Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 20 : กูไม่ใช่ของใครทั้งนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 รามนั่งอยู่เฉย ๆ เป็นเพื่อนหญิงสาวตลอดทั้งวัน เอยเองก็ได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ ทั้งสองต่างคนต่างอยู่คนละมุมห้องจนกระทั่งเย็น เสียงกดออดที่ด้านหน้าเรียกสายตาของรามให้หันไปมอง เขาลุกขึ้นก่อนจะเดินไปที่ประตูส่องดูอยู่สักพัก ก่อนจะเปิดออกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“สวัสดีเฮีย” อ๊อฟเดินเข้ามาในมือก็ถือของพะรุงพะรังเต็มไปหมด

“อือ...กูกลับได้แล้วใช่ไหม” รามเอ่ยถามทันที เมื่อช่วยอ๊อฟถือของใช้สำหรับแม่และเด็กเข้ามาด้านในแล้ว

“ครับ”

“ไปล่ะ”

“สวัสดีเฮีย” อ๊อฟสวัสดีรามอีกครั้งก่อนรามจะยกมือเชิงบอกว่าไปก่อน

รามรีบเดินเข้าไปในลิฟต์ลงมาด้านล่างทันที เขารู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องคอยนั่งเฝ้าหญิงสาวทั้งวันทั้งคืน ดีที่คุณบอมส่งอ๊อฟคนสนิทของตัวเองมาผลัดเปลี่ยนเขา รามที่ลงมาถึงจึงเรียกแท็กซี่ตรงไปยังคอนโดของบลูทันที

เขาแนบคีย์การ์ดเปิดเข้าไป ภายในห้องนั่งเล่นเงียบกริบ มีเพียงแสงไฟที่ส่องออกมาจากบานประตูห้องนอนอีกห้องที่ยังไม่ถูกปิด

ปลายเท้าของรามชะงักแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่กับที่ เมื่อได้เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ ซึ่งเขาจำได้ดีว่าเป็นเสียงของบลูเจ้านายตนเอง เขาใช้เวลายืนตั้งสติอยู่สักพัก ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา มันเป็นเรื่องปกติที่เขาควรจะชิน รามบอกกับตัวเองและกำลังจะหันหลังกลับ แต่เสียงเกรี้ยวกราดทำเอารามยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“มึงจะไปไหน”

“กำลังจะกลับครับ” รามตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“กูบอกให้มึงกลับแล้วหรือไง” บลูตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแบบเดิม

“เปล่าครับ...ผมเห็นคุณบลูกำลังยุ่งอยู่”

“ประชด?” บลูเลิกคิ้วถามก่อนจะเดินเข้ามาใกล้

“ไม่กล้าหรอกครับ” รามตอบหน้านิ่ง ๆ เรียกอารมณ์โมโหของบลูให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

ผลัวะ!!!

หลังจากรามพูดจบก็รู้สึกถึงหมัดกระแทกเข้าที่ใบหน้า มันแรงจนเขาหันไปอีกทาง

“อันนี้สำหรับที่มึงไม่รับโทรศัพท์กู”

ผลัวะ

“อันนี้สำหรับที่มึงไปไหนไม่บอกกู” บลูโมโหชี้หน้าของรามนิ่ง สายตาของชายหนุ่มดุดันจนน่ากลัว

“มึงจะบอกกูได้หรือยังว่าเฮียให้มึงทำอะไร” เจ้านายเอ่ยถามอีกครั้ง เขาไม่สนใจเลือดที่ไหลซึมอยู่ที่มุมปากของคนตรงหน้าเลยสักนิด

ในตอนนี้ความโมโหกลับเข้าครอบงำเขามากกว่า เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับบลูมาก่อน เมื่อเจอแบบนี้เขาทนไม่ได้หรอก

“บอกไม่ได้ครับ” รามตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย

ผลัวะ

“และนี่สำหรับสิ่งเหี้ยอะไรก็แล้วแต่ที่มึงปิดบังกูอยู่” บลูต่อยซ้ำเข้าไปที่เดิมอีกครั้ง ก่อนจะจ้องหน้ารามอย่างเอาเรื่องแล้วพูดต่อ “มึงจะไปไหนก็ไป...ไปให้ไกล ๆ ตีนกู” พูดจบร่างกายที่เปลือยเปล่าท่อนบนเดินไปจุดบุหรี่ขึ้นสูบที่ริมระเบียง โดยไม่สนใจคนที่ยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นสักนิด...

