Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 39 : เดตครั้งที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ส.ค. 63

 หลายวันต่อมา

รามกำลังขับรถพาเจ้านายไปรับว่าที่คู่หมั้นที่รังสิมันต์ เพื่อพาหญิงสาวไปงานแต่งของพี่ชายคนโตที่จัดเลี้ยงตอนเย็นในโรงแรมหรู หลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีในช่วงเช้าไปแล้ว

ชายหนุ่มไม่ได้เต็มใจมา แต่เพราะบิดาและมารดาของตนเองเป็นคนสั่งเข้าจึงต้องจำใจยอมอย่างเสียไม่ได้ บลูนั่งมองหน้าของรามผ่านกระจกมองหลัง แต่แล้วกับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

“นี่มึงไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง” บลูเอ่ยถามอย่างอารมณ์เสีย

“เรื่องอะไรครับ” รามถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะอยู่ดี ๆ คุณบลูก็พูดขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย

“เหอะ ไหนบอกว่ารักกู มึงเคยหึงเคยหวงกูบ้างไหมวะ” บลูบอกในสิ่งที่คิดออก เพราะเขาแปลกใจที่รามนิ่งเฉยมาก ขณะกำลังพาเขาไปรับคนอื่น

“หึงสิครับ” รามพูดเสียงเรียบ

“แบบที่ทำหน้านิ่ง ๆ นี่คือมึงหึงแล้วเหรอ” น้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อเอ่ยถาม

“ครับ...คุณบลูจะให้ผมร้องไห้ฟูมฟายเหรอครับ” รามเงยหน้ามองสบตาบลูผ่านกระจกหลังแวบหนึ่ง

“อย่ามาประชดกู”

“ไม่ได้ประชดนะครับ...ก็เพราะว่าผมรักคุณบลูมากไงครับ เลยไม่อยากจะทำให้ลำบากใจ” รามบอกด้วยใจจริง

“เหอะ” บลูทำเสียงไม่อยากจะเชื่อออกมาก่อนจะมองไปมองข้างทางเช่นเดิม

รถบีเอ็มดับบิลของบลูเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ก่อนรามจะดับเครื่องแล้วลงมาเปิดประตูให้บลู แม่บ้านที่ยืนรออยู่แล้ว เมื่อเห็นหน้ารามก็แปลกใจแต่ก็พยายามนิ่งเฉย โดยการเชื้อเชิญให้คนทั้งสองเข้าไปรอที่ด้านในแทน

“เชิญนั่งก่อนค่ะ” เธอบอก ก่อนเด็กในบ้านจะเอาน้ำเย็น ๆ มาเสิร์ฟ “รอคุณหนูสักครู่นะคะ เดี๋ยวนมไปตามให้” หญิงชราบอกกับบลูก่อนจะเดินออกไป

เพียงไม่นานรุ้งลดาก็เดินลงมาแล้วเข้ามาในห้องรับแขกที่มีบลูนั่งรออยู่ “ขอโทษนะคะ ที่ช้า” เธอบอกอย่างมีมารยาท

เมื่อวันนั้นที่ได้ไปกินข้าวบ้านของชายหนุ่ม คุณหญิงพราวพรรณได้เสนอให้บลูมารับหญิงสาวไปที่งานเลี้ยงในตอนเย็น ตอนแรกเธอปฏิเสธแต่เหมือนท่านจะไม่ยอม เธอจึงต้องตอบรับอย่างรักษามารยาท ซึ่งในวันนี้บิดาของเธอก็ได้เดินทางไปก่อนได้สักพักแล้ว

“ไปกันเลยไหม...เสียเวลามานานแล้ว” บลูลุกขึ้นเดินนำหน้าหญิงสาวออกไป ก่อนรามที่ยืนอยู่จะยกยิ้มให้ ผายมือเชิญให้เธอเดินนำ

“ภรรยาพี่ราม...เขาไปกินรังแตนที่ไหนมาคะ” รุ้งลดาหันมากระซิบถาม รามทำได้เพียงแค่ยกยิ้มและเดินตามหลัง

 

 

รถบีเอ็มดับบิลแล่นเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าโรงแรมหรู ก่อนรามจะลงมาเปิดประตูให้คนทั้งสอง บลูเดินลงมาจากรถด้วยใบหน้าเรียบเฉย

