Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 22 : คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 รามนั่งอยู่โซฟาอย่างเหม่อลอย คุณบอมเพียงแค่แวะมาดูและก็กลับไปแล้ว ตอนนี้น้องเอยก็ปลอดภัยดี รามมองไปที่หญิงสาวใบหน้าซีดเผือด กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงในห้องพักฟื้น เมื่อกี้รามได้คุยกับหมอทำให้รู้ว่าหญิงสาวเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่สอง และตอนนี้ก็กำลังแพร่กระจายไปที่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

และหมอยังบอกอีกด้วยว่ามะเร็งในระหว่างการตั้งครรภ์พบได้ไม่บ่อย แต่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยและทารกเป็นอย่างมาก ถ้าตรวจเจอในระยะแรกก็ยังพอหลีกเลี่ยงการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้บ้าง แต่น้องเอยเป็นระยะที่สองแล้ว ทำให้การรักษานั้นเพิ่มความเสี่ยงแก่ทารกอาจทำให้เกิดการสูญเสีย แต่เขาก็ได้สอบถามหมอไว้บ้างแล้วเกี่ยวกับวิธีการรักษา หมอบอกว่าสามารถฉายรังสีและทานยาควบคู่กันไปถ้าเด็กแข็งแรงมากพอ

รามและคุณบอมไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ เขาต้องรอให้น้องเอยฟื้นขึ้นมาก่อน ตอนนี้ก็ทำได้เพียงแค่รอให้หญิงสาวตื่นขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้รามคิดไม่ตกไม่ได้มีแค่นี้ เพราะก่อนคุณบอมจะกลับได้ขอให้รับเป็นพ่อของเด็กและให้ดูแลน้องเอย ห้ามให้คนที่บ้านรับรู้เด็ดขาดโดยเฉพาะคุณบลู

“กูรู้ว่ากูเห็นแก่ตัวที่ขอมึงแบบนี้...แต่มึงก็รู้ว่าป๊ารู้ไม่ได้เด็ดขาด...เอาไว้ให้ยัยหนูโตกว่านี้กูจะจัดการเรื่องนี้เอง” รามนึกถึงคำพูดของคุณบอมเขาควรทำอย่างไรดี

เด็กคนนี้เป็นลูกของคนที่เขารักจึงไม่รังเกียจเลยสักนิด เพราะถึงอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณบลู แต่ที่เขาเป็นกังวลอยู่ตอนนี้ก็คือถ้าคุณบลูรู้ล่ะจะเป็นอย่างไร จะปิดไปได้นานสักแค่ไหน หรือเขาควรบอกออกไปดี

รามนั่งคิดก่อนคำพูดของบอมจะลอยเข้ามาอีกครั้ง “มึงก็รู้ว่ามึงกับไอ้บลูไม่มีทางเป็นไปได้ไอ้ราม...ป๊าไม่มีทางยอม”

หลังจากได้ฟังตอนนั้นเขาตกใจมากที่คุณบอมรู้เรื่องเขากับคุณบลู ชายหนุ่มเลยรวบรวมความกล้าถามออกไป ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า

“กูจะไม่บอกใคร...มึงรักมันจริงใช่ไหม...ถ้ามึงรักมัน...กูขอให้มึงทำเพื่อมันได้ไหม” ประโยคสุดท้ายของคุณบอมทำให้เขาตัดสินใจได้ในทันที เขาจะยอมรับเป็นพ่อของคุณเอง

“อื้อ!!!” เอยขยับตัวฟื้นขึ้นในเวลาต่อมา หญิงสาวร้องไห้กระวนกระวายใจทันที รามจึงเดินเข้าไปใกล้ เธอเอ่ยถามก่อนจะกอดเอวเขาไว้แน่นอย่างต้องการหาที่พึ่ง

“ลูกของน้องเอยยังอยู่ใช่ไหมคะ ลูกไม่เป็นไรใช่ไหมคะ พี่รามช่วยน้องเอยด้วย น้องเอยจะทำยังไงดี” หญิงสาวสติแตก พรั่งพรูคำถามออกมามากมายพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสาย

“น้องเอยใจเย็น ๆ นะ ลูกไม่เป็นอะไรแล้วเขายังอยู่กับเรา” รามพูดปลอบโยนและพยายามแกะหญิงสาวออกจากตัวเบา ๆ อย่างไม่ให้เสียมารยาท

“จริง ๆ เหรอคะ ลูกยังอยู่ใช่ไหม” เธอผละตัวออกมาเช็ดคราบน้ำตา ก่อนจะถามอีกครั้ง “แล้วเลือด...แล้วเลือดคืออะไรคะ” เอยถามอย่างไม่เข้าใจแต่ลูกไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว

“น้องเอยฟังพี่นะ น้องเอยต้องใจเย็น ๆ” รามพยายามพูดอย่างนุ่มนวลไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจ

“ค่ะ...มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ราม”

“น้องเอยเป็นมะเร็งระยะที่สอง...แต่ยังพอมีทางรักษา” รามเว้นระยะมองคนตรงหน้าที่นิ่งอึ้งไป “การฉายแสงของคุณหมอสามารถกะปริมาณรังสีได้ สร้างขอบเขตการรับรังสีหรือระยะห่างของทารกกับแหล่งให้พลังงาน หมอสามารถทำให้ได้ถ้าเด็กในครรภ์แข็งแรงมากพอ” รามหยุดพูดไปชั่วอึดใจ น้องเอยกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ

“แต่มันก็มีความเสี่ยงอาจทำให้การเจริญเติบโตของคุณช้าลง อาจจะคลอดก่อนกำหนด หรือน้ำหนักตัวน้อยแม้กระทั่งอาจจะเสียชีวิตในครรภ์ได้” ประโยคหลังรามบอกออกมาเสียงเบาหวิว จนเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหญิงสาวกลบมันเสียหมด น้องเอยร้องไห้ปานจะขาดใจเธอจะทำอย่างไรดี เธอไม่อยากเสียลูกไป เธอไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว

“แล้วถ้าเอยไม่ฉายแสงละคะ ลูกจะรอดจนถึงวันที่คลอดหรือเปล่า” เอยเอ่ยถามทั้งน้ำตา ทุกอย่างพังทลายลงไปหมด แม้กระทั่งครอบครัวที่เคยอบอุ่นของเธอก็ไม่มีแล้ว แต่ทุกอย่างมันเริ่มจากครอบครัวเธอทั้งหมด ถ้าพอใจในสิ่งที่มีไม่อยากได้ของคนอื่นก็คงไม่พบจุดจบแบบนี้

เอยนอนกุมมือตัวเองแน่นปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เธอเหนื่อยเหลือเกิน ทำไมชีวิตของเธอต้องเป็นแบบนี้ แต่เธอจะตายตอนนี้ไม่ได้ เพราะถ้าเธอตายใครจะดูแลลูกของเธอ

“หมอบอกว่ามันเสี่ยงมากครับ มันจะเกิดอันตรายต่อน้องเอยมากเลยนะ” รามพยายามบอกหญิงสาว

“แต่เอยยอมเสียลูกไปไม่ได้...ถ้าเอยตายคุณบอมจะดูแลลูกของน้องเอยใช่ไหมคะ” น้องเอยถามทั้งน้ำตา

“พี่จะดูแลแกเอง” รามบอกอย่างมาดมั่น ทำให้เอยนิ่งอึ้งไป

“ทำไมคะ...ทำไมถึง”

“ไม่มีอะไร...พี่จะดูแลแกเอง พี่ให้สัญญา” รามบอกออกมาด้วยความจริงใจ ใบหน้าหล่อเหลาจ้องหญิงสาวนิ่งเพราะอยากให้รู้ว่าเขาจะทำจริงอย่างที่พูด

“ขอบคุณนะคะพี่ราม งั้นเอยตัดสินใจแล้วค่ะ เอยจะปฏิเสธเคมีทุกอย่างเพื่อให้ลูกของเอยปลอดภัย” เธอบอกอย่างแน่วแน่

 

 

หนึ่งเดือนต่อมา

“เฮีย...เอาไอ้รามไปไว้ไหน” บลูเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของบอมทันทีอย่างไม่มีมารยาท เพราะเขาเองต้องทนไม่ไหวในที่สุด แต่เขาไม่รู้เลยว่าพี่ชายไม่ได้อยู่คนเดียว บอมที่กำลังดูชุดแต่งงานกับคู่หมั้นก็หันไปพูดทันที

“อะไรของมึงไอ้บลู เสียมารยาทฉิบหาย” บอมว่าอย่างจริงจังที่บลูไม่ทันระวัง นั่นยิ่งทำให้เขาหัวเสียหนักกว่าเดิม แต่ก็ยอมเอ่ยคำขอโทษ

“ขอโทษครับเฮีย / ขอโทษครับพี่ปรางค์”

“ไม่เป็นไรค่ะ...เดี๋ยวปรางค์กลับก่อนดีกว่า...บลูคงมีธุระสำคัญ” หญิงสาวยิ้มและลุกขึ้นทันที

