว่าอีกฝ่ายอาจจะมีอาวุธ

เขาเดินไปถึงรถคันสีดำสนิทที่มีควันโขมงพวยพุ่ง ก่อนจะกระโดดไปที่กระโปรงหน้าที่ปี้ป่นและกระจกแตกละเอียด เป็นดังคาดอาการมันร่อแร่เลือดอาบชโลมตั้งแต่ใบหน้าบางส่วนหยดลงไปทั่วทั้งร่างกาย ไม่เจ็บสิแปลกกระจกหน้าแหลกละเอียดขนาดนั้น รามแสยะยิ้มน่ากลัว ก่อนจะลดปืนที่จ่อลงและปลดเข็มขัดดึงคนขับออกมา

“ใครส่งมึงมา” ชายหนุ่มโยนมันลงที่พื้น ก่อนจะยกปืนจ่อกระบาลอีกครั้ง

ร่างกายร่อแร่แสยะยิ้มอย่างไม่เจียมกะลาหัว ก่อนมันถุยน้ำลายลงที่พื้น “ถามทำไม...มึงจะฆ่ากูก็ฆ่า”

“เดี๋ยวมึงได้ตายสมใจแน่” รามบอกก่อนจะกระชากมันลุกขึ้นมาอีกครั้ง และผลักมันไปที่รถสีดำของมันอย่างแรง

“บอกมา” ชายหนุ่มยกปืนจ่อที่หัว และตะคอกถาม

“มึงรู้อะไรไหม...ถึงมึงจะรู้ไปมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถึงกูฆ่ามึงไม่ได้...แต่ยังไงวันนี้ท่านก็เอามึงตายอยู่ดี”

“งั้นมึงก็แค่ต้องตายก่อนกู” รามแสยะยิ้มก่อนจะลั่นไก

ปัง!!!

เลือดกระเซ็นเต็มใบหน้าของชายหนุ่ม พร้อมกับเขาปล่อยร่างของชายคนนั้นลงไปกองที่พื้น รามถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินกลับไปที่รถ เขาค่อย ๆ เช็ดเลือดออกจากใบหน้า มือหนาก็ต่อสายหาอีกคนที่คงกำลังรอ

“คุณบลู...ผมคงกลับไปหาคุณไม่ได้แล้วครับ” รามพยายามบอกด้วยน้ำเสียงปกติ

“ทำไม...เกิดอะไรขึ้น” บลูไม่เข้าใจเขารีบตอบกลับมาทันที

“คุณท่านอาจจะรู้เรื่องของเราแล้วครับ...” รามไม่คิดว่าเป็นใครอื่น เพราะเขาไม่มีศัตรูที่ไหน อีกทั้งคำว่าท่านที่หลุดออกมาเมื่อกี้ทำหัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบ

“ไม่ราม...ราม” บลูพยายามร้องเรียกเมื่อเห็นว่าอีกฝั่งเงียบไป

“ครับ”

“ไปเจอกันที่คอนโด” บลูสั่งเสียงสั่นเครือ

“แต่คุณจะไม่ปลอดภัย” รามบอกอย่างเป็นห่วง เขาควรทำยังไงดี เขาคิดไม่ตก

“คอนโดที่ดอนเมือง ไปรอที่นั่นจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เพราะที่นั่นเป็นที่ของบลูที่ครอบครัวไม่มีใครรู้ ถ้าจะมีคนรู้ก็คือเอ็กซ์กับรามเท่านั้น

“คุณบลู” รามเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเจอ ไม่อยากร่ำลา แต่ถ้าเจอกันตอนนี้มันเสี่ยงมากที่คุณวิเศษจะมาเจอ

“นะพ่อ...” บลูรู้ว่ารามคิดอะไร แต่เขาปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ ในเมื่อเรื่องมาขนาดนี้แล้ว เป็นไงก็เป็นกัน

“ครับ” รามกลืนก้อนสะอึกลงคอ หลังจากที่ตอบกลับไป คุณบลูวางไปแล้ว ชายหนุ่มจึงหลับตาลงก่อนจะส่งข้อความไปหาเพื่อนสนิทและขับรถตรงไปยังจุดนัดหมายทันที

