Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 42 : เลือดเนื้อของคุณบลู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ส.ค. 63

  

 

หลายเดือนผ่านไป ทั้งสองก็ยังติดต่อกันอยู่ทุกวัน บางวันอาจจะไม่ได้กันคุยนาน ๆ แต่ก็ยังดีกว่าครั้งก่อนที่ห่างหายและดูเหมือนครั้งนี้คุณบลูจะเข้าใจรามมากขึ้นเพราะชายหนุ่มไม่ได้ถามเรื่องที่เขากำลังทำอยู่อีกเลย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ก็ยังอดรู้สึกผิดอยู่ในใจอยู่ไม่ได้ แต่เพราะตนเองได้รับปากคุณบอมเอาไว้ แล้วอีกทั้งคุณบอมบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้เอง เขาจึงก็ต้องยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้

ตอนนี้รามกำลังยืนรออยู่ที่หน้าห้องคลอด เขาได้โทรไปแจ้งคุณบอมให้ทราบแล้ว แต่ว่าเจ้านายไม่สามารถมาดูด้วยตัวเองได้ เพราะคุณปรางค์ที่ก็กำลังตั้งครรภ์เช่นเดียวกันมีนัดตรวจพอดี คุณบอมเลยฝากฝังให้ชายหนุ่มช่วยดูแลเธอแทน

เอยต้องผ่าคลอดเพราะเธอเองไม่ค่อยแข็งพอที่จะคลอดเองตามวิธีธรรมชาติและยังไม่ค่อยจะมีแรงเท่าไรนัก หมอบอกว่าผ่าคลอดเสี่ยงน้อยที่สุด

รามเองก็นับถือใจเธอที่เธออดทนสู้มาถึงทุกวันนี้ จนวันที่คุณหนูกำลังจะคลอดออกมา

และหลังจากนั้นเพียงไม่นานคุณหมอก็ออกมาจากห้องคลอด แล้วก็เป็นดังที่น้องเอ่ยได้เคยบอกไว้ คุณบลูของเขาได้ลูกสาวจริง ๆ

หญิงสาวถูกย้ายตัวไปที่ห้องพักฟื้นพิเศษแล้วเธอยังคงสลบไสลจากฤทธิ์ยา รามทำได้เพียงแค่นั่งมองห่าง ๆ และยังไม่ได้เห็นหน้าของคุณหนู

รามนั่งรออยู่นาน รอจนเอยฟื้นขึ้นมา และหลังจากนั้นสักพักพยาบาลก็เข็นรถเข็นเด็กเข้ามาภายในห้องพักฟื้น เพื่อให้ทารกได้กินนมแม่

คุณพยาบาลอุ้มทารกน้อยตัวแดงที่กำลังหลับใหลอยู่เข้ามาให้มารดาที่กำลังขยับตัว ให้คุณพยาบาลวางลูกน้อยลงบนเตียงข้างเธอ น้องเอยมองลูกสาวแล้วน้ำตาคลอเธอเพิ่งได้เห็นหน้าลูกชัด ๆ ครั้งแรกหลังจากที่อดทนอุ้มท้องมาหลายเดือน

รามได้แต่มองภาพนั้นอย่างหลากความรู้สึก เขามองเห็นไกล ๆ แต่เห็นแก้มยุ้ยของคุณหนูชัดเจน น้ำตาของเขาคลอหน่วยเหมือนกับเป็นพ่อแท้ ๆ เสียเอง

คุณบลูรู้เรื่องนี้จะรู้สึกยังไงกันนะ เขาอยากบอกให้คุณบลูรู้เหลือเกิน เพราะเขาเชื่อว่าคุณบลูไม่ใช่คนใจร้าย ชายหนุ่มจะต้องรู้สึกเอ็นดูเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไม่มากก็น้อย แต่เป็นเพราะเขาไม่สามารถที่จะขัดคำสั่งของคุณบอมได้ ก็คงต้องรอเวลาตามที่คุณบอมได้บอก

รามก้มหน้าลงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะให้นมบุตรสาวของเธอ หลังจากที่พยาบาลได้สอนวิธีการให้นมบุตรเธอเสร็จแล้ว

“พี่รามช่วยตั้งชื่อหลานได้ไหมคะ” เธออยากให้ชายหนุ่มเป็นคงตั้งให้ เพราะเธอยกให้เขาเป็นพ่อทูนหัวของลูกสาวเธอเรียบร้อยแล้ว

“พี่เหรอ...มันจะดีเหรอครับ” รามถามอย่างแปลกใจ

“ดีซิคะ...พี่รามเป็นพ่อทูนหัวของแกนะคะ และเอยก็รู้ตัวว่าคง...”

