Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 34 : ประตูไม่ได้ล็อค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

บอมขับรถกลับบ้านเหมือนปกติ วันนี้ชายหนุ่มพาคู่หมั้นมากินข้าวเย็นที่บ้านตามคำเชิญของคุณหญิงพราว ทั้งสองเดินควงแขนเคียงข้างกันเข้าไปในบ้าน แต่บอมก็ต้องแปลกใจเมื่อเจอลูกน้องคนสนิทของป๊ายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องรับแขก

“ป๊ากลับมาแล้ว” บอมพึมพำเบา ๆ ก่อนปรางค์จะหันมาถามอย่างแปลกใจ

“อะไรนะคะ...พี่บอม” 

“เปล่าครับ...ป๊าคงกลับมาแล้ว” บอมตอบก่อนจะยิ้มให้หญิงสาว แล้วทั้งสองก็ควงแขนกันเดินเข้าไปด้านใน เป็นจริงดังคาดประมุขของบ้านกำลังนั่งดูข่าวการเมืองในทีวีอยู่ ก่อนจะหันมาเห็นลูกชายคนโต

“สวัสดีครับป๊า...กลับมาแล้วเหรอครับ” บอมเอ่ยถาม ก่อนนวลปรางค์จะสวัสดีเช่นกัน

“อือ” คุณวิเศษตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะยิ้มให้นวลปรางค์ว่าที่ลูกสะใภ้

“คุณพ่อสบายดีไหมปรางค์” 

“คุณพ่อสบายดีค่ะ เดี๋ยวปรางค์จะเรียนท่านให้ว่าคุณลุงถามหา” เสียงอ่อนหวานเอ่ยตอบ

“ลุงอะไรกัน เรียกพ่อเถอะ” คุณวิเศษพูดยิ้ม ๆ 

“ค่ะ คุณพ่อ” ปรางค์ตอบรับ ก่อนคุณวิเศษจะหันไปหาลูกชายคนโตอีกครั้ง

“แล้วบลูล่ะ...น้องไปไหน” 

“มันกำลังมาครับ...วันนี้มีประชุมไตรมาสสองที่บริษัท” บอมยกยิ้มตอบ มาถึงก็ถามหาลูกชายสุดที่รัก

“อือ...เป็นยังไงผลประกอบการ”

“หลังจากเปิดคาสิโนที่มาเก๊าเมื่อเดือนที่แล้ว กำไรปัจจุบันอยู่ที่ราว ๆ หกถึงเจ็ดร้อยล้านโดยประมาณครับ” บอมตอบอย่างภาคภูมิใจเพราะโครงการนี้ตนเองเป็นคนต้นคิด อีกทั้งรู้ว่าท่านทราบอยู่แล้วเลยไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากนัก

“อื้อ ถ้าไอ้บลูมาพาน้องขึ้นไปหาป๊าหน่อยละกัน” ว่าจบวิเศษก็ลุกขึ้น “ตามสบายนะปรางค์” กำลังจะเดินออกแต่คุณหญิงพราวถือของว่างเข้ามาด้านในพอดี

“คุณคะ...จะขึ้นข้างบนแล้วเหรอ ทานของว่างด้วยกันก่อนสิคะ” คุณหญิงพูดอย่างยิ้มแย้ม แต่ก็ต้องหุบแทบจะทันทีเมื่อได้ฟังคำตอบของผู้เป็นสามี

“ไม่ล่ะ” ว่าจบก็เดินออกไปปล่อยให้คุณหญิงยืนหน้าซีดมองตามหลัง บอมเห็นแบบนั้นจึงลุกขึ้นโอบประคองมารดาให้มานั่งลงข้าง ๆ กับนวลปรางค์

“ไม่เป็นไรจ้ะ” คุณหญิงบอกกับลูกชาย 

ทั้งที่ควรจะชินแต่ก็ไม่ชินสักที สามีของเธอจะดีกับเธอก็ต่อหน้านักข่าวและคนเยอะ ๆ เท่านั้นแหละ เธอฝืนยิ้มก่อนจะปรับสีหน้าแล้วหันไปหาว่าที่ลูกสะใภ้

“สวัสดีค่ะคุณแม่” 

“สวัสดีจ้ะ...สวยขึ้นนะลูก” เธอพูดออกมาแล้วหาเรื่องคุย

“ชุดแต่งงานเรียบร้อยดีไหมจ๊ะ”

