ลิขิตรักชะตายูโทเปีย(ฉบับโปรโมท)

ตอนที่ 6 : นางในบทนางเอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

กลับมาที่เสี่ยวเซียนกับหยางหลงเฟย

"คือว่า หม่อมฉัน"...อึดอัดเพคะ พระองค์อย่าส่งแรงกดดันมาจะได้หรือไม่...เสี่ยวเซียนได้แต่ลอบเติมประโยคหลังในใจ

"คืออันใด"น้ำเสียงเย็นชาถูกแปร่งออกมาเป็นรอบที่ล้านแปด หยางหลงเฟยเอ่ยพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังจะหมดความอดทนต่อสตรีผู้นี้

"คือ..."คือตูอยากไปจากตรงนี้

"จะคืออันใดอีก"คราวนี้ไม่ใช่เสียงเย็นชากลับเป็นเสียงชาเย็น เอ่ย!! เสียงตวาดที่ปนด้วยโทสะเล็กน้อย

"คือหม่อมฉัน...ฟลุ๊บ"ยังไม่ทันพูดจบประโยคร่างบางก็ร่วงหล่นลงกับพื้นเสียก่อน

ตุ๊บบ...ร่างของเสี่ยวเซียนกระแทกกับพื้นอย่างแรงโดยไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากร่างหนาตรงหน้า

อุ๊ยเจ็บชิบ ให้ตายเถอะไอ้คุณพระเอกไม่คิดจะมีน้ำใจเข้ามารองรับร่างของตัวรองผู้บอบบางอย่างฉันหน่อยหรอคะ....เสี่ยวเซียนได้แต่คิดในใจ

ใช่แล้วนี่คือการแสแสร้งของเสี่ยวเซียน แต่ผิดแผนไปหน่อย แผนที่คิดไว้คือ หญิงงามอันดับสองของแคว้นโจดหลา จู่ ๆก็หมดสติล้มลงกับพื้น แล้วก็มีบุรุษรูปงามเข้ามาประคองก่อนจะพาหญิงสาวไปยังห้องนอนของชายหนุ่ม จากนั้นทั้งสองคนก็กระดึ๊บ ๆ เอ่ย!! ไม่ใช่ๆ แผนจริง ๆ ของเสี่ยวเซียนคือนางจะแกล้งเป็นลมเพื่อหนีจากบรรยากาศกดดันนี่โดยมีชายหนุ่มเป็นตัวที่คอยรอรับร่างบางที่จะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงกับพื้น แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมทำตามแผนเลยเป็นเหตุให้ร่างบางล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างจัง

หยางหลงเฟยยืนดูการแสดงของหญิงสาวที่ได้ชื่อว่างามเป็นอันดับสองของแคว้นโจเหลาโดยปราศจากความรู้สึกใด ๆ

รูปร่างและใบหน้านั้นนับว่างามสมชื่อเสียงที่ได้รับ แต่เรื่องกิริยามารยาทและการแสดงนั้นคงต้องไปฝึกมาใหม่ ในเมื่อเจ้าอุส่าทำการแสดงให้เปิ่นหวางดู เปิ่นหวางก็จะตอบแทนเจ้าด้วยการกระทำในสิ่งที่เจ้าได้ตั้งเป้าหมายไว้...

หยางหลงเฟยก้มลงช้อนร่างบางที่นอนอยู่กับพื้นก่อนจะพาเดินตรงไปข้างหน้า

เอาแล้วๆ ถึงจะไม่ยอมรับร่างอันบอบบางของฉัน แต่การที่พระองค์ทรงอุ้มฉันขึ้นจากพื้นแค่นี้ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนแล้ว ทีนี้ก็แค่รอว่าจะพาฉันไปไหนระหว่างโรงหมอกับห้องนอน

ตุ๊มมมม....

เกิดเสียงดังสนั่นเมื่อร่างบางที่กำลังสลบอยู่ในอ้อมอกของหยางหลงเฟยถูกโยนลงน้ำ

"ว๊ายย แค๊ก ๆ ๆ "เสี่ยวเซียนที่เมื่อกี้ (แกล้ง) สลบอยู่พยายามดันตัวเองขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล โชคยังดีที่น้ำไม่ลึกมากเสี่ยวเซียนจึงสามารถยืนในน้ำได้โดยไม่จมน้ำ

"ไม่สลบต่อหรือ"

น้ำเสียงเย็นชาปนเย้ยหยันของชายผู้บังอาจมาโยนหญิงงามอันดับสองลงน้ำ ช่วยทำให้สติที่หลุดลอยไปของเสี่ยวเซียนกลับมาสู่ร่างที่ตอนนี้เปียกไปทั้งตัว และโชคยังดีอีกครั้งที่วันนี้เสียวเซียนไม่ได้แต่งตัวเว่อวังจนเกินไปร่างบางจึงยังคงยืนได้โดยที่ไม่รู้สึกหนักหัวหรือหนักชุดมากนัก