“อย่าพูดอย่างนั้นเลยนะครับ...น้องเอยจะต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน” เพราะอาการของเธอยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ รามยอมรับใจของหญิงสาวที่สู้มาก ไม่ปล่อยให้มะเร็งมาทำร้ายเธอและลูกจนถึงวันนี้

“งั้นรบกวนพี่รามหน่อยนะคะ” เอยยืนยันความตั้งใจเดิมของเธอ

“เอายังงั้นเหรอ” คุณบลูจะโกรธหรือเปล่านะ ที่เขาถือวิสาสะตั้งชื่อลูกสาวของตนเองให้

“ค่ะ” เอยยืนยันอีกครั้ง

“ใบบัวแล้วกันนะครับ ส่วนชื่อจริงให้เป็นหน้าที่ของน้องเอยแล้วกัน” รามบอกออกไปในที่สุด เขาอยากให้คุณหนูมีชื่อคล้องจองกับพ่อที่แท้จริง

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะก้มลงมองทารกแก้มยุ้ยที่กำลังดูดนมของเธอจนแก้มบวม

Rrrr

-คุณบลู-

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เรียกความสนใจจากชายหนุ่ม เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรมาเขาจึงเดินออกไปข้างนอกก่อนจะกดรับ

“ครับ”

“ทำอะไรอยู่ ยุ่งอยู่หรือเปล่า” เสียงสดใสเอ่ยถาม

“ไม่ครับ ไม่ยุ่ง” รามก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นกัน

“คิดถึงพ่อจัง”

“คิดถึงแม่เหมือนกันครับ” รามบอกกลับ ก่อนจะเอ่ยถาม “ถึงบริษัทแล้วเหรอครับ”

“ใช่...ถึงแล้ว ขับรถมาเอง...ไอ้เอ็กซ์ไม่ได้ดั่งใจเหมือนเดิม”

“ยังไม่ชินอีกเหรอครับ” รามเอ่ยถามขำ ๆ

“ก็เพราะว่าชินนี่ไง...เลยขับรถมาเอง”

“ให้รันเวย์ไปแทนเอ็กซ์ไหมครับ” รามถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่ต้องหรอกพ่อ...ให้รันเวย์ทำงานที่บริษัทของเฮียบูมอะแหละดีแล้ว” เพราะบลูคิดว่าจะวางมือจากเรื่องนี้แล้ว เขาไม่อยากทำสิ่งผิดกฎหมายอีกแล้ว เขาจะค่อย ๆ ดึงตัวเองออกมา เพราะดูเหมือนเฮียจะคิดเหมือนกัน เพราะเห็นริเริ่มที่จะทำอะไรใหม่ ๆ และส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับรังสิมันต์หลายอย่าง

“ครับ...ดูแลตัวเองด้วยนะครับ” รามบอกอย่างเป็นห่วง

“พ่อก็เหมือนกัน...รักรามนะ”

“ครับรักคุณบลูเหมือนกัน”

“จะรอวันที่พ่อพร้อมจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง” เขาตัดสินใจแล้ว หลังจากที่ได้ฟังเฮียบอมพูดในวันนั้น เขาต้องให้เกียรติคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรัก อย่างน้อยต้องไม่ทำให้อีกคนลำบากใจดีกว่า

“ขอโทษนะครับที่มีเรื่องปิดบัง...แต่ถึงเวลานั้นเมื่อไรจะยอมรับโทษแต่โดยดีเลยครับ”

“ไม่มีลดหย่อนนะพ่อ...อย่าคิดว่าสารภาพแล้วจะได้รับการลดโทษ” เพราะถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ มันไม่ใช่การสารภาพแต่เป็นการยอมจำนนด้วยหลักฐานเสียมากกว่า