วันนี้เขาใส่สูทสีน้ำเงินอมเทาทับเสื้อเชิ้ตสีขาวลายทางและผู้เนกไทสีดำลายจุดเข้าชุดกัน ทรงผมที่ถูกเซตมาอย่างดีรับกันกับชุด ปอยผมด้านหน้าที่ถูกปล่อยออกมาเพียงนิดแต่ไม่สามารถบดบังใบหน้าหล่อเหลาของเขาได้เลย กับยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลามากไปกว่าเดิมเสียอีก

บลูเดินอ้อมมาอีกฝั่งแล้วมาหยุดข้าง ๆ รุ้งลดาที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาขยับยกแขนให้หญิงสาวนิดหน่อย ก่อนรุ้งลดาจะยิ้มแล้วยกมือขึ้นคล้องไปที่วงแขนแกร่ง

บลูไม่ได้เต็มใจทำเท่าไรหนักแต่ที่ต้องทำก็เพราะขัดบิดาไม่ได้ อีกทั้งท่านยังยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจ แค่ต้องไปรับหญิงสาวแล้วเข้ามาในงานพร้อมกัน ท่านก็จะยอมให้ดู ๆ กันไปก่อนและจะยังไม่คุยเรื่องหมั้นหมาย ซึ่งบลูก็คิดว่าดี เขาจะได้ดู ๆ รุ้งลดาไปนาน ๆ จนท่านลืมไปเลย

รามเดินตามหลังมองคนทั้งคู่ที่ควงแขนกันอยู่ด้านหน้า ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา แต่จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงไม่ได้ ชายหนุ่มรู้สึกแต่มันไม่ใช่อารมณ์หึงหวงกับเป็นอารมณ์อิจฉาเสียมากกว่า อิจฉาเพราะว่าเขาไม่สามารถที่ยืนตรงนั้นได้ในเวลาแบบนี้

ลิฟต์พาทั้งสามคนมาที่หน้าห้องบอลรูมขนาดใหญ่และทันทีที่เดินเข้าไป แสงแฟลชก็รัวใส่คนทั้งคู่จนหูตาลายไปหมด รามที่รู้หน้าที่ดีเขาจึงขยับ เดินออกไปตรงด้านข้างแทน

บลูที่ไม่ได้มาพร้อมกับครอบครัวเพราะต้องไปรับรุ้งลดาเลยทำให้เขาต้องมาช้าไม่ได้ไปยืนช่วยต้อนรับแขก

“มาแล้วเหรอลูก” คุณหญิงพราวเดินเข้ามาถามขณะบลูพาหญิงสาวเข้ามาใกล้ และหลังจากปล่อยให้นักข่าวรัวแฟลชอย่างหนำใจแล้ว

“สวัสดีค่ะคุณป้า” เธอสวัสดีผู้สูงวัยกว่าด้วยความนอบน้อม

“ไหว้พระเถอะจ้ะ” คุณหญิงยกมือลูบไปบนหลังมือของรุ้งลดาเบา ๆ ก่อนจะพาหญิงสาวเข้าไปด้านใน ที่มีคุณวิเศษและพี่ชายคนรองรวมถึงคู่บ่าวสาวยืนต้อนรับแขกอยู่ รุ้งลดายกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม ก่อนคุณวิเศษที่ให้คนสนิทเรียกนักข่าวให้มาถ่ายภาพครอบครัว

บลูทำหน้าบุญไม่รับทันที รุ้งลดาเองก็เช่นกัน เธอทำท่าจะเดินหลบออกไป แต่ถูกคุณวิเศษเรียกเอาไว้ บอกให้มาถ่ายรูปด้วยกันเสียก่อน

เธอทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย แล้วเงยหน้ามองไปที่บลู ก่อนจะมองเลยไปยังพี่ชายของเธอเองที่ยืนอยู่ด้านหลัง รามพยักหน้าเบา ๆ เธอจึงจำใจยอมถ่ายอย่างเสียไม่ได้

พรุ่งนี้ต้องเป็นข่าวแน่ ๆ ทั้งบลูและรุ้งลดาต่างคนต่างคิดในใจ

หลังจากถ่ายรูปจนเสร็จ คุณวิเศษสั่งให้ลูกชายคนเล็กพาหญิงสาวเดินไปนั่งที่โต๊ะที่มีบิดาของเธอนั่งอยู่ก่อนแล้ว รามทำได้เพียงแค่เดินตามหลังในระยะห่าง ๆ เท่านั้น

