Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 26 : เดทแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 “คุณบลูอยากดูเรื่องอะไรดีครับ” รามเอ่ยถาม เพราะตอนนี้ทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวเช้าบวกเที่ยงอยู่ในห้าง และหลังจากที่กินเสร็จก็ว่าจะดูหนังกันต่อ

“อะไรก็ได้...แล้วแต่พ่อเลย” บลูบอกกลับอีกคน เพราะเขาเองก็ไม่ได้ดูหนังมานานมากแล้ว ไม่รู้หรอกว่าช่วงนี้มีเรื่องอะไร

“เอางั้นเหรอครับ...หนังอะไรก็ได้ใช่ไหม” รามถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“อือ” หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากอีกคน รามจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเช็กรอบหนังที่จะเข้าในวันนี้

และหลังจากที่กินจนเสร็จก็เดินเล่นกันก่อนเพราะยังไม่ถึงเวลา ทั้งสองเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ไปทั่วเดินจนเมื่อยไปหมด ซื้อแทบทุกร้าน และตอนนี้รามก็กำลังนั่งรอคุณบลูลองเสื้ออยู่ในชอปเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่คุณบลูชอบใส่เป็นประจำ รามมองไปรอบ ๆ ก่อนสายตาจะสะดุดร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เขายกยิ้มแล้วรีบเดินไปทันทีเพราะเดี๋ยวคุณบลูจะออกมาเสียก่อน

รามเดินกลับเข้ามาคุณบลูก็เดินออกมาจากห้องลองเสื้อพอดี เขาจึงเดินเข้าไปช่วยถือเสื้อผ้าที่บลูเลือกแล้วไปที่เคาน์เตอร์ บลูเดินตามหลังมาก่อนจะจ่ายเงิน

“เดี๋ยวพ่อเอาไปเก็บที่รถก่อนนะครับ...แม่เข้าไปรอข้างในก่อนนะ” รามบอกก่อนจะยื่นตั๋วหนังให้บลู

“อย่าไปนานนะพ่อ” บลูยกยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปด้านในก่อน

รามยืนรอจนบลูเดินเข้าไปด้านในเรียบร้อยแล้วเขาก็แหงะมองไปด้านข้างนิดหน่อย ก่อนจะแสยะยิ้มแล้วออกเดิน

ชายหนุ่มเดินก้าวเท้ายาวขึ้นและเร็วขึ้นไปตรงที่มีคนพลุ่งพล่าน แล้วอาศัยจังหวะเดินออกไปทางลานจอดรถทันที

รามยืนหลบอยู่มุมเสาได้ยินชายชุดดำใส่หมวกแก๊ปอำพรางในหน้าบ่นพึมพำเบา ๆ เขายืนอยู่ในมุมอับเลยทำให้มันมองไม่เห็น

“ไปไหนแล้ววะ” รามได้ยินก็ยกยิ้มก่อนจะค่อย ๆ เดินไปข้าง ๆ รถเก๋งสีดำที่จอดอยู่ เขาวางถุงเสื้อผ้าคุณบลูลง ค่อยๆ เดินย่องไปทางด้านหลัง ก่อนจะปรี่เข้าไปล็อกคอชายชุดดำที่มัวแต่มองหารามและไม่ระวังตัว

ตัวชายชุดดำเตี้ยกว่ารามนิดหน่อย เขาจึงดันตัวมันแนบกับต้นเสาขนาดใหญ่ที่ลานจอดรถอย่างง่ายดาย รามหักแขนข้างหนึ่งของมันไขว้ไว้ด้านหลัง และมืออีกข้างของเขาก็ยกมีดพับจ่อที่ลำคอ

“สัสเอ๊ย” ชายชุดดำสบถออกมา และพยายามขัดขืนพร้อมกับสะบัดตัวเองออกจากการแกะกุม แต่รามที่มีรูปร่างสูงกว่าก็ออกแรงดันตัวกดไว้จนแน่น

“อยู่นิ่ง ๆ” รามกระซิบเบา ๆ “ใครส่งมึงมา” แล้วกดใบมีดให้ลึกมากกว่าเดิม จนหยดเลือดไหลซึม

