Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 16 : ห้ามกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 รามมองดูเจ้านายผ่านกระจกมองหลังแทบจะตลอดเวลา เขารู้สึกเป็นห่วงเป็นอย่างมากเพราะชายหนุ่มเงียบไปตั้งแต่ก้าวขึ้นมาบนรถ และเอาแต่นั่งเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนคนกำลังครุ่นคิดอะไร

บลูเอาแต่นึกถึงคำพูดสุดท้ายของรุ้งลดา เขาอดยอมรับไม่ได้ว่าที่เธอพูดออกมามันแทงใจดำเขาอย่างจัง เพราะมันก็จริงที่เรื่องของเขากับรามมันไม่มีทางเป็นไปได้ พอนึกถึงคำพูดเมื่อกี้แล้วเขาก็ต้องรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ในใจ ต้องทำอย่างไรหรือจะปล่อยไปแบบนี้ดี

“คุณบลูเป็นอะไรหรือเปล่า...คุณรุ้งลดาทำอะไรให้คุณโมโหเหรอครับ” น้ำเสียงเป็นห่วงเอ่ยถามอีกครั้ง หลังจากที่เงียบกันมาตลอดทางเพราะตอนนี้รามคิดว่าบลูน่าจะใจเย็นลงแล้ว

“ยัยนั่น...กวนประสาท” บลูเอ่ยออกมาเสียงเรียบหลังจากนั้นก็ขยับตัวเอนหัวพิงเบาะหลัง

“เธอทำอะไรคุณเหรอครับ” รามยิ้มถามอีกครั้งเพราะคิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติ เพราะมันนานมากแล้วที่ชายหนุ่มไม่เคยได้ยินคุณบลูเรียกผู้หญิงแบบนี้ ในปกติคุณบลูจะพูดเพราะและช่างเอาอกเอาใจ นั่นจึงทำให้สาว ๆ ต่างพากันหลงคารมเขากันทั้งนั้น

“ยัยนั่นอะเหรอจะทำอะไรกูได้...ก็แค่เด็กบ้า” ประโยคหลังบลูบ่นพึมพำ ก่อนจะหลับตาลงคล้ายกับจะบอกว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว รามจึงไม่เซ้าซี้และหันไป

สนใจท้องถนนตรงหน้าต่อ

 

รุ้งลดาเดินกลับเข้ามาด้านในอีกครั้งหลังจากที่แยกกันกับบลูแล้ว เธอนั่งลงฝั่งตรงข้ามผู้เป็นบิดาด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง เจ้าสัวเห็นแบบนั้นจึงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะตอนออกไปยังยิ้มแย้มอยู่เลย

“เป็นอะไรไปลูก”

“น่าโมโหค่ะ...คุณป๊า” เธอตอบอย่างขุ่นเคือง

“อะไรกัน...ป๊าไม่เข้าใจ ไปทะเลาะกับใครที่ห้องน้ำมาหรือไง” ก็เมื่อกี้ลูกสาวของเขาขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำเพราะกะว่าจะทานข้าวเที่ยงด้วยกันต่อแล้วค่อยเข้าบริษัท นี่ก็เลยเวลาอาหารกลางวันมามากแล้วอีกทั้งเมื่อกี้ก็กินแค่ของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่น่าจะอิ่มอะไร

“เปล่าหรอกค่ะ...” เธอตอบด้วยน้ำเสียงงอน ๆ

คอยดูนะ เธอจะต้องเอาชนะอีตาบ้านั้นให้ได้...คนอะไรไร้มารยาทสิ้นดี รุ้งลดาคิดอย่างคาดโทษ เมื่อกี้ที่เธอพลั้งปากพูดออกไป จริง ๆ เธอเองไม่ได้คิดอะไรกับชายหนุ่มหรอกแต่แค่หมั่นไส้ในความยิ่งยโสแค่นั้น เธอแค่จะผูกมิตรด้วยดี ๆ แต่เจอกันทีไรทำไมต้องมาไร้มารยาทกับเธอทุกทีเลย

