Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 38 : อยากทำอะไรเพื่อพ่อบ้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ส.ค. 63

 บลูหนีไม่พ้นเพราะรามเดินตามมาประชิด ชายหนุ่มดันตัวของบลูเข้ากำแพง

“ราม...อื้อ” บลูกำลังจะดันตัวเขาออกแต่กลับถูกอีกคนประกบปากจูบเสียก่อน

CUT

.

.

บลูหันหน้ากลับมา เขายกมือขึ้นคล้องคอ ก่อนจะบดจูบอย่างอ้อยอิ่ง รามลูบมือไปตามแผ่นหลังและกอดร่างของบลูไว้แน่น

“รักนะครับ” รามบอกออกมาหวานซึ้งเหมือนดังเช่นเคย บลูพยักหน้ารับก่อนจะกระซิบเบา ๆ ที่ข้าง ๆ หู

“รักเหมือนกัน” ว่าจบก็หอมแก้มรามฟอดใหญ่ แล้วซุกใบหน้าลงที่ซอกคอ ทั้งสองยืนกอดกันอยู่นาน ก่อนบลูจะนึกขึ้นได้ เขาค่อย ๆ ขยับตัวออก แล้วดึงรามมาที่หน้ากระจก

“แม่จะโกนหนวดให้” บลูบอกก่อนจะแกะที่โกนหนวดอันใหม่ รอรามที่กำลังล้างหน้าให้สะอาด

เขายืนผ้าผืนเล็กส่งให้ เพื่อที่จะให้อีกคนซับหน้าหลังจากล้างจนสะอาด บลูหยิบพรีเชฟออยล์น้ำมันขึ้นมาเขาเทใส่ฝ่ามือและค่อย ๆ ชโลมลงบนใบหน้าของรามเบา ๆ เมื่อเห็นว่าทั่วแล้วจึงบีบครีมโกนหนวดก่อนจะทาไปบริเวณไรเคราที่เริ่มขึ้นเขียวครึ้ม

รามจ้องคนตรงหน้าไม่วางตาไม่เคยมีใครโกนหนวดให้เขามาก่อนเลย รามเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เขาหลงใหลอีกคนอยู่แล้วและยิ่งมาทำแบบนี้ ทำตัวน่ารักขนาดนี้ เขายิ่งหลงเข้าไปใหญ่ รามเผลอไผลเขาเลื่อนใบหน้าไปจูบลงหน้าผากของบลูเบา ๆ บลูเหลือบตาเงยขึ้นขณะทาครีมโกนหนวดเสร็จพอที

“ขอบคุณนะครับ” รามบอกราวกับกำลังละเมอ เพราะเขารู้ว่าคุณบลูเองก็ไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครเหมือนกัน

“อยากทำอะไรให้พ่อบ้าง” บลูบอกก่อนจะใช้มีดค่อย ๆ โกนไรหนวดให้รามเบา ๆ มีบ้างที่โดนบาดจนเลือดซิบเพราะคนทำยังใหม่ แม้จะเคยโกนให้ตัวเองแต่มันกับไม่เหมือนกัน แต่รามก็ไม่บ่นออกมาสักคำเขายังคงมองบลูตาไม่กะพริบ

“ไม่ง่ายอย่างที่คิดแฮะ” บลูพึมพำออกมาเพราะเขาเห็นเลือดที่ไหลซิบออกมาปะปนกับฟองของครีมโกนหนวด

“ไม่เป็นไรครับ...พ่อดีใจที่แม่อยากทำให้” รามบอกก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างกอดเอวสอบไว้หลวมๆ

“ไม่เจ็บเหรอ” บลูเอ่ยถาม ก่อนรามจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ บลูจึงยกยิ้มและโกนต่ออย่างระมัดระวัง

“เสร็จแล้ว” เพราะมีไม่มากแถมยังขึ้นเป็นตอนิดเดียวเลยใช้เวลาไม่นาน

“ขอบคุณนะครับ” รามรู้สึกขอบคุณจริง ๆ ไม่ว่าจะโดนบาดไปสักกี่แผล เลือดจะออกไปสักกี่หยดรามก็ยังรู้สึกดีอยู่ดี

รามหันไปล้างหน้าที่หน้ากระจก เขาล้างจนครีมโกนหนวดหายเกลี้ยง แล้วลูบไปตามใบหน้าที่สะอาดเอี่ยมไร้หนวดเคราและตอเล็ก ๆ แล้ว ชายหนุ่มยกยิ้มให้คนที่ยืนมองอยู่ด้านหลัง

“ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” รามบอกอย่างทราบซึ้งใจ

“อือ”

“อาบน้ำเถอะครับ...เดี๋ยวเลยเวลาอาหารเย็น”

“อือ...จะไปแล้วเหรอ”

“ครับ...”