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณแม่”

“ดีแล้วละจ้ะ ฤกษ์ยามก็ใกล้เข้ามาทุกที” เธอบอกก่อนจะหันไปมองผู้เข้ามาใหม่ บลูที่เพิ่งเลิกงานกลับมาก็เข้ามาทักทาย 

“สวัสดีครับแม่ สวัสดีเฮีย สวัสดีครับพี่ปรางค์” 

“กลับมาแล้วเหรอลูก” เธอยิ้มตอบลูกชาย

“ครับ” ว่าจบก็นั่งลงเก้าอี้ที่ว่างอีกด้านหนึ่ง

“ไอ้บลูขึ้นไปหาป๊ากับกูหน่อย” ตูดยังไม่ทันจะถึงเก้าอี้ดีบอมก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน และบลูก็ไม่แปลกใจเลยเพราะเห็นคนสนิทของป๊ายืนอยู่หน้าประตูบ้านเมื่อกี้

“ครับ”

“เดี๋ยวมานะครับ” บอมหันไปบอกคู่หมั้นก่อนเธอจะยิ้มบาง ๆ

สองพี่น้องเดินออกไปจากห้องรับแขกพร้อมกัน ก็เจอรามยืนอยู่ด้านนอก ก่อนเขาจะก้มหัวให้เจ้านายเล็กน้อย บอมที่หยุดอยู่ด้านหน้าของรามก่อนจึงเอ่ยขึ้น

“อย่าลืมกลับไปทำงานกูให้เสร็จ” 

“ครับ” รามตอบเพียงสั้นๆ ก่อนบอมจะเดินเลยไป รามจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับบลู ก่อนบลูจะพยักหน้าให้เบา ๆ 

“มาไว ๆ ป๊ารอ” บอมหันกลับมาเห็นเข้า จึงเร่งน้องให้เดินตามขึ้นมาไว ๆ 

ทั้งสองมาหยุดอยู่หน้าห้อง ก่อนบลูจะเอ่ยถามก่อนที่จะเข้าไป “เฮีย...เฮียว่าเรื่องอะไร”

“กูไม่รู้...แต่กูคิดว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่มึงถูกจับตัวไป” บอมตอบตามจริง เขาไม่รู้เพราะป๊าไม่ได้บอกอะไรเลย

“แล้วเฮียจะบอกว่าไง” บอมกำลังจะเคาะประตูก็ชะงักเมื่อบลูเอ่ยถาม

“ตามจริง” ตอบเสียงเรียบ

“เฮียไม่ได้ปะวะ...ไอ้ราม” บลูเริ่มงอแง เพราะกลัวว่าคนรักจะโดนป๊าเล่นงาน

“มึงหุบปากไอ้บลู...กูจัดการเอง” บอมบอกอย่างตัดรำคาญ เขาไม่มีทางปล่อยให้ลูกน้องต้องรับโทษหรอก ในเมื่อมันทำไปเพราะเป็นห่วงน้องชายของเขาเอง

“ครับ” บลูยอมลงในที่สุด ชายหนุ่มเชื่อใจพี่ชายเพราะที่ผ่านมาเฮียบอมก็จัดการเรื่องต่าง ๆ ให้มาโดยตลอด

บอมเห็นแบบนั้นจึงเคาะประตูสองสามครั้ง รอจนคนด้านในอนุญาตเขาถึงจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน

“มาแล้วเหรอ” วิเศษหันเงยหน้าถามลูกชายก่อนจะยกยิ้มมุมปากให้กับบลู

“สวัสดีครับป๊า...กลับมาตั้งแต่เมื่อไรครับ” บลูเอ่ยถามก่อนจะยิ้มให้

“สองสามวันแล้ว” คำตอบของบิดาทำเอาลูกชายทั้งสองมองหน้ากันอย่างแปลกใจ

“แกสองคนมีอะไรจะบอกป๊าไหม” 

“ตามที่ป๊าทราบครับ” บอมรายงานเพราะเขาเชื่อว่าป๊ารู้อยู่แล้ว แต่ท่านแค่ไม่พูดออกมาแค่นั้นเอง

