Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 25 : พ่อเป็นของแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 รามลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากหลับไปเมื่อตอนสาย ๆ เขาค่อย ๆ ขยับตัวช้า ๆ เพราะกลัวว่าอีกคนจะตื่น

ท้องของเขาเริ่มโครกครากเพราะความหิว เพราะดูเหมือนจะไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น และก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณบลูได้กินอะไรบ้างหรือยัง

เขาปล่อยน้ำจากฝักบัวให้ไหลผ่านเพื่อชำระร่างกายเพราะรู้สึกเหนียวตัว แต่ก็ต้องซี๊ดปากเพราะความเจ็บแสบบริเวณแผ่นหลัง

“อ๊าส์” รามครางออกมาเบา ๆ ก่อนจะปิดน้ำแล้วไปดูที่หน้ากระจก แผ่นหลังของเขามีแต่รอยแดงเต็มไปหมด คงจะมาจากฝีมือของคุณบลูที่จิกแผ่นหลังของเขาเมื่อเช้านี้แน่ ๆ ถุงยางของคุณบอมช่างดีจริง ๆ รามคิดในใจ

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จ เขาก็เดินเข้าไปในครัว แต่ก็ต้องแปลกใจนิดหน่อยผิดจากที่คิดไว้ เพราะข้างในตู้เย็นมีของสดเต็มไปหมด

“คุณบลูทำกับข้าวเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาพึมพำอย่างแปลกใจก่อนจะคิดว่าทำอะไรกินดี

รามสาละวนอยู่ในครัวสักพักก็ได้ต้มจืดเต้าหู้หมูสับของโปรดของคุณบลูมา และหลังจากที่เขาจัดการจนเสร็จเรียบร้อยก็เดินเข้าไปในห้องนอน มองไปบนเตียงที่อีกคนยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เขายกยิ้มเดินเลยเข้าไปในห้องน้ำ หลังจากนั้นไม่นานก็กลับออกมา

“คุณบลูครับ...คุณบลูตื่นได้แล้วครับ” รามนั่งลงบนเตียงสะกิดคนที่นอนหลับอยู่เบา ๆ

“อื้อ” บลูครางแผ่วในลำคอ ร่างกายเปลือยเปล่าหรี่ตาขึ้นเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ เลื้อยมาหนุนที่ต้นขาของคนที่นั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะยกมือขึ้นกอดเอวและหลับตาลงอีกครั้ง

“ตื่นเถอะครับ...กินอะไรสักหน่อยไม่หิวเหรอ” รามยกยิ้มก่อนจะเอ่ยถามเบา ๆ

“หิว...” บลูอู้อี้ตอบเบา ๆ ก่อนจะกระชับแขนที่กอดเอวสอบแน่นขึ้น “กี่โมงแล้ว” น้ำเสียงที่ยังคงอู้อี้เอ่ยถามขณะยังหลับตาอยู่

“บ่ายสองแล้วครับ” คำตอบของรามทำเอาบลูเบิกตากว้างตื่นเต็มตา “ตายห่า...ทำไมไม่ปลุกวะ” บลูสบถออกมาก่อนจะรีบลุกขึ้น แต่ก็ต้องสบถอีกครั้งเพราะเขาเจ็บสะโพกและปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ร่างกายของเขาเหมือนจะแยกออกจากกันอย่างไรอย่างนั้น

“ไม่ต้องรีบหรอกครับ...วันนี้วันเสาร์” สิ้นเสียงของรามบลูรู้สึกโล่งใจ เพราะไม่อย่างนั้นเฮียบอมล้อเขาตายแน่ ๆ บลูค่อย ๆ ขยับตัวลุกก่อนจะร้องออกมาอีกครั้ง

“โอ๊ย...ปวดหลังฉิบหาย” รามยกยิ้มก่อนจะช่วยประคอง “บอกให้ทำเบา ๆ ทำเบา ๆ” บลูบ่น ออกมาขณะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โดยมีรามประคองอยู่ไม่ห่าง บลูไม่ได้อยากอ่อนแอนักหรอกแต่เขาปวดเมื่อยจริง ๆ แค่จะยืนยังดูเหมือนว่าร่างกายของเขาก็จะไม่ไหว

“อาบน้ำเถอะครับ...เปิดน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว” บลูพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะยอมให้รามประคองเข้าห้องน้ำไป ดีที่เขาเป็นคนแข็งแรงเพราะเข้าฟิตเนสบ่อย ๆ เขาไม่อยากจะคิดเลย ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงเดินไม่ได้แน่ ๆ

