Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 3 : พ่อของแล้วแต่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 ย้อนกลับไปสิบปีก่อน

เจ้าสัวธนากรวางปากกาลงหลังจากที่คนสนิทเอาแฟ้มข้อมูลที่สืบมาได้วางลงบนโต๊ะ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมหลังจากที่ได้อ่านข้อมูลข้างใน

เจ้าสัวธนากร รังสิมันต์ เป็นชายวัยกลางคนอายุย่างหกสิบ แต่ก็ยังดูดีและน่าเกรงขาม ด้วยวัยขนาดนี้ได้ก้าวผ่านหลายสิ่งหลายอย่างมามากเหลือเกิน ถึงขนาดขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลและร่ำรวยติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศ เป็นเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ มากมายเกือบจะครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และยังธุรกิจเดินเรืออีกด้วย เอาง่าย ๆ ตระกูลจิระอรรถวรกุลทำอะไร ตระกูลรังสิมันต์ก็ทำเหมือนกันแทบทุกอย่าง จะแตกต่างกันก็แค่รังสิมันต์ทำสิ่งที่ถูกกฎหมาย

เขามีลูกสาวเพียงคนเดียว ชื่อว่า รุ้งลดา รังสิมันต์ อายุเพียงสิบเอ็ดปี เดิมทีเจ้าสัวมีน้องสาวหนึ่งคนแต่หายสาบสูญไปนานแล้ว ซึ่งตอนนี้เขาก็ได้ให้สายสืบตามหาอยู่

“สายรายงานมาว่าคุณธิดาเธอมีลูกชายครับ” คนสนิทมีนามว่าเจียงเอ่ยรายงานกับเจ้านาย ที่กำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หลังจากที่ได้อ่านแฟ้มที่เขายื่นให้

“แล้วลูกชายของธิดาอยู่ที่ไหน” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น เจียงรีบก้มหน้ารายงาน

“ยังไม่ทราบครับ ทราบแค่ว่าคุณธิดาระหกระเหินหลังจากที่หนีไปกับคุณพงษ์เทพ และได้ไปเช่าบ้านอยู่แถวคลองเตย ต่อมาคุณธิดาเกิดตั้งท้องนายพงษ์เทพก็ได้หายตัวไปครับ ทิ้งให้คุณธิดาอยู่ที่บ้านเช่าเพียงลำพัง ดีที่วันคลอดคนข้างบ้านได้ยินเสียงกรีดร้องเลยเข้ามาช่วยพาไปส่งโรงพยาบาลได้ทัน"

“หลังจากคลอดลูกชายออกมาได้ คุณธิดาเธอตกเลือดหลังคลอดเสียชีวิตในเวลาต่อมา คนข้างบ้านไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร จะรับเลี้ยงไว้เองก็คงไม่ไหวลำพังตัวเองก็ยังเอาไม่รอดอายุก็มากแล้ว ก็เลยนำไปส่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าครับ”

“มึงก็ไปสืบที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสิวะ” เจ้าสัวตะคอกใส่อย่างเกรี้ยวกราด

“ไปแล้วครับท่าน...แต่มีคนมารับคุณหนูไปเลี้ยงหลังจากเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วัน” เจียงรีบรายงานทันที

“มึงไปสืบมาว่าใคร แล้วพาหลานชายของกูกลับมา”

“ครับท่าน” หลังจากรับคำเจียงก็ออกไปทันที ปล่อยให้เจ้าสัวจมอยู่กับอดีตเพียงลำพัง ตอนนั้นเขาไม่น่าขัดขวางความรักของน้องสาวเลย ไม่งั้นไอ้คนชั้นต่ำอย่างพงษ์เทพมันคงไม่พาน้องสาวของเขาหนีไประหกระเหินเร่ร่อนแบบนี้

หรือถ้าหายโกรธน้องสาวเร็วกว่านี้ ก็คงตามหาหลานชายในไส้ได้ไม่ยาก ไม่น่าปล่อยเวลาให้ผ่านมาเนิ่นนานหลายปีเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้หลานของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เจ้าสัวหลับตาด้วยความรู้สึกผิด

 

 

