ลิขิตรักชะตายูโทเปีย(ฉบับโปรโมท)

ตอนที่ 2 : นางในบทนางรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

มิรินรานั่งมองตัวเองในกระจก ไม่สิ ต้องบอกว่านั่งมองเสี่ยวเซียนถึงจะถูก เมื่อคืนหลังกลับจากไปพบประมุขตระกูลเม่ยแล้ว ฉันก็ได้มานั่งคิดและทบทวนเรื่องต่าง ๆ ที่ฉันพบเจอมา ผลสุดท้ายฉันก็ได้ผลสรูปว่าไหน ๆ ก็กลับไปยังภพภูมิเดิมไม่ได้แล้ว ฉันก็จะอยู่ที่นี่ ในร่างนี้ และใช้ชีวิตตามปกติของร่างนี้ตามแบบฉบับนิยายที่ฉันเขียนไว้

ก่อนอื่นเลยคงจะต้องทบทวนถึงอุปนิสัยและความสามารถของร่างนี้ก่อนเพื่อที่ฉันจะได้เล่นเป็นเม่ยเสี่ยวเซียนได้สมบทบาท

วันนี้ฉันกับชิงเซียนเลยต้องออกมาเดินซื้อของเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยง

และในวันนี้เองถ้าตามท้องเรื่องในนิยายของฉัน ชิงเซียนจะได้พบองค์รัชทายาทที่ปลอมตัวเป็นสามัญชนโดยใช้ชื่อปลอมว่า มู่หลงเฟย หรือคุณชายมู่ โดยมีสาเหตุในการพบกันคือ ระหว่างทางที่รถม้าของเสี่ยวเซียนและชิงเซียนกำลังเดินทางไปซื้อของที่ตลาดท่าน้ำ เกิดมีโจรดักปล้นกลางทางแล้วพระเอกก็มาช่วยไว้ทันพอดี หลังจากนั้นพระเอกก็อาสาไปส่งนางเอกที่ท่าน้ำแล้วก็เลยเถิดเป็นช่วยนางเอกซื้อของต่างๆ ส่วนเสี่ยวเซียนนั้นพอไปถึงที่ท่าน้ำก็ไปเจอกับอ๋องเจ็ดเลยแยกตัวออกมา ซึ่งนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้กับพระเอกและนางเอกได้อยู่ด้วยกัน

และตอนนี้ฉันกับชิงเซียนกำลังอยู่บนรถม้าไปท่าน้ำ

"พวกแกเป็นใคร รู้หรือไม่ว่านี่คือรถม้าของผู้ใด นี่คือรถม้าของคุณหนูตระกูลเม่ย เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจงหลีกทางไปซะ"เสียงคนขับรถม้าตะโกนมาจากนอกรถ

"เกิดเรื่องอันใดขึ้นกัน"ชิงเซียนตะโกนถามคนขับรถ

"มีคนนำรถม้ามาขวางทางขอรับ คุณหนูทั้งสองโปรดนั่งรออยู่ในรถนะขอรับเดี๋ยวข้าน้อยขอลงไปเคลียร์ทางก่อน"

"พวกมันมาแล้ว"เอ่ยพึมพำกับตัวเอง

"ใครมาหรือเสี่ยวเซียน"

พวกมันมาแล้ว พวกโจรที่ดักปล้นรถม้ามาแล้ว และอีกเดี๋ยวคนขับรถม้าจะถูกฆ่า

"อ๊าก ค คุณหนู หนีไป อ๊าก...."

.....นั่นไงว่าละ…..

"เกิดอันใดขึ้น! "ชิงเซียนกำลังจะลุกไปดูว่าข้างนอกนั้นเกิดอะไรขึ้น

"อย่าเจ้าค่ะพี่รอง ถ้าให้น้องเดา คงจะเป็นโจรดักปล้นรถม้าเป็นแน่ หากพี่รองออกไปอาจจะถูกพวกมันฆ่าก็ได้นะเจ้าคะ"พูดตามบทในนิยายแปะ

"เซียนเอ๋อหากข้างนอกมีโจรจริงพี่ว่าการที่เราสองคนอยู่แต่ในรถม้านั้นพี่เห็นว่าจะอันตรายมากกว่า ฉะนั้นแล้วเราสองคนออกไปข้างนอกเถิดเผื่อจะมีทางรอด"ชิงเซียนรีบเปิดผ้ากั้นก่อนจะเดินออกไป

