Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 32 : ใจเรียกร้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

หลังออกมาจากโรงพักรามก็ขับรถมาที่ที่หนึ่งในเวลาต่อมา วันนี้เป็นวันเกิดของชายหนุ่ม อีกทั้งยังเป็นวันตายของแม่แท้ ๆ ของตนเองอีกด้วย

รามเดินลัดเลาะไปตามทางเดินด้านหลังของวัด ที่มีเจดีย์อัฐิมากมาย เขามาที่นี่ติดต่อกันได้หลายปีแล้ว ตั้งแต่ที่แม่อ่อนบอกว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แล้วให้สร้อยล็อกเกตของแม่ที่แท้จริงแก่เขา

รามมาหยุดอยู่ที่เจดีย์อัฐิของแม่ตัวเอง ก่อนเขาจะมองรูปถ่ายผู้หญิงที่ติดอยู่ด้านหน้า รอยยิ้มของเธอช่างดูอ่อนโยนและอบอุ่น รามบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร แต่เขาไม่เคยโกรธเธอเลยที่ปล่อยให้เขาอยู่เพียงลำพัง เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นคนที่ทำให้เขาเกิดมา

ชายหนุ่มวางดอกไม้ของตัวเองลงข้าง ๆ ดอกลิลลี่สีขาวที่วางไว้อยู่ก่อนแล้ว รามเห็นมันทุกปีว่าจะมีคนนำมาวางก่อนที่เขาจะมาเสมอ และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าเป็นของใคร วางเสร็จเขาก็นั่งลงเงียบ ๆ เหมือนดังเช่นทุกครั้ง รามไม่เคยพูดอะไรออกมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขานั่งอยู่หน้าอัฐิของแม่ตัวเอง ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปกับสายลมที่พัดผ่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

ชายหนุ่มกำลังคิดถึงเรื่องเมื่อคืนนั้น เขาตัดสินใจดีแล้ว เพราะการที่เขาใกล้ชิดคุณบลูมากเกินไปทำให้คุณบลูมีอันตราย เพราะถ้าเขามีระยะห่างเหมือนเมื่อก่อนคุณบลูก็คงไม่ตามเขามาจนตัวเองต้องโดนจับแบบนี้ 

“เฮ้อ!!!” รามถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกขึ้นและกำลังจะเดินออกไป แต่เจอตากับยายสองคนที่กำลังจะเดินเข้ามาตรงอัฐิแม่ของเขาเสียก่อน

“สวัสดีครับ” รามยกมือขึ้นสวัสดีคนทั้งคู่ ยายจันไม่รอช้าเดินเข้ามาหาชายหนุ่มทันที

“ไหว้พระนะลูกนะ” ยายจันกอดเขาไว้เบา ๆ

“เอ็งจะกลับแล้วรึ” ตาเกิดเอ่ยถามขึ้นบ้าง

“กำลังจะกลับแล้วครับ” รามบอกกลับ คนทั้งคู่ยิ้มให้บาง ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้จึงถามต่อ 

“ตาเรื่องที่ผมเคยถาม...จำได้บ้างหรือยังครับ” หลังจากวันที่รามรู้ว่านมอ่อนไม่ใช้แม่แท้ ๆ ก็ตามสืบเรื่องครอบครัวแบบเงียบ ๆ เรื่อยมา จนมาทราบภายหลังว่าตายายสองคนนี้เป็นคนพาแม่เขาไปส่งที่โรงพยาบาลในคืนนั้น และนั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้รามรู้จักคนในคลองเตย

ครั้งหนึ่งรามเคยถามเรื่องพ่อกับแม่เมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้อะไรมากนักเพราะพ่อและแม่ของรามเพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ที่คลองเตยได้เพียงไม่นาน

ต่อมาพ่อก็มาหายตัวไปแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย ปล่อยให้แม่ที่ท้องแก่อยู่เพียงลำพังจนถึงวันที่คลอด และเมื่อครั้งที่แล้วเขาได้ลองถามถึงชื่อของพ่อ แต่ทว่าตาเกิดกับยายจันก็แก่มากแล้ว 

อีกทั้งเรื่องราวก็ผ่านมาเนินนาน ถึงแม้ทั้งสองจะรู้จักเคยเห็นหน้าค่าตา แต่ก็ไม่ค่อยสนิทกับพ่อของตนเองมากนัก เลยทำให้หลง ๆ ลืม ๆ ไปบ้าง ทำให้ตาเกิดกับยายจันนึกไม่ออกสักที เขาจึงไม่รู้เรื่องของพ่อเลย เจ้าสัวเองก็ไม่เคยพูดถึงเช่นกัน