ปัจจุบัน

“กลับมาแล้วเหรอลูก” เสียงของอ่อน หรือนมอ่อนของคุณทั้งสามของบ้านเอ่ยกับลูกชาย หลังจากที่เห็นชายหนุ่มเดินทำหน้าเรียบเฉยเข้ามาในบ้าน

“ครับแม่” รามตอบกลับแม่ของเขาเสียงอ่อน ก่อนจะเดินเข้าไปกอดเอวหนาเบา ๆ อย่างเอาใจ

“ทำไมวันนี้กลับไว แล้วคุณบลูกลับมาด้วยไหมลูก แม่จะได้ขึ้นไปที่บ้านใหญ่” นมอ่อนเอ่ยถามกับลูกชาย เธอเป็นแม่นมคนสนิทของคุณหญิงของบ้าน ที่อยู่มาตั้งแต่คุณทั้งสามยังไม่เกิด แถมเธอยังเป็นคนช่วยเลี้ยงดูคุณทั้งสามคนอีกด้วย

“ไม่ครับ ไม่ได้กลับ คุณบลูค้างที่คอนโด ผมขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนนะแม่” รามตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินขึ้นไปด้านบนทันที นมอ่อนได้มองตามหลังบุตรชายด้วยสายตาเป็นห่วง เพราะรามเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง แถมไม่เคยมีสักครั้งที่จะเอ่ยอะไรออกมาให้แม่อย่างเธอไม่สบายใจ

หลังจากนั้นไม่นานนมอ่อนก็ขึ้นไปที่บ้านใหญ่ โดยไม่ห่างจากตัวบ้านที่เธออยู่กับรามมากนัก ซึ่งบ้านหลังเล็กของเธออยู่ข้างหลังตึกใหญ่นี่เอง เดินไปเพียงไม่กี่เมตรก็ถึงครัวด้านหลังพอดี

“นมอ่อน วันนี้ทำอะไรจ๊ะ” คุณหญิงพราวเดินเข้ามาในครัวขณะที่นมอ่อนกำลังเตรียมโขลกเครื่องแกงเผ็ดอยู่

“หลายอย่างค่ะคุณหญิง ของโปรดคุณทั้งสามทั้งนั้น” นมอ่อนตอบเสียงนุ่มนวล

“งั้นเหรอ ดีเลย แต่ไม่รู้ว่าตาบลูจะกลับมาหรือเปล่า รามกลับมาแล้วใช่ไหม”

“กลับมาแล้วค่ะ เห็นรามบอกว่าคุณบลูเธออยู่ที่คอนโด”

“คงไม่วายพาสาวเข้าไปค้างอ้างแรมอีกล่ะซิ ลูกคนนี้น่าปวดหัวจริง ๆ เลย” คุณหญิงพราวบ่นพลางส่ายหัวให้กับความเจ้าชู้ของลูกชายคนเล็ก ที่เธอก็ไม่รู้ว่าได้จากใครมา

“วันนี้ก็เล่นเอาฉันใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กลัวว่าจะมาที่บริษัทไม่ทัน นี่ถ้าไม่ได้รามคงแย่แน่ ๆ ไม่งั้นเดี๋ยวคุณพี่ก็ได้โมโหเอาอีก” คุณหญิงพราวชวนนมอ่อนพูดคุยอย่างเป็นเรื่องปกติ เพราะทั้งสองมักจะคุยและช่วยกันทำกับข้าวอยู่ในครัวอยู่เสมอ

“คุณบลูเธอก็มีความรับผิดชอบนะคะ ถึงแม้จะดื้อเอาแต่ใจไปสักหน่อย แต่เดี๋ยวเบื่อก็คงได้เลิกราไปเอง” นมอ่อนพยายามพูดปลอบใจ จะว่าเธอเข้าข้างก็ได้เพราะเธอสนิทกับคุณชายคนเล็กของบ้านมากที่สุด ก็คุณบลูของเธอน่ะทั้งขี้อ้อน ขี้ประจบเอาใจ จะไม่ให้รักได้อย่างไรไหว