เจ้าค่ะ หากออกจากรถม้าแล้วมีทางรอดแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะพระเอกจะมาช่วย แต่ ช่วยแค่นางเอกนะเจ้าคะ ส่วนตัวประกอบอย่างดิฉันเมื่อออกจากรถม้าไปแล้วจะโดนโจรจับตัวไว้และพยายามปู้ยี่ปู้ยำ แถมยังโดนเหวี่ยงไปกับพื้นอีก ส่วนนางเอกคนสวยไม่โดนอะไรเลยจ้า เพราะพระเอกมาช่วยทันพอดี โอ๊ยเกิดเป็นตัวรองทำไมมันถึงน่าสงสารขนาดนี้

ถึงจะไม่อยากออกจากรถม้าแต่ก็คงต้องออก เพราะฉันปฏิเสธการขอแต่งงานของอ๋องเจ็ดแล้ว เนื้อเรื่องในนิยายก็คงจะเปลี่ยนไปหลายส่วน องค์รัชทายาทกับชิงเซียนก็อาจจะไม่ได้หมั้นหมายกัน เพราะฉะนั้นอย่างน้อยถ้าเนื้อเรื่องตรงส่วนนี้มันเป็นไปตามท้องเรื่องอะไรๆ มันก็คงจะดีขึ้น

ฉันตัดสินใจเปิดผ้ากั้นออก แสงสว่างค่อยๆ จางหายปรากฏเป็นภาพ ผู้ชายใส่ชุดจีนสีเหลืองอ่อนคลุมด้วยเสื้อคลุมสีขาว ในมือข้างซ้ายถือดาบมีคราบเลือดติดอยู่ มือข้างขวากำลังโอบกอดสตรีที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเมืองหลวง ที่พื้นดินมีซากศพของโจรนอนอยู่4ศพ

นี่คือฉากที่พระเอกมาช่วยนางเอกสินะ เอิ่มมมม....แต่ว่าจะแก่งไปป่ะฉันยังไม่ได้ออกมาเล่นฉากของตัวเองเลยนะ

"แม่นาง เจ้าได้รับบาดเจ็บอันใดหรือไม่"ชายหนุ่มหันมาคุยกับสตรีที่อยู่ในอ้อมกอด

สตรีผู้นี้ช่างดูบอบบางยิ่งนัก หากเปิ่นหวางไม่เดินผ่านมาทางนี้ก็ไม่รู้ว่าแม่นางผู้นี้จะโดนกระทำเช่นไรบ้าง

"เอ่อ ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ"เมื่อเรียกสติกลับมาได้ชิงเซียนก็รีบผละออกจากชายหนุ่มแปลกหน้าที่มาช่วยตนทันที

"ข้าขอขอบใจคุณชายที่มาช่วยข้าไว้ หากไม่มีคุณชายป่านนี้ข้าคงถูกพวกโจรทำมิดีมิร้ายไปแล้ว"ชิงเซียนยอบกายกล่าวคำขอบคุณผู้มีพระคุณ

ชายหนุ่มยืนมองทุกการกระทำของหญิงสาวตรงหน้า ช่างงามนัก งามเสียจนเปิ่นหวางไม่อาจละสายตาไปได้

เสี่ยวเซียนยืนมองการกระทำของชายหญิงทั้งสองที่อยู่ต่อหน้าตน เห้อข้าล่ะอยากหายตัวไปในอากาศเสียจริง

"เซียนเอ๋อ เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"ชิงเซียนที่เรียกสติกลับมาจากใบหน้าหล่อเหลานั่นได้ ก็รีบเดินตรงเข้าไปดูเสี่ยวเซียนทันที

"น้องไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ พี่รองเล่าเป็นอะไรหรือไม่"

ถึงจะรู้ว่าชิงเซียนนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแต่ก็ถามตามบทที่เขียนไว้ในนิยาย

"ข้าไม่เป็นอันใด ต้องขอบคุณ คุณชายนิรนามท่านนี้ที่มาช่วยข้าไว้"ชิงเซียนหันกลับไปขอบคุณผู้มีพระคุณอีกครั้ง

"ไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไรหรือ"ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้คือองค์รัชทายาทปลอมตัวมาแต่ก็ถามไปตามบทบาท

