“การบริโภคผลไม้เป็นเรื่องไม่ดี เราควรหันมามุ่งเน้นบริโภคเฉพาะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำดีกว่า” คุณเป็นอีกคนที่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของผลไม้หรือเปล่า ถ้าใช่ ...เรามีความจริงจากโภชนากรซูซาน โบเวอร์แมน ที่ปรึกษาของเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด มาบอก
สำหรับความคิดว่า ผลไม้มีแต่น้ำตาล นับเป็นความคิดที่ผิดมาก เพราะผลไม้สดให้คุณค่าทางอาหารหลากหลายประเภทมากกว่าแค่มีน้ำตาลธรรมชาติ แต่อุดมไปด้วยน้ำ วิตามิน เกลือแร่ ไฟเบอร์ และไฟโตนิวเทรียนท์ หรือ สารธรรมชาติจากผักผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย
ลองคิดดูสิว่า จะมีอาหารชนิดไหนที่ให้สารอาหาร หลากหลายประเภทพร้อมๆ กัน โดยมีแคลอรีเพียง 75 แคลอรีต่อการบริโภค 1 ครั้ง น้อยคนจะรู้ความจริงที่ว่าเมื่อบริโภคผลไม้ เราจะได้รับแคลอรีจาก “คาร์โบไฮเดรต” ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ “ฟรุคโตส” (น้ำตาลธรรมชาติในผลไม้ )โดยตรง
ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงคาร์โบไฮเดรตจึงไม่ได้หมายถึงเฉพาะน้ำตาลธรรมชาติ แต่ยังครอบคลุมถึงแป้งสตาร์ช(starch) ซึ่งเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มความหนืดในพุดดิ้ง เค้ก หรือขนมปัง ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเกิดจากการคัดแยกเอาเฉพาะสารอาหารคาร์โบไฮเดรตออกมาเพื่อให้มีองค์ประกอบอื่นๆ น้อยที่สุด และเซลลูโลสที่เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างเซลล์เพื่อสร้างไฟเบอร์อีกด้วย
แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่คิดว่า ผักอุดมด้วย “คาร์โบไฮเดรต” ก่อนที่คุณจะเลิกบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล หรือมีคาร์โบไฮเดรตสูง ขอให้คิดทบทวนถึงรูปแบบและประเภทของคาร์โบไฮเดรตที่คุณบริโภคด้วย เพราะ “คาร์โบไฮเดรต” จากธรรมชาติ ซึ่งพบมากในผลไม้ และอาหารจำพวกพืชชนิดต่างๆ เช่น น้ำตาล ไฟเบอร์ และแป้งสตาร์ช ล้วนแต่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีเยี่ยม แตกต่างอย่างเด่นชัดจากแคลอรี่ที่ได้รับจากการบริโภคน้ำตาลเพิ่มขึ้นในอาหารประเภทอื่นๆ ตั้งแต่ขนมหวานอย่างบราวนี่จนไปถึงบาร์บิคิวซอส
คุณทราบหรือไม่ว่าส้มเพียง 1 ผลจะให้น้ำตาลธรรมชาติประมาณ 12 กรัม หรือราวๆ 3 ช้อนชา ขณะที่สตรอเบอร์รี่ 1 ถ้วย มีน้ำตาลเพียง 7 กรัม หรือน้อยกว่า 2 ช้อนชาเสียอีก นอกจากนี้ การรับประทานส้มหรือสตรอเบอร์รี่อย่างใดอย่างหนึ่งยังทำให้เราได้รับ “ไฟเบอร์”ประมาณ 3 กรัม และวิตามินซีในปริมาณพอเหมาะกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ร่วมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพอย่างกรดโฟลิคซึ่งมีมากในผักโขม บร็อคโคลี่ กะหล่ำดาว และโปแตสเซียมที่พบได้โดยทั่วไป ในแคนตาลูปและกล้วย ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย โดยให้แคลอรี่เพียง 50 - 60 แคลอรี่เท่านั้น ดังนั้น ผลไม้จึงไม่ได้มีแต่ “น้ำตาล” อย่างเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ขณะที่ ถ้าหากเราดื่มน้ำอัดลมขนาด 20 ออนซ์ จะมีแคลอรีสูงถึง 225 แคลอรี โดยเราจะไม่ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน เกลือแร่ หรือไฟเบอร์ เหมือนที่ได้จากการบริโภคผลไม้ ซึ่งเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ปรุงแต่งด้วยสีและรสนั้นมีส่วนผสมของน้ำตาลเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 60 กรัม หรือประมาณ 1/3 ถ้วยตวง นับเป็นการบริโภคที่มี “น้ำตาลสูง” อย่างแน่นอน
ที่มา http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9540000099892
ความคิดเห็น