“อือ” หลังตอบรับบลูก็เดินเข้ามาหาก่อนจะหอมแก้มชายหนุ่มเบา ๆ กลิ่นครีมโกนหนวดยังคงติดอยู่บนใบหน้า แต่น่าแปลกที่มันกับไม่หอมเท่ากับกลิ่นกายที่เขาคุ้นเคยของคนตรงหน้าเลยสักนิด

“รักนะครับ”

“บอกบ่อยจัง”

“ที่บอกบ่อย ๆ ก็เพราะอยากให้รู้ว่ารักมากจริง ๆ” รามมองสบตาบลูนิ่ง “ไม่ได้จะขอให้รักเท่ากันนะครับ...แต่อยากจะขอให้รักนาน ๆ ก็พอ”

บลูดึงรามเข้ามากอดแน่น กระซิบเบา ๆ ข้าง ๆ หู “ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรักได้มากขนาดไหน...แต่ที่แน่ ๆ คือขาดพ่อไม่ได้แล้ว” รามกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก ทั้งสองคนต่างซึมซับความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กันและกันเอาไว้

 

 

รามแต่งตัวกลับมาที่บ้านของตัวเองในเวลาต่อมา ดีที่ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็น คุณผู้หญิงของบ้านก็เลยนั่งคุยกับรุ้งลดาอยู่ในห้องรับแขก รามจึงเดินออกมาอย่างไม่มีใครสังเกต แต่ถึงจะมีคนเห็นก็คงไม่มีใครสงสัยอะไรเพราะชายหนุ่มก็เข้านอกออกในห้องของเจ้านายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าจะผิดสังเกตหน่อยก็คงจะเป็นเรื่องที่เข้าไปนานเกินความจำเป็น

รามอาบน้ำอีกครั้งก่อนจะล้มตัวลงนอนบนที่นอน ในหัวก็คิดเรื่องของเขากับคุณบลู ใบหน้าของเขาก็ฉายแววแห่งความสุข มือก็พรางลูบสร้อยล็อกเกตไปด้วย

ก่อนจะนึกขึ้นได้เขาหยิบมันขึ้นมาและเปิดดู ภาพของผู้หญิงที่มีรอยยิ้มสดใสดูเป็นคนจิตใจดีปรากฏอยู่ภายใน รามมองอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะปิดมันแล้วหลับตาลง

เขาครุ่นคิดว่าจะตามหาคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อต่อดีไหม พ่อที่เขาไม่เคยเห็นหน้า พ่อที่ทิ้งแม่ไปเฉย ๆ ทำให้แม่ต้องคลอดลูกชายแบบเขาเพียงลำพัง ถ้าถามว่าทำไมต้องตามหาคนแบบนั้น รามเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน คงเพราะว่าอยากรู้เหตุผลละมั้ง

แต่ถ้าพ่อคนนั้นยังมีชีวิตอยู่พร้อมกับมีครอบครัวแล้วล่ะ เมื่อคิดได้แบบนั้นรามจึงลุกขึ้นนั่ง

“ผู้กองอัครัฐ” รามพึมพำชื่อของตำรวจหนุ่มออกมา “ถ้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญละแต่อาจจะเกี่ยวข้องกันล่ะ...” รามกำลังครุ่นคิด

ผู้กองจะถามไปทำไมกันว่ารู้จักผู้ชายที่ชื่อพงษ์เทพหรือเปล่า เมื่อคิดได้ รามจึงไม่รอช้าเขาต่อสายหาเพื่อนรักทันที

“ไอ้จอมเดี๋ยวกูไปหานะ” ไม่รอให้ปลายสายกรอกเสียงทักทาย รามพูดแทรกลงไปทันทีแถมกดวางหลังจากที่พูดจนจบไม่รอให้เพื่อนรักตอบรับหรือปฏิเสธสักคำ

 

 

รามขับรถมาที่บ้านของจอมในเวลาต่อมา เขาจอดรถที่หน้าบ้านยังไม่ทันที่จะได้กดกริ่ง เพื่อนรักก็โผล่หน้าออกมาเหมือนรอตนเองอยู่ก่อนแล้ว

