Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 14 : พ่อกับแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 รามขับรถพาเจ้านายมาถึงบริษัท ดับเบิลกรุปในเวลาต่อมา เขาเดินลงมาเปิดประตูให้เหมือนดังเช่นเคย บลูยิ้มให้รามนิด ๆ ก่อนจะก้าวขายาวลงมาจากรถและเดินนำบอดี้การ์ดไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่เอาไว้ใช้สำหรับผู้บริหาร

บลูเดินไปในห้องทำงานส่วนตัวของตนเอง และเพียงไม่นานคุณนิดผู้เป็นเลขาก็หอบเอาแฟ้มเอกสารที่เขาต้องเซ็นเข้ามาให้ในเวลาต่อมา

“ขออนุญาตค่ะท่าน” เธอวางเอกสารไว้บนโต๊ะก่อนจะหันไปยิ้มและยื่นกำหนดการของวันนี้ให้กับราม ชายหนุ่มยิ้มเบา ๆ ตามมารยาทเป็นการขอบคุณ เธอจึงยิ้มให้อีกครั้งและเดินออกไป การกระทำทุกอย่างอยู่ในสายของบลูทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่น่าจะเป็นเรื่องปกติเพราะเขาเห็นจนชิน แต่ครั้งนี้ทำไมถึงรู้สึกขัดตา

“ยิ้มเก่งนะมึง” บลูบ่นอุบอิบรามก็ยิ้มรับและแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วหันไปเปิดกำหนดการขึ้นมาแทน

“วันนี้มีเซ็นสัญญากับเครือรังสิมันต์ครับ” รามแทบจะสะดุดเมื่อเห็นรายชื่อผู้ร่วมโครงการสร้างคอนโดเฟสใหม่ที่เอกมัย

“อือ...มีอย่างเดียวเหรอ” บลูเอ่ยถามเพราะเขาเพิ่งกลับมา เอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าจึงเยอะแยะมากมาย ไหนเฮียบอกว่าจะทำให้ไงวะ บลูคิดในใจ

“คุณบลูจะเข้า ดับเบิล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ไหมครับวันนี้” รามเอ่ยถาม เพราะเขาจะได้จัดตารางการทำงานให้ถูก

“ทำไม...วันนี้มีอะไรน่าสนใจหรือไง” บลูถามกลับเสียงติดตลก เพราะรู้ ๆ กันอยู่ ที่เขาได้รับตำแหน่งก็แค่เกมการเมืองที่ป๊าของเขาสร้างขึ้น

“วันนี้ บ.ก. คัดนางแบบเสร็จแล้วครับ เขาอยากนำเสนอ” รามหมายถึงนางแบบปกนิตยสารรายเดือนที่กำลังจะออกในเดือนหน้า

“กูไม่ถนัดมึงก็รู้...ให้เฮียบูมจัดการไปดิ” เพราะพี่ชายคนรองไม่ฝักใฝ่ด้านมืด ป๊าจึงให้ดูธุรกิจบันเทิงของครอบครัวทั้งหมด

“คุณควรเข้าไปดูสักหน่อยนะครับ...ในฐานะรองประธานกรรมการ จะได้เรียนรู้งานไปด้วย” รามบอกอย่างระมัดระวังเพราะไม่อยากให้บลูคิดว่ากำลังสอน เขาแค่ต้องการเสนอทางเลือกเพื่อให้ตัดสินใจมากกว่า

“อือ” บลูตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อ รามยิ้มและหันไปจัดการอาหารเช้าที่มารดาเตรียมไว้ให้ที่โต๊ะกินข้าวด้านใน เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินออกมาเรียกชายหนุ่ม

“คุณบลูกินข้าวเช้าก่อนเถอะครับ...เมื่อเช้าก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย” หลังจากที่รามบอกชายหนุ่มก็วางปากกาลง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปกินอย่างว่าง่าย

“มึงก็กินด้วยกันดิ” บลูบอกเสียงราบเรียบ

“ไม่ดีกว่าครับ...คุณบลูกินก่อนเลยครับ”

“ทำไม!!! เกิดเรื่องมากอะไรขึ้นมาอีกล่ะ” บลูเงยหน้าถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะหลายวันมานี้ทั้งคู่ก็กินข้าวด้วยกันอยู่ตลอด

“เปล่าครับ...เดี๋ยวมีใครเข้ามาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดี” รามบอกก่อนจะยืนอยู่ที่เดิม บลูถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะบอกเสียงเรียบ

