sagime
ดู Blog ทั้งหมด

อันตรายจากแบตเตอรี่เสื่อม

เขียนโดย sagime

การใช้มือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค ผู้ใช้งานก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ และเป็นอันตรายอย่างมากต่อผู้ใช้งาน

 

         น.พ. สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์เวชปฏิบัติศูนย์บริการสาธารณสุข 14 ได้ให้คำแนะนำว่าผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้หมั่นคอยตรวจสอบอุปกรณ์ในมือด้วยตนเอง เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อต่อสุขภาพ โดยมีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นดังนี้

          1.อุปกรณ์ไม่สามารถชาร์จไฟได้เต็ม

          2.เมื่อชาร์จแบตเตอรี่ไปได้ไม่นาน แล้วเกิดอาการร้อนที่ผิดปกติ

          3.เมื่อนำแบตเตอรี่มาทดลองหมุนบนพื้นโต๊ะ แล้วสามารถหมุนได้แสดงว่าแบตเกิดอาการบวม นูน

          4.หากแบตเตอรี่บวมแล้วมีน้ำซึมออกมา หรือมีสนิมสารเคมีมาเกาะ แสดงว่าแบตเสื่อมจนไม่สามารถใช้งานได้แล้ว

          ในแบตเตอรี่มีสารเคมีมากมายเป็นส่วนประกอบ หากมันไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ เราอาจจะเสี่ยงต่อพิษของสารเคมีต่างๆ ได้ดังนี้

          แคดเมียม ซึ่งหากสะสมในร่างกายในปริมาณถึงระดับหนึ่งก็จะก่อให้เกิดโรคไตวายได้ และเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งโดยการสูดดม

          ตะกั่ว เป็นสารก่อมะเร็ง และมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ระบบย่อยอาหาร ไต โลหิต หัวใจ การพัฒนาของทารกในครรภ์

          ลิเทียม ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อจมูก ลำคอ ทำให้หายใจติดขัด ถ้ากลืนกินเข้าไปจะมีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้เกิดอาการ เจ็บคอ ปวดท้อง และอาเจียนได้ ถ้าเข้าตาจะทำให้เกิดการระคายเคืองและอาจทำให้ตาบอด

          ทองแดง ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ และเป็นอันตรายหากกลืนกิน

          นิกเกิล เป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อหายใจเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการหอบหืด หลอดลมอักเสบ หายใจติดขัดและทำให้ผิวหนัง อักเสบ และถ้ากลืนหรือกินเข้าไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

          ซึ่งการตรวจหาสารพิษต่างๆ ในร่างกาย สามารถตรวจได้ตั้งแต่การตรวจร่างกายภายนอก จนถึงการตรวจหาสารพิษทางโลหิตวิทยา แต่ทางที่ดีผู้ใช้งานก็ควรใช้อุปกรณ์ในมืออย่างระมัดระวัง นอกจากสามารถอำนวยความสะดวกได้แล้ว ก็ต้องมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆ กัน

ที่มา http://www.thaihealth.or.th/Content/26133-อันตรายจากแบตเตอรี่เสื่อม.html

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น