“กลับวันไหน...ต้องไปอีกไหม” บลูเอ่ยถามขณะที่ทั้งสองคนลงมาแช่ในอ่างอาบน้ำแล้ว

“ไปครับ...คุณบอมให้พักอาทิตย์หนึ่ง” รามตอบก่อนจะยกยิ้มแล้วดันบลูหันหลังเพื่อจะขัดให้

“ไม่ไป...ไม่ได้เหรอ” บลูเอ่ยถามเสียงเบา เหมือนพึมพำมากกว่า

“ไม่ได้หรอกครับ...คุณบอมสั่งเอาไว้แล้ว” รามพูดอย่างแผ่วเบาก่อนจะดึงคุณบลูเข้ามากอดไว้

“อือ” บลูตอบรับเบา ๆ

“ปวดอยู่ไหมครับ”

“ไม่เท่าไร...ดีขึ้นแล้ว” หลังจากที่ได้แช่น้ำอุ่นบลูก็ดูจะไม่ค่อยปวดแล้ว แต่ก็ยังมีอาการอยู่ไม่ได้หายซะทีเดียว

“ขอโทษนะครับ...พ่อคิดถึงมากไปหน่อย” รามบอกอย่างรู้สึกผิด “รักนะครับ...รักมาก” รามกระชับกอดแน่นขึ้นอีก

“อือ” บลูตอบออกมาเพียงแค่นั้น รามจึงยกยิ้ม เมื่อคืนนี้ละเมอจริง ๆ ด้วยซินะ

“เป็นยังไงบ้าง...พ่อไม่อยู่ตั้งนานเอ็กซ์ดูแลดีไหมครับ”

“มันอะนะ...ไม่ได้ดั่งใจเลยสักอย่าง” บลูบอกออกมาเสียงดัง เพราะนึกถึงทีไรเขาก็โมโหทุกที มีอย่างที่ไหนแค่เลือกสูทให้เข้ากับเนกไทก็ยังทำไม่ได้เลย

“คุณบลูก็อย่าเอาแต่ใจสิครับ” รามบอกเบา ๆ บลูเองไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอีกคนจะกล้าว่าตนเองแบบนี้

“เหอะ!! เดี๋ยวนี้กล้าว่าแล้วเหรอ.....ใช่สิได้กูแล้วนิ อื้อ” เพราะมีคำพูดไม่เพราะออกมาจากปาก รามจึงดึงใบหน้าบลูขึ้นมาบดจูบลงโทษทันที

“พูดเพราะ ๆ หน่อยครับ... ตอนนี้ไม่ใช่เวลางานนะ พ่อเลยกล้าที่จะบอกแม่ พ่อหวังดีนะครับ” เพราะรามคิดว่าตอนนี้เป็นเวลาส่วนตัว อย่างน้อยเป็นของกันและกันแล้วก็ต้องพูดคุยกันง่ายขึ้น

“ทำตัวเป็นพ่อเลยว่ะ” บลูบ่นออกมา ก่อนเอนหลังพิงแผงอกรามไว้

“ไม่ได้เป็นพ่อครับ” รามพูดเพียงแค่นั้น เขาไม่กล้าที่จะพูดต่อเพราะทั้งสองคนยังไม่เคยคุยกันเรื่องนี้จริงจังเลยสักที

“หึ” ไม่ใช่ก็เหมือนใช่นั่นแหละ บลูบ่นในใจ

 

 

บ้านภูริสิทธิโชค

เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องเรียกสายตาของคนที่กำลังนั่งจิบไวน์อย่างสบายใจให้หันไปมอง ก่อนสายตาเฉียบคมจะมองไปยังลูกน้องนิ่ง

“ถ้าไม่ใช่ข่าวดีไม่ต้องเสือกพูด” เสี่ยนพพูดออกมาเพราะคราวที่แล้วยังแค้นใจไม่หาย

เขาอุตส่าห์เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้วเหลือแค่ขั้นตอนการขนย้ายเท่านั้น แต่ไม่รู้ไอ้สารวัตรหน้าใหม่คนนั้นมันโผล่มาจากไหน ยึดของกลางเขาไปซะราบเรียบ เสียเงินที่ติดสินบนเจ้าหน้าที่ไปฟรี ๆ เป็นสิบ ๆ ล้าน แถมยาไอซ์ล็อตนั้นถ้าเขาย้ายมันได้สำเร็จและปล่อยสู่ท้องตลาดก็จะได้กำไรเป็นพัน ๆ ล้าน ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห อุตส่าห์วางแผนใช้รถขนตราตระกูลจิระอรรถวรกุลแล้วแท้ ๆ พวกมันยังเสือกรู้ตัวซะได้