 

 

รามขับรถมาจอดที่ด้านหน้าบริษัทตรงที่เดิมที่เขาเคยจอดเมื่อวันเปิดตัวของเจ้านาย รามมองไปที่กระจกหลังอีกครั้งเห็นบลูกำลังหลับตา มืออีกข้างก็กุมหน้าผากเอาไว้ คุณบลูมีเรื่องเครียดอะไรงั้นเหรอ

“คุณบลูครับ” รามเอ่ยเรียกผู้เป็นเจ้านายเบา ๆ และถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง” ไม่สบายหรือเปล่าครับ”

“ถึงแล้วเหรอ” บลูลืมตาขึ้นมาก่อนจะมองไปยังบอดี้การ์ดของตัวเอง

“ถึงแล้วครับ” รามบอกขณะกำลังลงจากรถเพื่อมาเปิดประตูให้ บลูเองก็ไม่อยากให้อีกคนเป็นห่วงเลยพูดออกไปเบา ๆ

“ขอบคุณนะพ่อ” และยกยิ้มมุมปาก นั่นจึงเรียกรอยยิ้มของคนหน้านิ่งไปเป็นอย่างดี

“ครับ” รามตอบก่อนจะมองตามหลังบลูที่กำลังเดินเข้าไปด้านใน

เมื่อมาถึงเลขาหน้าห้องของบลูจึงรายงานว่าคุณกบ บ.ก. รออยู่ที่ห้องประชุมเล็กแล้ว และคุณบูมแจ้งมาว่าให้ประชุมไปก่อนได้เลยเดี๋ยวอีกสักพักจะตามเข้าไป หลังจากที่บลูฟังรายงานเสร็จจึงพยักหน้าเข้าใจก่อนจะบอกให้หญิงสาวพาเขาไปทันที

ภายในห้องประชุมมีเพียง บ.ก. ที่อายุสามสิบต้น ๆ กำลังนั่งอยู่กับผู้ช่วยของเธอ บนโต๊ะก็มีเอกสารซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นนางแบบที่เธอได้เลือกสรรแล้ว

หลังจากที่รามเปิดประตูให้บลูเข้าไป คุณกบก็ทักทายชายหนุ่มก่อน บลูจึงตอบรับเพียงยิ้มบาง ๆ เท่านั้น

“เฮียบอกให้เริ่มก่อนเลยครับ...เดี๋ยวเขาจะตามเข้ามา” คุณกบ บ.ก. พอได้ฟังอย่างนั้นก็สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มพรีเซนต์รายละเอียดต่าง ๆ

บลูเองก็เพิ่งจะเคยเจอ บ.ก. เป็นครั้งแรกเพราะเขาเองก็เพิ่งได้รับตำแหน่งก่อนที่จะไปฮ่องกง อีกทั้งยังไม่เคยเข้าบริษัทเลยสักครั้ง แต่เพราะผู้หวังดีบอกให้เขาเข้ามา เขาก็เลยต้องมา

“ทำไมถึงเป็นคนนี้ครับ” บลูเอ่ยถามขึ้นหลังจากฟังคำอธิบายถึงคอนเซปต์และการพรีเซนต์รายละเอียดจบลง

“น้องเพนนีกำลังมาแรงมากค่ะ...แล้วอีกอย่างคอนเซปต์นี้ก็เหมาะกับเธอมากด้วย” คุณกบ บ.ก. นิตยสารของบริษัทบอกอย่างนุ่มนวลและนอบน้อม

“เปลี่ยนได้ไหมครับ” บลูถามเสียงราบเรียบเพราะเขาไม่อยากจะเจอหญิงสาวอีก เพนนีเคยเป็นคู่นอนของเขาแต่ก็จบกันไปแล้ว และเขาก็ไม่อยากให้เธอเข้ามาวุ่นวายกับเขาอีก และอีกอย่างเพราะหญิงสาวก็เป็นลูกสาวของเสี่ยนพคนที่จ้องจะหาเรื่องตระกูลเขาอยู่เรื่อย