“ครับ...ยินดีให้แม่ทำโทษ จะไม่ขัดขืนเลย” รามบอกกับอีกคนอย่างใจชื้น แต่ไม่รู้ว่าพอถึงเวลานั้นจริง ๆ เขาจะยังใจชื้นได้จริง ๆ หรือเปล่า “ขอบคุณที่เข้าใจกัน...อดทนหน่อยนะครับ ผมจะบอกคุณทุกอย่าง” รามให้คำมั่นสัญญา

“รู้แล้ว...จะรอ”

“คงต้องแค่นี้ก่อนนะครับ”

“จะต้องไปแล้วเหรอ” น้ำเสียงปลายสายเหมือนยังไม่อยากจะวาง

“ครับ เอาไว้จะโทรหาใหม่นะครับ”

“อือ” บลูต้องยอมวาง แม้จะยังไม่อยากที่จะวางเท่าไรนักก็ตาม

หลังจากที่วางสายแล้ว รามก็ไม่ได้มีความสุขสักนิดเลย เพราะถึงคุณบลูจะพูดแบบนั้น แต่เขาเชื่อว่าภายในใจคุณบลูคงรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

ไม่มีใครอยากให้คนที่เรารักปิดบังหรือโกหกหรอก เขาเองก็เหมือนกัน รามถอนหายใจออกมาและได้แต่หวังว่าเรื่องนี้คงจะจบ

ด้านของบลูหลังจากที่วางสายชายหนุ่มก็นั่งจ้องซองเอกสาร ที่เขาเพิ่งให้คนไปสืบมา แต่ยังไม่ได้เปิดอ่าน เขากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเปิดดูดีหรือไม่ เพราะได้บอกกับรามไปว่า จะรอฟังเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาจากปากของชายหนุ่ม

บลูถอนหายใจออกมาเฮือกใจ เขาควรเชื่อใจคนรักมากกว่านี้ มือขาวจึงหยิบซองเอกสารใส่ไว้ในลิ้นชักแล้วล็อกกุญแจเอาไว้

ในเมื่อเขาสัญญาไปแล้วเขาก็จะทำตามที่ได้สัญญา

 

 

ห้าวันผ่านไป

บอมมาที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา เพราะต้องมารับหญิงสาวออกจากโรงพยาบาล ชายหนุ่มอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

เขาจึงรีบเปิดประตูเข้ามา แล้วตรงดิ่งไปค่อย ๆ ประคองอุ้มทารกน้อยขึ้นมาแนบอก หน้าตาเหมือนน้องชายของเขาไม่มีผิด แก้มยุ้ยเหมือนกันอีกต่างหาก ชายหนุ่มจำได้เพราะตนเองและน้องชายคนเล็กอายุห่างกันหลายปี ทำให้ตอนที่บลูเกิดเขาเองก็เริ่มที่จะโตแล้ว

“รามมึงดู...ยัยหนูเหมือนไอ้บลูมาก” บอมอุ้มทารกน้อยเดินเข้ามาหารามที่ยืนมองดูอยู่ห่าง ๆ รามเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เขาไม่ได้เข้าไปใกล้คุณหนูมาก่อน เห็นเพียงแค่ผ่าน ๆ เท่านั้น ชายหนุ่มมองทารกแก้มยุ้ยที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมอกของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลุง แล้วยิ้มกว้าง

“ครับ” รามตอบรับ ก่อนจะจับมือเล็ก ๆ เบา ๆ อย่างทะนุถนอม

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” เอยที่ออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากที่เข้าเปลี่ยนชุดลำลองเพื่อเตรียมกลับบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“งั้นก็ไปกันเถอะ...ต้องเดินทางอีกไกล” บอมเอ่ยชวนก่อนจะส่งทารกน้อยสู่อ้อมอกของมารดา

 

 

รามขับรถพาบอมและเอยมาหยุดที่บ้านไม้สักหลังไม่เล็กไม่ใหญ่และมีสวนล้อมรอบบรรยากาศดีและน่าอยู่

