แพทย์สหรัฐเตือนอาหารฟาสต์ฟู้ดกินบ่อยเสี่ยงทำลายตับได้ คล้ายเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ ทำเอนไซม์เปลี่ยนนำร่องก่อนตับล้มเหลว ชี้ผลกระทบตับเกิดขึ้นเห็นได้ชัดแม้กินเพียง 1 เดือน
เป็นที่ทราบกันมานานว่า อาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดสามารถส่งผลเสียสุขภาพร่างกายได้ เมื่อเร็ว ๆนี้
ดร.ดรูว์ ออร์ดอน ได้เปิดเผยผ่านในรายการโทรทัศน์"The Doctors" ที่ออกอากาศในหลายประเทศรวมสหรัฐและแคนาดา เม็กซิโกและอื่นๆ ว่า มีผลการศึกษาใหม่แสดงให้เห็นว่า การบริโภคอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อรูปร่างทำให้หุ่นตุ้ยนุ้ยไม่งามแล้ว มันยังสามารถทำลายตับได้คล้ายโรคไวรัสตับอักเสบ(hepatitis) โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเอนไซม์ต่าง ๆ ในตับ ซึ่งโรคดังกล่าวสุดท้ายจะทำให้ตับล้มเหลว
การศึกษายังพบด้วยว่า แม้มีการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดเพียง 1 เดือน ก็สามารถส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตับอย่างเห็นได้ชัด พร้อมยกตัวอย่าง เฟรนช์ฟรายส์ถือว่า อันตรายเพราะมีการเติมสารปรุงแต่งเป็นจำนวนมาก โดยมีการเติมเกลือและต้องปรุงในไขมัน นอกจากนี้ยังมีน้ำตาลโดยการใส่น้ำตาลลงไปเพื่อให้เฟรนช์ฟรายส์เป็นสีออกเหลืองน่ารับประทาน นอกเหนือจากนี้ยังมีอาหารทอดอื่น ๆ ที่ส่งผลเสียต่อตับ เช่น ไก่ทอดและหัวหอมทอด ซึ่งการมีไขมันและไขมันอิ่มตัวมากจะทำให้เกิดเงื่อนไขที่เรียกว่า โรคกรดไขมันพอกตับ (fatty liver)
ดร.ออร์ดอนกล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้บริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดเพิ่มขึ้นจำนวนมากเช่นเดียวกับผู้ขาย โดยเฉพาะในสหรัฐมีภัตตาคารอาหารฟาสต์ฟู้ดมากถึง 160,000 แห่ง ขายให้ลูกค้าราว 50 ล้านคนต่อวัน แม้เมนูสุขภาพที่เสนอยังเต็มไปด้วยสารเคมีหลายอย่างก็ตาม
ที่มา http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/healthtips/33238
ความคิดเห็น