"ทรงกระทำต่อผู้อ่อนแอเช่นนี้หรือเพคะ"เสี่ยวเซียนที่ครึ่งตัวจมอยู่ในน้ำเอ่ยพูดก่อนจะเงยหน้าที่ฉ่ำไปด้วยน้ำขึ้นมองสบตาหยางหลงเฟยอย่างไม่เกร็งกลัว

"สำหรับเปิ่นหวางผู้ที่แสแสร้งไม่นับว่าอ่อนแอ"หยางหลงเฟยเอ่ยพูดอย่างเย็นชาก่อนจะหันหลังเดินจากไป

"เดี๋ยวสิ!! ช่วยข้าก่อน นี่เจ้า เอ่อ องค์รัชทายาทได้โปรดช่วยหม่อมฉันก่อนเพค่ะ องค์รัชทายาททททท...."

 

 

"ฮัดชิ่ว!! แพล๊บบบ"เสียงจามและเสียงสร่างน้ำมูกดังต่อเนื่องเป็นวันที่สามหลังจากจบงานเลี้ยง

"คุณหนูเจ้าคะ ทานยาหน่อยนะเจ้าคะจะได้หาย"เสี่ยวซีเอ่ยพูดพร้อมกับยื่นถ้วยยามาตรงหน้าเสี่ยวเซียน

เสี่ยวเซียนมองถ้วยยาที่มีน้ำสีดำๆ อย่างปลงๆ ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแล้วรีบหยิบก้อนน้ำผึ้งจากเสียวซีมาอม

...เจ็บใจนัก เพราะไอ้พระเอกร้ายน้ำใจนั่นคนเดียวเลยที่ทำให้ฉันต้องมาอยู่ในสภาพนี้ หลังจากงานเลี้ยงจบลง แล้วฉันยังไม่กลับเข้าไปในงานชิงเซียนเลยออกมาตาม ซึ่งตอนนั้นฉันเองก็กำลังพยายามหาทางขึ้นจากบ่อ พอชิงเซียนเดินมาเห็นเท่านั้นแหละ นางก็ร้อนรนโหวกแหวกโวยวายให้คนมาช่วย จนในที่สุดเหล่านางกำนัลขันทีและแขกที่ยังไม่กลับต่างก็พากันมามุงดูฉันกันให้ควัก สุดท้ายฉันก็สามารถขึ้นจากบ่อได้ด้วยความช่วยเหลือจากพี่ชายสุดหล่อ 'เม่ยฟงเซียนแต่ก็ต้องถูกนินทาและเป็นขี้ปากชาวบ้าน.....

"แค้นนี้ต้องชำระ"

"อันใดหรือเจ้าคะ"เสี่ยวซีเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นนายบ่นพึมพำ

"เปล่าไม่มีอันใด เจ้าออกไปได้แล้ว ข้าอยากพักผ่อน"

"เจ้าค่ะ"เสี่ยวซีเอ่ยตอบก่อนจะช่วยดึงผ้าห่มให้ผู้เป็นนายแล้วหันไปเก็บถ้วยยาแล้วเดินออกจากห้องไป

ตุ๊บ ตุ๊บ....เสียงฝีเท้าเดินเข้าไปหาเตียง

"ยังไม่ไปอีกหรือเสี่ยวซี"เสี่ยวเซียนเอ่ยถามทั้ง ๆ ที่ยังนอนหันหน้าเข้าสู่ผนัง

"เสี่ยวซีไปแล้ว เหลือแต่ดาหลัน"

เสียงที่เปร่งออกมาทำให้เสี่ยวเซียนที่กำลังงัวเงียต้องลืมตาค้างกระเด้งตัวลุกจากเตียงโดยไว

"ด ดาหลัน นี่เจ้า....จริง ๆ หรอ"เสี่ยวเซียนเอ่ยถามพลางคิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปมเมื่อหันมาแล้วเจอกับหญิงงามที่อยู่ในชุดสีขาวสะอาด ผิวขาวอมชมพู ปากแดงระเรื่อ แก้มเนียนน่าจับ ผมด้านหน้าถูกรวบมัดไว้ปล่อยผมด้านหลังสยายไปกับแผ่นหลัง สวมมงกุฎดอกไม้ที่ทำจากเพชร

ดูๆ แล้วหญิงงามท่านนี้อาจจะงามยิ่งกว่าชิงเซียนด้วยซ้ำ

"ใช่ข้าเอง ทำไมหรอ"ดาหลันเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะพาตัวเองไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาแล้วรินน้ำชาดื่มอย่างสบายอารมณ์