“ยังเลยข้าก็นึกอยู่...นึกยังไงก็นึกไม่ออกสักที...ยายแก่เอ๊ยแกนึกออกบ้างหรือยัง” ตาเกิดหันไปถามยายจันที่กำลังทำท่านึกอยู่ข้าง ๆ

“ยังเลย ข้าจำไม่ได้หรอกตาเกิด...ยายคงช่วยอะไรรามไม่ได้ ยายจำไม่ได้” ยัยจันบอกกลับสามีก่อนจะจับมือของชายหนุ่มมากุมไว้ แล้วมองด้วยสายตาเอ็นดูปนสงสาร

“ไม่เป็นไรครับยาย” รามปลอบโยน

ก่อนจะรอให้คนทั้งสองไหว้อัฐิแม่ของตนเองจนเสร็จ จึงอาสาไปส่งทั้งคู่ที่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดนัก เพราะวัดที่อัฐิแม่เขาอยู่เป็นวัดเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก อยู่ใกล้ ๆ แถวคลองเตยนี่แหละ

“ขอบใจนะลูก” ยายจันเอ่ยบอกขณะรามช่วยพยุงลงมาจากรถหลังจากที่ชายหนุ่มมาส่งถึงหน้าบ้านแล้ว

บ้านตาเกิดกับยายจันเป็นบ้านเช่าหลังไม่ใหญ่นัก แต่ก็ไม่ได้เล็กเสียจนคับแคบ อยู่กันสองคนได้ไม่ลำบากอะไร ทั้งสองได้เงินจากการขายขนมไทยสองสามร้อยพออยู่ได้ มีบ้างที่รามหยิบยื่นให้แต่ทั้งสองคนก็ไม่ค่อยอยากจะรับเท่าไหร่หนัก

“ไปดีมาดีนะรามเอ้ย” ตาเกิดก็อวยพรเช่นกัน ก่อนรามจะลากลับในเวลาต่อมา

สองตายายหันหลังจะเดินเข้าบ้าน หลังจากที่มองส่งรามถอยรถกลับออกไปแล้ว “เจ้ารามมันหล่อเหมือนพ่อมันไม่มีผิด” ยายจันว่าขณะพยุงตาเกิดเข้าไปในบ้าน

“ใช่พงษ์เทพก็หน้าตาแบบนี้แหละข้าจำได้” ตาเกิดพูดออกมาก่อนจะนึกถึงใบหน้าพ่อของราม

“ใครรึตา...เอ็งพูดถึงใคร” ยายจันถามเมื่อได้ยินชื่อไม่คุ้นเคยออกมาจากปากของตาเกิด

“ก็พ่อไอ้รามนะสิยาย...แกนิแก่จนจำอะไรไม่ได้ ไม่เหมือนข้าความจำยังดีอยู่เลย”

“พ่อไอ้รามชื่อพงษ์เทพรึ...” ยายจันถามกลับอย่างแปลกใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “ตาเกิดเอ็งจำได้แล้วนิ...ออกไปเรียกไอ้รามกลับมาก่อนเร็ว จะได้บอกมันว่าเอ็งจำได้แล้ว” ยายจันพูดอย่างดีใจ ก่อนทำท่าจะเดินออกไปตาม

“ไม่ทันแล้วยายจันเอ้ย...มันไปไกลแล้วละ เอาไว้คราวหน้าค่อยบอกแล้วกัน” ตาเกิดบอกกับยายจัน แต่ใครจะไปรู้ว่าในเวลาต่อมาทั้งคู่จะลืมอีกหรือเปล่า ก็คงต้องแล้วแต่ดวงของรามแล้วล่ะ

 

 

รามกลับมาที่บ้านของตัวเองในเวลาต่อมา ตั้งแต่วันที่เจอคุณผู้หญิงตบวันนั้นรามก็ไม่ได้ขึ้นไปที่บ้านใหญ่อีกเลย 

เขาพยายามทำตัวเองไม่ให้ว่างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดถึง รามตัดสินใจแล้วว่าจะกลับมาอยู่ที่จุดเดิมที่เคยอยู่ ถึงดึงดันไปคงไม่มีประโยชน์ เพราะเราต่างกันเกินไป ถึงเวลาที่เขาต้องยอมรับความจริงได้แล้ว

ร่างสูงเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้านิ่งเฉยเหมือนดังเช่นทุกวัน ก่อนจะเห็นแม่ตัวเองกำลังดูหนังอยู่ที่หน้าโทรทัศน์ รามจึงเดินเข้าไปหาแล้วล้มตัวนอนลงหนุนตักนมอ่อนทันที