“แต่ท่านค่ะ...” คุณกบกำลังจะอธิบายต่อแต่เสียงเคาะประตูก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

ก๊อก ก๊อก

รามจึงเดินไปที่หน้าประตู ก่อนจะพบว่าเป็นคุณบูมพี่ชายคนรองของเจ้านายตนเอง ชายหนุ่มจึงก้มหัวให้นิดหน่อยก่อนจะเชิญเข้ามาด้านใน

“คุณบูมมาพอดีเลยค่ะ” คุณกบกำลังจะขอร้องให้บูมช่วยอธิบายแต่ชายหนุ่มยกมือเป็นเชิงห้ามเสียก่อน เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าน้องชายตนเองต้องมีปัญหา

“เดี๋ยวผมจัดการเอง...เชิญออกไปได้เลยครับ” คุณกบไม่รอให้ประธานบริษัทเอ่ยซ้ำ เธอกับผู้ช่วยรีบลุกเดินออกไปทันที

คราแรกเธอตกใจที่คนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ใช่คุณบูมแต่เป็นคุณบลูผู้เป็นน้องชาย แต่เพราะเธอคิดว่าคุณบูมคงส่งคุณบลูมา เธอเลยพรีเซนต์ให้เขาฟังเสียก่อน ดีนะที่เธอได้ส่งเอกสารบางชุดไปที่เลขาคุณบูมก่อนแล้วล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องเปลี่ยนนางแบบใหม่จริง ๆ

“มึงติดอะไรไอ้บลู” หลังจากที่คุณกบออกไปแล้ว บูมก็นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามน้องชายก่อนจะยกยิ้มเอ่ยถาม

“เฮียก็รู้ว่าเพนนี...” บลูไม่รู้จะอธิบายอย่างไร อีกทั้งยังมีคนที่เขาแคร์ความรู้สึกยืนหัวโด่อยู่ทั้งคนเขาจึงไม่อยากพูด ถึงแม้เรื่องมันจะนานมาแล้วก็เถอะ

“แยกแยะไอ้บลู” บูมบอกเสียงราบเรียบ ก่อนจะเอ่ยต่อ “เธอกำลังดังและอีกอย่างคอนเซปต์นี้ก็เข้ากับเธอ รับรองยอดขายพุ่งกระฉูดแน่” บูมพยายามอธิบายกับน้องเพราะรู้ว่าบลูยังใหม่อยู่มาก แถมชายหนุ่มเป็นคนดื้อรั้นอีกต่างหาก

“ครับ” บลูตอบรับเสียงเรียบถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก “เสร็จแล้วใช่ไหมเฮีย” ชายหนุ่มคิดว่าไม่น่ามาให้เสียเวลา ในเมื่อพี่ชายคนรองก็จัดการได้

“อือ...มึงต้องเข้ามาเรียนรู้งานบ่อย ๆ นะรู้ไหมไอ้บลู” บูมบอกกับน้องชายขณะที่ทั้งสองกำลังลุกขึ้น

“เฮียก็รู้ว่าบลูไม่ถนัด...มันเป็นแค่เกมการเมืองของป๊าเฉย ๆ เฮียคนเดียวก็เอาอยู่อยู่แล้วปะ” บลูบอกกับพี่ชายขณะที่กำลังเดินออกไปจากห้องพร้อมกัน

“กูรู้...แต่มึงได้รับตำแหน่งแล้ว มึงก็ต้องรับผิดชอบด้วย... เผลอ ๆ มึงอาจจะไม่อยากไปทำธุรกิจมืดของป๊าอีกก็ได้นะเว้ย” บูมบอกกับน้องอย่างหยอกเย้า

“เฮียบูมก็รู้เป็นไปไม่ได้...ถ้าบลูไม่ทำแล้วใครจะช่วยเฮียบอมละ” บลูหมายถึงพี่ชายอีกคน เพราะด้วยความที่บอมเป็นพี่ชายคนโตเลยมีงานที่รับผิดชอบเยอะแยะมากมาย