“แหม...ไอ้เวรไม่รอให้กูพูดสักคำ” จอมบ่นทันทีที่เห็นหน้า

“บ่นมากว่ะ” รามบอกก่อนจะหิ้วของกินที่มารดาทำใส่กล่องมาให้ เข้าไปในบ้าน จอมที่เดินตามหลังเขาส่ายหน้าเบา ๆ

“ตามสบาย...ทำเหมือนบ้านมึงไปแล้วนิ” ยังไม่วายบ่นต่อ...ขณะเดินตามเพื่อนมาที่โต๊ะกินข้าว

“จะแดกไหม...แม่กูทำมาให้” รามบอกขณะหยิบกล่องอาหารหลายใบออกมาจากถุงผ้า จอมถึงกับกลืนน้ำลาย เพราะเขาเคยได้ลิ้มลองรสมือแม่ของเพื่อนรักแล้วหลายครั้ง อร่อยจนเขากินข้าวเกือบหมดหม้อ

“แดกดิ...ของอร่อย ฝากขอบคุณแม่มึงด้วย” จอมบอกก่อนจะเดินเข้าไปหยิบจานกับช้อนออกมา

“พูดเหมือนแม่กูจะจำมึงได้” รามบอกตามความจริง ถึงแม้ว่าแม่ของเขาจะรู้ว่าลูกชายมีเพื่อนชื่อจอม เพราะเขาได้บอกกับท่านทุกครั้งเวลาที่ออกมาหาเพื่อน แต่แม่ก็ไม่เคยเห็นหน้าตาของจอมเลยสักครั้ง

“ลำบากฉิบหาย มีเพื่อนกับเขาคนหนึ่งก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อย่างกับเมียน้อย” จอมบ่นออกมาขณะตักข้าวเข้าปาก

“เมียน้อย...เชี่ยไรของมึง” รามส่ายหัวให้กับความกวนตีนของเพื่อนสนิทก่อนจะลงมือกินข้าวบ้าง

“หายหัวไปนานเลยนะมึงทำไมวันนี้มาได้วะ...” จอมชวนคุย

“ไม่ไง...กูมีเรื่องจะถาม”

“เรื่องอะไรวะ”

“มึงกับผู้กองอัครัฐสนิทกันมากไหม”

“ก็สนิทเคยฝึกด้วยกันตอนสมัยเป็นนายร้อย...มึงจะถามทำไมวะ” จอมมองเพื่อนอย่างแปลกใจ เพราะรามไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของตนเองมาก่อน

“เปล่ากูแค่อยากรู้...นิสัยเป็นไง”

“ไอ้ราม...มึงมีอะไรจะบอกกูไหม” จอมถามเพื่อนอย่างจริงจัง กับข้าวที่ว่าอร่อยยังไม่สามารถทำให้จอมสนใจไปกว่าคนตรงหน้าแล้วตอนนี้ ชายหนุ่มรวบช้อนแล้ววางมันลง จ้องรามอย่างต้องการคำตอบ

“ไม่มีอะไร”

“ไอ้รามกูเป็นเพื่อนมึงมากี่ปีแล้ววะ...ทำไมจะดูไม่ออกว่ามึงมีเรื่องอะไรในใจ” จอมกอดอกมองรามนิ่ง จริง ๆ แล้วตนเองมีอายุมากกว่ารามเกือบหกปีเห็นจะได้ แต่เพราะครั้งแรกที่เจอกันเกิดเรื่องไม่ดีเท่าไรหนักเลยไม่ได้สนใจถามไถ่ประวัติส่วนตัว เลยเรียกกันแบบนี้เรื่อยมา

“กูแค่สงสัย...ว่าเขาอาจจะเป็นลูกของพ่อกูอีกคน” แน่นอนว่าจอมรู้ว่ารามกำลังตามหาพ่อ แต่ไม่รู้ว่ารายละเอียดอะไรมากนัก

“อะไรทำให้มึงคิดแบบนั้นว่ะ” รามไม่ตอบเขาลุกขึ้น “มึงจะไปไหน”

“มึงรอนี่แหละ” รามบอกแล้วเดินไปหยิบซองเอกสารที่รถ เพียงไม่นานก็เดินกลับเข้ามา เขายืนมันส่งให้จอม