“พ่อขอโทษครับ” แขนแกร่งโอบรอบเอวของบลูไว้แน่น รามซุกหน้าลงที่ลาดไหล่ บลูได้แต่ยืนนิ่งเขาไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

“ขอโทษที่ไม่ได้รับโทรศัพท์...พ่อไม่ได้เปิดเสียงตั้งแต่เมื่อคืน เห็นแม่กำลังนอนหลับอยู่กลัวว่าจะรบกวน และพอตื่นเช้ามาพ่อก็ลืมสนิทเลย...ขอโทษนะครับ” รามพยายามบอกเหตุผลเพื่อหวังให้บลูหายโกรธ

“...”

“เรื่องที่ไปไหนไม่ได้บอก...อันนี้พ่อผิดจริง ๆ แต่พ่อคิดว่าแม่คงต้องการเวลาส่วนตัว...พ่อเลยไม่อยากเข้าไปกวน” รามบอกก่อนจะนึกถึงตอนที่เขากำลังจะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานแล้วเจอภาพบาดตา ในตอนนั้นเขาไม่รู้ควรทำอย่างไร ทั้ง ๆ ที่ใจอยากเข้าไปกระชากคนที่เขารักออกมา

“...”

“ข้อสามพ่อบอกไม่ได้จริง ๆ คุณบอมสั่งไว้”

“มึงเป็นลูกน้องใครกันแน่...ไหนมึงบอกว่ามึงเป็นของกูไง” บลูพูดออกมาในที่สุด เขาหันหน้ามาเผชิญหน้ากับคนที่อยู่ด้านหลัง

“แล้วคุณละครับ... เป็นของใคร” รามถามกลับด้วยใบหน้านิ่งสนิท สายตาคมจ้องตาคนตรงหน้าอย่างพยายามหาว่ามีตนเองอยู่ในนั้นบ้างหรือเปล่า

“กูไม่ใช่ของใครทั้งนั้น...เผื่อมึงลืม...กูไม่ใช่ของมึง” บลูจ้องกลับจนรามต้องหลบหน้า เขาเห็นมันแล้ว สายตาคู่นั้นไม่มีเขาอยู่จริง ๆ

“เข้าใจแล้วครับ” รามบอกเสียงเบา ใบหน้าของเขาก็ยังคงนิ่งสนิท ก็แค่ต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้น ก็แค่ต้องทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำ เหมือนตอนผ่าน ๆ มา มึงควรตื่นจากฝันได้แล้วไอ้ราม รามบอกกับตัวเอง

“คุณบลูต้องการอะไร...อีกหรือเปล่าครับ” รามถามออกมาขณะกำลังขยับตัวออกห่าง

“ไม่!!! และตั้งแต่พรุ่งนี้มึงก็ไม่ต้องเสือกมาให้กูเห็นหน้า... แล้วเรียกไอ้เอ็กซ์มาขับรถให้กูแทน...มึงไปทำงานของเฮียเถอะ” บลูพูดออกเสียงราบเรียบ สายตาเขามองจ้องรามนิ่งเหมือนกำลังดูปฏิกิริยา

“ครับ...ดึกแล้วคุณบลูพักผ่อนเถอะครับ... ผมจะกลับแล้ว” รามเป็นคนหลบสายตาก่อนในที่สุด เขาพูดออกมาสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม ต่างจากจิตใจของเขาที่แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

 

 