“เฮียก็รู้ทุกวันนี้เฮียบอมแทบจะทำแทนป๊าทุกอย่างอยู่แล้ว...บลูเลยอยากช่วยแบ่งเบาภาระเฮียบอมบ้าง และบลูก็ไม่ได้เรียนสายนี้มาจะไปช่วยอะไรเฮียได้” บลูพยายามบอกเหตุผลทั้งหมดให้พี่ชายคนรองเข้าใจ แต่ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์

“บลู...กูกำลังดึงมึงออกมาอยู่นะ” บูมบอกกับน้องชายหลังจากที่เดินมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์ผู้บริหารแล้ว ทั้งคู่กำลังยืนรออยู่โดยบูมจะขึ้นไปยังชั้นบนสุด ซึ่งเป็นห้องทำงาน ส่วนตัวบลูกับรามก็กดลิฟต์อีกตัวเพื่อจะลงไปด้านล่าง

“ขอบคุณเฮียที่หวังดี...บลูจะพยายามเข้ามาบ่อย ๆ แล้วกัน” เขาไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้เพราะรู้ว่าพี่ชายตัวเองหวังดี แต่ก็ไม่สามารถปล่อยให้บอมจัดการคนเดียวได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่เป็นห่วงพี่ชายคนรอง แต่เพราะบูมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและก็จัดการมันได้ดี ผิดกับบอมที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของชีวิตตัวเองเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ไม่มีเลย ตั้งแต่เล็กจนโตชายหนุ่มไม่เคยได้ยินบอมปริปากบ่นเลยสักคำ

“อือ ๆ งั้นกูไปละแล้วเจอกันที่บ้าน” บูมบอกกับน้องชายก่อนจะตบไหล่เบา ๆ แล้วเข้าลิฟต์ไป

“ครับ” บลูจึงตอบรับเบา ๆ รอจนประตูลิฟต์ของพี่ชายปิด เขาจึงหันมาหารามและเดินมาหยุดยืนข้าง ๆ ไม่นานลิฟต์ของก็มาถึง บลูจึงเดินนำเข้าไปก่อน

“หิวไหมครับ” รามเอ่ยถามขณะที่ทั้งสองคนเข้ามาด้านในแล้ว

“หิว...ทำอะไรให้กินหน่อย” บลูบอกเบา ๆ อย่างเหนื่อยล้า

“แม่...อยากกินอะไร” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงหาเอ่ยถาม

“อะไรก็ได้ที่พ่อทำ...กินได้ทั้งนั้น” บลูตอบเบา ๆ

“ครับ...” รามยิ้มออกมา

“แต่ที่คอนโดไม่น่าจะมีอะไรนอกจากเบียร์” บลูบอกกับบอดี้การ์ดของเขา เพราะชายหนุ่มไม่เคยซื้ออะไรไปไว้อยู่แล้ว

“แวะซื้อที่ซูเปอร์ใกล้ ๆ ก็ได้ครับ” รามบอกก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถด้านหลังให้เจ้านาย หลังจากที่ทั้งสองลงมาถึงด้านล่างแล้ว

“แล้วแต่พ่อละกัน” บลูตอบแต่เขาไม่นั่งด้านหลัง ชายหนุ่มเปิดประตูด้านข้างคนขับก่อนจะยกยิ้มแล้วเข้าไปนั่ง ปล่อยให้บอดี้การ์ดหนุ่มเปิดประตูหลังค้างไว้ ก่อนรามจะยกยิ้มและส่ายหัวแก้เก้อเขิน

 

 

หลังจากที่แวะซื้อของสดครบหมดทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ทั้งสองก็กลับมาที่คอนโดทันที บลูเองก็ดูเหมือนว่าจะลืมเรื่องที่ทำให้คิดมากจนเสียหมดสิ้น เพราะชายหนุ่มยิ้มออกมาได้บ้างแล้ว

“คุณบลูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะครับ” รามบอกกับเจ้านายขณะถือของเข้าไปเก็บในโซนของห้องครัว ก่อนจะเดินกลับออกมาอีกครั้งเพื่อเก็บรองเท้าและเสื้อตัวนอกที่บลูถอดทิ้งไว้อย่างเคย รามจะไม่ขอให้คุณบลูเปลี่ยนสิ่งพวกนี้หรอกเพราะเขายินดีและเต็มใจที่จะทำให้

หลังจากที่รามเก็บทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจึงกันมาจัดการถอดเสื้อสูทตัวนอกของตัวเองบ้าง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อจัดการของสดที่ได้ซื้อมา

บลูที่อาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเขาก็เดินออกมานั่งรอที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ ก่อนจะยกขาขึ้นมาพาดไว้ที่โต๊ะและหยิบรีโมตมาเปิดโทรทัศน์ดูฆ่าเวลา

รามที่กำลังจัดการเทพริกแกงส้มที่ซื้อมาใส่ในหม้อก็ชะโงกออกหน้ามาดูเล็กน้อย เห็นคุณบลู กำลังตั้งใจดูโทรทัศน์เขาก็ยิ้มและหันมาจัดการแกงส้มตรงหน้าต่อ ดีนะที่เขาเลือกซื้อพริกแกงส้มสำเร็จรูปมา จึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ได้แกงส้มร้อน ๆ กินหอมฉุยแล้ว เขาชิมอีกครั้งเมื่อได้รสชาติที่พอใจ ก็ยกลงก่อนจะจัดการทอดไข่เจียวหมูสับต่อ

“คุณบลูเสร็จแล้วครับ” รามเดินมาเรียกชายหนุ่มหลังจากที่จัดการกับข้าวทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“อือ” เขาใช้รีโมตกดปิดทีวีก่อนจะลุกขึ้นเดินตามรามไปที่โต๊ะกินข้าวริมระเบียง

เมื่อบลูเดินมาถึงก็นั่งลง ก่อนรามจะตักข้าวร้อน ๆ ใส่จานให้เจ้านาย และเขาเองก็หันไปถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วตามลงมานั่งที่ฝั่งตรงข้าม ตักไข่เจียวหมูสับใส่จานให้เจ้านายก่อนจะบอกอย่างอ่อนโยน “กินเยอะ ๆ นะครับ”

“มึงก็กินเถอะ...ไม่ต้องมาห่วงกูหรอก” บลูบอกแบบนั้นแต่ก็ยอมกินไข่เจียวที่รามตักมาให้

“พูดไม่น่ารักเลยนะครับ...แม่” รามหยอกเย้ากลับแทบจะทันทีที่ได้ยินบลูพูดจาไม่เพราะใส่

“หึ...เอาใหญ่เลยนะมึง” บลูพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะจัดการอาหารตรงหน้า

“ก็ใครกันที่บอกว่าอยู่กันสองคนให้เรียกเพราะ ๆ“ รามเถียงออกมาเพราะเขาจะถือว่าเวลาเลิกงานแล้วก็คือเวลาส่วนตัว

“อ้อ...ลืมไปเลิกงานแล้วนี่เนอะ” เจ้านายแสยะยิ้มก่อนจะตักแกงส้มใส่จานให้รามบ้าง

“ขอบคุณครับ” รามเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะจัดการตักมันเข้าปาก “วันนี้กลับบ้านใหญ่ไหมครับ” เขาเอ่ยถามหลังจากที่เคี้ยวจนหมดปากแล้ว

“ไม่...พ่อก็ห้ามกลับ” เขาไม่ได้เงยมองคนที่ฟัง เอาแต่ก้มหน้าเหมือนกำลังพูดกับไข่เจียวอย่างไรอย่างนั้น

“ครับ” รามรับคำสั้น ๆ ด้วยรอยยิ้ม เขาขอคิดเข้าข้างตัวเองแล้วกันว่าเจ้านายอยากอยู่กับเขาในวันนี้

.............

หวานๆ ตัดขา พ่อกับแม่มีความสุขไรท์ก็มีความสุข

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น