“ประวัติไอ้อัค?” จอมเปิดดูก่อนจะมองหน้าเพื่อน รามจึงพยักหน้าให้ทีหนึ่ง จอมจึงหันไปสนใจอ่านเอกสารต่อ

“มีอะไรตรงไหนที่ทำให้มึงคิดงั้นวะ...บอกกูทีเพื่อนรัก” จอมถามรามด้วยใบหน้างงงวย ก็เขาอ่านมาสักพักก็แค่ประวัติธรรมดาไม่มีอะไรน่าแปลกใจตรงไหน

“โง่ซ้ำซากนะ ไอ้เวร” รามบอกก่อนจะชี้ไปตรงชื่อของบิดาให้จอมดู

“แล้วไง ต.ร.อ พงษ์เทพ แปลกตรงไหน”

“พ่อกูก็ชื่อพงษ์เทพเหมือนกัน” รามบอกคนตรงหน้า ตัวเขาเองก็ลืมไปว่าจอมไม่รู้ชื่อพ่อของตนเอง

“เฮ้ย...จริงดิ แต่อาจจะแค่ชื่อเหมือนก็ได้ปะวะ”

“มันก็จริง...แต่ถ้าเพื่อนมึงไม่เผอิญถามกูวันสอบปากคำอะนะ”

“ถามว่าอะไรวะ” จอมยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ

“ถามว่ากูรู้จักพงษ์เทพไหม...ถ้าไม่มีอะไรแล้วจะมาถามกูทำไม”

“ก็จริงของมึง...แล้วนี่มึงบอกท่านเจ้าสัวหรือยัง” จอมถามขณะพลิกอ่านเอกสารต่อ

“ไม่...มึงก็ห้ามรายงานเด็ดขาด” รามดักทางเพื่อนรักไว้ก่อน เผื่อจอมหลุดปากรายงานพ่อของตัวเอง เพราะจอมเป็นลูกชายของเจียงคนสนิทของเจ้าสัว คาแรกที่จอมเคยช่วยเหลือตนเองในตอนนั้น ชายหนุ่มยังไม่รู้ว่ารามคือใครก็เลยเป็นเพื่อนกันเรื่อยมา จอมเพิ่งจะมารู้เมื่อไม่กี่ปีนี่เอง รามที่ไม่ต้องการความยุ่งยากจึงเรียกกันแบบเดิมเรื่อยมา

“ถ้าพ่อกูถามล่ะ”

“เขาไม่ถามหรอก”

“แต่กูว่ามึงน่าจะให้ท่านช่วยนะ เผื่ออะไร ๆ มันจะได้ง่ายขึ้น”

“มึงคิดเหรอว่าท่านจะช่วย...เขาไม่เคยพูดถึงเลยด้วยซ้ำ” รามพูดตามความจริง เพราะถ้าเจ้าสัวต้องการสืบหาจริง ๆ ป่านนี้คงเจอไปนานแล้ว

“เออ” จอมต้องยอมรับปาก เพราะคำพูดของรามก็มีเหตุผล “แดกต่อได้ยัง”

“เออ”

หน่วยสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ

ผู้กองอัครัฐกำลังนั่งดูแฟ้มเอกสารของคดีเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อน เป็นแฟ้มข้อมูลคดีฆาตกรรมของ ร.ต.อ พงษ์เทพ เจริญเกรียติดำรงณ์ ผู้เป็นบิดาเพราะชายหนุ่มไม่เชื่อว่าพ่อของตนเองจะถูกฆ่าชิงทรัพย์

ในวันที่ 5 ตุลาคม 25XX พบศพนายตำรวจพลร่มพิเศษ ร.ต.อ พงษ์เทพ เจริญเกรียติดำรงณ์ สภาพศพถูกหั่นแยกชิ้นส่วนและเผานั่งยางจนไหม้เกรียม ที่บริเวณป่าละเมาะ อ.งาว จังหวัดลำปาง จากเบาะแสบอกว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ เพราะคนร้ายได้รับสารภาพว่าทำไปเพราะต้องการเงินมาหาเลี้ยงครอบครัว

สายตาคมไล่อ่านทุกบรรทัดก่อนจะแสยะยิ้ม เขาเปิดแฟ้มอื่น ๆ อีกหลายแฟ้ม มันเกี่ยวกับรูปคดีของพ่อเขาทั้งหมด ชายหนุ่มอ่านมันโดยละเอียดรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งมีข้อสงสัย