บอมเปิดประตูรถลงมาก่อน และบอกกลับหญิงสาว “น้องเอยต้องอยู่ที่นี่...จนกว่าทุกอย่างจะพร้อม” ว่าจบก็เดินนำหญิงสาวเข้าไปในตัวบ้าน

บ้านหลังนี้อยู่บนเขาใหญ่ เป็นบ้านที่บอมซื้อเอาไว้นานแล้วและที่บ้านก็ไม่มีใครรู้ อีกทั้งไม่ได้อยู่ในรายชื่อทรัพย์สินของเขา ชายหนุ่มได้บ้านหลังนี้มาโดยบังเอิญ เพราะมีคนเอาโฉนดที่ดินมาจำนองไว้เพื่อต้องการขอกู้เงินและจนถึงตอนนี้ก็ล่วงเลยกำหนดชำระมาหลายปีแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะมาไถ่ถอนคืน คราแรกชายหนุ่มลืมไปแล้วถ้าไม่มีเรื่องนี้บอมเองก็คงจำไม่ได้ ตอนนี้เขาเลยคิดว่าจะยกบ้านหลังนี้ให้เป็นของรับขวัญหลาน

“พี่บอมจะให้เอยอยู่ที่นี่เหรอคะ” เธอถามชายหนุ่มน้ำตาคลออย่างทราบซึ้งใจ ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวของเธอทำไม่ดีกับครอบครัวของชายหนุ่ม แต่คุณบอมก็ยังดูแลเธออย่างดีเสมอมา

“ใช่ ๆ น้องเอยอยู่ได้ตามสบายพี่ยกให้หลานแล้ว” เขาบอกหญิงสาว “เดี๋ยวจะมีแม่บ้านอีกสองคนและคนสวนมาอยู่เป็นเพื่อน...นั่นไงมาพอดี” ยัยจันกับตาเกิดเดินเข้ามาด้านใน หลังจากที่รามออกไปตามมาจากที่พักด้านหลัง

รามรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว บอมอยากหาใครสักคนมาดูแลหญิงสาวและเป็นคนที่ไว้ใจได้ รามจึงมองไม่เห็นใครแล้วนอกจากตาเกิดกับยายจัน แค่ให้มาอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้ให้ทำงานหนักอะไร รามจึงคิดว่าตาเกิดกับยัยจันก็น่าจะทำได้

“สวัสดีค่ะ” เอ่ยทักทายคนสูงอายุทั้งสองก่อน

“ไหว้พระเถอะลูก” ตาเกิดกับยายจันตอบรับอย่างใจดี ทั้งสองพูดปกติเพราะเห็นน้องเอยอายุน้อยกว่า

หญิงสาวก็ไม่ได้ถือตัวอยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อได้ยินอย่างนั้นกับรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เพราะเธอเองก็ไม่เหลือใครแล้วได้อยู่กับผู้ใหญ่เลยทำให้อุ่นใจ

“ฝากตายายดูแลด้วยนะครับ” บอมบอกกับทั้งสองอย่างนอบน้อม เพราะเขาไม่ได้ให้มาในฐานะคนใช้ แต่ให้มาในฐานะคนช่วยดูแลมากกว่า

“เอ็งไม่ต้องห่วงหรอก...ยายจันชอบเลี้ยงเด็ก...” ตาเกิดบอกกับคุณบอมอย่างเป็นกันเอง

“ตาครับ...” รามกำลังจะบอกกับตาเกิด ให้ระวังคำพูดกับคุณบอม รามรู้ว่าตาเกิดคงไม่ได้คิดอะไร และรามก็เกรงใจเจ้านาย

“ไม่เป็นไร...แบบนี้แหละดีแล้ว” บอมบอกกับราม เขาไม่ถือตัวอะไรอีกทั้งได้ทั้งสองมาช่วยเขาก็รู้สึกอุ่นใจ เพราะอย่างน้อยทั้งสองก็ไว้ใจได้