นวลปรางค์เป็นลูกสาวของนักธุรกิจเดินเรือส่งออกของไปเมืองจีน เธอมีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด ใบหน้าเรียวยาวรูปไข่ อีกทั้งยังเก่งด้านธุรกิจ เหมาะสมจะเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลจิระอรรถวรกุลทุกกระเบียดนิ้ว

“ขอโทษครับ” บลูเอ่ยขอโทษว่าที่พี่สะใภ้อีกครั้ง นวลปรางค์ยิ้มรับแล้วเดินจากไป

“อะไรของมึงวะไอ้บลู” หลังจากคู่หมั้นออกไป บอมหันมาหาน้องชายทันที

“เฮียเอาไอ้รามไปไว้ไหน” บลูเกรี้ยวกราดอีกครั้ง

“อย่ามาขึ้นเสียงกับกู” บอมตะคอกกลับในที่สุด บลูจะเอาแต่ใจกับใครก็ได้แต่ไม่ใช่กับเขา

“ขอโทษครับเฮีย” บลูสลดลงทันที เขารู้ว่าไม่ควรทำแบบนั้นกับพี่ชาย แต่เขาร้อนใจเลยทำให้ขาดสติ

“กูบอกมึงไปแล้วกูให้มันไปทำงานสำคัญ” บอมใจเย็นลงเมื่อเห็นว่าน้องไม่ได้ตั้งใจ

“งานอะไรละ...นี่มันสองเดือนแล้วนะครับ”

“ทำไม...ทีเมื่อก่อนมึงไม่เห็นจะเดือดร้อน”

“...” บลูเงียบอย่างไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไร

“เป็นห่วงผัวมึงหรือไง” บอมพูดออกมาในที่สุด เขาแสยะยิ้มนิดหน่อย บลูได้ฟังก็เงยหน้าขึ้นทันที

“เฮียรู้”

“กูไม่ได้โง่...พวกมึงไม่ระวังเอง”

“ตั้งแต่เมื่อไรครับ”

“ใครก็ดูออกไอ้บลู...ป๊ารู้เอามึงตายแน่” บอมพูดออกมา เขาไม่สนใจหรอกว่าน้องของเขาจะเลือกเป็นอะไร ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็เป็นน้องของเขาอยู่ดี เรื่องแบบนี้มันห้ามกันได้ที่ไหน จะห่วงก็แต่ถ้าป๊ากับแม่รู้ เอาไอ้รามตายแน่

“...”

“เฮีย ผมอยากเจอมัน...ผมขอเจอมันหน่อยได้ไหม” บลูพูดเสียงเบา บอมยกยิ้มเพราะบลูไม่เคยเลย ไม่เคยต้องขอร้องใคร มันเอาแต่ใจเพราะคิดว่าอย่างไรใคร ๆ ก็ต้องยอมมัน บอมรู้นิสัยน้องดี

“ทำไม จะสารภาพรักกับมันหรือไง” น้ำเสียงหยอกเย้าเอ่ยถาม

“เฮีย...อย่ามาตลก...ผมบอกตอนไหนว่ารักมัน” บลูยังคงปฏิเสธเพราะไม่อยากจะยอมรับใจตัวเอง

“โกหกอะไรก็โกหกได้...แต่มึงโกหกใจตัวเองไม่ได้หรอกไอ้บลู” บอมพูดจบมองหน้าน้องชายนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดต่อ “มึงไปรอมันที่คอนโด...เดี๋ยวกูบอกให้มันไป”

“ครับ”

 

 

รามกำลังนั่งมองถุงเท้าไหมพรมที่น้องเอยถักเสร็จแล้วด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หลังจากวันนั้นเอยยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะหมอต้องดูแลเธออย่างใกล้ชิด

อาการป่วยของหญิงสาวมีผลกับเด็กโดยตรงแต่ยังดีที่น้องเอยทำตามคำแนะนำของหมอเป็นอย่างดี เธอไม่รับการรักษาทางเคมีทุกอย่างตามที่เธอตั้งใจไว้ จึงทำให้เวลาอาการกำเริบจะทรมานมาก ๆ แต่เธอก็ต้องยอมอดทนทำทุกอย่างเพื่อลูกน้อยของเธอ

“พี่รามคะ” เสียงเรียกของหญิงสาวดึงรามให้หลุดจากภวังค์

“ครับ” รามขานรับก่อนจะวางถุงเท้าคู่เล็กลงแล้วเดินเข้ามาหา “น้องเอยอยากได้อะไรครับ” รามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ไม่แข็งกระด้างจนเกินไปนัก