“อือ... เรื่องตำรวจเคลียร์ให้ไอ้รามมันด้วยแล้วกัน” เสียงราบเรียบเอ่ยบอก ขณะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ราคาแพง ปลายนิ้วมือก็เคาะบนโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะ บ่งบอกว่าเขากำลังอารมณ์ดี 

“จัดการแล้วครับ”

“จัดการให้มันได้...” ผู้เป็นพ่อเว้นวรรคก่อนจะพูดต่อ “แล้วเรื่องไอ้ราม แกเป็นเจ้านายมันไม่ใช่ให้มันทำอะไรโดยไม่เห็นหัว” หลังจากป๊าพูดจบบลูทำท่าจะอธิบาย แต่บอมดึงมือน้องไว้เสียก่อนเพื่อเป็นการบอกให้หุบปาก

“ครับบอมจัดการได้” เขาก้มหน้าลง

“เห็นว่ามีตำรวจมาใหม่” เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“ครับ...เพิ่งย้ายมาจากชายแดน” 

“มันเป็นไง”

“ยังไม่แน่ใจครับ...แต่ดูแล้วจะกัดไอ้รามไม่ปล่อย” เพราะโดยปกติมีเรื่องถึงตำรวจทีไร คนของตนเองไม่เคยต้องไปให้ปากคำอะไรทั้งนั้น แค่เขายกสายหาท่านรองเรื่องทุกอย่างก็เงียบลงทันที แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ไอ้ผู้กองนั้นมันเก๋าพอตัวไม่เกรงกลัวอิทธิพลอะไรเลย

“จัดการซะ...อย่าให้มีปัญหาตามมา” คำสั่งเฉียบขาดเอ่ยขึ้น ก่อนวิเศษจะมองไปยังลูกชายคนเล็ก

“บลูไม่เป็นไรก็ดีแล้ว...ที่ผ่านมาก็ให้เป็นบทเรียน...แล้วก็เลิกลอยชายได้แล้ว ป๊าจะหาคู่มาดูตัวให้” เสียงทรงอำนาจเอ่ยกับลูกชายคนสุดท้อง น้ำเสียงที่ราบเรียบและแววตานิ่งสนิทที่มองมาทำเอาบลูพูดไม่ออก อีกทั้งยังมีชนักติดหลังทำให้ไม่กล้าที่จะขัดออกมา เพราะเกรงว่าอีกคนจะลำบากไปด้วย

เกิดความเงียบเข้ามาครอบงำหลังจากที่วิเศษพูดจบ มีเพียงแค่เสียงปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่ทำให้รู้ว่าห้องนี้ยังมีคนอยู่

“มีเรื่องอะไรที่ป๊ายังไม่รู้อีกหรือเปล่าบอม” 

“ไม่ครับ ไม่มี” บอมตอบก่อนจะมองไปที่บิดาด้วยแววตาจริงจัง คุณวิเศษยกยิ้มก่อนจะไล่ทั้งสองคนออกไป

“เฮ้อ” บอมถอนหายใจออกมาหลังจากที่ออกมาจากห้องของป๊าแล้ว ชายหนุ่มหันมองน้องชายคนเล็กที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด บอมตบบ่าน้องชายเบา ๆ ก่อนจะพยักว่าให้เดินตามมา

“กูจะให้ไอ้รามไปทำงานให้กูจนเสร็จ” บอมเอ่ยทันทีที่เข้ามาอยู่ในห้องของน้องชายเรียบร้อยแล้ว

“เฮีย...งานอะไรบอกบลูได้หรือเปล่า” บลูเอ่ยถามพี่ชาย งานสำคัญและใหญ่ขนาดไหนกันทำไมเขาถึงรู้ไม่ได้

“กูบอกไม่ได้...ถ้าถึงเวลามึงก็รู้เอง” 

“แล้วทำไมเฮียไม่ใช้ไอ้อ็อฟละ...มาใช้ไอ้รามทำไม” บลูถามอย่างไม่เข้าใจ

“ไอ้บลูกูจะบอกอะไรให้นะ ทุกอย่างที่กูทำกูมีเหตุผลเสมอ...แล้วก็อีกอย่าง มึงควรอยู่ห่างกันก่อนสักพัก มึงก็เห็นที่ป๊าถาม” บอมบอกกับน้องชายอย่างจริงจัง

“หรือว่าป๊าจะรู้” บลูบอกกับพี่ชายด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเป็นกังวล