“...” มันไม่ตอบก่อนจะออกแรงสะบัดตัวอีกครั้งเพื่อให้ตัวเองหลุดออก

ชายชุดดำหมุนตัวพลิกกลับมา สับศอกใส่ใบหน้าของรามจนซวนเซ ถอยไปข้างหลังสองสามก้าวแล้วทำท่าจะหนี แต่รามเตะตวัดเท้าเข้าไปที่มันเสียก่อนทำให้ร่างที่กำลังจะหนีล้มลงนอนกับพื้นเต็มแรง

มันลุกขึ้นอีกครั้งและจะเข้ามาต่อยที่ใบหน้าของราม แต่ชายหนุ่มก้มหลบทันก่อนจะต่อยเข้าที่หน้าท้องของมันเต็มแรง

 

ทั้งสองต่อยแลกหมัดกันอยู่นาน ก่อนชายชุดดำคนนั้นจะพลาดท่าล้มลงกับพื้น รามขึ้นคร่อมกระหน่ำหมัดรัวใส่ใบหน้าของชายชุดดำเสียจนยับเยินและแน่นิ่งไป

เขานั่งทับมันหายใจหอบ ก่อนจะมองลงต่ำเพื่อดูคนด้านล่างที่นอนจมกองเลือดให้เต็มตา รามไม่เคยเห็นมันมาก่อน เลยไม่รู้ว่าเป็นพวกใคร

ชายหนุ่มพยุงตัวเองลุกขึ้นมา และจับไปที่ของปากของตนเองที่ดูเหมือนว่ามันจะแตกเพราะมีเลือดไหลซึม

ถุย!!

รามถ่มน้ำลายปนเลือดลงที่พื้นก่อนเดินเข้าไปหามันอย่างใจเย็น เขาแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะปักมีดบนต้นคอมันทันที ชายหนุ่มลุกขึ้นอีกครั้งก่อนจะกดโทรศัพท์โทรออก รอเพียงไม่นานปลายสายก็กดรับ

“เก็บกวาด” รามพูดสั้น ๆ ก่อนจะกดวางแล้วส่งโลเคชั่นไปให้

เขาเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะเดินไปหยิบถุงเสื้อผ้าของคุณบลูไปไว้ที่รถ รวมถึงของที่เขาซื้อมาจากอีกร้านหนึ่งด้วย

บลูเข้ามาด้านในโรงหนังแล้วเดินตามทางที่ไฟเปิดสว่างอยู่บนพื้น เขามองดูเลขที่นั่ง ที่อยู่บนตั๋วก่อนจะเดินหาและล้มตัวนอนลงทันทีที่เจอ

รามเลือกที่นั่งแบบเป็นเตียงนอนสามารถปรับระดับได้ บลูยกยิ้มถึงความใส่ใจ คงเพราะกลัวว่าเขาจะไม่สะดวกสบาย

หลังจากที่บลูนั่งดูหนังตัวอย่างไปสักพักอีกคนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาสักที เขามองดูนาฬิกาบนข้อมือและตัดสินใจจะลุกขึ้นไปตาม แต่ทว่ารามก็เดินถือถังป๊อปคอร์นขนาดใหญ่เข้ามาเสียก่อน

“ไปนานจังวะ” บลูบ่นออกไปทันทีที่เห็นหน้า

“ขอโทษครับ...แถวยาวไปหน่อย” รามบอกก่อนจะยื่นถังป๊อปคอร์นและน้ำอัดลมให้ ตัวเขาเองก็ล้มลงนั่งข้าง ๆ

“เรื่องอะไรเนี่ยพ่อ” บลูเอ่ยถาม เพราะตนเองไม่ได้เป็นคนซื้อตั๋วเลยทำให้ไม่รู้ว่าอีกคนเลือกดูอะไร

“หนังผีครับ” รามตอบก่อนจะยกยิ้ม

“ไอ้ราม...มึงก็รู้....”

“แม่...พูดไม่เพราะเลยนะครับ” รามปรามอีกคน นี่ถ้าคนไม่เยอะเขาคงจะจับจูบลงโทษไปแล้ว

“พ่อก็รู้ว่า...”