ร่างสูงกำลังเดินไปเดินมารอใครอีกคนอย่างร้อนรน ชายหนุ่มมาถึงได้สักพักแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาขอคนที่เฝ้ารอ

ทั้ง ๆ ที่พยายามโทรหาอยู่หลายครั้ง แต่กับไม่มีสัญญาณตอบรับ แถมตอนนี้ก็ปิดเครื่องไปแล้วด้วย มันยิ่งทำให้ใจของเขาว้าวุ่นไปกว่าเดิม

“อย่าเป็นอะไรไปนะพ่อ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองอย่างเป็นห่วง แค่คิดว่ารามจะเป็นอะไรไปใจของเขาก็ปวดหนึบไปหมด

แกร็ก!!

เสียงเปิดประตูห้องนอนทำให้บลูรีบเดินเข้าไปหาคนที่กำลังเปิดเข้ามาทันที

“ทำไมช้าหนักละพ่อ...โทรไปก็ไม่รับ” เขาถามอยากร้อนรน เพราะเป็นห่วงอีกคนมาก

“แบตหมดแล้วครับ...พ่อขอโทษ” รามบอกก่อนจะดึงเข้ามากอดและลูบแผ่นหลังกว้างเบา ๆ “ไม่เป็นไรแล้วครับ...ผมไม่เป็นไร” รามปลอบโยนอีกคนเบา ๆ ก่อนจะหอมไปที่หัว

“เกิดอะไรขึ้น” บลูผละตัวออกก่อนจะมองสำรวจร่างกายของรามที่มีเลือดสาดกระเซ็นเต็มเสื้อผ้า

“มีคนตามผม...แต่จัดการมันแล้วครับ” รามบอกกับอีกคน ก่อนจะมองหน้าของบลู “คุณบลูครับผมมีอะไรจะบอก” ชายหนุ่มตัดสินใจแล้ว เขาจะบอกความจริงทุกอย่าง

“อะไร” บลูกลัวเหลือเกิน กลัวคำพูดที่รามกำลังจะบอกออกมาในตอนนี้

“ความจริงแล้วผมเป็นลูกบุญธรรมของนมอ่อนแล้วก็...” รามกำลังจะเล่าทุกอย่างแต่บลูพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

“เป็นหลานของเจ้าสัว” บลูมองหน้าของรามนิ่ง “แม่รู้แล้ว...แต่รออยู่ว่าพ่อจะบอกเรื่องนี้เมื่อไร”

“ขอโทษครับ...ไม่ได้อยากปิดบัง แต่เพราะคิดว่าจะไม่กลับไป ก็เลยไม่อยากให้คิดมาก ขอโทษนะครับ” รามบอกเหตุผลทุกอย่างออกมา ก่อนจะจับมือของบลูเอาไว้แน่น

“จริง ๆ เรื่องนี้มันไม่ได้สำคัญเลยนะพ่อ...แต่แม่แค่อยากรู้ว่าแม่สำคัญพอที่จะรู้เรื่องราวของพ่อบ้างหรือเปล่า” บลูมองสบตาอีกคน เขาไม่ได้โกรธแต่รู้สึกเสียใจมากกว่า ก็รามบอกเองว่ามันไม่สำคัญแต่ทำไมไม่บอกอะไรเขาบ้าง

“ขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ” รามบอกอย่างรู้สึกผิดก่อนจะคุกเข่าลง มือทั้งสองก็กอบกุมมือของบลูเอาไว้ “คุณบลูจะให้ผมทำอะไรก็ได้ ยอมทุกอย่างแต่อยากให้รู้ไว้ ผมรักคุณจริง ๆ ผมยังยืนยันคำเดิม” รามบอกทั้งน้ำตา ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วอะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด

“ก็บอกแล้วไง...ว่าไม่โกรธ แต่แม่ขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้อีก เพราะตอนที่รู้มันโคตรเจ็บเลยว่ะพ่อ” บลูบอกออกมาทั้งน้ำตาแล้วดึงอีกคนขึ้นมากอด