“นั่งลงกินข้าวเถอะนะพ่อ...” ใบหน้านิ่ง ๆ ที่กำลังกลั้นยิ้มเอ่ยบอกเสียงราบเรียบ รามเองก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินคุณบลูพูดแบบนี้ออกมา

แต่ในเมื่อเจ้านายพูดขนาดนี้เขาจะหักหน้าได้อย่างไร รามจึงเลื่อนเก้าอี้ออกเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม เขาเปิดกล่องข้าวอีกกล่องที่มารดาห่อไว้ให้

“ขอบคุณนะครับ” รามพูดยิ้ม ๆ เมื่อบลูตักกับข้าวใส่ในกล่องให้ตนเอง

“ต่อไปนี้...เวลาที่เราอยู่กันสองคนมึงอย่าเรื่องมากกับกู เข้าใจไหมพ่อ...” บลูพูดแต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง เขาก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารเช้า

รามมองคนที่ตนรักด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึก มันไม่ต้องมีคำว่ารักใด ๆ ได้เท่านี้สำหรับเขาก็ดีมากแล้ว

“แม่ก็กินเยอะ ๆ นะครับ” รามบอกก่อนจะตักกับข้าวอีกอย่างที่บลูชอบคืนให้ บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่มันมาจากข้างในแม้ไม่ได้เอื้อนเอ่ย เพราะแค่ดูจากสีหน้าและแววตาของคนทั้งสองที่มีแค่กันและกันแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว

บอมที่กำลังจะเข้ามาทวงงานที่สั่งเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังมาจากห้องด้านในทั้งหมดก็ชะงักทันที ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มนิด ๆ ก่อนจะเดินกลับออกไปเบา ๆ เหมือนดังเช่นตอนมา ทำให้ทั้งสองไม่รู้เลยว่าเมื่อกี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง

หลังจากที่บลูเซ็นเอกสารจนเสร็จเรียบร้อย เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเฮียให้เอาเอกสารไปให้

“ไอ้รันมาหรือยัง” บลูเงยหน้าจากกองเอกสารเพื่อเอ่ยถาม

“กำลังมาครับ”

“ช้าฉิบหาย กูบอกตั้งแต่เช้าแล้ว”

“ผมให้รันแวะไปดูลูกสาวของคุณชัยวัฒน์ด้วยครับ” รามบอกเหตุผลที่รันเวย์มาช้า

“เออ...ลืมไปเลย” เพราะมีแต่เรื่องยุ่ง ๆ ทำให้ลืมไปเลยว่ายังมีลูกสาวของชัยวัฒน์อยู่ที่คอนโดของเขาที่ดอนเมือง

“จะแวะไปหาเธอไหมครับ” รามถามด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนปกติ แต่กลับกระตุ้นอารมณ์ของบลูได้เป็นอย่างดี

“อยากให้ไปหรือไง” บลูโยนปากการาคาแพงใส่บนแฟ้ม ก่อนจะเคาะซองบุหรี่เพื่อจะสูบ

“ผมไม่มีสิทธิ์สั่งขนาดนั้นหรอกครับ” รามตอบก่อนจะจุดไฟให้ หลังจากทั้งคู่เดินมาในห้องที่ทำเอาไว้สำหรับดูดบุหรี่โดยเฉพาะ

“แล้วใครกันที่สั่งกูมาตั้งแต่เช้า” บลูบ่นพึมพำออกมาก่อนจะพ่นควันสีเทาออกจากปาก รามเองพอได้ยินก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้

“สั่งที่ไหนกันละครับ” รามพยายามหาข้อแก้ตัวก่อนจะจุดของตัวเองขึ้นสูบบ้าง ทั้งสองปล่อยความเงียบเข้าครอบงำก่อนรามจะได้ยินเสียงเคาะประตู

ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ

รามจึงเดินออกมาจากห้องดูดบุหรี่เพื่อไปเปิดประตู คุณนิดเลขานั่นเองที่เป็นคนมาเคาะ เธอยิ้มให้รามก่อนจะรายงานกับคุณบลูผู้เป็นเจ้านาย

“ท่านคะ คุณรันเวย์มาแล้วค่ะ”

“ให้เขาเข้ามาครับ” บลูตอบรับเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก หลังจากนั้นรันเวย์ก็เดินเข้ามา เขาก้มหัวให้นิดหนึ่งก่อนจะเอาซองเอกสารไปวางไว้ที่โต๊ะและมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ พี่ชาย รามพยักหน้าให้เบา ๆ ก่อนจะหันไปสนใจเจ้านาย

“ที่ให้สืบต่อไปถึงไหนแล้ว” บลูเอ่ยถามขณะที่กำลังเปิดซองเอกสาร

“ให้คนตามให้อยู่ครับ” รันเวย์ตอบอย่างเกร็ง ๆ

“ยังไม่ได้อะไรเพิ่มซินะ”