"ข้ามีนามว่า มู่เยวี่ยชิง"

O.O หา ไม่ใช่ มู่หลงเฟยหรอ

"ต้องขอบคุณคุณชายมู่ ที่มาช่วยเราสองพี่น้องไว้นะเจ้าคะ"ชิงเซียนยอบกายขอบคุณผู้มีพระคุณอีกครั้ง

เอิ่ม คุณพี่ชิงเซียนเจ้าคะ จะขอบคุณบ่อยไปมั้ย

"ไม่ทราบว่าคุณหนูทั้งสองมีนามว่าอันใดหรือ"

"ข้ามีนามว่า เม่ยชิงเซียน ส่วนนี่น้องสาวของข้านางมีนามว่า เม่ยเสี่ยวเซียนเจ้าค่ะ"

ชิงเซียนเอ่ยตอบเยวี่ยชิงด้วยท่าทีเขินอาย

"แม่นางทั้งสองกำลังจะไปยังที่แห่งใดหรือ"

"ข้าและน้องสาวกำลังจะไปยังตลาดท่าน้ำเพื่อซื้อของ แต่คงจะไปไม่ได้แล้ว"

ชิงเซียนเอ่ยตอบก่อนจะหันไปมองยังศพของคนขับรถ

"หากแม่นางทั้งสองไม่รังเกียจข้าจะเป็นคนขับรถม้าให้"เยวี่ยชิงรีบเสนอตัว

"ข้าและน้องคงไม่กล้ารบกวนคุณชายมู่หรอกเจ้าค่ะ"ชิงเซียนเอ่ยตอบก่อนจะก้มหน้าลงนิดๆ

เสี่ยวเซียนมองดูอากัปกิริยาของทั้งสองคน โอ๊ยช่างน่ารำคาญยิ่งนัก

 

 

ตลาดท่าน้ำ

กว่าที่เราสามคนจะมาถึงตลาดท่าน้ำได้ ฉันต้องนั่งดูการเสนอตัวเป็นคนขับรถม้าของเยวี่ยชิงและการปฏิเสธของชิงเซียนเป็นร้อยรอบ จนฉันรำคาญเลยเป็นคนออกปากขอให้เยวี่ยชิงมาขับรถม้าให้

ตอนนี้พวกเราสามคนกำลังเดินดูของที่วางเรียงรายตามทางเดิน เยวี่ยชิงช่วยชิงเซียนเลือกซื้อของ ทั้งสองคนดูสนิทสนมกันจนเหมือนคนที่รู้จักกันมานาน

และถ้า (ยัง) ตามท้องเรื่อง อีกเดี๋ยวพวกเราจะเดินไปเจออ๋องเจ็ด แล้วอ๋องเจ็ดจะชวนเสี่ยวเซียนไปเดินซื้อของด้วยกัน

แต่ว่านะฉันไม่ได้ตอบตกลงที่จะแต่งงานกับอ๋องเจ็ดนี่

"เห้อ..."

"เซียนเอ๋อ เจ้าเป็นอันใดหรือ"ชิงเซียนหันมาถามเสี่ยวเซียนด้วยความเป็นห่วง

"น้องไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ เอ่อพี่รองเจ้าค่ะน้องมีของที่อยากซื้ออยู่หลายชิ้น ฉะนั้นแล้วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาน้องจะขอไปเดินซื้อของของน้องนะเจ้าค่ะ"ไม่รอให้ชิงเซียนตอบ ฉันรีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที

"ดะเดี๋ยวสิ...."

 

 

 

"เห้อ อึดอัดชะมัด"

ให้ตายเถอะทำไมเนื้อเรื่องถึงไม่เป็นไปตามในนิยายล่ะ ทำไมคนที่มาช่วยชิงเซียนถึงเป็นองค์ชายแปดที่ปลอมตัวเป็น มู่เยวี่ยชิง แทนที่จะเป็นองค์รัชทายาทที่ปลอมตัวเป็น มู่หลงเฟย

แล้วอย่างนี้องค์รัชทายาทไปอยู่ไหนละเนี่ย

ปึก...............