วันนี้เขาทนความอยากรู้ไม่ไหวเลยเปิดเอกสารในซองอ่านหลังจากที่รามมาส่งหน้าบ้านแล้ว อีกทั้งเมื่อตอนกลางวัน รามขอเขาออกมาทำธุระตรง ๆ ก็จริง แต่พอเขามองสบตา อีกคนกับหลบเหมือนกลัวว่าเขาจะเอ่ยถามอะไรยังไงยังงั้น

“ขอโทษนะครับ” รามเอ่ยขอโทษ ก่อนทั้งสองจะยืนกอดกันเงียบ ๆ สักพัก รามจึงผละออกและมองหน้าของบลูนิ่ง

“คุณบลูกลับไปก่อนเถอะนะครับมันดึกมากแล้ว...” รามเป็นห่วงเพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับตนเองในตอนนี้ บลูจะได้ไม่โดนลูกหลงไปด้วย อีกทั้งตนคิดว่าคุณท่านระแคะระคายเรื่องของเขากับคุณบลูแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้จะหลบได้แต่รามเองก็ไม่รู้ว่าจะหลบไปได้นานสักแค่ไหน และเขาก็ไม่อยากจะให้คนตรงหน้าต้องมาลำบากไปด้วย อย่างน้อยถ้าบลูกลับไปตอนนี้แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณวิเศษก็น่าจะยังไม่ทำอะไร

“ไม่...ไม่ไปไหนทั้งนั้น” บลูบอกออกมาเสียงหนักแน่น มองสบตารามนิ่ง เพื่อให้รู้ว่าตนเองพูดจริง

“แต่ท่านระแคะระคายแล้วนะครับ...” ที่รามคิดแบบนั้นเพราะว่าไอ้รถคันสีดำนั้นมันแค่ตามดูแต่เขาดันรู้ตัวมันเลยทำแบบนั้น เพราะถ้าคุณวิเศษรู้เรื่องแล้วจริง ๆ ป่านนี้คนที่เป็นศพน่าจะเป็นเขาแทน

“คุณบลูไม่ควรอยู่ที่นี่นะครับ” รามบอกอย่างเป็นห่วง

“เราหนีไปด้วยกันดีไหม” บลูตัดสินใจแล้ว ไม่ว่ายังไงเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากรามแน่ แม้แต่ความตายมาอยู่ตรงหน้าเขาก็จะไม่ยอม

“คุณบลู” รามพูดไม่ออก เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำนี้ “มันจะลำบากมากนะครับ...คุณก็รู้ ว่าหนีจากพ่อของคุณมันไม่ใช่เรื่องง่าย”

“ตายก็ตายด้วยกัน” บลูพูดออกมาน้ำตาคลอหน่วย รามก็มองชายหนุ่มผ่านม่านน้ำตา ก่อนจะลูบไปตามกรอบหน้าบางเบาแล้วดึงเข้ามาจูบ

บลูยกมือขึ้นคล้องคอของรามไว้แน่นเหมือนกับว่าจะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด รามเองก็กอดรัดร่างของคนตรงหน้าแน่นเช่นกันทั้งสองจูบกันอย่างอ่อนโยน เบาบางเหมือนต้องการจะบอกกันและกันว่ารักมากแค่ไหน

ใบหน้าหล่อเหล่าที่ต่างคนต่างเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่แววตาทั้งสองกับเต็มไปด้วยความรัก

“รักมากนะครับ” รามเอ่ยบอกก่อน ก่อนบลูจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วตอบกลับ

“รักมากเหมือนกัน” ทั้งสองจูบกันอีกครั้ง เพื่อตอกและย้ำความรู้สึกในใจที่มีต่อกัน

แต่แล้วบลูก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของราม เขายังไม่ทันที่จะตั้งตัว ร่างของรามก็โดนกระชากอัดกระแทกกับผนังห้องเสียก่อน

“ป๊า!!!” บลูหลุดเรียกชื่อออกมาได้เพียงแค่นั้น ก่อนตัวเขาเองจะโดนลูกน้องของบิดามาจับเอาไว้เช่นกัน