“พี่กับไอ้รามก็คงต้องกลับก่อนแล้วเดี๋ยวจะหาเด็กรับใช้มาให้อีกคน “บอมบอกกับหญิงสาวเพราะตอนนี้มีแค่ตาเกิดกับยัยจัน อีกทั้งทั้งคู่อายุมากแล้วคงต้องหาเด็กรับใช้มาช่วยแบ่งเบา

“อ้อ...แล้วพี่ก็ติดต่อโรงพยาบาลในตัวเมืองเอาไว้แล้ว น้องเอยขับรถเป็นใช่ไหม ถ้าพร้อมวันไหนก็เข้าไปรักษาตัวได้เลย” บอมเอยบอกก่อนจะยืนกุญแจรถส่งให้ บอมเตรียมทุกอย่างไว้ให้หญิงสาวล่วงหน้าหมดแล้ว เขาวางแผนรับมือกับเรื่องของน้องชายไว้แล้วด้วย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดขอเพียงต้องใช้เวลาเท่านั้น

“ขอบคุณพี่บอมมากนะคะ”

“ไม่เป็นไร...คิดซะว่าพี่ทำเพื่อใบบัวแล้วกัน” บอมเอ่ยชื่อหลานตัวน้อยออกมา “พี่ขอตัวกลับก่อนนะ”

“สวัสดีค่ะพี่บอม”

“ครับ...ลุงไปก่อนนะครับ” ตอบรับหญิงสาวก่อนจะหันไปบอกหลานสาวตัวน้อยที่หลับใหลแล้วก็เดินออกไปทันที

รามที่อยู่ห่างออกไปก็กำลังร่ำลาตาเกิดกับยายจันอยู่เช่นเดียวกัน

“เออ ไอ้ราม ตอนตาเก็บของย้ายมาที่นี่ก็เจออันนี้เข้า” ตาเกิดหยิบรูปสองใบขึ้นมายื่นให้ชายหนุ่ม รามมองหน้าตาเกิดอย่างแปลกใจ ก่อนจะรับไว้แล้วจับมาดู ในรูปเป็นผู้ชายร่างสูงโปร่งกำลังโอบกอดแม่ของเขาอยู่ ทั้งสองมองกันอย่างยิ้มแย้มและสายตาเต็มไปด้วยความรัก นั่นจึงทำให้คิดว่าคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่เป็นพ่อของเขา

“เอ็งมันหล่อเหมือนพ่อ” ยายจันเอ่ยออกมา รามจึงยิ้มรับก่อนจะจับดูภาพอีกใบ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง พยายามเพ่งมองภาพในมือตาไม่กะพริบ

“ยายจันเข้าไปเก็บของตั้งแต่วันที่แม่เอ็งเสียใส่กล่องเอาไว้มันนานมากแล้ว ก็เลยลืมไปเลย... เพิ่งจะไปเห็นอีกทีตอนที่ย้ายมาที่นี่แหละ ก็เลยจำได้ว่าเป็นของแม่เอ็ง” ตาเกิดบอกเมื่อเห็นว่ารามมองภาพอีกใบนิ่งไป “เอ็งรู้จักรึ”

“เปล่าครับตา” รามไม่ได้โกหกแต่เขายังไม่แน่ใจเพราะภาพเป็นขาวดำอีกทั้งยังเก่ามาแล้ว

“งั้นรึ” ตาเกิดไม่ติดใจอะไร

รามมองภาพนั้นสักพักก่อนจะเอ่ยออกมา “ขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“เออ ๆ ไปดีมาดี” ตาเกิดยายจันให้พร

“สวัสดีครับ สวัสดีครับ” หลังจากร่ำลาจนเสร็จรามก็ขอตัวกลับออกมา

ในหัวของเขาตีกันมั่วไปหมด คิดไปต่าง ๆ นานา ทั้งแปลกใจและไม่เข้าใจ ถ้าผู้ชายคนนี้คือพ่อของเขาจริง ๆ แล้วคนนั้นที่อยู่ในภาพอีกใบเกี่ยวข้องอะไรกัน

รามเดินมาถึงด้านหน้าก็เห็นว่าบอมยืนรออยู่ก่อนแล้ว “ทำอะไรอยู่วะนานฉิบหาย” บอมเอ่ยถามเพราะว่าเขายืนรอมาได้สักพักแล้ว