เสี่ยวเซียนลุกจากเตียงเดินไปยืนจ้องมองหญิงงามที่แอบอ้างว่าเป็นดาหลัน นางฟ้าแม่ทูนหัวของตัวเอง

"ข้ารู้ว่าข้าน่ะงดงาม แต่เจ้าช่วยอย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นจะได้มั้ย"ดาหลันเอ่ยพูดก่อนจะรินน้ำชาถ้วยที่สอง

"เธอ คือดาหลัน นางฟ้าแม่ทูนหัวของฉันจริง ๆ หรอ"เสี่ยวเซียนเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

"ย่ะ ตกใจล่ะสิที่ตัวจริงฉันทั้งสวยกว่าและอึ๋มกว่าเธอหลายสิบเท่าน่ะ"ดาหลันเอ่ยพูดพลางแอ่นอกอันอวบอั๋นให้เสี่ยวเซียนดู

"ชัว ดาหลัน100%"เสี่ยวเซียนนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับดาหลันแล้วจึงเอ่ยพูดต่อ

"แล้วทำไมถึงได้มาหาฉันล่ะ ฉันก็คิดว่าเธอจะขึ้นสวรรค์หรือไม่ก็ไปเที่ยวเตร็ดเตร่จนลืมฉันแล้วซะอีก"

"จริงๆ ฉันก็กำลังอยู่ในช่วงเที่ยว แต่เพราะมีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้นกับเธอซะก่อน ฉันเลยต้องถ่อสังขารมาหาเธอไงล่ะ"ดาหลันเอ่ยพูดก่อนจะเริ่มทำหน้าไม่พอใจใส่เสี่ยวเซียน

"อ๋อออ เรื่องฉันตกน้ำสินะ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่"

"ไม่ใหญ่บ้านแม่เธอสิ รู้มะว่าการที่เธอตกน้ำเพราะฝีมือของหยางหลงเฟยพระเอกของเรื่องบวกกับไอ้การที่เธอปฏิเสธการขอแต่งงานของอ๋องเจ็ด และอีกมากมายที่เธอพยายามจะเปลี่ยนโชคชะตาของเสี่ยวเซียน การกระทำเหล่านั้นมันทำให้มิติแปรปรวน และเนื้อหาในนิยายแปรเปลี่ยน"ดาหลันหยุดหายใจก่อนจะพูดต่อ

"เนื้อเรื่องจะไม่เป็นไปตามนิยายที่เธอเขียน ตัวละครจะกลับตาลปัด และที่สำคัญคือ......เสี่ยวเซียนตัวรองจะเปลี่ยนตำแหน่งเป็นตัวเอก...."

 

 

"คุณหนูเจ้าคะ ทานยาหน่อยนะเจ้าคะ"เสี่ยวซียื่นถ้วยยามาตรงหน้าเสี่ยวเซียนดังเช่นทุกครั้ง

"เอาออกไป ข้าหายดีแล้ว"น้ำเสียงที่เปล่งออกมาช่างเยือกเย็น

"เอ่อ เจ้าค่ะ"เสี่ยวซีเก็บถ้วยยาก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป

"นางเอก งั้นหรอ...."

ตลอดทั้งสิบวันที่ผ่านมาเสี่ยวเซียนได้ทำการกักขังตัวเองอยู่แต่ในห้องโดยไม่ยอมบอกถึงสาเหตุที่กักขังตัวเองให้กับผู้ใดได้รับรู้แม้แต่อดีตแม่ทัพเม่ยฟงหลางที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นเสนาบดีฝ่ายขวาผู้เป็นพ่อ หรือชิงเซียนและฟงเซียน ผู้เป็นพี่ จนผู้คนต่างพากันคาดการณ์ต่าง ๆ นาๆ ว่าที่เสี่ยวเซียนไม่ยอมออกมาพบผู้คนเพราะยังรู้สึกอับอายกับเรื่องในวันงานเลี้ยง แต่ความเป็นจริงเป็นเช่นไร ไม่มีใครรู้

"ยัง ยังเข้มไม่พอ"เสี่ยวเซียนเอ่ยพูดกับตนเองก่อนจะบรรจงเขียนคิ้วต่อ

"คุณหนูเจ้าคะ บ่าวว่ามันก็เข้มงามแล้วเจ้าค่ะ"เสี่ยวซีที่นั่งอยู่กับพื้นเอ่ยพูดขึ้นเมื่อเห็นคิ้วงามโค้งดั่งคันศรที่ประดับอยู่บนใบหน้างามมีความเข้มมากพอแล้ว แต่ผู้เป็นนายกลับบอกว่ามันยังสีอ่อนไป