ปึก

เสียงแก้วกาแฟร้อนถูกวางที่ด้านหน้าของผู้กองหนุ่ม อัครัฐจึงจำใจละจากเอกสารตรงหน้า เงยขึ้นมองอย่างเสียไม่ได้ ผู้กองอินทัชคู่หูของตนเองก็ยกยิ้มให้อย่างกวน ๆ

“พักบ้าง...กูเห็นมึงนั่งอ่านมาหลายชั่วโมงแล้วนะเว้ย” อินทัชว่าก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม

“มึงรู้ไหมอะไรที่แปลก”

“แปลกยังไงวะ”

“ถ้ามึงเป็นโจรชิงทรัพย์มึงจะเสียเวลาหั่นศพแยกชิ้นส่วนแล้วเอาไปเผาปะวะ” อัครัฐมองหน้าเพื่อนสนิทนิ่ง “นี่แล้วมึงดูผู้ต้องหาเป็นชายแก่อายุหกสิบกว่าจะเอาแรงที่ไหนไปฆ่าพ่อกูวะ แถมคนร้ายรับสารภาพว่าโกรธที่พ่อกูขัดขืนก็เลยต้องฆ่า แต่ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานกับบอกว่า เจอกระสุนฝั่งอยู่ที่ปอด ลุงแกไปเอามาจากไหนวะ ปืนที่ไม่มีขายในประเทศไทยและเป็นลูกกระสุนที่ต้องสั่งทำพิเศษ”

“...” อินทัชนั่งเงียบเพราะเขากำลังตั้งใจฟัง

“พยานที่รู้จักพ่อกูบอกว่า วันเกิดเหตุเกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว เขากำลังจะกลับมาที่กรุงเทพ”

“กลับมาทำไมวะ...มึงกับแม่อยู่ที่เชียงรายไม่ใช่เหรอ” อินทัชถามอย่างไม่เข้าใจ

“พ่อกูมีภรรยาอีกคน...” อัครัฐตอบเสียงเบา เขาเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง ว่าพ่อของเขามีภรรยาอยู่แล้วแต่ดันทำแม่ของเขาท้องเมื่อตอนมาอยู่ที่ชายแดน

“กูขอโทษวะ” อินทัชรู้สึกผิดเพราะเห็นสีหน้าของเพื่อนรักไม่ค่อยดีนัก

“ช่างมัน...กูไม่ได้รู้สึกอะไร” อัครัฐบอกกับเพื่อน เรื่องนี้เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน แต่อัครัฐไว้ใจอินทัชมากเพราะสนิทกันตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อย ร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะไปอยู่หน่วยพลร่มพิเศษเสียอีก

“มึงจะรื้อจริง ๆ เหรอ คดีมันถูกปิดไปนานแล้วนะ” อินทัชถามเพื่อความแน่ใจ ถึงคดีนี้มันจะน่าสงสัยจริง ๆ แต่เพราะมันถูกปิดง่ายเกินไป แถมยังถูกปัดตกไปเป็นคดีชิงทรัพย์ธรรมดาอีก คดีนี้ไม่น่าจะใช่คดีธรรมดาเพราะอาจจะมีคนใหญ่โตอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้

“อือ...อยากรื้อวะ กูว่าสำนวนมันแปร่ง ๆ มันเหมือนรีบปิด ทั้ง ๆ ที่หลักฐานจากฝ่ายรวบรวมหลักฐานต่างก็ยืนยันว่ากระเป๋าตังค์ของผู้ตายตกอยู่ในรถและเงินยังอยู่ครบอีกต่างหากมึงว่าไม่น่าสงสัยเหรอวะ” อัครัฐตอบรับ

“เออ เอาไงก็เอาวะ” อินทัชตอบ ไหน ๆ ก็เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายครั้ง ครั้งนี้อีกครั้งจะเป็นอะไรไป “ก่อนอื่นมึงต้องหาหลักฐานใหม่มาให้ได้ก่อน”

............................................

เขาเป็นพี่น้องกันเด้อ ขอบอกอีกครั้งว่าช่วยติดตามกันไปจนจบนะคะ ยังไงก็แล้วแต่อย่าด่ากันนะคะไม่ว่าเรื่องจะมาแบบไหน

**อาจจะอัพช้าหน่อยนะคะ เปิดเทอมแล้วจร้า**

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น