“มีพ่ออยู่ข้าง ๆ ไม่ต้องกลัวหรอกครับ” รามยิ้มออกก่อนจะซู้ดปากเบา ๆ เพราะความเจ็บ

“เป็นอะไร...ไหนแม่ดูดิ” บลูบอกก่อนจะเขยิบไปไกล ค่อย ๆ ไล่ปลายนิ้วโป้งไปตรงมุมปากที่เป็นรอยแดงช้ำ รามยกยิ้มก่อนจะจับมือของบลูไว้และจูบเบา ๆ ที่ปลายนิ้ว

“หายแล้วครับ” รามบอกคนตรงหน้า แค่คุณบลูสัมผัสเขาก็ไม่รู้สึกเจ็บอะไรแล้ว รามคิดในใจ

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าพ่อ” บลูเอ่ยถามอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ดูเหมือนรามยังดี ๆ อยู่เลย

“ไม่มีอะไรแล้วครับ...พ่อจัดการแล้ว...แม่ดูหนังเถอะ” ทั้งสองคนหยุดพูดเพราะหนังเริ่มฉายแล้ว แต่มือก็ยังกุมกันอยู่ไม่ห่าง

“อย่ากรี๊ดดังนะครับ” รามแกล้งหยอกเย้าก่อนจะหันมองนิดหนึ่ง แล้วพบว่าบลูแยกเขี้ยวใส่จึงหันไปสนใจดูหนังต่อ

คุณบลูสะดุ้งเป็นพัก ๆ เมื่อถึงฉากน่ากลัว รามหันไปมองคนข้าง ๆ ที่ดูเหมือนหน้าจะซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด เขาแกล้งคุณบลูแรงไปหรือเปล่านะ รามคิดในใจ ก่อนจะหันไปถามเบา ๆ อย่างเป็นห่วง

“โอเคไหมครับ” และเขาก็ได้รับการพยักหน้าตอบกลับมา รามจึงหันไปดึงตัวคุณบลูมาหนุนที่แขนแล้วลูบหัวไหล่เบา ๆ คล้ายปลอบใจ ก่อนจะสนใจหนังตรงหน้าต่อ

บลูเองก็ยกมือปิดตาเป็นพัก ๆ บางครั้งก็แอบมองลอดตามนิ้วมือ เหลือเพียงอย่างเดียวที่คุณบลูยังไม่ได้ทำ นั่นก็คือกรี๊ดออกมา

“สนุกไหมครับ” รามเอ่ยถามเมื่อทั้งสองคนกำลังเดินออกมาจากโรงหนัง

“สนุกห่าอะไรล่ะ” บลูตอบเสียงราบเรียบ ใบหน้าของเขาดีขึ้นแล้วไม่ซีดเหมือนตอนที่กำลังดูอยู่

“ขอโทษนะครับ...ทำไมไม่บอกพ่อล่ะว่ากลัว จะได้พาออกมา” รามบอกด้วยความรู้สึกผิด เขาเห็นว่ามันไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ ก็เลยอยากแกล้งคุณบลู แต่ลืมคิดไปว่าความกลัวของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน

“ก็เห็นพ่อกำลังตั้งใจดูอยู่...แล้วหนังมันก็ไม่ได้แย่อะไร” บลูบอกตามความจริง หนังสนุกดี ชวนลุ้นด้วยซ้ำ แต่เขาแค่ตกใจตอนที่ผีโผล่มานี่แหละ

คำตอบของบลูทำเอารามยิ้มไม่หุบ คุณบลูของเขาก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย

“หิวไหมครับ” รามเอ่ยถามเพราะตอนนี้ก็เย็นแล้ว

“หิว...แต่อยากกินฝีมือพ่อมากกว่า” บลูตอบก่อนจะจับมืออีกคนแน่นขึ้น

“งั้นไปดูของสดกันครับ ที่มีอยู่จะหมดแล้ว” รามบอกก่อนจะดึงอีกคนให้ออกเดิน

ชายหนุ่มให้บลูเดินอยู่ด้านหน้าแล้วตัวเขาเองก็เข็นรถเดินตามหลัง ก่อนจะนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถาม

“แม่ทำกับข้าวเป็นแล้วเหรอครับ” ถามจบเรียกความแปลกใจให้คนข้างหน้าจนต้องหยุดและหันกลับมามอง

“ไม่...ไม่เป็น” บลูตอบอย่างงง ๆ ก่อนจะถามกลับ “ทำไม”

“ก็พ่อเห็นของสดเต็มตู้เย็น...ก็เลยถาม” รามนึกไปเมื่อสองสามวันก่อนที่เข้าตื่นมาทำอาหารเช้าให้คุณบลูวันแรก

“ก็ซื้อไว้รอพ่อไง” บลูตอบก่อนจะรีบหันหลังแล้วเดินไปทันที ปล่อยให้คนด้านหลังยืนยิ้มเขินอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า ก่อนจะเข็นรถเข็นตามมา