รามพาร่างกายเหนื่อยล้ามาถึงบ้านในเวลาต่อมา และก็ดังเดิมแม่ของเขายังคงนั่งดูละครโทรทัศน์อยู่ที่โซฟา เธอแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของลูกชาย

“รามกลับมาแล้วเหรอลูก” เธอเดินเข้ามาหาเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน

“สวัสดีครับแม่” ด้วยความที่ไม่ได้กลับมาหลายวันชายหนุ่มโผเข้ากอดมารดาไว้แน่น นมอ่อนลูบหลังลูกชายของเธอเบา ๆ

“เหนื่อยมากเหรอราม...หิวไหมแม่จะทำอะไรให้กิน” เธอถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าสีหน้าของลูกชายไม่สู้ดีนัก

“ไม่หิวครับ...เหนื่อยนิดหน่อย รามขอขึ้นไปข้างบนก่อนนะแม่” รามจับมืออวบอูมของมารดามาแนบที่แก้มก่อนจะเอ่ยบอก “อย่านอนดึกมากนักนะครับ”

“จ้ะ จบนี่แม่ก็ไปนอนแล้ว” นมอ่อนบอกกับลูกชายของเธอ ก่อนจะมีเสียงของอีกคนดังมาจากบันไดทางขึ้นชั้นสอง

“เฮียกลับมาแล้วเหรอ” เป็นรันเวย์ที่เอ่ยถามพี่ชายอยู่ตรงขั้นบันได

“อือ...อยู่บ้านด้วยเหรอมึงอะ” เป็นเพราะว่าเขามัวแต่เหม่อตอนเดินเข้ามา เลยทำให้ไม่ได้สังเกตว่ามีรถบิ๊กไบค์ของน้องชายจอดอยู่

“ครับ...คุณบอมเรียกกลับมา” รันเวย์พูดเพียงแค่นั้นก่อนรามจะพยักหน้าเข้าใจ

“รามขึ้นข้างบนก่อนนะครับ” เขาบอกกับมารดาและเดินตามน้องชายเพื่อไปคุยเรื่องนี้ให้จบ

”อีกสองวันใช่ไหมวะ...เวลาแน่นอนแล้วใช่ไหม” รามเอ่ยถามรันเวย์ขณะกำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องนอนของราม

“ใช่ ๆ...เฮียว่ามันจะมาไม้ไหน” รันเวย์ถามขณะเอนตัวนอนบนเตียงแล้วหยิบหมอนที่บลูเคยหนุนขึ้นมา หัวกำลังจะถึงอยู่แล้วแต่รามกลับชักมันออกเสียก่อน ทำให้รันเวย์ทิ้งหัวลงบนที่นอนอย่างจัง

“อะไรวะเฮีย...ขี้งกไปได้” รันเวย์บ่นพึมพำ

“อันนี้ไม่ได้...เอาอันนี้ไป” รามบอกกับน้องก่อนจะหยิบหมอนอีกใบโยนให้

“เมื่อกี้ถึงไหนละ...ลืมเลย” รันเวย์พูดแล้วทำท่านึก “อ้อ ผมถามว่ามันจะมาไม้ไหน” รันเวย์หันไปถามพี่ชายที่กำลังถอดเสื้อยืดใส่ตะกร้าผ้า

“ไม่รู้วะ...ยังไม่ได้คิด...คุณบอมว่าไง” รามพูดแล้วหยิบผ้าขนมาพันเอวสอบก่อนจะหันมาหาน้องชาย

“เฮ้ย...ไปโดนอะไรมาวะเนี่ย...รอยเต็มตัวเลย หึหึ” ว่าจบก็ลุกเดินเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะชี้ไปตามรอยต่าง ๆ บนร่างกายของพี่ชาย จริง ๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นรอยอะไร รันเวย์แค่อยากจะแกล้งพี่ชายก็เท่านั้นเอง

