Bodyguard Made to love....ขอแค่ได้รัก

ตอนที่ 1 : ผู้ชายหน้านิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

ปัง!! ...

ร่างหนาของชัยวัฒน์ล้มลงจมกองเลือดทันทีที่ลูกปืนยิงทะลุกะโหลกศีรษะ เสียงปืนดังสนั่นลั่นโกดังท่าจอดเรือยอชต์ที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิท รวมไปถึงคนที่กำลังเล่นสนุกอยู่กับเหยื่อด้วย เพราะกระสุนปืนได้บินแสกหน้าตนเองห่างเพียงไม่กี่เซ็นต์ ตอนนี้จึงเหลือเพียงเสียงกรีดร้องและเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหญิงวัยกลางคนและเด็กสาวตรงหน้า เพราะหัวหน้าครอบครัวไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจตั้งแต่วินาทีที่รามลั่นไกปืน

“โธ่!! เฮียผมกำลังเล่นกับมันอยู่นะ” รันเวย์ผู้เป็นน้องชายได้แต่บ่นกระปอดกระแปดเพราะกำลังเล่นสนุกกับเหยื่อ โดยที่ไม่ได้สนใจเมียและลูกสาวของคนที่นอนตายศพไม่สวยอยู่ตรงพื้น

“ก็มึงมัวแต่เล่นกับมันอยู่ได้ กูรำคาญ” รามตอบน้องชายอย่างไม่ใส่ใจนัก

ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันและเป็นบอดี้การ์ดของบลู ลูกชายคนเล็กของตระกูลจิระอรรถวรกุล วันนี้ทั้งสองได้รับคำสั่งให้มาจัดการคนทรยศที่กล้ายักยอกเงินของบริษัทบันเทิงหนึ่งในธุรกิจของครอบครัวของเจ้านาย

“โธ่เฮีย!! ฆ่ามันเฉย ๆ มันจะไปสนุกอะไร” รันเวย์บอกกับพี่ชายอย่างไม่สบอารมณ์หนัก เพราะชายหนุ่มชอบที่จะทรมานเหยื่อก่อนที่จะฆ่ามากกว่า

คู่พี่น้องนิสัยต่างกันราวกับฟ้ากับเหว แถมหน้าตาก็ไม่เหมือนกันสักนิดเลยรามคนพี่มีใบหน้าหล่อเหลาและสายตาเรียบนิ่งออกจะเย็นชา คนส่วนมากมักจะอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไร เพราะเหตุนี้เองที่เขาถึงได้ทำงานใกล้ชิดคุณบลู และเป็นคนที่ชายหนุ่มไว้ใจที่สุด ส่วนคนน้องกับชอบเล่นสนุกและปากไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก แต่ถึงรามกับรันเวย์จะอายุห่างกันอยู่หลายปีแต่ก็ไม่ทำให้ความสนิทสนมกลมเกลียวของพี่น้องลดน้อยลง

“มองอะไรกัน ลากมันไปทิ้งดิวะ...” รันเวย์หันมาตะคอกใส่ลูกน้องคนอื่น ๆ ในท่าเทียบเรืออย่างระบายความหงุดหงิดเพราะยังไม่หนำใจ แต่พอเห็นสายตาคมของรามผู้เป็นพี่ชาย ชายหนุ่มก็เงียบลงและไม่กล้าที่จะทำอะไรมากไปกว่านั้น

“คะ... ครับ...” เอ็กซ์ตอบรับทันทีหลังจากที่รันเวย์หันมาสั่ง ก่อนพวกลูกน้องจะมาลากศพของชัยวัฒน์ออกไป

“แล้วเอาไงกับแม่ลูกสองคนนี้ต่ออะเฮีย” รันเวย์หันมาถามพี่ชายอีกครั้ง ก่อนจะยกมีดพับขึ้นเกาหัวตัวเอง

“เมียเอาไปขังไว้ก่อน...ส่วนลูกสาวเอามันไปที่คอนโดคุณบลูที่ดอนเมือง” รามตอบเสียงเรียบเหมือนไม่ยินดียินร้ายอะไร ขณะกำลังเช็ดปืนเก็บใส่ซองลูกน้องได้ยินดังนั้นก็ทำตามคำสั่งทันที

“ไปไอ้รัน คุณบลูรออยู่” รามหันไปสั่งน้องชายที่กำลังยืนเช็ดเลือดบนมีดพับใส่กระเป๋าคาดหน้าอกอย่างไม่รีบร้อน