บลูพารุ้งลดามาถึงก่อนจะยกมือไหว้ทักทายเจ้าสัว

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับ” เจ้าสัวยิ้มรับแต่สายตาของเขามองเลยไปยังหลานชาย รามจึงก้มหัวให้เพียงนิดพอเป็นมารยาท

“คุณป๊าทานอะไรหรือยังคะ” เธอเอ่ยถามบิดา เพราะตรงด้านหน้ามีแค่น้ำเปล่าเพียงแก้วเดียว

“ป๊าเรียบร้อยแล้ว ลูกก็ไปหาอะไรทานเถอะ” เจ้าสัวเอ่ยบอกประจวบกับมีนักธุรกิจท่านอื่น ๆ เข้ามาทักทาย รุ้งลดาจึงหมดความสนใจไปโดยปริยาย

“เธอจะทานอะไร” บลูเอ่ยถาม

“ไม่เป็นไรค่ะพี่บลู...เดี๋ยวรุ้งจัดการเอง พี่บลูอยากไปไหนก็แล้วแต่เลย” เธอบอกกับบลูด้วยใจจริงเพราะหญิงสาวรู้สึกสงสารพี่ชายขึ้นมาทันที ที่ต้องมาคอยเดินตามคนที่รักควงกับคนอื่นต้อย ๆ

“อือ” เมื่อเห็นแบบนั้นบลูจึงไม่ขัด เขาตอบรับก่อนจะเดินนำหน้ารามออกไป

ทั้งสองเดินออกมาด้านนอกเพื่อสูดอากาศ บลูเคาะบุหรี่ออกมาเพื่อจะสูบรามจึงจุดไฟให้ชายหนุ่มทันที

“ขอบคุณนะพ่อ...สำหรับทุกอย่าง” บลูเอ่ยออกมาเบา ๆ

“ไม่เป็นไรครับ...ผมเข้าใจดี” รามบอกด้วยใจจริง ความรักของเขามันมากมายเหลือเกิน ถึงจะไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้มีจริงหรือเปล่า แต่เขาก็พร้อมที่จะเฝ้ารอและก้าวเดินต่อไป ถึงแม้ว่าจะพบกับความเจ็บปวดสักแค่ไหน เขาก็จะไม่มีวันถอยหลังอีกต่อไป

“ทนหน่อยนะพ่อ...มันต้องดีกว่านี้”

“ครับ...เพื่อแม่พ่อทนได้” รามตอบรับ เขาทนได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แค่ขอให้ได้อยู่ตรงนี้

“อย่าเพิ่งเบื่อกัน...ขอเวลาแม่หน่อยนะพ่อ” บลูออกมาก่อนจะพ่นควันสีเทาพวยพุ่ง

“ไม่มีวันเบื่อหรอกครับ” แค่ที่คุณบลูยอมพูดออกมาขนาดนี้ก็ทำให้เขารู้สึกดีมาก ๆ แล้ว อย่างน้อยคุณบลูก็คิดที่จะไปต่อ

 

 

เช้าวันต่อมา

บลูอาบน้ำแต่งตัวลงมาในช่วงสาย เพราะวันนี้เป็นวันหยุดเลยทำให้ชายหนุ่มชิวกว่าทุก ๆ วัน

เขาเดินเข้ามาในห้องครัวก็เจอเข้ากับนมอ่อนที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ ทำอะไรอยู่สักอย่าง บลูยกยิ้มอย่างชอบใจเขาไม่รอช้าค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปแผ่วเบา สองมือแกร่งโอบรอบเอวของหญิงชราไว้แน่น

“อุ๊ย!! ตาเถร” นมอ่อนอุทานออกมาอย่างตกใจ เพราะเธอกำลังล้างผักอยู่เพลิน ๆ

“ตาเถรที่ไหนจะหล่อขนาดนี้กันครับ” บลูหยอกเย้าก่อนจะจี้ไปที่ข้าง ๆ เอวสองสามครั้ง

“อุ๊ยคุณหนูนมจั๊กจี้ค่ะ...ไม่เอา ฮ่า ๆ” เธอหัวเราะชอบใจก่อนจะตีไปที่มือของบลูเบา ๆ