“เสือกเก่งนะมึงอะ” รามว่าก่อนจะหยิบผ้าขนอีกผืนพาดบ่า

“อ้อ...ถึงว่าทำไมแม่บ่นว่าไม่กลับบ้าน ที่แท้...จุ๊ ๆ ร้ายเหมือนกันนะเนี่ย” รันเวย์แกล้งหยอกเย้าจนลืมธุระที่คุยก่อนหน้าไปซะสนิทเลย

“ไป ๆ กลับห้องมึงไปเลย กูจะไปอาบน้ำล่ะ” รามว่าก่อนจะดันหลังน้องชายให้ออกไปจากห้องของตัวเอง รันเวย์ยังคงล้อเลียนไม่หยุดจนรามต้องปิดประตูใส่หน้าถึงได้เงียบไป

ในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เมื่อรันเวย์ได้ออกไปรามจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำ เขามองดูร่องรอยรักจาง ๆ อยู่หลายจุด ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้ลองสังเกตเลย

 

 

บลูนั่งอยู่เงียบ ๆ ที่โซฟาตัวเดิม เขายังคงยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกอยู่แบบนั้นตั้งแต่รามเดินออกไป สักพักก็มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ บ่งบอกว่าเอ็กซ์ได้มาถึงแล้ว บลูละสายตาจากแก้วเหล้าตรงหน้า หันไปสั่งงานคนที่เพิ่งมาใหม่ทันที

“พาผู้หญิงไปส่งคอนโดกูที่ดอนเมือง” เขาบอกเสียงราบเรียบ

“ครับ” เอ็กซ์รับคำก่อนจะพาหญิงสาวออกไป

วันนี้มีเรื่องให้ชายหนุ่มโมโหได้ทั้งวัน ตั้งแต่ต้องเจอเพนนีแต่เช้า และกว่าจะสลัดหญิงสาวออกได้พาเขาเสียเวลาไปตั้งนาน พอออกมาข้างนอกบอดี้การ์ดก็มาหายหัว โทรเป็นร้อยสายก็ไม่รับ จะไปไหนมาไหนก็ไม่บอก จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร

เขาลองโทรหาอีกครั้งยิ่งสร้างความโมโหหนักขึ้นกว่าเดิม จนต้องหาที่ระบาย และนึกขึ้นได้ว่ามีลูกสาวของชัยวัฒน์อยู่คอนโดที่ดอนเมือง แต่กว่าเขาจะขับไปถึงอารมณ์ก็เย็นลงบ้างแล้วเลยลากเธอมาทำอะไรสนุก ๆ แทน แต่ไม่คิดเลยว่าพอรามมาถึงอารมณ์ที่ดูเหมือนจะนิ่งแล้วกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อบลูได้เห็นหน้านิ่ง ๆ มองมาแบบเรียบเฉยทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“หึ...ทำงานให้เฮีย...งานอะไรก็บอกไม่ได้งั้นเหรอ” บลูพึมพำแสยะยิ้มน่ากลัว “ปากบอกว่าเป็นของกู...แต่มึงกลับปิดบังกูเนี่ยนะ...มึงมันตอแหลไอ้ราม” บลูสบถคำหยาบคายออกมามากมาย เพราะเขาเริ่มจะเมามากแล้ว

 

 

รามที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เข้ามาล้มตัวลงนอน เขาหยิบหมอนของบลูที่รันเวย์เกือบหนุนมากอดไว้ รามรู้สึกแปลก ๆ เหมือนขาดอะไรไปสักอย่างเมื่อต้องนอนคนเดียว เพราะหลายวันมานี้ชายหนุ่มนอนกอดกับบลูตลอด อย่างน้อยถ้าไม่ได้มีอะไรกันก็ต้องได้จูบบอกฝันดี

ร่างสูงที่นอนไม่หลับก็พลิกไปพลิกมาอยู่หลายตลบ คงเป็นเพราะวันนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงเรื่องของน้องเอยด้วย ตอนเขารู้ว่าคุณบอมให้ไปดูแลหญิงสาวยอมรับว่าตกใจ แถมไม่คิดไม่ฝันว่าเธอจะท้องอีกด้วย คุณบอมรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกันนะ น้องเอยไปเจอคุณบอมได้อย่างไร เรื่องราวเป็นมาอย่างไรกันแน่นะ รามนอนคิดไปคิดมาจนเผลอหลับไป