“คร๊าบ ๆ ...” รันเวย์ยังคงแกล้งหยอกเย้ากวนอารมณ์พี่ชายก่อนจะเดินตามหลังไปติด ๆ

“แล้วคุณบลูจะทำยังไงกับเงินที่มันยักยอกไปอะ ตั้งหลายสิบล้าน”

“ไม่รู้คงต้องรอถามคุณบอมก่อน” คุณบอมเป็นลูกชายคนโตของตระกูล เป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง และยังมีคุณบูมลูกชายคนกลางอีกคน แต่เขาไม่ค่อยได้สนใจธุรกิจสีดำของครอบครัวนักปล่อยให้พี่ชายและน้องชายจัดการธุรกิจด้านมืดกันไป

“แล้วคุณบลูจะไปไหนต่อ...อะเฮีย” ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่เดินมาจนถึงรถที่มีบลูผู้เป็นเจ้านายนั่งรออยู่ด้านใน

รันเวย์อาจจะถามมากไปสักหน่อยแต่ก็ตามประสา เพราะน้องชายก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่แต่ก็ยังดีหน่อยเพราะถือว่ามีความรับผิดชอบกว่าคนวัยเดียวกัน

“เดี๋ยวกูขับเอง” รามว่าก่อนจะเดินไปทางด้านคนขับ รันเวย์เห็นแบบนั้นจึงไม่เซ้าซี้เดินไปนั่งด้านหน้าเบาะข้าง ๆ พี่ชายทันที

“ครับ ๆ เพนนีเดี๋ยวบลูไปหาที่คอนโดนะครับ” หลังจากสองพี่น้องขึ้นมาบนรถ ก็ได้ยินเสียงเจ้านายที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงเป็นดาราในสังกัดพี่ชายตัวเองสักคน

“ครับ ๆ แค่นี้นะ รอพี่บลูก่อนนะครับ” บลูกดวางสายก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรามผ่านกระจกมองหลังพอดี

“ทำอะไรกันอยู่วะ... ช้าฉิบหาย” บลูบ่นพำพึมน้ำเสียงแตกต่างจากเมื่อกี้ลิบลับ ทั้งสองคนไม่ได้ตอบ ยิ่งรันเวย์ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะขยับ

“ไปคอนโดเพนนี...” เมื่อเห็นว่าทั้งสองพี่น้องไม่ตอบ จึงเอ่ยสั่งให้ไปหาคนที่ตัวเองเพิ่งวางสายเมื่อกี้แทน หลังจากนั้น รถ BMW M4 ก็เคลื่อนตัวออกไปจากโกดังท่าเก็บเรือย่างนุ่มนวล

“ไอ้รัน มึงไปตามสืบมาว่าใครร่วมมือกับมันบ้าง” บลูสั่งคนที่นั่งแข็งทื่ออยู่ที่เบาะหน้า

“ครับนาย” รันเวย์รีบรับคำแทบจะไม่ทัน แต่ชายหนุ่มก็ชินแล้ว เพราะงานออกนอกสถานที่ส่วนมากจะเป็นเขาที่จะได้รับมอบหมาย ผิดกับพี่ชายที่จะได้รับใช้ใกล้ชิดเพราะมีตำแหน่งเลขาส่วนตัวพ่วงด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นการดีเพราะคุณบลูคนนี้มีนิสัยเอาแต่ใจ และขี้โมโหร้ายเดาอารมณ์ไม่ถูก เว้นแต่พี่ชายของเขาที่รู้ใจคุณบลูแทบจะทุกอย่าง แถมยังอดทนอดกลั้นเก็บสีหน้าเก่งเสียยิ่งกว่าอะไร

“จอดให้มันลงข้างหน้า” บลูสั่งขึ้นอีกครั้ง นี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่รันเวย์ชินแล้ว เพราะเขามักจะโดนไล่ลงกลางทางแบบนี้เสมอ

“ครับ” รามรับคำก่อนจะตบไฟเข้าจอดเทียบฟุตบาทริมทาง ดีที่ตรงนี้ไม่ค่อยเปลี่ยวเพราะขับออกมาจากโกดังท่าเรือได้สักพักแล้ว แต่ถึงจะเปลี่ยวอย่างไรรันเวย์ก็เอาตัวรอดได้อยู่ดีเพราะที่นี่เป็นถิ่นที่ตัวเองเคยอยู่มาก่อน พวกนักเลงคลองเตยก็ลูกน้องของรันเวย์เกือบทั้งนั้น

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็พาเจ้านายมาถึงคอนโดแห่งหนึ่ง

“มึงจะไปไหนก็ไปไอ้ราม” บลูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

“ผมจะรอคุณอยู่ที่รถครับ” ตอบกลับบลูด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหลับตาลงเหมือนไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว

“แล้วแต่...”