“ข่าวดีครับ” หลังจากที่ได้ยินประโยคนั้น เขาก็เหลือบสายตามองไปยังเหยาทันที หลายวันมานี้เขาให้ลูกน้องของตัวเองคอยตามสืบคนในครอบครัวจิระอรรถวรกุลเงียบ ๆ เผื่อพวกมันจะมีช่องโหว่ให้เขากำจัดมันออกไปให้พ้นทาง

ถ้าถามว่าทำไมเขาจึงจงเกลียดจงชังตระกูลนี้มากนัก เรื่องราวมันเกิดมาตั้งแต่ก่อนกาลแล้ว สมัยนั้นบรรพบุรุษยังแสวงหาอำนาจ

แล้วในตอนนั้นก็มีสองตระกูลที่ต้องคอยขัดขากันอยู่ตลอด เพราะต้องแก่งแย่งกันทำธุรกิจ เป็นไม้เบื่อไม้เมากันเรื่อยมา พอส่งต่อมาถึงรุ่นของตนเองไอ้วิเศษมันยังได้คนที่เขารักไปครอง แถมมันยังไม่รักเธอและดูแลเธอให้ดีเท่าที่ควร อีกทั้งเมื่อเดือนก่อนลูกชายของมันก็ทำให้ลูกสาวของเขาต้องตาย

“ว่ามา” เสียงทุ้มเอ่ยถามลูกน้องที่ยืนกุมมืออยู่ฝั่งตรงข้าม ด้วยความที่เป็นคนสนิทและทำงานด้วยกันมานานเหยาก็เลยไม่เกร็งตรงหน้าเท่าไหร่หนัก

“เมื่อสองเดือนที่แล้วลูกน้องคนสนิทของคุณบลูแอบไปพบเจ้าสัวธนากรครับ” เหยารายงานสิ่งที่ได้รู้มา

“แปลกตรงไหน...เขาทำธุรกิจร่วมกันไม่ใช่หรือไง” เสี่ยนพถามเสียงเรียบ

“ใช่ครับไม่แปลก...ถ้าก่อนหน้านั้นจะไม่เคยเจอกันมาก่อน” เหยาบอกข้อมูลที่ให้สืบหามาได้

“ยังไง” เสียงทุ้มเอ่ยถามอีกครั้ง

“ทั้งคู่เคยแอบพบกันมาก่อนหน้านั้นหลายครั้งแล้วครับ...ถ้าเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจที่ท่านว่าก็ไม่น่าจะใช่นะครับ” เหยายังคงพูดต่อแล้วยื่นซองที่มีภาพถ่ายของรามที่แอบพบกับเจ้าสัวธนากรอยู่หลายใบ

“เชื่อได้แค่ไหน”

“มาจากคนในบ้านรังสิมันต์เลยล่ะครับ” เหยาพูดก่อนจะยกยิ้ม

“มึงว่า...มันจะหักหลังจิระอรรถวรกุลไหมวะ” เสี่ยนพพูดอย่างอารมณ์ดี เพราะถ้ากำจัดรามไปสักคนก็คงกำจัดลูกชายคนเล็กของตระกูลนี้ได้ไม่ยาก

“น่าคิดนะครับ...ไม่งั้นก็ไม่เห็นต้องหลบซ่อนขนาดนั้นเลยครับ” คำตอบของเหยาเรียกรอยยิ้มจากตาเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างเสี่ยนพได้เป็นอย่างดี

“ถึงเวลาที่กูเอาคืนมันบ้างละ...พวกมันทำกูเสียเงินเสียเวลามาหลายครั้งแล้ว” เสี่ยนพพูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น มือของเขากำแก้วไวน์ไว้แน่น ก่อนจะกระดกมันจนหมด

“ให้คนตามไอ้รามต่อไป...อ้อ...แล้วอย่าลืมตามไอ้บลูไปด้วย สบโอกาสเมื่อไรกูจะเอาคืนให้ยับกันทั้งตระกูล”

“มีอีกเรื่องหนึ่งครับท่าน” เหยาเงยหน้ามองเสี่ยนพเต็มตาก่อนจะพูดต่อ “คุณภพก่อเรื่องที่ฮ่องกงครับ”

เพล้ง!!