“เรียบร้อยดีไหมลูก” นมอ่อนเอ่ยถามเพราะเธอรู้ว่ารามไปให้ปากคำในวันนี้

“เรียบร้อยดีครับแม่” รามตอบเพราะไม่อยากให้นมอ่อนเป็นกังวล

“ดีแล้วล่ะ...ไปอาบน้ำอาบท่าลงมากินข้าวนะ...แม่ทำกับข้าวไว้แล้ว” นมอ่อนลูบหัวลูกชายเบา ๆ ก่อนรามจะพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นนั่ง

“ครับ” รามตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“สุขสันต์วันเกิดนะลูก” เธอบอกอย่างอ่อนโยน ถึงเธอจะไม่ได้ให้กำเนิดรามมาแต่เธอก็รักรามมาก เพราะเลี้ยงชายหนุ่มมาตั้งแต่แบเบาะ

“ขอบคุณครับแม่” รามกอดนมอ่อนแน่น

เขารู้สึกโชคดีมากที่นมอ่อนรับเขามาเลี้ยง และเธอก็ดีกับเขาขนาดนี้ จะให้กลับไปรังสิมันต์ได้อย่างไร เขาควรบอกแม่ดีไหมว่าเขาเจอเจ้าสัวแล้ว และถ้าเขาบอกล่ะมันจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างจะยังเหมือนเดิมไหม แล้วถ้าวันนั้นมาถึงเขาจะบอกกับเธอและทุกคนว่าอย่างไรดี รามคิดไม่ตกเลยจริง ๆ

“แม่...อ้าวเฮียกลับมาแล้วเหรอ” รันเวย์พรวดพราดเข้ามาในบ้าน รามจึงผละออกนิดหน่อยแต่ไม่ได้ขยับไปไหน รันเวย์ก็วิ่งเข้ามากอดตนเองกับแม่แน่น

“โอ๊ย...เด็กคนนี้นิ” นมอ่อนตีมืออย่างไม่จริงจัง เพราะรันเวย์โถมเข้ามากอดทั้งตัว

“รันอยากกอดแม่ด้วยนิครับ” รันเวย์ว่าก่อนจะกอดทั้งสองคนแน่นขึ้นไปอีก ก่อนจะหันไปหาพี่ชายตนเอง “สุขสันต์วันเกิดนะเฮีย” รามที่ปกติทำหน้านิ่งเฉยก็ยกยิ้มออกมาเบา ๆ ทั้งสามยืนกอดกันอยู่สักพัก ก่อนนมอ่อนจะไล่ทั้งสองคนไปอาบน้ำอีกครั้ง

 

 

บลูกลับมาจากโรงพยาบาลได้สองสามวันแล้ว การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ดีนะแค่กรามร้าวไม่ได้หัก จึงใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเข้าที่แล้วพรุ่งนี้ก็คงเข้าบริษัทได้ บลูอยากจะไปทำงานไว ๆ เพื่อที่จะได้เจออีกคน

ตอนนี้เขายืนอยู่ริมหน้าต่างห้องนอน มองดูบ้านหลังเล็กทางด้านหลังที่ยังคงเปิดไฟอยู่ บลูมองลงไปด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย เพราะตั้งแต่วันนั้นเราก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย

เสียงเคาะประตูเรียกสายตาของบลูให้หันไปมอง เป็นเฮียบูมที่เป็นคนเดินเข้ามา บลูจึงเดินไปหาแล้วนั่งลงที่โซฟาภายในห้อง

“มีอะไรเฮีย” บลูเอ่ยถาม ก่อนจะมองเอกสารในมือของบูม

“พรุ่งนี้มึงจะกลับไปทำงานแล้วใช่ไหม”

“ครับ”

“อะ...เอาไปดู พรุ่งนี้มีประชุม” บูมบอกก่อนจะยื่นเอกสารให้น้อง

“ครับ” บลูรับน้ำเสียงราบเรียบ ซึ่งผิดวิสัยมาก ๆ เพราะปกติชายหนุ่มจะอิดออด

บูมแปลกใจจึงนั่งลงข้าง ๆ น้อง เขาหันไปมองคนที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอย่างเห็นใจ

“มึงกับไอ้รามยังไงไอ้บลู” บูมเอ่ยถามน้อง

“ไม่ไงเฮีย” เกิดความเงียบก่อนบูมจะเอ่ยขึ้น

“วันที่มึงนอนอยู่โรงพยาบาล ไอ้รามโดนเฮียต่อยแล้วก็โดนแม่ตบหน้า” บูมพูดออกมา ทำเอาบลูหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น

“เป็นเพราะบลูเอง มันห้ามแล้ว เฮียห้ามแล้ว แต่บลู...บลูผิดเอง” บลูบอกกับพี่ชายก่อนจะเห็นบูมยิ้มออกมานิดหนึ่ง

“โตขึ้นมากแล้วนะ” บูมบอกกับน้อง ก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วที่มึงทำหน้าใกล้ตายนี่คือทะเลาะกัน?”