“คงจะอีกนานนะซิ มีรึตาบลูจะเบื่อ นี่ฉันก็คุยกับคุณพี่ไว้แล้ว เรื่องทาบทามลูกสาวตระกูลเก่าแก่ไว้ เดี๋ยวคงได้บังคับกันอีก”

“โธ่ คุณหญิงปล่อยคุณๆ ไปเถอะค่ะ ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ คุณบอมเธอก็ยอมหมั้นหมายไปแล้ว จนมาคุณบูมก็ไม่เห็นมีท่าทีสนใจคุณหนูบ้านไหนสักคน แล้วนี่ยังจะมาคุณบลูอีกเหรอคะ” ด้วยความที่อยู่กันมานานทำให้นมอ่อนกล้าโต้แย้งในสิ่งที่เห็นสมควร

“นมจ๊ะ ที่ฉันเลือกก็คือสิ่งดี ๆ ให้พวกเขาทั้งนั้น” คุณหญิงพยายามพูดให้นมเห็นถึงความหวังดี

“คุณบลูเธอยังสนุกก็ปล่อยเธอไปก่อนเถอะค่ะ”

“ไม่เอาล่ะ ไม่อยากจะคุย นมก็เข้าข้างตาบลูอยู่วันยังค่ำ ดูซิไม่เห็นจะกลับบ้านกลับช่อง” คุณหญิงยังคงบ่นลูกชายตัวดี โดยไม่ทันสังเกตว่าคนถูกนินทาเดินย่องมาด้านหลังเงียบ ๆ

“โธ่!!! คุณแม่ครับ บลูกลับมาแล้วนี่ไงครับ...คิดถึงจังเลย” บลูที่เดินเข้ามาทันได้ยินพอดีจึงเอ่ยขึ้น ก่อนจะเข้ามากอดเอวแม่ตัวเองและหอมซ้ายหอมขวา

“ว้ายยย” คุณหญิงพราวตกใจร้องลั่นเมื่ออยู่ดี ๆ ก็โดนกอดเอวโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง

“ไม่ต้องมาเอาใจเลยตาบลู” ว่าจบก็ตีมือชายหนุ่มเบา ๆ บลูก็ได้แต่หัวเราะก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนมอ่อนที่มองมาที่ตัวเองตาละห้อย

“โอ๋... คิดถึงนมอ่อนด้วยครับ” ว่าแล้วบลูก็เดินมาหอมแก้มยุ้ย ๆ ของนมอ่อนบ้าง มีหรือนมอ่อนจะไปว่าอะไรได้ นอกจากนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางโขลกเครื่องแกงต่อไป

“ไอ้รามละครับ กลับมาถึงหรือยัง” บลูเอ่ยถามหาคนสนิท

“อยู่ที่บ้านค่ะคุณ” หลังจากที่ได้คำตอบบลูก็ยกยิ้มอย่างพอใจ และใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยที่รามไม่ได้โกหก เพราะตอนที่มองบอดี้การ์ดเดินออกจากห้องไป บลูก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร รู้ตัวอีกทีเขาก็โทรไปยกเลิกนัดกับนักข่าวสาว แถมยังบล็อกเบอร์เสร็จสรรพและตรงกลับมาที่บ้านทันที

“ผมไปหามันก่อนนะครับสาว ๆ” บลูเอ่ยขึ้นอย่างหยอกล้อ แล้วเดินตรงไปยังบ้านหลังเล็กที่อยู่ด้านหลัง

แต่ขณะที่บลูกำลังจะเดินไป ระหว่างทางก็เจอเข้ากับคนที่กำลังตามหา รามกำลังนั่งอาบน้ำให้เจ้าหมาไซบีเรียสีขาวดำตัวใหญ่อย่างตั้งใจ และพอเขาเดินเข้าไปใกล้เจ้าหมาที่จำกลิ่นได้ก็เห่าและวิ่งกระโจนเข้าใส่ทันที

โฮ่ง ๆ ๆ

“โอ๊ยย แล้วแต่ หยุดเลียสักที” บลูเอ่ยออกมาขณะที่ตัวเองนั่งจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น เพราะแล้วแต่กระโจนใส่ ดีนะที่เป็นพื้นหญ้าก็เลยไม่ทำให้เจ็บมาก