ทั้งสองเลือกของกินของใช้หลายอย่าง รามรู้สึกมีความสุขมาก ใบหน้าของเขายังยิ้มไม่หุบเลย คุณบลูพูดและทำในสิ่งที่ตนเองไม่เคยเห็นมาก่อน จะเหลือก็แค่เพียงอย่างเดียว นั่นคือคำว่ารักที่คุณบลูยังไม่เคยพูดออกมา

“แม่ขึ้นไปก่อนเลยนะครับ...เดี๋ยวพ่อขนของขึ้นไปเอง” รามบอกกับอีกคนเพราะตอนนี้ทั้งสองกลับมาถึงคอนโดแล้ว บลูทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน เขาเดินมาด้านหลังรถก่อนจะช่วยหยิบถุงเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วเดินน้ำหน้าไปก่อน ปล่อยให้อีกคนมองตามหลังอย่างแปลกใจ

“พ่อมานี่ก่อน” หลังจากเข้ามาด้านในแล้ว บลูพารามมานั่งที่โซฟา ก่อนจะหยิบกล่องยามาทำแผลตรงมุมปากให้ชายหนุ่ม

“เกิดเรื่องอะไร...จะบอกได้หรือยัง” บลูถามเสียงเบาขณะกำลังเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์ล้างแผล เขาทำเป็นอยู่แล้วเพราะตอนสมัยวัยรุ่นทำแผลให้คนตรงหน้าเป็นประจำ

“มีคนตามเรามาครับ” รามบอกแค่นั้นเพราะยังไม่มั่นใจว่าเป็นพวกไหน และต้องการอะไร ตามเขาหรือตามคุณบลูกันแน่

“พวกไหน” เอ่ยถามขณะเช็ดไปที่มุมปากเบา ๆ ก่อนรามจะนิ่วหน้าเพราะความแสบ

“ยังไม่ทราบเลยครับ...โอ๊ย” ตอบเสร็จก็ตามมาด้วยเสียงโอดครวญที่บลูมองแล้วเหมือนสำออยเสียมากกว่า เพราะเมื่อก่อนแผลใหญ่กว่านี้รามยังไม่ร้องออกมาสักแอะ

“สำออยเนอะ” บลูบอกอย่างรู้ทัน ก่อนรามจะยกยิ้มเก้อเขิน

“รู้ทันซะอีก” เขาอมยิ้มก่อนจะพูดต่อ “พรุ่งนี้เดี๋ยวผมขอไปข้างนอกนะครับ” พูดจบ มือของคนที่ทำแผลอยู่ชะงักทันที สายตามองต่ำลงอย่างแข็งกระด้าง

“ไปไหน” เสียงราบเรียบเอ่ยถาม

“ไปสืบเรื่องวันนี้ครับ” รามตอบก่อนจะจับมือคุณบลูมากุมไว้ “เดี๋ยวก็กลับ” เขาพูดต่อแล้วยกมือคุณบลูขึ้นมาจูบเบา ๆ

“อือ” บลูถอนหายใจแล้วตอบรับออกมา เป็นบ้าไปรามแล้วกู บลูคิดในใจ เพราะแค่อีกคนบอกว่ากำลังจะไปในใจของเขาก็รู้สึกโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก

“แม่ไปอาบน้ำเถอะครับ...เดี๋ยวพ่อทำกับข้าวเสร็จแล้วเรียกนะ” บลูพยักหน้าลุกขึ้นอย่างว่าง่าย แล้วก็หายเข้าไปในห้องนอน

รามเดินยิ้มมาจัดการทำอาหารเย็นอย่างอารมณ์ดี เขาทำเมนูง่าย ๆ รสชาติไม่จัดเหมือนดังเช่นทุกครั้ง เพราะคุณบลูไม่ชอบกินเผ็ด

รามใช้เวลาไม่นานกับข้าวหน้าตาน่าทานสองสามอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เขาจัดการเตรียมตั้งขึ้นโต๊ะตรงริมระเบียงที่เดิม

แต่อยู่ ๆ ก็ต้องยกยิ้มเมื่อนึกถึงโต๊ะตัวที่เคยตั้งตรงนี้เมื่อก่อนหน้า ทว่าหลังจากคืนนั้นก็ต้องถูกเปลี่ยนเพราะขาโต๊ะดูเหมือนจะไม่แข็งแรงแล้ว รามหลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมาเมื่อนึกถึงสาเหตุที่แท้จริง