ชายหนุ่มจึงหยุดก่อนจะเอ่ยถาม “มีอะไรให้กินบ้างครับ”

เขาขยับตัวออกมาเพราะไม่อยากจะเกะกะคนที่กำลังล้างผักอยู่อย่างขะมักเขม้น แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ใกล้ ๆ มาเปิดอ่าน เป็นดังที่คาดไว้ไม่มีผิด ว่านักข่าวต้องเล่นข่าวของเขากับรุ้งลดาในงานเมื่อคืนบนคอลัมน์ซุบซิบไฮโซ บลูถอนหายใจออกมา ก่อนจะปิดมันและโยนไปไว้ที่เดิม

“ตื่นสายขนาดนี้ ไม่มีแล้วค่ะ” เธอแกล้งหยอกเย้าขณะเดินไปเปิดฝาหม้อออก เผยให้เห็นข้าวต้มใส่เห็ดหอมของโปรดของบลูที่เธอทำไว้ให้ต่างหาก เพราะรู้ดีว่าคุณหนูของเธอตื่นมาแล้วจะต้องหิว

“นึกว่านมอ่อนจะใจร้ายซะแล้ว” บลูออดอ้อนเอาใจ ก่อนเดินไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวที่อยู่ภายในห้องครัว

“ไม่ไปทานที่ห้องรับประทานข้างนอกล่ะคะ” นมอ่อนเอ่ยบอกก่อนจะว่างถ้วยข้าวต้มให้ชายหนุ่ม

“ไม่ครับกินในนี้แหละ” บลูตอบก่อนจะตักข้าวต้มเห็ดหอมเข้าปาก

“แล้วนี่ไปไหนกันหมดล่ะครับ” บลูเอ่ยถามเพราะบ้านออกจะเงียบผิดปกติ

“คุณท่านไม่อยู่หรอกค่ะ เห็นว่าบินด่วนไปสิงคโปร์ ส่วนคุณผู้หญิงไปทำบุญตั้งแต่เช้าแล้วล่ะคะ” มารดาของชายหนุ่มเป็นสายบุญของแท้ เธอชอบออกไปไหว้พระทำบุญกับบรรดาคุณหญิงคุณนายด้วยกัน

“ส่วนเฮียบอมคงอยู่กับภรรยาหมาด ๆ ปานนี้คงยังไม่ตื่นใช่ไหมครับ” บลูเอ่ยถึงพี่ชายคนโตที่ย้ายออกไปอยู่ที่เรือนหอใกล้ ๆ ถัดไปจากบ้านใหญ่สองสามหลังเห็นจะได้

“ตายจริงคุณหนู...พูดอะไรก็ไม่รู้” นมอ่อนว่าอย่างไม่จริงจังนัก

“ฮ่า ๆ แล้วเฮียบูมละครับ” เขาหัวเราะก่อนจะถามหาอีกคน

“ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วเหมือนกันค่ะ”

“งั้นเหรอครับ” บลูพึมพำ ไปกันหมดบ้านก็เลยไม่เหลือใครเลยสักคน

“แล้วไอ้รามไปไหนเหรอครับ” เพราะตั้งแต่ตื่นมาเขายังไม่เห็นหน้าชายหนุ่มเลย

“รามพาแล้วแต่ไปฉีดยาค่ะ”

“แล้วแต่เป็นอะไรเหรอครับ” บลูถามอย่างแปลกใจ

“เห็นว่าซึม ๆ อีกแล้วล่ะค่ะ”

“เป็นบ่อยเหรอครับ” บลูเอ่ยถามเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกชายไม่ค่อยสบาย

“ไม่บ่อยหรอกค่ะ...แต่แล้วแต่ก็แก่มากแล้วคงจะตามอายุนั่นแหละค่ะ”

“งั้นเหรอครับ”

หลังจากที่บลูกินข้าวเช้าจนเสร็จชายหนุ่มเดินออกมาที่หลังบ้านเพื่อจะสูบบุหรี่ เขายืนอยู่สักพักก็เห็นรถของรามแล่นเข้ามาจอด ชายหนุ่มยืนมองพ่อของแล้วแต่ที่กำลังเกลี้ยกล่อมให้ลูกชายลงมาจากรถจนสำเร็จ บลูอัดบุหรี่เข้าปอดเฮือกสุดท้ายก่อนจะดับแล้วเดินเข้าไปหา

