![]() |
บัตรเดบิตคืออะไร? ลองอ่านจากที่นิตยสาร "ฉลาดซื้อ" ฉบับล่าสุดอธิบาย
บัตรเดบิต (Debit Card) คือบัตรที่ธนาคารออกให้เมื่อเราเปิดบัญชีเงินฝาก เพื่อให้เราสามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านตู้เอทีเอ็ม ไม่ว่าจะถอนเงิน โอนเงิน และชำระค่าบริการต่างๆ
พูดง่ายๆ ก็คือคุณสมบัติคล้ายบัตรเอทีเอ็มนั่นเอง แต่บัตรเดบิตจะมีความพิเศษตรงที่สามารถนำไปจับจ่ายซื้อสินค้าต่างๆ ได้โดยตรง โดยที่ไม่ต้องใช้เงินสดเหมือนบัตรเครดิต
การใช้บัตรเดบิตไปรูดซื้อสินค้านั้น เงินจะถูกหักออกจากบัญชีของเราทันที ต่างจากบัตรเครดิตที่เหมือนเป็นการนำเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินมาใช้ก่อนแล้วค่อยผ่อนจ่ายทีหลัง
บัตรเดบิตจึงช่วยสร้างความสะดวกสบายสำหรับคนที่ไม่อยากถือเงินสด ซึ่งบัตรเอทีเอ็มทำไม่ได้
ปัจจุบันการใช้บัตรเดบิตมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุจากหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งการมุ่งทำการตลาดของธนาคาร ที่ผลักดันให้บัตรเดบิตเข้ามาแทนที่บัตรเอทีเอ็ม ซึ่งตอนนี้มีบางธนาคารสั่งยกเลิกบัตรเอทีเอ็มไปแล้ว
สิ่งที่ธนาคารใช้เป็นยุทธ์ดึงดูดให้เราหันมาใช้บัตรเดบิตแทนบัตรเอทีเอ็มที่เห็นชัดคือ การปรับค่าธรรมเนียมทั้งแรกเข้าและรายปีของบัตรเอทีเอ็มให้ขึ้นมาเท่ากับบัตรเดบิต
แน่นอนว่า เมื่อลูกค้าได้รับทราบถึงคุณสมบัติที่เหนือกว่าก็ต้องเลือกบัตรเดบิตมากกว่าบัตรเอทีเอ็ม
นอกจากนี้ บัตรเดบิตยังถือเป็นตัวเลือกน่าสนใจสำหรับคนที่ไม่อยากพกเงินสดมากๆ และอยากใช้จ่ายซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านบัตร ซึ่งแต่ก่อนคุณสมบัติแบบนี้มีเฉพาะในบัตรเครดิต
แต่ด้วยเงื่อนไขในเรื่องของรายได้และฐานเงินเดือน ทำให้คนจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่ก็คือคนที่มีรายได้ไม่สูงพอที่จะสมัครบัตรเครดิตได้
บัตรเดบิตจึงกลายเป็นคำตอบของคนกลุ่มนี้
แต่ก็ควรระวัง ถ้ารูดเพลินเงินในบัญชีอาจจะเกลี้ยงโดยไม่รู้ตัว!
ที่มา ข่าวสดออนไลน์

ความคิดเห็น
เพราะถ้าบัตรหาย ไม่มีการป้องกันเลยว่าเงินจะไม่หาย
แต่ถ้าเป็นบัตรเครดิต ไม่ต้องมีเงินค้างอยู่ในบัญชี เช่น ธนาคารให้วงเงินในบัตรเครดิต 10,000 บาท คุณสามารถซื้อสินค้าในวงเงิน 10,000 ได้เลย โดยจะชำระคืนให้ธนาคารตามวันและเวลาที่ธนาคารได้กำหนดไว้
ส่วนที่ธนาคารกำหนดวงเงินในบัตรเดบิตไว้ 5,000 น่าจะเป็นวงเงินสูงสุดที่ใช้จ่ายในแต่ละครั้ง หากบัตรหายแล้วมีคนนำไปซื้อของมากกว่า 5,000 จะไม่ผ่าน น่าจะทำนองนี้ค่ะ