“ไหมพรมหมดแล้วค่ะ...ช่วยหยิบอันใหม่ให้ได้ไหมคะ” ร่างกายผ่ายผอมพยายามยิ้มบอก เพราะหลังจากที่เธอปฏิเสธการรักษาทำให้ร่างกายของเธอทรุดโทรมลง เนื้อตัวดำกร้านไปหมด จากที่เคยสะสวยแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมอยู่เลย

“ได้ครับ...น้องเอยจะเอาสีอะไร” รามเอ่ยถามขณะเดินไปหยิบถุงกระดาษเข้ามาใกล้ ๆ ให้เจ้าตัวเป็นคนเลือกเอง

“พี่รามว่าสีอะไรดีคะ” เธอเอ่ยถามขณะที่มีมือผ่ายผอมพยายามหยิบม้วนไหมพรมในถุงกระดาษออกมาหลาย ๆ อัน

“แล้วแต่น้องเอยเลือกดีกว่า...พี่ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไร” รามบอกกับหญิงสาวและยิ้มให้เธอบาง ๆ

ถึงแม้ว่าเขาจะรับผิดชอบเรื่องเด็กแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะรับผิดชอบเธอด้วย สงสารเธอก็จริงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทำเกินหน้าที่ เขาแค่ดูแลเธอตามคำสั่งของคุณบอมเท่านั้น

เสียงเปิดประตูทำทั้งสองคนหันไปมอง คุณบอมเดินเข้ามาพร้อมของกินของใช้มากมาย อีกทั้งยังมีของเด็กอ่อนที่เจ้าตัวซื้อมาเยอะแยะและดูจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่มา

ทั้งสามคนกล่าวทักทายกันเล็กน้อยก่อนบอมจะเดินเข้ามาใกล้ “เป็นไงบ้างเรา... หลานดิ้นแรงมากไหม” บอมเอ่ยถามและขยับเข้ามาใกล้อีก ทารกตัวน้อยเหมือนรู้ว่าลุงมาหาแกดิ้นเสียจนพุงของแม่แทบไม่เป็นทรง นั่นจึงทำให้ทั้งสามคนยิ้มออกมา

“เมื่อเช้าหมอมาตรวจ...แกแข็งแรงดีค่ะ” เสียงนุ่มนวลเอ่ยบอกก่อนจะลูบท้องอย่างทะนุถนอม บอมไม่ได้ตอบอะไรมีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ส่งคืนให้หญิงสาว

ก่อนบอมจะหันมาหาราม

“ออกมาคุยกับกูหน่อย” พูดจบก็เดินนำออกไปก่อน รามยิ้มให้น้องเอยนิดหน่อยก่อนจะเดินตามออกไป

“แวะเอาไอ้นี่ไปให้ไอ้บลูที” บอมยื่นซองเอกสารส่งให้ รามมองมันอยู่สักพักก่อนเจ้าตัวจะรับมา เขาก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร ถามว่าคิดถึงไหม โคตรจะคิดถึง แต่เหมือนว่าจะละอายเกินไปเพราะตนเองมีเรื่องปิดปังจึงทำให้เขาไม่กล้าไปเจอ และไม่รู้ด้วยว่าคุณบลูจะอยากเจอตนเองบ้างหรือเปล่า

“กูให้มึงกลับไปพักอาทิตย์หนึ่ง...แล้วค่อยกลับมา” บอมเอ่ยเสียงราบเรียบ

“แล้วน้องเอย...”

“ไม่ต้องเป็นห่วง...กูจะให้ไอ้อ๊อฟมาดูแทน” รามสบายใจนิดหนึ่งเพราะอย่างน้อยอ๊อฟก็เคยดูแลน้องเอยมาก่อน คงจะสนิทใจกันระดับหนึ่ง มันไม่ใช่อะไรหรอก รามไม่อยากให้หญิงสาวเป็นกังวลเพราะจะส่งผลกระทบถึงเด็กในท้อง

“ครับ” ใบหน้าเรียบเฉยรับคำ

“ไปได้แล้ว” หลังพูดจบบอมเดินกลับเข้าไปด้านใน รามจึงเดินออกไปทันที

...............................................................

ไล่เขาไป ทนไม่ไหวเสียเอง ยังไงแม่..จะปากแข็งไปถึงไหน รี้ดด่าฉันเยอะแล้วนะ...เลิกซึนเสียที

**ช่วยอยู่ด้วยกันจนจบนะคะ**

sds

อ้างอิงโรคมะเร็งในผู้หญิงตั้งครรภ์ http://www.smj.ejnal.com/e-journal/showdetail/?show_detail=T&art_id=1712

อ้างอิงระยะฝักตัวของโรคมะเร็ง https://www.chulacancer.net/faq-list-page.php?id=328

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น