รามที่หันมาเจอบลูก็ต้องแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะกลับมาไว แต่เขาก็ได้แต่ยืนมองนิ่ง ๆ

“ไอ้รามมาเอาลูกมึงไปเลย” บลูที่เห็นอีกคนนิ่งสนิทก็เอ่ยเรียก หลังจากปล่อยให้แล้วแต่เลียหน้าตัวเองจนหนำใจ

โฮ่ง ๆ ๆ

“คิดถึงมากหรือไงฮะ แล้วแต่” แล้วแต่ก็ยังไม่ไปไหนคลอเคลียอีกคนไม่ห่าง จนเสื้อผ้าของบลูเลอะไปด้วยฟองน้ำยาอาบน้ำของแล้วแต่ รามเองพอเห็นว่าเจ้านายเรียกตัวเองก็เดินเข้าไปหา

“แล้วแต่มานี่ มาหาพ่อมา” รามเอ่ยเรียกขณะเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วแต่เองก็เชื่อฟังเดินเข้าไปหาพ่อตัวเองทันที

“คุณบลูไปอาบน้ำเถอะครับ เลอะไปหมด” รามหันไปหาเจ้านายหลังจากที่บลูลุกขึ้นยืนแล้ว แต่ดูเหมือนว่าบลูจะไม่ได้สนใจเดินไปหยิบสายยางขึ้นมาแทน

“ลูกมึงทำกูเปียก พ่อมันก็ต้องรับผิดชอบ” ว่าแล้วก็ฉีดน้ำใส่ชายหนุ่มอีกคนให้เปียกเหมือนตนเองทันที

“คุณบลูอย่าครับ” รามพยายามเข้าไปแย่ง โดยมีแล้วแต่ให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ เจ้าหมาวิ่งไปรอบ ๆ ทั้งสองคนอย่างสนุกสนาน

โฮ่ง ๆ ๆ

“อย่าอะไร...กูเปียกมึงก็ต้องเปียก” บลูไม่ยอมให้อีกคนแย่งไปได้ ทั้งสองต่างยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา จนต่างคนต่างล้มลงไปกองที่พื้น แล้วแต่เองไม่รอช้าเข้าไปเลียหน้าของบลูทันที

“อุ๊ย แล้วแต่ ช่วยพ่อเอ็งเหรอ มานี่เลย” บลูจับแล้วแต่กอดไว้แน่น กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่กับเจ้าหมาจนแยกไม่ออกว่าใครเลอะกว่าใครแล้วตอนนี้ รามก็ได้แต่ยืนอมยิ้มทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เปียกเลอะไปหมดเช่นกัน

“ตายแล้วคุณบลูเล่นอะไรกันคะเนี่ย” นมอ่อนที่เตรียมอาหารเย็นเสร็จพอดีก็ออกมาเห็นคุณบลูของเธอกอดหมาของลูกชายไว้แน่น เนื้อตัวมอมแมมดูแทบไม่ได้

“สั่งสอนไอ้แล้วแต่น่ะสิครับ ใครสั่งใครสอนให้ช่วยพ่อมัน” บลูปล่อยแล้วแต่ก่อนจะลุกขึ้นโดยการยื่นมือให้รามช่วยฉุดตัวเอง แต่มีหรือที่บลูจะจบง่ายๆ ชายหนุ่มดึงรามที่ไม่ทันได้ตั้งตัวลงมานั่งจ้ำเบ้าแทนที่ของตัวเอง

จากนั้นชายหนุ่มที่ยืนขึ้นก็ยักคิ้วกวน ๆ ส่งให้รามที่นั่งอยู่บนพื้น ก่อนจะเดินผิวปากเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี นี่แหละนิสัยของคุณบลู ยอมใครเป็นที่ไหน รามได้แต่ส่ายหัวนิด ๆ ยิ้มออกมาเบา ๆ แต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาแม่นมอย่างนมอ่อนไปได้...

..............................................................

แล้วแต่ลูกหนูจะเลียหน้าแม่แบบนั้นไม่ได้นะคะ ..........ช่วยมโนว่าหมาในรูปเป็นไซบีเรียที

 

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น