การศึกษาของ ดร.จูเลียน ฮอล์ต ลัสสแต็ด มหาวิทยาลัยบริกแฮม ยัง ในรัฐยูทาห์ สหรัฐ ที่สำรวจประชากรกว่า 3 แสนคน พบว่า การสนับ สนุนจากครอบครัว มิตรสหายและเพื่อนบ้าน ทำให้เรามีสุขภาพดีในช่วงวัยชราเพิ่มขึ้น 50% ส่วนการแยกตัวโดดเดี่ยวเป็นอันตรายต่อสุขภาพเท่ากับการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวัน หรือการติดสุราและร้ายแรงกว่าโรคอ้วน 2 เท่า ทั้งยังทำลายชีวิตได้มากกว่าการไม่ออกกำลังกายด้วย
"คนที่ขาดการสนับสนุนจากสังคมจะตายไว เพื่อนและครอบครัวมีอิทธิพลต่อสุขภาพจากการปลอบประโลมหรือทำให้เห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ ใครก็ตามที่เกี่ยวพันกับกลุ่มและรู้สึกถึงความรับผิดชอบ ที่มีต่อบุคคลอื่น ความรู้สึกที่มีจุดมุ่งหมายและความหมายจะเปลี่ยน เป็นพลังงานในการดูแลตัวเองและลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย" ดร.จูเลียนกล่าว
ผลที่เกิดขึ้นไม่กระทบเฉพาะชรา แต่สะท้อนในทุกช่วงอายุ ดร.ทิโมธี สมิธ ผู้ร่วมวิจัย กล่าวว่า การปฏิสัมพันธ์ช่วยคุ้มครองสุขภาพได้ทุกช่วงวัย มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกาย
งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์อเมริกันก่อนหน้านี้สำรวจคน 67,000 คน พบว่า คนโสดมีแนวโน้มตายไวกว่าคนที่แต่งงานหรือแม้แต่คนที่หย่าร้าง โดยคนโสดอายุระหว่าง 19-44 ปี ตายไวกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ได้แต่งงาน
ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ความคิดเห็น