“พวกมึงทำอะไรกัน ฮะ!!” คุณวิเศษตวาดลั่นดังกึกก้อง หลังจากที่เขามาเห็นเต็มสองตา

สายตาดุดันกวาดไปจ้องหน้าของทั้งสองคนที่ยืนแยกกันคนละด้าน

“ท่านครับ...” รามที่กำลังจะพูดก็ถูกลูกน้องวิเศษดันลงไปนั่งกับพื้น และข้าง ๆ มีร่างของเอ็กซ์ที่ถูกมัดร่างกายและเต็มไปด้วยเลือดนอนอยู่

“ป๊า...ครับ...ฟังบลูก่อน” บลูบอกและพยายามดิ้นออกจากการแกะกุมอย่างแรงแต่ก็ไม่สามารถหลุดออกมาจากพันธนาการได้ วิเศษเองเมื่อได้ยินเสียงลูกชายตัวดีบอก เขาจึงค่อย ๆ หันมา

“ฟังเหรอ...มึงมันทำตัวไม่ต่างอะไรกับคนในซ่อง มึงคิดว่าตัวเองทำถูกแล้วอย่างนั้นเหรอ ที่จะมาทำเรื่องน่ารังเกียจตามใจชอบ นึกว่ากูไม่รู้ไม่เห็นเลยจะเหยียบหัวทำอะไรข้ามหน้าข้ามตากูยังไงก็ได้อย่างนั้นเหรอ!”

“ป๊า...” บลูพูดไม่ออกหลังจากได้ฟังถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากของบิดา

“ที่ผ่านมาแกคงทำตัวเรี่ยราด เอาตัวเองมาแลกกับไอ้ผู้ชายชั้นต่ำคนนี้มาตลอดเลยสินะ นอกจากกูจะถูกพวกมึงปิดหูปิดตาแล้ว พวกมึงยังไม่ได้คำนึงถึงหน้าตาศักดิ์ศรีทางสังคมของกูเลยสักนิด” คุณวิเศษพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ก่อนจะชี้หน้าของลูกชาย

บลูจึงก้มหน้ากลืนก้อนสะอึก และตัดสินใจพูดออกมา “เรารักกันครับป๊า” ชายหนุ่มแค่อยากให้บิดาเข้าใจ

“รักเหรอ...รักงั้นเหรอ” วิเศษแสยะยิ้ม ทำหน้าเหมือนกำลังฟังมุกตลกร้ายยังไงยังงั้น “มึงไม่คิดเหรอว่าถ้าหากเรื่องพวกนี้แพร่งพรายออกไปมันจะเป็นยังไง” เขาพูดเสียงเบาจ้องหน้าลูกชายนิ่ง

“ท่านครับ...”

“มึงหุบปาก” วิเศษตวาดลั่น จนคนทั้งสองสะดุ้งโหยง รามที่กำลังจะช่วยอธิบายถึงกลับสะอึกเงียบลงในทันที

“ฉันกูเคยสั่งเคยสอนมึงเหรอว่าต้องเปลืองตัว ลดตัวเองลงไปเกลือกกลั้วกับมันขนาดนี้” ว่าพลางชี้ไปที่ราม “ไอ้ผู้ชายคนนี้มันขึ้นมึงไปกี่ครั้ง ทำตัวไม่ต่างอะไรกับเศษสวะชั้นล่าง ถ้ามึงอยากขนาดนั้นกูจะส่งมึงไปอยู่ที่ซ่องเลยดีไหม จะได้ไม่เปลืองข้าวเปลืองน้ำ และไม่ต้องมาทำให้กูเสียศักดิ์ศรีให้ใครต่อใครนินทา” คำพูดที่ออกมาจากปากของคนเป็นพ่อมันช่างขมขื่นยิ่งนัก บลูได้ฟังถึงกับร้องไห้หนัก

“มึงก็ด้วยไอ้ราม กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา กูชุบเลี้ยงมึงมาแท้ ๆ แต่มึงดันหักหลังกู” ด้วยความโมโห วิเศษจึงหลุดพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่เป็นเพราะทั้งสองไม่มีอารมณ์ที่จะฟังมากนัก จึงไม่ทันได้สนใจ