 

 

ย้อนอดีต

หลังจากวันที่บลูช่วยรามขึ้นมาจากน้ำความสัมพันธ์ก็ดูเหมือนจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองกลับจากโรงเรียนก็จะมาเล่นเจ้ามังกรลูกหมาของรามที่ท่าน้ำอยู่เสมอ และดูเหมือนว่าบลูจะติดรามมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหลังจากเรียนจบ ปอหนึ่งปุ๊บ บลูก็ขอให้แม่ของเขาย้ายรามมาเรียนโรงเรียนเดียวกันทันที

ตอนแรกคุณหญิงพราวก็ดูเหมือนจะไม่ยอม โดยให้เหตุผลว่ารามก็เรียนโรงเรียนที่ดีอยู่แล้วไม่จำเป็นจะต้องมาเรียนโรงเรียนเดียวกับตนเอง เลิกเรียนค่อยมาเล่นด้วยกันก็พอ แต่เขาในตอนนั้นเหมือนจะไม่ฟังไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ด้วยความเอาแต่ใจก็ประท้วงโดยการไม่ไปโรงเรียนเลยทั้งสัปดาห์ จนวันหนึ่งดูเหมือนจะได้ผล แม่ของเขาคงทนไม่ไหวทำตามสิ่งที่บลูร้องขอ

วันนั้นวันที่บลูตั้งใจเหมือนเดิมว่าจะไม่ไปโรงเรียน แต่เสียงเคาะประตูของคนตัวผอมทำเขาเปลี่ยนใจ บลูมองรามที่เปิดประตูเข้ามาแถมยังใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนกับตนเองพร้อมกับพูดว่า "ไปเรียนกันเถอะครับ” คำพูดง่าย ๆ ทำเอาบลูยิ้มกว้าง รีบอาบน้ำและแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียนพร้อมกัน ตั้งแต่วันนั้นรามก็ได้ใกล้ชิดและอยู่กับบลูตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

จนถึงตอนเข้า มอหนึ่งทั้งสองคนเริ่มโตขึ้นและอะไร ๆ ก็ต้องรับผิดชอบมากขึ้น คุณวิเศษพ่อของบลูเรียกรามเข้าพบ ถามไถ่เรื่องการเรียน ถามถึงความต้องการเมื่อโตขึ้น อยากเรียนต่ออะไร ถามถึงแม้กระทั่งโตขึ้นอยากเป็นอะไร คำถามที่ดูเหมือนจะธรรมดาทำรามรู้สึกอบอุ่นอย่างหาคำตอบไม่ได้

แต่รามในตอนนั้นยังไม่ได้คิดไว้ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เมื่อคุณวิเศษเอ่ยถามเจ้าตัวเลยตอบว่าโตขึ้นอยากดูแลคุณบลู ทำตอบแสนใสซื่อทำให้คุณวิเศษยกยิ้มชอบใจ

“คิดดีแล้วใช่ไหม” เขาถามย้ำอีกครั้งแต่รามก็ยังยืนยันคำเดิม ในตอนนั้นเองคุณวิเศษจึงส่งรามและบลูที่ตัวติดกันเข้าเรียนฝึกฝนศิลปะป้องกันตัวทุกแขนง รวมถึงการยิงปืน ปีนเขาด้วย

เด็กชายปราชญ์ราม อายุสิบสามปี ชีวิตจึงพลิกผันตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา รอยยิ้มที่เคยมีเริ่มจางหายไปทีละนิด ๆ กลายเป็นคนเงียบขรึมขึ้นและจริงจังมากขึ้น เด็กชายที่เคยร่างกายผ่ายผอมก็มีกล้ามเนื้อมีเรี่ยวแรง เด็กชายที่เคยเอาแต่ขี้แยร้องไห้ขอให้คุณบลูช่วยคนนั้นไม่มีอีกแล้ว...