“ขอโทษครับคุณบอม” ว่าจบก็เปิดประตูรถให้แล้วไปประจำที่คนขับทันที

“กลับบ้านเลยไหมครับ”

“อือ...เผื่อมีบางคนแถวนี้คิดถึงเมีย”

รามไม่ได้ตอบอะไร เขายิ้มออกมาเมื่อนึกถึงหน้าของคนรัก และหยุดคิดเรื่องรูปไปโดยปริยาย

“คุณบอมจะบอกเรื่องนี้กับคุณบลูตอนไหนเหรอครับ” รามรวบรวมความกล้าเอ่ยถาม

“รออะไรลงตัวก่อน รวมถึงเรื่องของมึงสองคนด้วย...แล้วถ้าไม่อยากให้เสียเรื่องก็ทำตามที่กูบอก”

“ครับ...ขอบคุณมากนะครับที่ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณบลู”

“นอกจากคนในครอบครัว...กูก็ไม่เห็นว่าจะมีใครรักมันได้เท่ามึงแล้ว...ขอเพียงให้มึงอดทนรอ กูจะจัดการทุกอย่างเอง” บอมบอกเสียงราบเรียบ

“ครับ” รามเชื่อว่าคุณบอมจะจัดการเรื่องทุกอย่างได้ รวมถึงเรื่องของเขากับคุณบลูด้วย แต่ถึงยังไงเขาก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี เขาอยากบอกทุกสิ่งทุกอย่าง แต่พอได้ฟังเหตุผลของคุณบอมแล้วก็ต้องปิดปากเงียบไว้เช่นเดิม

“แล้วมึงจะบอกเรื่องนี้กับมันตอนไหน”

รามรู้ว่าบอมหมายถึงเรื่องไหน เพราะชายหนุ่มรู้แล้วว่ารามเป็นหลานชายของเจ้าสัว แล้วรามก็เป็นคนที่บอกชายหนุ่มเอง

“ผมขอเวลา...ทำอะไรบางอย่างอีกสักพัก” รามบอกออกไป ตอนแรกเขากะจะบอกหลังจากที่กลับไปถึง แต่พอเห็นรูปสองใบเมื่อกี้แล้วเขาคงต้องเก็บเอาไว้ก่อน

“อือ...แล้วแต่มึง” เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว อีกทั้งบอมเชื่อว่ารามเป็นคนดีและรักน้องชายของตนเองจริง ๆ เลยคิดว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ดีซะอีกเผื่อป๊าจะใจอ่อนมากขึ้น

“รบกวนคุณบอมเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อนนะครับ”

“อือ”

“ขอบคุณครับ” รามเอ่ยขอบคุณบอมอย่างทราบซึ้งใจ มีหลายอย่างที่บอมช่วยเหลือเขา ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้

 

 

หลังจากที่รามไปส่งบอมที่บ้านแล้ว ชายหนุ่มก็ได้ให้อ๊อฟขับรถของตนเองมาให้ที่หน้าบ้านของเจ้านาย เพื่อจะไปหาคนรักที่บริษัท

รามไม่ได้บอกชายหนุ่มล่วงหน้าเพราะอยากจะเซอร์ไพรส์ แต่ได้โทรไปสอบถามเอ็กซ์แล้วว่าคุณบลูไม่ได้ออกไปพบลูกค้าที่ไหน เจ้านายเซ็นเอกสารอยู่ที่บริษัท

หลังจากที่มาถึงเขาก็กดลิฟต์ ไปยังชั้นผู้บริหารด้วยความตื่นเต้น เขาคิดถึงคุณบลูมากและหวังว่าคุณบลูจะคิดถึงเขามากเช่นกัน รามเดินออกจากลิฟต์ ก็เจอคุณปานนั่งทำงานอยู่ด้านหน้าเหมือนดังเช่นเคย

ปานเอง เมื่อเธอเห็นหน้าชายหนุ่ม ก็ลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มหวานส่งมาให้ ก่อนที่จะทักทายเหมือนเช่นเคย

“สวัสดีค่ะคุณราม หายไปนานเลยนะคะ”