“ผมรักคุณบลูจริง ๆ ครับท่าน” รามบอกด้วยใจจริง ตอนนี้เขาไม่ได้ดิ้นขัดขืนเลยสักนิดแต่กับปล่อยให้ลูกน้องของนายเหนือหัวจับไว้แต่โดยดี

“มึงยังกล้าพูดคำนั้นออกมาอีกเหรอ...จัดการมัน” สิ้นเสียงทรงอำนาจ ชายหนุ่มโดนลูกน้องของคนสั่งต่อยเข้าที่ใบหน้าและลำตัวไปหลายต่อหลายครั้ง

“ป๊า...ป๊าอย่า อย่าทำเขา...” บลูพยายามดิ้นออกจากการแกะกุมอีกครั้ง ปากก็ร้องอ้อนวอนทั้งน้ำตา เขาทนเห็นคนรักกำลังถูกทำร้ายไม่ไหว

“ป๊า...บลูขอร้อง ยอมแล้วยอมทุกอย่างเลย อย่าทำร้ายเขา” คำพูดของลูกชายจึงทำให้วิเศษสั่งลูกน้องให้หยุด รามทรุดลงกับพื้นแต่ก็ถูกลูกน้องของวิเศษหิ้วปีกลุกขึ้นมาอีกครั้ง

“ยอมทุกอย่างเลย...อย่างนั้นเหรอ” เอ่ยถามเสียงกระซิบ ก่อนจะกระชากหัวของรามขึ้นมาให้มองไปยังบลูและสะบัดทิ้ง “แกรักมันมากหรือเปล่า” วิเศษเอ่ยถามขณะเดินกลับเขามาใกล้ลูกชายอีกครั้ง

“ครับ” บลูตอบสบตาของบิดานิ่ง

“รักจนยอมตายแทนมันได้หรือเปล่า ตายแทนมันซะสิและฉันจะปล่อยมันไป” คำพูดที่ออกมาจากปากของบิดา ทำเอาทั้งคู่เบิกตากว้าง วิเศษยืนปืนให้กับลูกชาย

“ไม่!! คุณบลู” รามตะโกนก้อง เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบมัน “ไม่!! ขอร้องล่ะครับท่าน อย่าทำอะไรคุณบลูเลย ผมขอร้อง...เอาผมไปแทน” รามบอกกับนายเหนือหัว

วิเศษจึงยกยิ้มแล้วชักมือที่ถือปืนกลับมาเสียก่อนที่บลูจะหยิบมันไป รามจึงหันไปมองคนรักอีกครั้ง

“คุณบลูอย่า...ได้โปรด” เสียงเบาราวกับกระซิบเอ่ยบอกทั้งน้ำตา บลูดิ้นจากการเกาะกุมอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงคนสองคนที่จับยึดเอาไว้ได้

“เอามึงไปแทนยังงั้นเหรอ” วิเศษแสยะยิ้ม “มึงมีค่าอะไรขนาดนั้นวะ...มึงมันก็เหมือนกับพ่อของมึงนั่นแหละที่ต้องตายด้วยน้ำมือกู...เอาตัวมันออกไป” ประโยคหลังทำเอาทั้งสองนิ่งอึ้งไป

ก่อนที่รามจะพยายามดิ้นอีกครั้งเพราะถูกกระชาก ชายหนุ่มกรีดร้องเบา ๆ สะบัดตัวให้หลุดจากการควบคุม แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของคนล็อกไว้ได้เพราะตัวเขาเล็กกว่าแถมยังบาดเจ็บ และทั้งตัวก็โทรมไปด้วยเลือด

“ป๊า...จะเอารามไปไหนป๊าอย่าป๊า” บลูพยายามดินแล้วก็ตะโกนเรียกไปด้วย

“หุบปากก่อนที่ฉันจะฆ่ามันตายตอนนี้” หลังสิ้นคำสั่ง บลูก็เงียบลงในทันทีเพราะกลัวในคำขู่ของบิดา และเพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าท่านนั้นพูดจริง

...................................................................

งืออออ ด่าได้แต่อย่าแรง ด่าเบาๆ พอนะคะ

โปรดคอมเม้นด้วยความสุภาพ

 

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น