"เหี้ย.....!!! "ระหว่างที่ฉันกำลังคิดเรื่องไปเรื่อยเปื่อยจู่ ๆ ก็มีคนมาเดินชนฉัน (จริง ๆ แล้วตัวเองเป็นคนเดินชนเขา)

"โอ๊ย เจ็บชะมัด"เสี่ยวเซียนนั่งลูบก้นตัวเองอยู่บนพื้น

"แม่นาง เป็นอันใดหรือไม่"

"อ่อ ไม่ ๆ ๆ ไม่เป็นไรละ......หล่อ...."ทันทีที่เงยหน้าขึ้นจากพื้นก็เจอกับชายหนุ่มรูปงามที่อยู่ในชุด สีดำรัดรูปยืนโบกพัดมองมาที่ฉัน

จมูกได้รูป ปากแดงน่าจูบ แก้มเนียนน่าหยิก ตาสีน้ำผึ้งดูลึกลับชวนให้หลงใหล คิ้วได้รูปสวยงาม (เอิ่ม เมื่อนำสิ่งที่พูดมาทั้งหมดมาประกอบรวมกันแล้ว.....น่ากลัวอ่า)

"แม่นางเจ็บขาหรือ"

เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเซียนนั้นยังไม่ลุกจากพื้นชายหนุ่มจึงเอ่ยปากถาม เผื่อนางจะเจ็บขาแล้วลุกไม่ไหว

"เอ่อ ปะเปล่า"เสี่ยวเซียนรีบยันตัวลุกขึ้นจากพื้น

"ถ้าแม่นางไม่เป็นอันใดแล้ว ข้าขอตัว"ชายหนุ่มยกพัดขึ้นมาปิดใบหน้าก่อนจะเดินจากไป

"หล่อจัง....อ่าจริงสิ ดะเดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะคุณชาย"ตะโกนตามหลังก่อนจะรีบวิ่งตามชายหนุ่มไป

"แม่นางมีอันใดกับข้ารึ จึงวิ่งมาตัดหน้าข้าเช่นนี้"ยกพัดขึ้นมาปิดปาก

"ข้ามีนามว่า เม่ยเสี่ยวเซียนเจ้าค่ะ แล้วคุณชายเล่าไม่ทราบว่ามีนามว่าอันใดรึ"ส่งยิ้มหวานๆ ไปให้กับชายหนุ่ม

ถึงแม้การถามชื่อผู้ชายนั้นจะไม่ใช่นิสัยของมิรินแต่ว่านะตอนนี้ฉันอยู่ในร่างของเสี่ยวเซียนไม่ใช่มิรินสักหน่อย

ชายหนุ่มยืนมองรอยยิ้มหวานๆ ที่ถูกส่งมาให้กับตน

สตรีผู้นี้มีใบหน้าที่เรียกได้ว่าสวยสง่าเป็นที่หนึ่งในสตรีที่เปิ่นหวางเคยพบมา แต่เหตุใดนางจึงใจกล้าร้ายยางอายบอกชื่อของตัวเองแลถามชื่อบุรุษที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกโดยที่ยังคงใบหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นนี้

"ว่าเช่นไรเล่า คุณชายมีนามว่าอันใดรึ"เมื่อถามไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ เสี่ยวเซียนจึงตัดสินใจใช้ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสถามอีกครั้ง

หึ เมื่อนางกล้าถาม เปิ่นหวางก็จะยอมบอกให้

"ข้ามีนามว่า มู่หลงเฟย คราวนี้ข้าไปได้รึยัง"

มู่หลงเฟยหรอ ชื่อนี้คุ้นๆ แฮะ?

เมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าไม่เอ่ยตอบใด ๆ หยางหลงเฟยเลยเดินจากไป

"มู่หลงเฟย.......หลงเฟย..หยางหลงเฟย..อ๋อ ชื่อปลอมขององค์รัชทายาท ที่แท้คุณชายท่านนั้นก็เป็นองค์รัชทายาทนั่นเอง55555...."