“กูว่ายังไม่รู้...เพราะถ้ารู้ป๊าเอาไอ้รามตายไปแล้ว” บอมบอกกับน้องชายเพราะรู้นิสัยป๊าดี มีหรือระแคะระคายอะไรแล้วจะไม่สืบจนรู้ 

“ครับ” บลูโล่งใจแต่ไม่ทั้งหมด เพราะเขาไม่อยากให้อีกคนอยู่ห่างกาย แต่ก็ดีกว่าให้รามเป็นอะไรไป “แล้วเฮียจะให้มันไปตอนไหน”

“หลังงานแต่งกู”

“ครับ” บลูรับคำอีกครั้งก่อนจะนึกบางอย่างได้จึงพูดต่อ “เฮีย บลูยังไม่อยากดูตัว” บลูบอกตามความจริง เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมีครอบครัวมาก่อน เรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในหัวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่มีรามก็ตาม

“มึงขัดป๊าไม่ได้หรอกไอ้บลู” บอมพูดตามความจริง เพราะตนเองก็ยังขัดป๊าไม่ได้เหมือนกัน

“เฮียรักพี่ปรางค์ตอนไหน” 

“ดูดูกันไปก็รักกันเอง ปรางค์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เธอสวย เธอเก่ง แล้วก็ฉลาด” บอมบอกกับน้องชายด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงคู่หมั้น

“ผมรักมันไปแล้วเฮีย” เป็นครั้งแรกที่บลูยอมพูดความในใจออกมา เพราะปกติถ้าไม่โดนจับได้ บลูจะไม่ยอมรับอะไรออกมา 

ไม่ได้โกหกแต่ก็ไม่ได้พูดความจริง นั่นคือนิสัยของน้องชายซึ่งบอมรู้ดี

“ถ้าป๊าให้ไปดูตัวมึงก็แค่ไป...ไม่ชอบมึงก็เฉย ๆ ไปซะ” บอมบอกได้เพียงแค่นั้น เพราะตนเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไรดี

“กูไปละ...ทิ้งปรางค์ไว้นานแล้ว” บอมเอ่ยก่อนจะขอตัวออกไปเพราะเป็นห่วงคู่หมั้นสาว ปล่อยบลูให้นั่งเครียดอย่างหนักเพราะไม่อยากไปดูตัวและก็ไม่อยากห่างจากราม

 

 

ก๊อก ก๊อก 

เสียงเคาะประตูทำเอาบลูหันไปมอง ก่อนจะฝืนยิ้มเมื่อเป็นคนที่ตนเองกำลังอยากเจอ 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” รามเอ่ยถามขณะเดินมานั่งลงใกล้ ๆ 

“เปล่าหรอกพ่อ” 

 

“โกหกไม่เนียนเลยนะครับ...แต่ไม่เป็นไรคุณบลูพร้อมเมื่อไรค่อยบอกแล้วกัน” รามบอกก่อนจะจับมืออีกคนขึ้นมาจูบ

“แล้วนี่ขึ้นมาได้ยังไง” บลูเอ่ยขณะจับมือของรามไว้แน่น

“คุณบอมบอกครับ” รามที่ยืนรอตรงด้านล่างตั้งแต่ที่บลูขึ้นมาก็ไม่ได้ขยับไปไหน เพราะตนเองก็ร้อนใจเป็นห่วงอีกคนที่ถูกเรียกพบ แต่พอสักพักก็โล่งใจเมื่อเห็นหน้าของเจ้านายอีกคนเดินลงมาแล้วบอกให้เขาขึ้นมาด้านบนแทน

“พ่อ”

“ครับ” รามตอบรับก่อนจะมองหน้าคนเรียกนิ่ง

“เมื่อคืนนี้พูดจริง ๆ ใช่ไหม สัญญากันแล้วนะ” บลูหันมามองอีกคนเพื่อรอฟังคำตอบ 

“ครับ สัญญา” รามบอกออกมาก่อนจะดึงบลูเข้ามากอด

“แม่จะบอกว่ารักพ่อนะ...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...แม่รักพ่อ” บลูกอดตอบ เขาเลือกที่จะยังไม่บอก เขายังไม่พร้อมให้รามรู้เรื่องนี้ และก็จะทำตามที่เฮียบอกไปก่อน

“ครับ...รักแม่เหมือนกัน...รักมากและจะอยู่ข้าง ๆ ไปตลอด” รามให้สัญญาอีกครั้ง

 