"อยู่เงียบๆ แล้วคอยดูตอนที่ข้าเขียนมันเสร็จแล้ว"

"เจ้าค่ะ"

 

 

1 เค่อต่อมา (15 นาที)

"เสร็จแล้ว"เสียงหวานเอ่ยพูดก่อนที่เสี่ยวเซียนจะค่อยๆ หันหน้ามาหาเสี่ยวซีที่ตอนนี้กำลังลุ้น ๆ สุด ๆ กับผลการแต่งหน้าของเจ้านาย

"O.O!! ง งามมากเจ้าค่ะ"เสี่ยวซีอ้าปากค้างตาโตพราวระยับเมื่อเห็นใบหน้างามที่ปกติจะแต่งหน้าโทนจัดจ้านแต่ทรงอำนาจแต่บัดนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยสีเรียบ ๆ แต่มันกลับทรงเสน่ห์และน่าหลงใหล

เสี่ยวเซียนยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นอาการตื่นตกใจของสาวใช้คนสนิท จริง ๆ แล้วเสี่ยวเซียนไม่ได้ตกแต่งใบหน้านี้สักเท่าไหร่เพียงแค่ลองปรับเปลี่ยนโทนการแต่งหน้าจากจัดจ้านมาเป็นอ่อนหวาน แน้นคิ้วเป็นพิเศษเพราะคิ้วถือว่าเป็นมงกุฎของหน้า ส่วนแป้งเสียวเซียนลองนำแป้งไปผสมกับน้ำนิดหน่อยให้พอเป็นน้ำเหนียวๆ ก่อนจะนำผงสีชมพูที่สกัดมาจากหินมาผสมกับแป้ง ตกแต่งกลิ่นโดยใส่น้ำหอมที่สกัดมาจากดอกโม่ลี่ (มะลิ) โคนให้เข้ากันแล้วก็จะได้แป้งสีชมพูอ่อนๆ หอมกลิ่นโม่ลี่ คล้ายรองพื้นจากโลกเดิมที่นางจากมา แล้วจึงลองนำมาทาลงบนใบหน้างามเล็กน้อยรอดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่ เมื่อไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใดเสี่ยวเซียนจึงนำมาทาลงบนใบหน้างาม ทำให้ใบหน้าที่ปกติจะขาวซีดกลับกลายเป็นอมชมพู ส่วนสีปากเสี่ยวเซียนได้นำผงสีแดงที่สกัดมาจากสมุนไพรที่มีชื่อว่าแดงชาด (เป็นเพียงชื่อสมมุติ) มีสรรพคุณคือใช้บำรุงรักษาอาการผิวขาดน้ำ (โดยการนำมันมาผสมกับน้ำชาดื่ม) เสี่ยวเซียนได้นำผงแดงชาดที่มีสีแดงสดมาผสมกับนำผึ้งแล้วจึงนำมาทาริมฝีปาก การทำเช่นนี้จะทำให้ริมฝีปากดูอิ่มอวบน่าสัมผัส นอกจากนี้เสี่ยวเซียนยังให้สาวใช้คนสนิทไปซื้อของบางอย่างให้กับนางโดยของชื้นนั้นมีลักษณะคล้ายดินสอเขียนคิ้วแต่มันกลับไม่ได้มีไว้เขียนคิ้ว เสี่ยวเซียนได้นำมันมาขีดเส้นเล็ก ๆ บนขอบตาบนและร่างนั่นทำให้ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วยิ่งโตขึ้นไปอีก และเสี่ยวเซียนยังได้นำผงสีดำที่สกัดมาจากหินมาผสมน้ำแล้วบรรจงปัดไปที่ขนตาทำให้ขนตาที่ดกดำอยู่แล้วยิ่งดำสวยขึ้นไปอีก(เป็นเพียงการสมมุติสูตรขึ้นมาของนักแต่ง ห้ามลอกเลียนแบบ)

เสี่ยวเซียนหันกลับไปมองตัวเองในกระจก...หึ นับว่าคุ้มสำหรับการหมกตัวอยู่แต่ในห้อง...

ใช่แล้วตลอดสิบวันที่ผ่านมาเสี่ยวเซียนได้ทำการกักขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเพื่อทำการทดลองผสมเครื่องสำอางและจัดแจงปรับเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวของ เม่ยเสี่ยวเซียน คนเก่าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ เม่ยเสี่ยวเซียนคนใหม่ในบทนางเอกไม่ใช่นางรอง


โปรดอ่าน
นี่เป็นเพียงการโปรโมทนิยาย 
#ไรท์จะลงไม่จบ
#หากอยากอ่านต่อให้พิมค้นหานิยาย ลิขิตรักชะตายูโทเปีย ในนิยายขายของเด็กดี 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น