“พาลูกชายไปหาหมอมาเหรอพ่อ” บลูเอ่ยถามขณะเดินเข้าไปลูบหัวของแล้วแต่แผ่วเบา

“ครับ” รามยิ้มตอบ

“เป็นไงแล้วแต่...ซึมเลย” บลูคุยกับลูกชายพร้อมกับลูบหัวไปด้วย

“เป็นโรคต้อกระจกนะครับ หมอบอกว่าอายุมากแล้วก็เลยเป็น แล้วแต่มองไม่ค่อยเห็นก็เลยทำให้ซึม ๆ” รามบอกกับคนเป็นแม่ แล้วแต่อายุสิบสองปีแล้วและอยู่กับรามมานานมาก

เมื่อก่อนชายหนุ่มกลับบ้านทุกวันมีเวลาดูแลแล้วแต่มากกว่านี้ ส่วนมากก็จะพาไปออกกำลังกาย ไปว่ายน้ำด้วยกัน แต่หลัง ๆ มานี่ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไรจึงห่าง ๆ ไปบ้าง

“ลำบากแย่เลยเนอะ...อีกไม่กี่วันพ่อก็ไม่อยู่แล้วด้วย” บลูพูดออกมาไม่รู้ว่าบอกกับลูกชายหรือบอกกับตัวเองกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ น้ำเสียงที่พูดออกมามันดูเศร้าจนรามสังเกตได้

“จะมาหาบ่อย ๆ นะครับ” รามพูดออกมา แต่บลูที่ได้ยิน ยังไม่มีทีท่าว่าจะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่พูดเลย รามจึงเดินขยับเข้าไปใกล้

“คุณบลู” ชายหนุ่มเอ่ยเรียก แต่บลูยังคงนิ่งเฉยยืนลูบหัวแล้วแต่อยู่เช่นเดิม

“แม่...หันมาหน่อยครับเป็นอะไร” รามจับตัวอีกคนให้หันมา ก่อนบลูจะโผเข้ากอดโดยที่รามยังไม่ทันได้ตั้งตัว

ชายหนุ่มงงงวยแต่ก็ยกมือขึ้นลูบไปที่แผ่นหลังของบลูแผ่วเบา ๆ “เป็นอะไรครับ... หืม” เขาพูดเสียงเบา มือก็ยังลูบไปที่แผ่นหลังไม่หยุด

“มีที่ที่หนึ่ง ที่แม่อยากให้พ่อไปอยู่ด้วย” บลูพูดออกมาเสียงอู้อี้ เพราะเขาซุกจมูกไว้ที่ซอกคอของราม

“ไปด้วยกันเถอะไปที่...ที่มีแค่เรา” บลูยืนยันอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ารามนิ่งเงียบ

“คุณบลู” มันตื้อไปหมดเหมือนกับว่ามีอะไรมาจุกอยู่ที่ ตรงกลางหน้าอก จนทำให้รามหายใจไม่ค่อยออก

เขาเองก็อยากจะทำแบบนั้นเหมือนกันแต่ก็ทำไม่ได้ พอนึกถึงผลที่จะตามมาแล้ว เขาทำไม่ได้จริง ๆ เพราะไม่อยากเห็นแก่ตัว มันจะทำร้ายคุณบลูไปด้วย รามรู้ดีว่าคุณวิเศษไม่มีทางยอมง่าย ๆ เขาจะต้องตามหาลูกชายของเขาแล้วถึงตอนนั้นคุณบลูจะต้องลำบาก

“รู้ว่าทำไม่ได้...แม่รู้ดี” บลูบอกกับอีกคนก่อนจะผละออก ทั้งสองยืนสบตากันเงียบ ๆ แต่แววตาที่ทั้งสองคนมองกันมันเต็มไปด้วยความรู้สึก

“ไปเดทกันไหมครับ” รามพูดออกมาในที่สุด ในเมื่อทำแบบนั้นไม่ได้ อย่างน้อยในตอนนี้ก็ควรนึกถึงเพียง แค่กันและกันก็พอ

บลูจึงยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดู "ไปสิ” ว่าจบก็เปิดประตูขึ้นไปทันที