 

บนโต๊ะกินข้าวที่ดูจะครึกครื้นมากกว่าทุกวันเพราะวันนี้มีสมาชิกมาเพิ่ม คุณวิเศษนั่งประจำที่หัวโต๊ะเหมือนดังเช่นเคย ถัดมาด้านขวาก็เป็นคุณผู้หญิงของบ้าน ต่อด้วยลูกชายคนเล็ก และด้านซ้ายของคุณวิเศษก็มีบอมลูกชายคนโต ตามมาด้วยว่าที่ลูกสะใภ้ ไม่นานนักบูมที่เพิ่งกลับมาถึงก็เดินเข้ามารวมโต๊ะด้วยเช่นกัน โดยชายหนุ่มนั่งลงข้าง ๆ น้องชาย

“งานเป็นไงบ้างบูม” วิเศษเอ่ยถามลูกชายหลังจากเริ่มกินมาได้สักพัก

“เรียบร้อยดีครับป๊า” บูมตอบอย่างสุภาพ 

“อือ...ไม่มีปัญหาอะไรก็ดีแล้ว” วิเศษบอกเสียงเรียบ 

“เตรียมงานแต่งไปถึงไหนแล้วบอม” หันมาถามลูกชายคนโตบ้าง ทั้งโต๊ะดูเหมือนจะมีแค่คุณหญิงคนเดียวที่คุณวิเศษไม่ได้เอ่ยถามอะไรเลย และเธอเองก็รู้ตัวดีได้แต่นั่งกินไปเงียบ ๆ 

“เรียบร้อยแล้วครับป๊า” บอมตอบก่อนจะหันไปยิ้มกับคู่หมั้นสาว

“ดีแล้ว...แต่งแล้วก็รีบมีหลาน” วิเศษว่าด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดถึงหลานตัวน้อย

“ครับ” 

“แล้วแกกับอาลู่ไปถึงไหนแล้ว บูม” หันไปถามลูกชายคนกลางบ้าง เพราะได้พาไปดูตัวกับลูกสาวนักการเมือง ก่อนที่ตนเองจะไปสิงคโปร์

“...” บูมไม่รู้จะตอบอย่างไรก็เลยได้แต่เงียบ เพราะตั้งแต่วันที่ไปดูตัวครั้งก่อนก็ไม่ได้สานสัมพันธ์กันต่อ

“หวังว่าแกจะรู้นะ ว่าควรทำยังไง...ไอ้บูม” เสียงเรียบเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ยิ่งทำให้บูมมีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม 

“ครับ” พอลูกชายคนรองรับคำ วิเศษจึงยกยิ้มเบา ๆ ก่อนจะหันมาหาลูกชายคนเล็ก

“แกก็เตรียมตัวไอ้บลู...เลิกทำตัวเจ้าชู้ลอยไปลอยมาได้แล้ว”

“...” ไร้การตอบรับ บลูชะงักนิ่งค้าง ไม่คิดว่าป๊าจะพูดขึ้นมาอีกครั้งบนโต๊ะอาหาร เพราะตนเองอุตส่าห์หลีกเลี่ยงที่จะบอกกับอีกคน ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องจะไม่ได้ยิน

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากลูกชายทำให้คุณวิเศษต้องหันไปมอง บลูที่กำลังนั่งเหม่อจึงไม่ทันได้สังเกต คุณหญิงพราวผู้เป็นแม่เห็นท่าไม่ดีจึงหันไปสะกิดลูกชายเบา ๆ 

“ตาบลู...” เสียงแผ่วเบาเอ่ยเรียกชื่อลูกชาย

“ครับแม่” บลูหลุดจากภวังค์หันไปหาคนเรียกก่อนจะมองไปรอบ ๆ โต๊ะที่เงียบสนิทเพราะทุกคนมองมาที่ตนเองเป็นตาเดียว

“ครับ” ใบหน้าหล่อเหล่าเอ่ยถามอีกครั้งอย่างแปลกใจ 

“ได้ยินที่ป๊าบอกไหมลูก” คุณหญิงพราวยิ้มถามลูกชายอย่างอ่อนโยน 

“ครับ” บลูตอบรับออกมาในที่สุด ทุกคนจึงหันไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อ มีแค่บอมกับบูมที่มองน้องด้วยสายตาเป็นห่วง