“ยังครับ แต่ได้อีกเรื่องหนึ่งมาแทน” เขาเอ่ยบอกก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองนิดหนึ่งและพูดต่อ “มันจะส่งอาวุธเถื่อนวันเสาร์นี้ครับ” รันเวย์คาดว่าบลูกับพี่ชายตนเองน่าจะรู้อยู่ก่อนแล้วเรื่องเส้นทางที่พวกเสี่ยนพใช้ เพราะเขารายงานคุณบอมไปเมื่อวานนี้ แต่แค่ยังไม่ทราบเวลาส่งเพราะเขายังไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัดมาจากซีเค

“อือ!! กูจะให้โบนัสพิเศษ... มึงจะได้เอาไปให้พวกหนอนของมึง...” บลูเอ่ยเสียงเรียบ

“ขอบคุณครับ” รันเวย์บอกอย่างนอบน้อม เพราะคุณบลูก็เป็นคนใจดีในเรื่องแบบนี้อยู่เสมอ ถึงแม้บางครั้งเวลาโมโหจะน่ากลัวก็เถอะ

“ออกไปได้แล้ว” สิ้นคำสั่งรันเวย์ก้มหัวและเดินออกไปทันทีโดยไม่รอให้คนตรงหน้าพูดซ้ำ หลังจากรันเวย์ออกไปรามที่ทนฟังอยู่นานก็เอ่ยขึ้น “ทำไมไม่บอกเรื่องนี้กับผมล่ะครับ”

“กูลืม” บลูพูดเสียงเรียบ ๆ ก่อนจะกดอินเทอร์โฟน “คุณนัดเรียกไอ้อ๊อฟให้ผมที” เขาสั่งให้ตามบอดี้การ์ดของพี่ชายทันทีเพื่อมาเอาเอกสาร

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

หลังจากนั้นไม่นานอ๊อฟก็มายืนตรงหน้า เพราะห้องทำงานของพี่ชายอยู่ชั้นบนสุดถัดจากเขาไปเพียงแค่ชั้นเดียว

“ครับ...คุณบลู”

“เอาเอกสารนี้ไปให้เฮีย” เขาสั่งเสียงเรียบก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานเพื่อตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ปล่อยบอดี้การ์ดทั้งสองหันมามองหน้ากันอย่างงงงวย

“คุณบลูเป็นอะไรอะเฮีย” อ๊อฟถามอย่างไม่เข้าใจ

“กูไม่รู้” รามส่ายหัวและถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินตามหลังเจ้านายของตนเองไปด้วยใบหน้าเงียบขรึมกว่าเดิม

ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในลิฟต์ส่วนตัวแล้ว ต่างคนก็ต่างอยู่คนละมุมโดยมีรามยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ บลูเองที่ทนความอึดอัดไม่ไหวก็เอ่ยถาม

“เป็นอะไรอีกล่ะ”

“ทำไมไม่บอกเรื่องนี้กับผมละครับ...คุณคิดจะทำอะไร” รามพูดออกมาอย่างไม่อดกลั้น เพราะเรื่องนี้มันมากเกินไป คุณบลูกำลังทำให้การทำงานของเขารวน

“กูบอกว่าลืม”

“ผมไม่เชื่อหรอกครับ” น้ำเสียงขุ่นมัวเอ่ยราบเรียบ “คุณกำลังทำให้การทำงานของผมรวนนะครับ” รามพยายามบอกอีกคนให้เข้าใจ

“กูแค่เป็นห่วงมึง...ไม่อยากให้มึงทำงานนี้” บลูหันมาเผชิญหน้าก่อนจะตวาดเสียงดังลั่นลิฟต์ตัวใหญ่ที่กำลังลงจากชั้นเจ็ดสิบสอง “ชัดไหมกูแค่เป็นห่วงมึง” รามได้ฟังก็ดันตัวของบลูแนบชิดผนังในมุมหนึ่งที่กล้องวงจรปิดสาดไปไม่ถึง ก่อนจะบดจูบอย่างรุนแรงบลูเองก็ตอบกลับอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน ทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอยู่นานก่อนรามจะเป็นคนผละออกก่อนแล้วพูดเบา ๆ

“ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วง...แต่มันคือหน้าที่ของผมนะครับ” เขาเว้นวรรคก่อนจะไล่ปลายจมูกไปตามแก้มเนียนก่อนจะหอมเบา ๆ ทั้งสองข้างแล้วพูดต่อ “ขอร้องคุณบลูอย่าทำแบบนี้อีก...ถือว่าขอกันนะครับ” พูดจบก็กดริมฝีปากตัวเองลงไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้ม

