sagime
ดู Blog ทั้งหมด

พบ “เข็มทิศศีลธรรม” ในสมองสามารถควบคุมได้ด้วยสนามแม่เหล็ก

เขียนโดย sagime
ชี้'เข็มทิศศีลธรรม'รวนตามแม่เหล็ก ปัจจัยชีววิทยาในสมองกระตุ้น'ดี-ชั่ว'
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
ศีลธรรมเกิดจากกระบวนการทางชีววิยาในสมอง มากกว่าการอบรมเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อม
       เดลิเมล์ – นักวิจัยพบ “เข็มทิศศีลธรรม” ในสมองสามารถควบคุมได้ด้วยสนามแม่เหล็ก เท่ากับว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู ศาสนาหรือปรัชญา แต่มาจากปัจจัยทางชีววิทยาในสมอง
       
        นักวิจัยพบ ‘เข็มทิศศีลธรรม’ ในชีวิตจริง อยู่บริเวณด้านหลังหูขวา ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมว่าเราจะตัดสินพฤติกรรมของผู้อื่นอย่างไร
       
        บริเวณดังกล่าวจะทำงานหนักขึ้นเมื่อเราใคร่ครวญว่าการกระทำของคนอื่นถูกหรือผิด
       
        ในการทดลองพิเศษ นักวิจัยสามารถใช้แม่เหล็กทรงพลังรบกวนการทำงานของสมองบริเวณนั้น และทำให้กลุ่มตัวอย่างมีศีลธรรมน้อยลง สะท้อนว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนเราไม่ได้อิงกับการเลี้ยงดู ศาสนาหรือปรัชญา แต่มาจากกระบวนการทางชีววิยาในสมอง
       
        “เรามักคิดว่าศีลธรรมคือพฤติกรรมที่ดีงาม ดังนั้น การที่สามารถใช้สนามแม่เหล็กกับสมองบางส่วน และเปลี่ยนแปลงวิจารณญาณของคนจึงเป็นเรื่องน่าทึ่งอย่างยิ่ง” ดร.ไลแอน ยัง ผู้นำการวิจัยกล่าว
       
        นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตส์(เอ็มไอที) สหรัฐฯ ใช้เทคนิคที่เรียกว่า การกระตุ้นสมองเฉพาะที่ด้วยสนามแม่เหล็ก เพื่อรบกวนสมองส่วนที่ควบคุมเข็มทิศศีลธรรม โดยเทคนิคนี้ม่มีการรุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย แต่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กในส่วนเล็กๆ ของกระโหลกศีรษะ และทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ในสมองตามมา กระแสไฟฟ้านี้จะรบกวนเซลล์สมองบริเวณใกล้เคียง และขัดขวางไม่ให้เซลล์สมองทำงานปกติ
       
        ในการทดลองแรก อาสาสมัคร 12 คนได้รับสนามแม่เหล็กไฟฟ้า 25 นาทีก่อนที่จะได้ดูสถานการณ์ที่มีความยุ่งเหยิงทางศีลธรรม
       
        ในทุกสถานการณ์จากทั้งหมด 192 สถานการณ์ อาสาสมัครจะถูกขอให้ตัดสินว่าตัวละครได้คะแนน 1 แต้มสำหรับพฤติกรรมที่ ‘ต้องห้ามอย่างแรง’ จนถึง 7 แต้มสำหรับพฤติกรรมที่ ‘ยอมรับได้อย่างแท้จริง’
       
       ในการทดลองที่ 2 อาสาสมัครได้รับสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ขณะที่ถูกขอให้ตัดสินพฤติกรรมของตัวละครในสถานการณ์
       
        ในทั้งสองการทดลอง สนามแม่เหล็กทำให้อาสาสมัครมีศีลธรรมน้อยลง โดยในสถานการณ์หนึ่งที่ผู้ชายปล่อยให้แฟนเดินข้ามสะพานที่ตัวเองรู้ว่าไม่ปลอดภัย แต่สุดท้ายผู้หญิงไม่ได้รับอันตรายใดๆ
       
        ภายใต้เงื่อนไขปกติ อาสาสมัครส่วนใหญ่จะลงความเห็นว่าพฤติกรรมของชายคนดังกล่าวรับไม่ได้ แต่หลังจากถูกกระตุ้นด้วยสนามแม่เหล็ก อาสาสมัครมีแนวโน้มมองไม่เห็นความผิด และตัดสินชายคนนั้นในประเด็นว่าแฟนของเขาปลอดภัยหรือไม่เพียงอย่างเดียว
       
        อีกสถานการณ์หนึ่งที่เด็กหญิงสองคนเข้าไปในโรงงานเคมี โดยที่เด็กหญิงคนหนึ่งขอให้เพื่อนเติมน้ำตาลในถ้วยกาแฟของตน แต่เพื่อนกลับเติมผงในกระปุกที่ติดป้ายว่า ‘สารพิษ’ ให้ กระนั้น เด็กหญิงไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด
       
        ผลปรากฏว่าอาสาสมัครที่เข็มทิศศีลธรรมถูกรบกวนมีแนวโน้มมองว่าพฤติกรรมของเด็กหญิงคนที่ 2 รับได้เพราะเพื่อนไม่ได้รับบาดเจ็บ แม้รู้อยู่แล้วว่าผงดังกล่าวมาจากกระปุกที่ติดป้ายว่าเป็นสารพิษก็ตาม
       
        ในการทดลองทั้งหมด การกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบหรือที่ไตร่ตรองดีแล้วซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตราย จะถูกมองว่ารับได้ทางศีลธรรม หากเรื่อง ‘จบลงอย่างมีความสุข’ ทั้งนี้ จากรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารโปรซีดดิ้งส์ ออฟ เดอะ เนชันแนล อะคาเดมี ออฟ ไซนส์
       
        อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักวิจัยได้พบส่วนของสมองส่วนที่ควบคุมศีลธรรมจรรยา ปีที่แล้วนักวิจัยอเมริกันได้พบ ‘จุดพระเจ้า’ ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น