คนที่ยืนอยู่หน้าห้องอาหารได้ยินทุกประโยคทุกคำ ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง หลับตาลงช้า ๆ อย่างยอมรับชะตากรรม นี่คือสิ่งที่เขาเลือกเขาก็ต้องยอมรับมัน สัญญาไปแล้วว่าจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ปล่อยมือ ไม่ว่าสถานะไหนก็ตามเขายินดีรับและจะทำตามที่ได้สัญญาไว้

รามยืนอยู่หน้าห้องจนเจ้านายรับประทานอาหารเย็นเสร็จ บลูเดินออกมาก่อนเป็นคนแรก เขาหยุดยืนสบตากับบอดี้การ์ดหนุ่มก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบ

“ตามมา” น้ำเสียงเป็นกังวลเอ่ยสั่งเบา ๆ ก่อนจะเดินเลยขึ้นไปบนห้องของตัวเองที่ด้านบน รามเดินตามหลังไปเงียบ ๆ โดยไม่รู้ว่ามีสายตาสองคู่ที่มองตามหลังอย่างหลากความรู้สึก

หลังจากทั้งสองเข้ามาในห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้ว บลูโผเข้ากอดรามทันที รามจึงยกมือขึ้นลูบไปที่แผ่นหลังแผ่วเบา 

“ผมเข้าใจครับคุณบลู” รามบอกออกมาขณะซุกใบหน้าหล่อเหลาลงที่ต้นคอ “ผมเข้าใจดี คุณไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ผมจะอยู่ตรงนี้ตามสัญญาไม่ว่าจะสถานะอะไรก็ตาม” เขาบอกแล้วกอดแน่นขึ้น

“แม่อยากให้พ่อรู้ไว้...ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแม่รักพ่อคนเดียวและมันก็จะตลอดไป” บลูบอกก่อนจะผละออก มองหน้ารามด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึก น้ำตาของเขาคลอหน่วยก่อนจะจับใบหน้าหล่อเหลาของบอดี้การ์ดดึงลงมาบดจูบแผ่วเบา รามปล่อยน้ำตาให้ไหลลงที่หางตาและจูบตอบอย่างอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรัก 

“ผมก็จะรักคุณตลอดไปครับ” น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเอ่ยบอก ก่อนจะดึงบลูเข้ามากอดแนบแน่น 

 

 

หลังจากนอนไม่หลับชายหนุ่มก็เดินลงมานั่งเงียบ ๆ อยู่ที่หน้าบ้านโดยมีแล้วแต่นอนอยู่ข้าง ๆ  เป็นเพื่อนไม่ห่าง รามเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวบนท้องฟ้า ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้า เอามือรองศีรษะไว้ มืออีกข้างก็ลูบตัวของแล้วแต่ไปด้วย

“แล้วแต่...คิดถึงแม่ไหม” รามเอ่ยถามลูกชายเบา ๆ ก่อนจะได้ปลายลิ้นเลียใบหน้าเป็นคำตอบ 

“พอแล้ว” ชายหนุ่มสะบัดหน้าหลบไปอีกด้าน แต่มือก็ยังลูบไปบนขนนุ่มฟูอยู่เหมือนเดิม

“พ่อก็คิดถึง” ทั้ง ๆ ที่เพิ่งห่างจากกันมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ในใจกลับกำลังโหยหาคนที่เคยนอนกอดและอยู่ด้วยกันทุกคืน 

เกิดความเงียบ รามปล่อยใจไปกับท้องฟ้าและสายลมที่พัดเอื่อย เขาคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ นานาที่เกิดขึ้น หลายเดือนที่ผ่านมานี้ช่างมีเข้ามาเยอะแยะเหลือเกิน 

“เฮ้อ” รามถอนหายใจออกมา ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ แต่แล้วแต่ก็ไม่ได้เห่า เขาจึงรู้ว่าคงเป็นคนในบ้านไม่ใช่ผู้ร้ายอะไร และเพียงไม่นานเสียงฝีเท้าก็มาหยุดข้าง ๆ 