และจนกระทั่งอายุสิบห้า นายปราชญ์รามที่สูงใหญ่กว่าเด็กวัยเดียวกันก็ปลิดชีวิตคนเป็นครั้งแรก ในวันนั้นมีงานโรงเรียน คนร้ายแฝงตัวเข้ามาปะปนกับผู้ปกครอง พกมีดมาด้วยหวังจะจับคุณบลูไปเรียกค่าไถ่ โดยอาศัยจังหวะที่คุณบลูอยู่คนเดียวในห้องน้ำใช้มีดเล่มนั้นจี้เข้าที่ลำคอ

รามที่เห็นว่าคุณบลูหายไปนานจึงเดินตามหาไปจนทั่ว แล้วก็พบว่ามันอุ้มคุณบลูที่กำลังสลบไสลพาดบ่าและเดินผ่านหน้าเขาไป รามจำได้ดีนาฬิกาสีเขียวที่บลูใส่มันเป็นยี่ห้อเดียวลายเดียวกับสีแดงที่ตนกำลังใส่อยู่

“วางเขาลงเถอะครับคุณลุง” รามร้องเรียกคนที่เพิ่งเดินผ่านหน้าเขาไป คนร้ายค่อย ๆ หันมา ยกมีดเล่มยาวชี้มาที่ตนเอง

ตอนนี้ที่ลานจอดรถไม่มีคนอยู่แล้ว เพราะเด็กนักเรียนและผู้ปกครองไปรวมตัวกันทำกิจกรรมกันอยู่ที่หอประชุมจนหมด คนร้ายเลยยิ่งได้ใจ ก้าวเข้ามาหวังจะใช้มีดเล่มนั้นจ้วงแทงตน รามหลบได้เขาจับแขนลุงที่ถือมีดไว้มั่นและใช้เข่ากระแทกเสยเข้าที่ใบหน้าลุงคนนั้นจนล้มลง บลูก็ร่วงตามลงมาด้วย รามไม่รอช้าเข้าไปแกะผ้าคลุมออกจากหัวของบลูออกทันที

“คุณบลู คุณบลู” เขาตบแก้มเรียกสติเบา ๆ บลูค่อย ๆ ขยับก่อนจะลืมตาขึ้นช้า

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ” รามค่อย ๆ ประคองบลูขึ้นมาทั้งสองก้าวเดินไปด้วยกัน

ในตอนนั้นเองรามหันไปมองมันอีกครั้ง ลุงคนเดิมคว้ามีดกำลังจะแทงไปที่บลู ดวงตารามเบิกกว้างผลักบลูออกไปห่างตัว เขารับมีดเล่มนั้นแทนทำให้โดนแทงเข้ามาที่สีข้าง ลุงคนนั้นดึงมีดออกไปหวังจะแทงเข้ามาใหม่ แต่บลูเข้ามาผลักมันเสียก่อน รามที่เห็นมีเล่มนั้นกระเด็นออกจากมือก็เก็บมันขึ้นมาก่อนจะกดปักทีเดียวตรงลำคอ ร่างของลุงคนนั้นแน่นิ่งไปในทันที

...........................

เรื่องนี้ไรท์ขอไปสุดเลยนะคะ ดีเลวยังไงวอนรี้ด อยู่ด้วยกันจนถึงจบ

ตอนที่แล้ว งง ตรงไหนถามได้นะคะ น้องเอยอยู่ใน พาสอดีตตอนที่ 14 นะคะ ไรท์อธิบายไม่ดีไม่เข้าใจตรงไหนถามได้เลยค่ะ

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #1 Savarosza (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 09:23

    สนุกมาก รอออออ
    #1
    1
    • #1-1 BABY_TRACER_85(จากตอนที่ 20)
      5 สิงหาคม 2563 / 20:56
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ดีใจมากค่ะ
      #1-1