บลูจึงยกแขนขึ้นคล้องคอก่อนจะจูบตอบ เขาค่อย ๆ ละเลียดปลายลิ้นตัวเองไปตามริมฝีปากของรามช้า ๆ ก่อนจะกัดเบา ๆ

“รู้แล้ว...กูขอโทษ” รามยิ้มออกมา มีไม่กี่ครั้งหรอกในชีวิตของเขาที่จะได้ยินคำว่าขอโทษออกมาจากปากคนตรงหน้า รามกำลังนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งที่บลูเอ่ยคำขอโทษเขาเป็นครั้งแรก

 

 

ย้อนอดีต

หลังจากวันนั้นที่รามรับผิดแทน ทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนถึงงานวันเกิดของคุณบลูคุณคนเล็กของบ้านที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานเต็มไปด้วยเด็ก ๆ หลายวัยที่กำลังซุกซน จะเรียกว่างานของบลูก็คงจะไม่เต็มปากมากนัก เรียกว่างานพบปะเจรจาเรื่องธุรกิจคงจะเหมาะเสียกว่า เพราะผู้ใหญ่บางคนที่มาร่วมงานกลับไม่ได้สนใจลูกของตัวเองเพราะห่วงแต่ทักทายกัน จนปล่อยให้เด็ก ๆ เริ่มเล่นซนวิ่งไปจนทั่ว...

ผิดกับเด็กผู้ชายตัวผอมที่กำลังนั่งเล่นลูกหมาอย่างหงอยเหงา เพราะไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปภายในงาน เด็กชายทำได้เพียงนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำใกล้ ๆ และหันมองตามเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ วัยเดียวกันที่เล็ดลอดออกมาเป็นระยะด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย แต่มันก็เพียงไม่นานเมื่อมีเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่ศาลาริมแม่น้ำที่ตนนั่งเล่นกับมังกรอยู่ น้ำเสียงใส ๆ ของเด็กผู้หญิงเอ่ยขึ้น

“อุ๊ย... ลูกหมา น้องเอยขอจับได้ไหมคะ” เด็กหญิงคนนั้นพอเห็นก็เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยขอกับรามที่กำลังลูบหัวเจ้าหมามังกรอยู่

“ได้ครับ” รามบอกเสียงราบเรียบ ก่อนจะยื่นลูกหมาตัวนั้นให้ พอน้องเอยได้จับมันก็รู้สึกชอบใจจนต้องหัวเราะออกมา

“ขนนุ่มจัง” น้องเอยยังคงลูบหัวเจ้ามังกรไม่หยุด เด็กหญิงชอบใจลูบไปหัวเราะไปอย่างมีความสุข

เพราะเธอเคยเล่นแต่ตุ๊กตาไม่เคยได้เล่นสัตว์เลี้ยงเลยสักครั้ง แต่ความสนุกก็หมดไปเมื่อบลูและเอ็ดเวิร์ดเดินเข้ามาใกล้ เอ็ดเวิร์ดเป็นเด็กลูกครึ่งก็เลยตัวใหญ่กว่าเด็กวัยเดียวกันมาก และขณะที่เอ็ดเวิร์ดเดินมาถึงเด็กชายก็แย่งเจ้าลูกมาออกมาจากมือของน้องเอย ทำให้เสียงหัวเราะที่สดใสหมดลงไปในทันที

รามในตอนนั้นยังรู้สึกผิดต่อคุณบลูอยู่เขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขาไม่อยากมีปัญหากับคุณของบ้านอีกแล้ว

“เอามานะเอ็ดเวิร์ด...น้องหมาของคนนี้นะ” น้องเอยที่ไม่ได้ถามชื่อเลยไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร เลยได้แต่ชี้ไปที่รามที่กำลังก้มหน้างุน

“หมาของแกเหรอ” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามรามทันทีที่เด็กหญิงชี้ไปหา รามกำลังจะตอบแต่บลูก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ไม่ใช่...หมาของเราต่างหาก” พูดจบเด็กชายตัวอ้วนก็เข้ามายื้อแย่งลูกหมาตัวนั้นออกจากเอ็ดเวิร์ดทันที แต่เอ็ดเวิร์ดดูเหมือนจะไม่ยอมทั้งคู่จึงยื้อแย่งกันเกิดเสียงดังทั่วบริเวณ แต่ด้วยที่ในงานเสียงเพลงทำให้ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนจะได้ยิน