“เฮีย...มานอนตากน้ำค้างทำไม” รันเวย์นั่งลงข้าง ๆ พี่ชายก่อนจะวางถุงใส่กระป๋องเบียร์ข้างหน้าตนเอง “เอาป่ะ” เมื่อไร้การตอบรับชายหนุ่มจึงหยิบกระป๋องที่เปิดแล้วยืนให้พี่ชาย รามลุกขึ้นนั่งก่อนจะรับมากระดกดื่มทันที 

ดีเหมือนกันเขากำลังเซ็ง ๆ พอดี

“เฮีย...รันขอถามอะไรหน่อยได้ปะ” รันเวย์เกริ่นกับพี่ชาย

“อะไร...” รามถามกลับสายตาก็ทอดมองไปด้านหน้า

“เฮียกับคุณบลู...” รันเวย์เอ่ยถามอย่างระมัดระวังเพราะเมื่อคืนนี้เขาที่นอนอยู่ห้องข้าง ๆ ก็ได้ยินเสียงเข้า อีกทั้งบ้านทั้งหลังยังเป็นไม้และมันก็ดึกมากแล้วด้วย 

ใครไม่ได้ยินก็แปลกเสียงดังขนาดนั้น 

แต่เขาก็ได้แต่หวังว่าแม่ที่นอนอยู่ห้องด้านล่างนั่นแหละที่จะเป็นใครคนนั้น 

“อือ” รามยอมรับ ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบังน้องชาย เพราะเมื่อคืนมันคงได้ยินเข้า

“เฮีย...” รันเวย์เหมือนมีอะไรจะพูด แต่รามขัดขึ้นมาก่อน

“กูรู้ไอ้รัน... กูรู้” รามบอกเสียงเบา 

“แค่จะบอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น...รันอยู่ข้างเฮียนะ” จุดประสงค์ที่รันเวย์เอ่ยถามก็เพราะอยากจะบอกคำนี้กับพี่ชาย  

“ไม่ไอ้รัน... มึงต้องอยู่ดูแลแม่แทนกู” รามคิดแล้ว ถ้าถึงวันที่คุณวิเศษรู้เรื่องของเขากับคุณบลู รามจะยอมรับผิด และยอมรับผลที่ตามมาทั้งหมดเอง แม้กระทั่งความตายเขาก็จะยอมรับมัน

“แต่...”

“มึงไม่ต้องเป็นห่วงกูหรอก...ดูแลแม่ดี ๆ ก็พอ” รามเอ่ยขณะเคาะซองบุหรี่ขึ้นมาสูบไปพลาง

“ถึงเวลานั้น... เฮียจะกลับไปรังสิมันต์เหรอ” คำถามของรันเวย์เรียกสายตาของรามให้หันไปมอง แต่ใบหน้าของเขาก็ยังนิ่งเรียบอยู่เช่นเดิม

“มึงรู้?”

“ครับ...รู้มานานแล้ว รันได้ยินแม่คุยกับเฮีย” ในตอนนั้นรันเวย์ที่เพิ่งกลับจากโรงเรียนก็ได้ยินแม่บอกกับรามว่าไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ตนเองตกใจมากแต่ก็ทำเฉยเรื่อยมา จนกระทั่งโตก็ได้ให้อาร์เอ็มช่วยสืบอะไรบางอย่าง

“ไอ้รันลืมมันไปซะ...อย่าเข้ามายุ่งเรื่องนี้” รามเป็นห่วงน้องชาย เป็นห่วงแม่ด้วย เขาจึงเลือกที่จะไม่บอกใคร เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาจะเป็นคนที่จากไปเงียบ ๆ และปล่อยให้น้องและแม่ใช้ชีวิตต่อไปปกติ

“แต่เฮีย...” รันเวย์กำลังจะแย้ง

“ไม่มีแต่ไอ้รัน” รามบอกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“ครับ...แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ยังเป็นพี่น้องกันอยู่ใช่ไหมเฮีย” รันเวย์หันไปหาพี่ชาย

“อือ” ทั้งสองเกิดความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด รามยกมือขยี้ผมน้องเบา ๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะเกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสองมองดูท้องฟ้ายกเบียร์ดื่มไปด้วยกันเงียบ ๆ ก่อนรันเวย์จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ 

“เออ!! เฮีย...รันมีอะไรจะบอก” 

“อะไร”

“วันนี้รันไปที่ฟังรายงานของอาร์เอ็มเหมือนปกติก็เลยแวะไปเยี่ยมตาเกิดกับยายจันมา” รันเวย์หันมองหน้าพี่ชาย” ตาเกิดบอกว่าเขาจำชื่อพ่อของเฮียได้แล้ว”