เสียงแก้วกระทบกับฝาผนังอย่างแรง เศษแก้วร่วงเกลื่อนกระจัดกระจาย เพราะเสี่ยนพเขวี้ยงมันเพื่อระบายอารมณ์หลังจากที่เหยารายงานเรื่องของลูกชาย ภพไม่เคยทำอะไรให้เสี่ยนพสบายใจเลยสักอย่าง วัน ๆ เอาแต่เที่ยวมั่วสุมแล้วก่อแต่เรื่อง อุตส่าห์ส่งไปเรียนต่างประเทศก็ยังขยันทำให้ปวดหัวอยู่ได้

“มันทำเรื่องอะไรอีกล่ะ...แล้วมันเสือกไปทำอะไรที่นั่น” เสี่ยนพกัดฟันกรอดเอ่ยถาม เพราะเขาส่งลูกชายไปเรียนคนละซีกโลกแล้วภพไปอยู่ที่ฮ่องกงได้อย่างไร

“โกงเงินในคาสิโนครับแล้วก็...” เหยาแทบไม่กล้าที่จะเอ่ยประโยคหลัง

“อะไร”

“ฆ่าคนของไค หวัง” เหยาพูดเสียงเบา เพราะถ้าใครทำธุรกิจที่ ฮ่องกง มาเก๊า ไม่มีใครไม่รู้จักไค หวัง หรอก

“ไอ้ลูกเวร...ให้มันได้อย่างนี้สิ เล่นใครไม่เล่น เล่นคนของไค หวัง” เสี่ยนพสบถออกมา” แล้วตอนนี้ไอ้ภพมันอยู่ไหน”

“ซ่อนอยู่ที่โกดังของเราที่นั่นครับ” หลังจากเหยาพูดจบ เสี่ยนพก็ถือว่าลูกชายตนเองยังพอจะฉลาดอยู่บ้าง อย่างน้อยก็มาหลบในที่ของเขา

“หาทางพาตัวมันกลับมาให้ไว้ที่สุด” เพราะเสี่ยนพรู้ดีว่าเขาไม่มีอำนาจมากพอที่นั่น ถึงภพจะหลบอยู่ในที่ของเขาแต่เชื่อเถอะว่าไม่สามารถรอดหูรอดตาไค หวัง ไปได้นาน

“แล้วถ้า...”

“ถ้ามันตามมา...ก็ให้มันมา...” ประโยคสุดท้ายเสี่ยนพกระยิ้มกระย่องใจเพราะถ้าเป็นที่นี่แล้ว ไค หวัง ก็สู้เขาไม่ได้เหมือนกัน

“ครับท่าน”

 

 

อีกด้านหนึ่ง

“คุณบลูครับ...ตื่นเถอะครับเย็นแล้ว” รามปลุกอีกคนที่หลับไปขณะนอนดูหนังอยู่บนโซฟา บลูค่อย ๆ ปรือตาขึ้นช้า ๆ เขาเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

“หิวจังเลยพ่อ” บลูเอ่ยออกมาขณะกำลังขยับตัว

“แม่อยากกินอะไรครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถาม

“อะไรก็ได้ที่พ่อทำให้” บลูตอบขณะลุกบิดขี้เกียจ

“กินพ่อไหม...พ่อทำให้ได้” คนหน้านิ่งเอ่ยถามหน้าตาย

“พักก่อน...ปวดเมื่อยอยู่เลย” บลูเหล่มอง

“ครับ ๆ ...รู้แล้วว่าเมื่อย...ถามเฉย ๆ เผื่อฟลุค” รามแกล้งหยอกเย้าแล้วทำหน้ายิ้มล้อเลียนอย่างที่บลูไม่เคยเห็นมาก่อน

“พ่อ...ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมวะ” บลูมองอีกคนจริงจังจนรามหุบยิ้มทันที หัวใจเข้าเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ อย่าบอกนะว่าจะขอผลัดกันอีก

“อะ...อะไรครับ”

“รอยยิ้มแบบนี้...ให้แม่คนเดียวได้ไหม” บลูว่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พูดจบก็เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะจิ้มไปที่ไฝตรงมุมปาก รามไม่เคยเห็นคุณบลูจะเคยอ้อนใครนอกจากแม่ของตัวเองและก็แม่ของเขา พอเจอแบบนี้เข้าทำให้รู้เลยว่าทำไมแม่ของตนเองถึงรักคุณบลูหนักหนา

“ได้สิครับ...พ่อเคยบอกแล้วไงครับ...ว่าพ่อเป็นของแม่” รามดึงคนข้างหน้าเข้ามากอด ไม่ต้องมีสถานะอะไรก็ได้ ขอแค่ให้เขาได้อยู่ข้าง ๆ คนคนนี้ไปจนวันตายก็พอ

.................................

อะจร้า..เป็นของแม่หมดอะเนอะ คุณบลูก็อ่อนเก่งรามก็ยอมเมียเหลือเกิน คุณบลูไม่ไหวแล้วเด้อนางขอพักก่อนร่างกายพังหมดแล้ว...โปรดคอมเม้นด้วยความสุภาพนะคะไรท์ขอ ....

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น