“ปล่อยนะ” บลูพยายามยื้อแย่งลูกหมาตัวนั้น

“ไม่ ขอเล่นก่อน”

“ปล่อยนะเอ็ดเวิร์ด” เด็กหญิงพยายามช่วยอีกแรงจนโดนเอ็ดเวิร์ดผลักเสียกระเด็น “โอ๊ย” น้องเอยร้องออกมาทันที รามที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปพยุงเด็กหญิงให้ลุกขึ้น บลูเห็นแบบนั้นจึงผลักเอ็ดเวิร์ดเสียจนกระเด็น

“โอ๊ย กล้าผลักไอเหรอ” เอ็ดเวิร์ดรีบลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาหมายจะผลักบลูคืน แต่รามกลับเข้ามาขวางไว้เสียก่อนจึงทำให้ถูกเอ็ดเวิร์ดผลักซะกระเด็นตกลงไปในน้ำทันที

“ราม” บลูเรียกอย่างตกใจ

เด็กหญิงเองก็ร้องไห้วิ่งออกไปแล้ว เอ็ดเวิร์ดที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบหนีออกไปจากตรงนี้เหมือนกัน

“ช่วยด้วย ๆ” รามที่ว่ายน้ำไม่เป็น เขาก็ได้แต่ตะเกียกตะกายร้องเรียกให้คนอื่นช่วย บลูมองซ้ายมองขวาเมื่อไม่เห็นใครจึงกระโดดลงไปช่วยรามทันที เด็กชายที่เรียนว่ายน้ำมาจึงทำให้ไม่เป็นอุปสรรค ร่างอวบอ้วนของบลูค่อย ๆ ดึงรามที่ดูเหมือนว่าจะหมดสติไปแล้วขึ้นมา

บลูจับรามนอนราบลงกับพื้นไม้ก่อนจะกดลงที่หน้าอกเป็นจังหวะ เมื่อเห็นว่ารามยังไม่หายใจ เขาจึงจับศีรษะให้หงายขึ้นแล้วใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบจมูก จากนั้นก็ใช้ปากครอบลงบนปากของรามจนมิดแล้วเป่าลมเข้าไปจนสุดลมหายใจ ก่อนจะเงยขึ้นดูและกดลงไปอีก เด็กชายทำสลับไปมาอยู่หลายครั้งก่อนจะหอบหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วเป่าไปที่ปากของรามอีกครั้งจนสำลักน้ำออกมา

“แค่ก ๆ” บลูจับรามพลิกตะแคงเพื่อให้น้ำไหลออกมาจากปาก ก่อนเขาเองจะปล่อยลงและหอบหายใจอยู่ข้าง ๆ รามเองก็ค่อย ๆ หันไปมองช้า ๆ เขายิ้มให้เหมือนจะบอกว่าเขาไม่เป็นไรแล้ว บลูเองก็เพิ่งจะเห็นข้อดีของการเรียนว่ายน้ำก็วันนี้เอง

“ขอบคุณนะครับ” รามเอ่ยก่อนจะได้ยินเสียงของคุณพราวที่กำลังหน้าตาตื่นเข้ามา

เมื่อเธอเห็นว่าลูกชายเปียกโชกก็ตะโกนให้เด็กรับใช้คนอื่น ๆ ให้เอาผ้าเช็ดตัวมาให้เพราะเกรงว่าลูกชายของเธอจะไม่สบาย นมอ่อนที่ตามเข้ามาก็เดินมากอดลูกชายตัวเองไว้แน่น ก่อนจะค่อย ๆ พยุงรามขึ้นมา ไม่ใช่ว่าไม่เป็นห่วงคุณแต่เธอเป็นห่วงลูกชายของเธอมากกว่า อีกทั้งคุณบลูก็มีคนดูแลเยอะแล้ว

“ไปบ้านนะลูก เดี๋ยวไม่สบาย” นมอ่อนบอกกับลูกชายก่อนจะช่วยพยุงกันออกไปจากตรงนั้นอย่างเงียบเชียบ มีเพียงแค่สายตาสองคู่ที่มองกันอยู่แทบจะตลอดเวลา

“ขอโทษ” บลูขยับปากเบา ๆ ก่อนทั้งสองจะส่งยิ้มให้กันจนสุดสายตา

................................................................

อุ๊ย CPR ถือว่าเป็นจูบแรกไหมคะทุกคน

ขอบคุณข้อมูล การว่ายน้ำของเด็กวัยประถมจากครูจิ้นนะคะ หลักสูตรความปลอดภัยทางน้ำจบป.1ต้องว่ายน้ำได้ จากเว็บไซต์ https://www.posttoday.com/politic/report/428312

sds


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น