ดะเดี๋ยวนะ องค์รัชทายาทหรอ

"เฮ้ย.....!!!!! "

หลังจากระลึกได้ว่าคุณชายท่านนั้นคือองค์รัชทายาทปลอมตัวมา เสี่ยวเซียนก็รีบวิ่งตามคุณชายท่านนั้นไปทันที โดยไม่นึกห่วงภาพพจน์ของคุณหนูตระกูลเม่ย ที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวงามอันดับสองของเมืองหลวง

"คุณชายมู่เจ้าคะ คุณชายรอก่อนเจ้าค่ะ คุณชาย......"เสี่ยวเซียนวิ่งไปดักหน้าหลงเฟยพร้อม ๆ กับกางแขนขาขวางทางไว้

"คุณหนูท่านนี้ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดกับข้ารึ ถึงได้วิ่งมาตัดหน้าข้าถึงสองครา"หลงเฟยยืนมองหญิงงาม (ที่กิริยาไม่งามเหมือนใบหน้า) ยืนอ้าแขนขาขวางทางอย่างไม่อับอายชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา

หลงเฟยเก็บพัดใส่แขนเสื้อก่อนจะเอ่ยต่อ

"หากไม่มีธุระอันใดสำคัญ ข้าคงต้องขอตัวก่อน"

หากเปิ่นหวางไม่ต้องไปทำธุระสำคัญ เปิ่นหวางก็อยากจะอยู่เล่นกับสตรีที่ร้ายยางอายเช่นเจ้าอีกหน่อยเหมือนกัน

"หากคุณชายไม่มีธุระอันใดสำคัญ ช่วยไปกับข้าหน่อยจะได้หรือไม่"เสี่ยวเซียนเก็บแขนและขา ก่อนจะเอ่ยต่อ

"ข้ามีคนอยากจะให้คุณชายรู้จัก คุณชายช่วยไปกับข้าหน่อยได้หรือไม่"เสี่ยวเซียนยืนส่งยิ้มหวานให้กับหลงเฟย

ขอร้องล่ะองค์รัชทายาทช่วยไปกับฉันหน่อยเถอะนะ นะๆ

หลงเฟยยืนมองตรีตรงหน้าด้วยสายตาสมเพช

นางช่างร้ายยางอายยิ่งนักกล้าชวนบุรุษที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกไปไหนต่อไหนด้วยกัน หนำซ้ำยังชวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นนี้ นางช่างไม่มียางอายเสียจริง

"ว่าไงเล่า คุณชายจะไปกับข้าได้หรือไม่"

เมื่อเห็นหลงเฟยเอาแต่เงียบเสี่ยวเซียนจึงเอ่ยปากชวนอีกครั้ง

"ข้าคงจะไปกับคุณหนูไม่ได้ ขอตัวก่อน"หลงเฟยทำท่าจะเดินจากไป

"ด เดี่ยวก่อนเจ้าค่ะ"เสี่ยวเซียนกลับมายืดแขนขาขวางไม่ให้หลงเฟยผ่าน

"คุณหนูท่านนี้ช่างมีความกล้ายิ่งนัก แต่ข้าคงจะไปด้วยไม่ได้จริง ๆ คงต้องขอตัวก่อน"หลงเฟยพยายามเดินเลี่ยงเสี่ยวเซียนแต่กลับถูกแขนของเสี่ยวเซียนขวางทางไว้

"คุณชายมู่โปรดไปกับข้าเถิด ข้าสัญญาว่าหากคุณชายไปกับข้าคุณชายจะไม่ผิดหวังแน่นอนเจ้าค่ะ"

"ไม่ผิดหวังงั้นรึ" นางเป็นหญิงโคมเขียวหรือยังไรกันถึงได้พูดเช่นนี้

"เจ้าค่ะ ไม่ผิดหวังเจ้าค่ะ"ส่งยิ้มหวานๆ ไปให้หลงเฟย

"หึ ข้ามีฮูหยินแล้วมิต้องการจะไปหอโคมเขียวหรอก เชิญแม่นางไปหาผู้อื่นเถิด"เดินผ่านเสี่ยวเซียนไปอย่างรวดเร็ว

"หอโคมเขียว....บ้านสวนหรอ ??? ทำไมข้าต้องไปบ้านสวนด้วยล่ะ"

หลงเฟยหันกลับไปมองเสี่ยวเซียนก่อนจะเดินต่อไป

นางคงไม่ตามข้ามาอีกกระมัง หน้าตาก็จัดว่างามจนมิอาจหาผู้ใดมาเปรียบเทียบได้เหตุใดจึงเลือกทำงานเช่นนั้น ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก


โปรดอ่าน
นี่เป็นเพียงการโปรโมทนิยาย 
#ไรท์จะลงไม่จบ
#หากอยากอ่านต่อให้พิมค้นหานิยาย ลิขิตรักชะตายูโทเปีย ในนิยายขายของเด็กดี 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น