“มึง...เป็นบ้าเหรอพ่อ” บลูเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกคนยืนหัวเราะกับกับข้าวที่อยู่บนโต๊ะ

“เปล่าครับเปล่า” รามหันมาตอบยิ้ม ๆ “แม่หิวหรือยังครับ”

“ยัง...พ่อไปอาบน้ำก่อนเถอะ” บลูบอกอีกคนก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟา

รามที่กำลังเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาซื้อของมาให้อีกคนด้วย จึงเดินไปรื้อถุงเสื้อผ้าเพราะได้ยัดของสิ่งหนึ่งไว้ในนั้น ถ้าหิ้วมาทั้งถุงคุณบลูต้องรู้แน่ ๆ เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์กันพอดี

หลังจากที่แต่งตัวแล้วเขาก็มารื้อของอยู่หลายถุงและไม่นานก็เจอ กล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำบนฝากสลักแบรนด์ไฮเอนด์ชื่อดัง รามหยิบของด้านในออกมา ก่อนจะใส่ไว้ในกระเป๋าเล็ก ๆ บนหน้าอกของเสื้อเชิ้ต

“คุณบลูครับ...กินข้าวกันครับ” เขาเรียกชายหนุ่มที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์ระหว่างรอ

คุณบลูยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกดปิด แล้วเดินตามรามมาที่โต๊ะกินข้าว อาหารมื้อนั้นคงจะอร่อยสุด ๆ เพราะทั้งสองคนกินไปคุยไปยิ้มแย้มตลอดเวลา

หลังจากที่กินจนอิ่ม อยู่ดี ๆ รามลุกขึ้นยืน บลูเงยหน้ามองอย่างแปลกใจ

“แม่...พ่อมีอะไรจะให้” รามรีบเอ่ยบอก ก่อนจะยกยิ้มแล้วพูดต่อ “หลับตาก่อนได้ไหมครับ”

บลูพยักหน้าช้า ๆ ก่อนเขาจะได้ยินเสียงเลื่อนเก้าอี้ แล้วฝีเท้าก็ดังเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงด้านหลัง

รามหยิบสร้อยสีเงินราคาแพงออกมา เขาค่อย ๆ บรรจงใส่ให้คนตรงหน้า บลูลืมตาขึ้นเพราะสัมผัสถึงอะไรเย็น ๆ ที่บริเวณต้นคอ เขายกมือลูบไปที่จี้ก่อนจะก้มมองดู รามเดินมานั่งบนส้นเท้าข้าง ๆ แล้วยิ้มให้

“จี้หัวกระทิง เชื่อว่าใส่แล้วจะโชคดีแคล้วคลาดปลอดภัยครับ” รามบอกกับอีกคน จริง ๆ เขาก็ไม่รู้ความหมายหรอก แค่อยากซื้ออะไรให้คุณบลูบ้าง แต่ตอนที่เดินเข้าไปด้านในสายตาก็สะดุดกับสร้อยเส้นนี้เข้าพอดี

“พ่อเชื่อเรื่องเครื่องรางด้วยเหรอ” บลูเอ่ยถามใบหน้ายิ้มแย้ม มือของเขาก็ลูบไปที่จี้ไม่หยุด

“เปล่าหรอกครับ พนักงานบอกมา ผมเห็นว่าเหมาะกับคุณบลูแล้วความหมายก็ดี ก็เลยซื้อมานะครับ”

“ขอบคุณนะพ่อ” บลูบอกก่อนจะขยับตัวเข้าไปกอดคนที่กำลังนั่งอยู่

“รักมากนะครับ” รามกอดตอบแนบแน่นก่อนจะแอบหอมแก้มเบา ๆ

“รักมากเหมือนกัน” คำตอบของบลูทำรามน้ำตาคลอ สิ่งที่เขารอคอยในสุดก็มาถึงสักที

“ขอบคุณนะครับ...ขอบคุณที่รักกัน” รามบอกอย่างดีใจ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำนั้นออกมา

.................

บอกรักแล้วเด้อแม่ๆ คุณบลูบอกรักแล้วจร้า อิพ่อก็ช่างสำออยแต่อิแม่ก็ดันรู้ทันไปอีก แล้วสร้อยก็ใส่ไว้ตลอดเลยเน้อ☺☺

sds

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น