รามจึงยิ้มออกก่อนจะพาแล้วแต่ไปอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง “เดี๋ยวพ่อมานะ” เขาลูบหัวของลูกชาย ก่อนจะเทอาหารไว้ให้แล้วเดินออกไป

“ไปที่ไหนเหรอครับ” เมื่อรามขึ้นมาประจำที่แล้วจึงเอ่ยถามถึงที่ที่บลูอยากพาไป

บลูยกยิ้มก่อนจะตอบออกมา “เดี๋ยวแม่ขับเอง” พูดจบเขาก็เปิดประตูเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ “ลงมาพ่อ” เมื่อเห็นอีกคนยังนิ่งเฉยเขาจึงบอกอีกครั้ง “ลงมา ไว ๆ” รามจึงต้องยอมลงมาอย่างเสียไม่ได้

รามมองด้านข้างของบลูไม่วางตา ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรือเปล่าดูเหมือนคุณบลูมีเรื่องกังวลในใจ “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยถาม

“เปล่า...แค่ไม่อยากอยู่ห่างจากพ่อ” บลูยอมรับออกมาตรง ๆ รามจึงนิ่งอึ้งไป ก่อนจะยิ้มออกมา เพราะดูเหมือนว่าคุณบลูจะเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งนั้นทำให้รามรู้สึกดีมาก

คุณบลูกำลังทำให้ผมหลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้น คุณรู้บ้างไหมครับ

“ผมก็ไม่ได้อยากจากคุณไปไหนเหมือนกันครับ”

บลูหันมายิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้น “อยากจูบ” คำสั้น ๆ ทำเอารามหัวใจเต้นแรง ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะหอมที่แก้มยุ้ย เพราะบลูกำลังขับรถอยู่เกรงว่าจะเป็นอันตราย

สองชั่วโมงกว่า ๆ บลูก็พารามมาถึงเขาใหญ่ รามจำได้ดีว่าเป็นที่ที่ทั้งสองเคยมาทัศนศึกษาเมื่อนานมาแล้ว ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของคนข้าง ๆ ที่ดูเหมือนจะผ่อนคลายขึ้นมากแล้ว

“ที่นี่เหรอครับ” รามเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เพราะเป็นที่ที่เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลย

“ใช่...ไม่ชอบหรือไง” บลูหันมาตอบ ก่อนจะมองหน้ารามนิ่ง

“เปล่าหรอกครับ...แค่แปลกใจ”

“ก็ที่นี่เป็นที่ที่แม่ชอบ...เพราะพ่อว่ายน้ำเป็นที่นี่ไง” บลูบอกกับอีกคนก็ในตอนนั้นมาทัศนศึกษา ที่สระน้ำผุด รามเป็นคนเดียวทั้งชั้นที่ยังว่ายน้ำไม่เป็น บลูจึงเป็นคนที่สอนให้ชายหนุ่ม

“จำได้ด้วยเหรอครับ” รามเอ่ยถาม ก่อนจะนึกถึงเรื่องราวเมื่อตอนนั้น เขาสำลักน้ำไปตั้งหลายทีกว่าจะว่ายน้ำเป็น อาจจะเป็นเพราะเคยจมน้ำมาก่อนก็เลยทำให้เขากลัว

“จำได้สิ...คนอื่นเขาว่ายเป็นกันหมด มีแต่มึงนั่นแหละพ่อที่ยังว่ายไม่เป็น” บลูตอบกลับก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยออกและเปิดประตูลงจากรถ รามจึงเดินตามลงมา

ทั้งสองเดินตามทางเดินเล็ก ๆ เข้าไปจนถึงสะพานไม้ที่ฝั่งตรงข้ามที่มีบ่อน้ำและเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาไปทั่ว ทั้งสองหาที่นั่งเหมาะ ๆ ก่อนจะนั่งใกล้ ๆ กัน

“ที่นี่เหรอครับ...ที่คุณอยากอยู่” รามเอ่ยถาม

“ไม่ใช่ที่ตรงนี้...แต่เป็นที่นี่...ไม่แน่ในอนาคตถ้าป๊ายอมก็อยากให้มาอยู่ด้วยกัน” บลู บอกสิ่งที่คิดภายในใจและเริ่มพูดถึงสิ่งที่วางไว้ในอนาคต

รามมองคนข้าง ๆ อย่างไม่คิดฝัน เพราะคุณบลูคิดในสิ่งที่ตนไม่กล้าแม้แต่จะคิด นั่นจึงทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจ

“ทำไมถึงอยากมาอยู่ที่นี่เหรอครับ” รามเอ่ยถาม

“เบื่อความวุ่นวายแล้ววะพ่อ” บลูบอกขณะยกเข่าทั้งสองขึ้นมากอดไว้

“ถ้าวันนั้นของเรามาถึง...มาอยู่ที่นี่ด้วยกันไหม” คำถามของบลูเรียกรอยยิ้มของรามออกมา

“ได้ซิครับ...พ่ออยู่ได้ทุกขอแค่มีแม่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนพ่ออยู่ได้ทั้งนั้น” รามบอกกับคนข้าง ๆ ก่อนจะยกมือหนาข้างหนึ่งไปโอบกอดบลูเข้ามาแนบชิด แล้วกดหอมลงที่หน้าผากของเขาเบา ๆ

“อยากให้วันนั้นมาถึงไว ๆ” บลูบอกเสียงแผ่วเบา เขาอยากให้เรื่องของเราดีขึ้นกว่าเดิม ไม่อยากหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ แต่บลูก็รู้ดีว่าในตอนนี้ยังทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ คงต้องรอแค่เวลาเท่านั้น

ทั้งสองใช้เวลาของวันนั้นทั้งวันเที่ยวไปจนทั่วเขาใหญ่ เข้าออกฟาร์มนั้นฟาร์มนี้อย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเก็บผัก ขี่ม้า ไปไร่องุ่น ขับรถโกคาร์ท จนตอนนี้มาจบที่ร้านกาแฟคั่วสดบนเนินเขาที่อยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้

หลังจากรามสั่งเครื่องดื่มเสร็จเขาก็เดินเข้ามาหาคุณบลูที่นั่งรออยู่ ชายหนุ่มยื่นชาเขียวปั่นให้คนรักก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ

“ทำไมเป็นชาเขียววะ” บลูเอ่ยถาม ก่อนจะมองแก้วชาเขียวที่ใส่วิปครีมและโรยช็อกโกแลตกับผงชาเขียวด้านบน

“อร่อยดี...ไม่หวานหรอกครับ” หลังจากที่รามพูดจบ บลูก็ลองดูดชาเขียว ก่อนจะตักวิปครีมเข้าปากคำใหญ่

“แล้วมึงไม่กินอะไรอะพ่อ” บลูเอ่ยถามเพราะไม่เห็นว่ารามจะถือเครื่องดื่มอะไรมากสักอย่าง

“กินครับ” พูดจบเขาก็จับใบหน้าของบลูเข้ามาบดจูบอย่างอ่อนโยน ดีนะที่บริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนเพราะส่วนมากลงไปถ่ายรูปอยู่กับสวนดอกไม้อยู่ด้านล่าง

รามละเลียดจูบแผ่วเบา เขาส่งปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากอย่างอ่อนโยน บลูหลับตาลงรับสัมผัสและยกมือโอบรอบคอของรามไว้แน่น

“รักรามนะ” บลูบอกออกมาก่อนในคราวนี้ รามยกยิ้ม แววตาของเขาสั่นไหวและค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าไปจูบหน้าผากของบลูแผ่วเบา

“รักเหมือนกันนะครับ” ทั้งคู่ผละออกจากกัน ก่อนจะนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินไปพร้อม ๆ กัน บลูเอนหัวพิงที่ไหล่ก่อนรามจะโอบตัวชายหนุ่มเอาไว้

...............

จริงอย่ารี้ดท่านหนึ่งว่า บอกรักกันทุกตอน หวานๆ ตัดขาไปก่อนอย่าเพิ่งเอียนนน ไรท์ก็อยากบีบแจ้มคุณบลูเหมือนกัน

ชี้แจ้งเรื่องตัวละครอีกครั้งนะคะ ตัวละครใช้ป๋อกับจ้านเหมือนกันก็จริง แต่คนละคน คนละ คาแรคเตอร์นะคะ แล้วแต่ไรท์ว่าจะให้เขาเป็นพี่น้องกันหรือเป็นแค่คนรู้จักแล้วแต่คาแรคเตอร์ค่ะ  **พี่อัคมีคู่เด้อกับหมอวินอยู่อีกเรื่องหนึ่งค่ะ**

sds


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น