“.....”

“หรือว่าอยากไปด้วยกัน?” บลูหันไปถามชายหนุ่มอีกครั้ง

“ไม่ครับ” รามตอบนิ่ง ๆ เหมือนเดิมไม่ได้ลืมตาขึ้นมา

“เรื่องของมึง” บลูเริ่มหงุดหงิดกับความเรียบนิ่งของอีกฝ่าย เขาไม่อยากหมดอารมณ์เสียก่อนจึงเปิดประตูรถออกไปแล้วกระแทกปิดดังสนั่น

รามลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังคนที่กำลังเดินดุ่ม ๆ เข้าไปด้านในด้วยแววตาอ่านยาก ใครที่บอกว่าชายหนุ่มมีแววตาเรียบนิ่งราวกับมหาสมุทรก็คงจะเป็นจริงดังว่า เพราะไม่เคยมีใครได้เห็นสายตาแบบอื่นเลยสักครั้ง

 

 

บลูเดินออกมาจากคอนโดหลายชั่วโมงต่อมา เขาเคาะกระจกรถสองสามครั้ง ให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเบาะตื่นเพื่อเปิดประตูให้ รามหันมองก่อนจะเห็นว่าเป็นใครก็ปลดล็อกและขยับตัวปรับเบาะขึ้นทันที

“กลับคอนโด” บลูบอกเสียงเรียบหลังจากขึ้นมานั่งเบาะข้าง ๆ ก่อนจะหลับตาลง

รามสะบัดหัวสองสามครั้งเพื่อขับไล่ความง่วงงุน ก่อนจะหันไปมองเจ้านายที่หลับตาลงแล้ว ชายหนุ่มจึงดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้อย่างเบามือ

บลูขยับตัวเพียงเล็กน้อย หรี่ตามองแล้วก็หลับตาลงอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจเพราะความง่วงเข้าเล่นงาน หลังจากนั้นรามก็ประจำที่ก่อนจะขับรถตรงไปยังคอนโดตามคำสั่งของเจ้านาย

ชายหนุ่มหันมองคนด้านข้างเป็นระยะ ๆ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ผ่อนปรนสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าคุณบลูของตนได้หลับลงแล้ว เขาจึงเอื้อมมือไปปรับแอร์เพื่อหวังให้เจ้านายได้นอนสบาย ๆ

 

 

“คุณบลูครับ คุณบลู” เขาสะกิดเรียกคนที่หลับอยู่ข้าง ๆ ขณะขับมาถึงคอนโดแล้ว

“ถึงแล้วเหรอวะ” บลูลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากแต่ก็ยอมขยับตัวแต่โดยดี

“ถึงแล้วครับ” รามตอบก่อนจะลงจากรถอ้อมไปเปิดประตูให้เจ้านาย บลูขยับตัวลงจากรถช้า ๆ รามจึงปิดประตูแล้วเดินนำไปกดลิฟต์ให้

บอดี้การ์ดหนุ่มกดรหัสผ่านเข้าไปด้านในทันทีที่มาถึง แล้วหลบให้เจ้านายเดินนำเข้าไปก่อน

“มึงนอนนี่แหละ” เอ่ยสั่งก่อนจะเดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าห้องนอนส่วนตัว “อย่าขัดคำสั่งกู...ใครเสือกใช้ให้มึงรอ” บลูทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินเข้าไปด้านในทันที รามจึงต้องทำตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ เขาเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาอีกห้องหนึ่ง ก่อนจะเดินออกมาที่ด้านนอกล้มตัวลงนอนตรงโซฟาในห้องนั่งเล่นอย่างเจียมตัว

.............

 คำหยาบเยอะเว่อร์ ยาเสพติด ของผิดกฎหมาย โสเภณี มาเต็ม ค่ะเรื่องนี้  พี่กะน้องรุ่นเดียวกันเน่อ

คอมเม้นติชม..ได้นะคะ ติเพื่อก่อ แต่ถ้าจะติดเรื่องพอร์ตขอไม่รับฟัง อย่าลืมไปอ่านคำแนะนำกันเน่อ

**รันเวย์น้องชายของพี่ราม

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น