“บลูเอาคนอื่น” เขายอมรับออกมาเสียงเบา

“มึงผิดก็แค่ไปง้อ...ถ้ามันสำคัญกับมึงอะนะ” บูมบอกก่อนจะโอบไหล่แล้วตบเบา ๆ

“เฮียก็รู้ว่าบลู...”

“ง้อใครไม่เป็น” บูมพูดแทรกขึ้นมา “มึงรักมันไหม?”

“.....” มีเพียงความเงียบตอบกลับมา

“ลองคิดดูไอ้บลู”

“เฮียรู้ตอนไหนเหรอครับ” บลูเอ่ยถาม ก่อนจะมองหน้าพี่ชายนิ่ง

“หลังจากพวกมึงกลับมาจากฮ่องกง...สายตาที่มึงมองมันเปลี่ยนไป” บูมยกยิ้มตอบ “ถึงไอ้รามมันจะชอบทำหน้านิ่งเฉย แต่การกระทำของมันชัดเจนมากไอ้บลู” บูมตบบ่าน้องชายอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืน “กูไปนอนละ”

หลังจากที่พี่ชายตนเองออกไป ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง บลูรู้สึกผิดกับรามมากที่นอกกาย แต่เขาพลาดไปแล้ว จะบอกว่าไม่ตั้งใจก็คงไม่ได้ เพราะเขาตั้งใจทำมันไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลย บลูถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกเดินออกไป

 

หลังจากที่รามกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวแล้ว เขาก็ไปอาบน้ำแล้วเตรียมตัวจะเข้านอน แต่พอออกมาจากห้องน้ำ ก็พบว่าไฟในห้องมืดสนิท

เขาแปลกใจเล็กน้อยเพราะก่อนอาบน้ำ จำได้ว่าเขาเองก็ไม่ได้ปิดไฟ รามระวังตัวมากขึ้น เขาค่อย ๆ เดินไปตรงประตูเพื่อจะกดสวิตช์ไฟ ก่อนจะรู้สึกถึงแรงกอดรัดมาจากทางด้านหลัง แล้วตามมาด้วยเสียงหอมแก้มฟอดใหญ่

“พ่อ...แม่ขอโทษ” บลูพูดน้ำเสียงออดอ้อนรู้สึกผิด รามตัวแข็งทื่อ มือที่กำลังจะกดสวิตช์เปิดไฟแข็งค้างก่อนจะค่อย ๆ ลดมือลง

“คุณบลูมาทำอะไรดึก ๆ ดื่น ๆ ครับ” รามพูดเสียงราบเรียบ

“ขอโทษ หายโกรธนะ” บลูว่าก่อนจะกดปลายจมูกลงที่แก้มของรามอีกข้าง “นะพ่อ...คิดถึงมากรู้ไหม” บลูกอดเอวสอบไว้แน่น ซุกหน้าหล่อเหลาแนบกับแผ่นหลัง

“คุณบลู” รามพูดเสียงเบาหวิวเขาพยายามสะกดกลั้นอย่างมากที่จะไม่หันกลับไป ชายหนุ่มหลับตาลงช้า ๆ อย่างหักห้ามใจ

“ดึกแล้วนะครับ...ไปนอนได้แล้ว” 

“อย่าโกรธเลยนะ...รักมากรู้ไหม”

หมดสิ้นความอดทน รามหันกลับมา ดึงคนตรงหน้ามากอดแนบแน่นให้สมกับที่เขาเองก็คิดถึง ก่อนทั้งคู่จะผละออกมองสบตาผ่านความมืด ใบหน้าก็ค่อย ๆ เลื่อนเข้าหากันช้า ๆ จนริมฝีปากสัมผัสกันในที่สุด รามละเลียดฉกชิมอย่างละเมียดละไมอ่อนโยน มือของเขาเคลื่อนมาประคองต้นคอของบลูไว้ให้รับจูบที่ตนเองบรรจงมอบให้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น