“สวัสดีครับ” รามตอบและเพียงแค่ยิ้มให้ตามมารยาทก่อนจะขอตัว แต่หญิงสาวกับเรียกชายหนุ่มไว้อีกครั้ง

“คุณรามคะ...วันนี้พอจะว่างไหมคะ...อยากชวนคุณไปหาอะไรดื่มด้วยกัน” เธอชอบชายหนุ่มมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันตามลำพังสักที พอวันนี้ทางสะดวกเธอจึงรวบรวมความกล้ารีบเอ่ยชวน

“ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณปาน พอดีภรรยาของผมคงจะรอทานข้าวเย็น” รามตอบ กลับอย่าสุภาพเช่นเดิม ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยปฏิเสธเธอเพราะยังไม่แน่ชัดจึงไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ครั้งนี้กับต่างออกไปรามจึงไม่รอช้าในเมื่อโอกาสมาถึงก็เลยบอกปัดทันที

“งั้นเหรอคะ...ไม่เป็นไรค่ะ” ปานยิ้มให้ชายหนุ่มเจื่อน ๆ เธอทำสีหน้าผิดหวังนิดหน่อยที่โดนชายหนุ่มปฏิเสธ

”ขอโทษด้วยนะครับ” ก่อนรามจะยิ้มให้เธอตามมารยาทอีกครั้งและเดินเข้าห้องไป

ปานจึงทำได้แค่มองตามหลังด้วยสายตาที่อ่านยาก มือเรียวกดโทรศัพท์สักพักก่อนจะวางมันลง

รามเปิดประตูเดินเข้ามา บลูจึงเงยหน้าขึ้นเพราะแปลกใจ นึกว่าใครที่เข้ามาโดยไม่เคาะประตู แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องยิ้มกว้าง เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาคนรักทันที ทั้งสองโผเข้ากอดกันแน่น เพราะต่างคนต่างคิดถึงกันมากเหลือเกิน

“คิดถึงจังเลยครับ” รามบอกแล้วกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น

“คิดถึงพ่อเหมือนกัน” บลูบอกตอบ ก่อนจะผละออก “ไม่ไปไหนอีกแล้วแล้วใช่ไหม...กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วใช่ปะ” บลูถามรัวเป็นชุด เขาไม่อยากห่าง แค่ไม่กี่เดือนนี้ก็ทำเขาคิดถึงจนแทบบ้า

“ครับ...ไม่ไปแล้ว” รามยิ้มตอบ

“งั้นเย็นนี้ไปดินเนอร์กันนะ” บลูอยากกินฝีมือชายหนุ่มอยู่หรอก แต่เห็นว่ารามกลับมาเหนื่อย ๆ เลยคิดว่าเอาไว้วันหลังดีกว่า

“ครับ” รามบอกอีกคน ก่อนจะดึงเข้ามากอดอีกครั้ง

“รอก่อนนะ...เซ็นเอกสารใกล้หมดแล้ว” บลูเอ่ยบอกก่อนจะกลับไปนั่งเซ็นเอกสารอีกครั้ง รามจึงไปนั่งรอที่โซฟารับแขก

 

ทั้งจากกลับไปอาบน้ำไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั้งสองก็มาดินเนอร์ที่ร้านอาหารหรูบนชั้น Rooftop ของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพ บลูเลือกที่นั่งแบบเอาท์เดอร์ที่มีบริการบาร์เครื่องดื่มอยู่ด้านนอก

ทั้งสองสั่งอาหารที่ชอบโดยบลูก็ไม่ลืมที่จะสั่งเผื่อคนรักของตนเองด้วย และเพียงไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟก่อนบลูจะตักให้ชายหนุ่มอีกคน “อันนี้อร่อยนะพ่อ”

“ขอบคุณครับ” รามเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ก่อนเขาจะลงมือกิน

“ไม่ต้องไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม” บลูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง เพื่อตอกย้ำให้แน่ใจ

“น่าจะไม่แล้วครับ” รามบอกยิ้ม ๆ

“อือ”

“งานยุ่งมากเหรอครับ” รามเอ่ยถามบ้างเพราะเมื่อกี้ เขาเห็นว่าแฟ้มเอกสารกองอยู่บนโต๊ะของชายหนุ่มเยอะมาก