“พงษ์เทพ” รามพึมพำออกมาเบา ๆ 

 

 

หลังจากที่แยกกับรันเวย์และตัวเองก็ขึ้นมาบนห้องนอนส่วนตัวแล้ว รามกำลังนึกอยู่ว่าได้ยินชื่อนี้มาจากไหน 

“ได้ยินมาจากไหนวะ” รามพึมพำเบา ๆ ล้มตัวลงนอนบนที่นอน ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก นอนนึกอยู่แบบนั้นสักพัก ก่อนจะได้ยินเสียงสายเรียกเข้าโทรศัพท์

Rrrr

-K.Blue-

เจ้าของโทรศัพท์ยิ้มกว้างก่อนจะกดรับทันที “ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” เสียงอ่อนโยนเอ่ยถาม

“ยัง...คิดถึงพ่อจัง” ปลายสายออดอ้อน ทำรามหลุดยิ้มออกมา

“อย่าทำเสียงอ้อนได้ไหม” รามบอกอีกคน ก่อนจะเว้นวรรคแล้วพูดต่อ “พ่อก็คิดถึงแม่ครับ” รามตอบกลับ

“แอร์ในห้องหนาวมากเลย...ผ้าห่มก็ไม่อุ่น” บลูเอ่ยออกมา เขาคิดถึงรามจริง ๆ คิดถึงอ้อมกอดอุ่น ๆ คิดถึงคนบอกฝันดี เขาไม่ชิน 

“ประตูไม่ได้ล็อกครับ” รามหยอกเย้าอีกคน ก่อนจะได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างดังเล็ดลอดออกมาจากปลายสาย “คุณบลูลุกมาเหรอครับ” รามเอ่ยถามเพราะเขาได้ยินเสียงเหมือนเปิดประตูมาจากอีกทาง

“อือ...ทำไม ก็พ่อบอกว่าประตูไม่ได้ล็อก...ไม่ใช่ว่าอ่อยอยู่หรือไง” 

“คุณบลูกลับเข้าห้องไปเถอะครับ...มันดึกแล้วนะครับ” รามบอกอย่างขำ ๆ เขาไม่คิดว่าอีกคนจะมาจริง ๆ 

“ไหนบอกว่าคิดถึงเหมือนกันไง...ไม่อยากให้ไปหาเหรอ” บลูยังคงออดอ้อน

“เปล่าหรอกครับ...เดี๋ยวใครจะเห็นเข้า” รามบอกเหตุผลจึงทำให้บลูฉุกคิดนิดหนึ่ง แต่มีหรือคนดื้อดึงจะยอมง่าย ๆ

“ก็ปกติไหม” เพราะเมื่อก่อนเขาไปหา ไปนอนกับอีกคนอยู่บ่อย ๆ เลยคิดว่าไม่เห็นจะแปลกอะไร

“คุณบลูครับ...คุณท่านอยู่นะครับผมไม่อยากให้...” เขายังไม่อยากให้คุณวิเศษจับได้ตอนนี้ ขอต่อเวลาออกไปอีกหน่อย “พรุ่งนี้เช้าก็ได้เจอกันแล้วครับ” 

“ก็ได้” บลูยอมทำตาม เข้าปิดประตูห้องแล้วขึ้นมานอนบนเตียงอย่างเดิม “อยู่บนเตียงแล้ว” บลูบอกน้ำเสียงแง่งอน

“ครับ...ฝันดีนะครับ” รามบอกอีกคน ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้ม

“ฝันดีเหมือนกัน” บลูบอกก่อนจะหลับตาลง “รักพ่อนะ” บอกด้วยยิ้ม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

“รักแม่เหมือนกันครับ” รามบอกตอบ “วางแล้วนะครับ” 

“ไม่...ไม่วาง อยากได้ยินเสียงพ่อไปด้วย” บลูเอ่ยบอก 

“ครับ ไม่วางก็ไม่วาง...งั้นนอนนะครับ” 

“อืม” สิ้นประโยคสุดท้ายทั้งคู่จึงวางโทรศัพท์ไว้บนหมอนใบข้าง ๆ ที่ตัวเองหนุน แล้วหลับตาลงไปด้วยรอยยิ้ม

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น