“ก็นิดหน่อย พี่ปรางค์ท้องเฮียก็เลยต้องคอยดูแล” งานหลายอย่างจึงตกมาอยู่ที่เขาอย่างเสียไม่ได้

“คุณปรางค์ท้องเหรอครับ” รามแกล้งถามเหมือนไม่รู้

“ใช่ เดือนกว่า ๆ แล้ว” บลูตอบ เพราะรามเองก็หายไปหลายเดือน ไม่รู้ก็ไม่แปลก

“แพ้ท้องมากเลยเหรอครับ” รามเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ เพราะตัวชายหนุ่มเองพอรู้จักคุณปรางค์อยู่บ้าง

“ก็คงจะมากละมั้ง”

“ดีแล้วละครับ...คนท้องต้องการคนดูแลเอาใจใส่” รามบอกอย่างไม่ทันได้คิดอะไร

“พูดเหมือนเคยดูแลคนท้องอย่างนั้นแหละ” บลูเงยหน้าขึ้นถาม “หรือว่าจริง ๆ แล้วแอบมีเมียน้อยใช่ไหม” ท่าทางทีเล่นทีจริงทำเอามือที่กำลังตักซุปหอยลายนิ่งค้างไปนิดหน่อย

“ใครจะไปกล้ามีกันละครับ...อีกอย่างภรรยาของผมน่ารักขนาดนี้...ผมไปไม่รอดหรอกครับ” รามบอกกลับอีกคนอย่างยิ้ม ๆ ถึงจะมีใครดีกว่าคุณบลูสักแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันที่จะมองใครอีกทั้งนั้น

“แล้วไป” ทั้งสองกินไปคุยไปกันอย่างมีความสุข จนอิ่ม บลูจึงสั่งค็อกเทลมาเพิ่มแล้วให้ไปเสิร์ฟบนเลานจ์ที่อยู่ด้านบน

ทั้งสองเลือกมุมที่นั่งสบาย ๆ ดื่มด่ำสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และเพียงไม่นานพนักงานก็เอาค็อกเทลขึ้นมาเสิร์ฟ ทั้งสองจึงนั่งจิบมันพร้อมฟังเพลงที่คลอเบา ๆ

“อร่อยดีนะพ่อ”

“คุณบลูชอบเหรอครับ”

“เมื่อไรจะเลิกเรียกคุณสักที...เรียกแค่ชื่อไม่ได้เหรอ” บลูเอ่ยถาม เพราะทั้งคู่ต่างให้สถานะกันมาตั้งนานแล้ว แต่รามก็ยังเรียกเขาแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“อยากให้เรียกว่าบลูเหรอครับ” รามเอ่ยถามด้วยสายตาประกายไปด้วยความสุข

“ใช่!! อยากให้เรียก” บลูพูดจริง ๆ มาถึงขนาดนี้แล้วคำเรียกยังห่างเหินกันอยู่เลย

“...” รามคิดอย่างช่างใจ

“หรือว่าจะต้องทำให้เรียก” บลูเอ่ยถาม มองรามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ขณะยกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบอีกครั้ง

“จะทำยังไงเหรอครับ” รามทำเป็นแกล้งไม่เข้าใจ

“ไปที่คอนโดซิ...คืนนี้จะได้รู้” บลูทำเหมือนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป แต่แววตากับเป็นประกายอย่างปิดไม่มิด

“จะดีเหรอครับ” เสียงทุ้มแกล้งหยอกเย้า

“ไปแล้วเดี๋ยวก็รู้ว่าดีหรือไม่ดี” บลูเอียงคอนิดหน่อย ก่อนจะตอบ

“งั้น...ไปกันเลยไหมครับ” รามกระดกมันทีเดียวจนหมดแก้ว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วยื่นมือให้ชายหนุ่ม

“หึ”

..............

กินคาวก็ต้องกินหวานอะเนอะ....NC ตอนหน้าอีกแล้วจร้า คราวนี้แม่จะเล่นอะไร อ่อยพ่อหนักมาก

sds

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น