น้องคะ กินข้าวรึยังคะ?

ตอนที่ 9 : ชายสูงศักดิ์ที่ดูโง่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 เม.ย. 64

หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่เจ้าแมวเผือกนั่นมาขอเธอแต่งงานกลางตลาดแล้ว ทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

แอนเดรียใช้เวทมนตร์ของตนเองได้อย่างคล่องแคล่วขึ้นมาเนื่องจากต้องใช้ในการทำอาหารทุกวัน รสชาติของอาหารก็ดีขึ้นเรื่อยๆจนเรียกได้ว่าเป็นมือทองคำ ทำอะไรก็อร่อยไปเสียหมด แถมยังกินแล้วรู้สึกมีแรงเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เด็กสาวไม่แปลกใจอันใด เพราะอาหารที่ทำขึ้นมาเวทมนตร์ก็ย่อมมี'อะไรๆ'มากกว่าอาหารธรรมดาแน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเพิ่มพลังกาย และมานาภายในตัวนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ เหล่านักผจญภัยที่ได้ผ่านทางมานั้นก็ได้เอาไปเล่ากันปากต่อปากที่กิลด์รับภารกิจของตน จนทำให้กิจการร้านอาหารของแอนเดรียดีขึ้นอย่างพรวดพราดเนื่องจากลูกค้าที่ต้องการฟื้นพลังกายและมานาต่างแห่แหนหันเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน

จนกระทั่งชายผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากสีทองสง่าเข้ามาภายในร้าน อีกทั้งยังแต่งองค์ทรงเครื่องราวกับขุนนางในสมัยก่อนอีก ทำเอาลูกค้าภายในร้านที่ส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ชั้นล่างของร้านเงียบลงในทันที

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร อย่างน้อยๆถ้าไม่ตาบอดก็คงรู้ว่าคนตรงหน้ามีศักดิ์เป็นถึงชนชั้นสูงอย่างแน่นอน

ในตอนนี้ภาพที่เห็นก็คือลูกค้าได้หยุดการรับประทานอาหารทุกคน อีกทั้งยังลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้นอย่างพร้อมเพรียงกันโดยที่ไม่มีใครสั่ง บรรยากาศภายในร้านก็กดดันราวกับมีภูเขาลูกหนึ่งลงมากดทับ แอนเดรียที่กำลังทำอาหารอยู่ภายในครัวรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร้านจึงได้ออกมาดูในทันที

คนตรงหน้ามีผมสีขาวราวกับเทพบุตร กระเซอะกระเซิงเล็กน้อย หน้ากากสีทองเห็นแล้วแสบตาจนอย่ากจะจิ๊กไปขายเพราะราคาน่าจะแพงน่าดู ชุดของเขานั้นเป็นสีขาวผ่อง ดูเรียบหรู รองเท้าหนังที่ดูน่าจะแพงมากจนเธอเป็นลม แล้วยังมีผู้ติดตามเป็นมนุษย์งูที่หน้าตาคุ้นๆอีกด้วย

เคยเห็นที่ไหนมาก่อนรึเปล่าหว่า?

แอนเดรียหรี่ตามอง แต่ดูเหมือนผู้ติดตามคนนั้นจะหลบหน้าเธอไป แต่แล้วจู่ๆกระโปรงของเธอก็ถูกฉุดด้วยมือของใครบางคน

"ยัยหนู! ก้มหัวลงสิ!"

"เร็ว! ถึงแม้ว่าท่านผู้นั้นใส่หน้ากากอยู่แต่ก็ใช่ว่าจะมองได้นะ!"

แอนเดรียขมวดคิ้วก่อนที่จะคิดในใจว่า

'ชาติก่อนเธอก็มีเชื้อพระวงศ์ที่ต้องก้มหัวให้ตลอดอยู่เหมือนกัน มาชาตินี้ก็มีอีกเรอะ!? บัดซบ!'

เด็กสาวทำเมินก่อนที่จะเอ่ยออกมาให้ผู้คนได้ยินกันทั้งร้าน

"ข้าเป็นแค่เด็กบ้านนอกคนนึงที่ไม่มีการศึกษา ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าเป็นใคร มาจากไหน แต่เจ้าก็ควรมีมารยาทออกไปต่อแถวอยู่นอกร้านของข้า เพื่อความระเบียบของร้านนี้ นะคะ"

แอนเดรียกล่าวก่อนที่จะยกมือขึ้นมากอดอกอย่างน่ารักน่าชังทำเอาเหล่าชายชาติทหารภายในร้านเกือบโดนFBIเข้าคุมตัวส่งไปกินข้าวแดงในคุก

แต่หลังจากที่เธอกล่าวออกไปเช่นนั้นทำให้ชายที่ดูมีเงินตรงหน้าหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัวก่อนที่จะพูดด้วยเสียงต่ำ

"ช่างกล้า~ เด็กสาวบ้านนอกกลับกล้าต่อปากต่อคำกับข้าเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร!?"

"เจ้านี่โง่รึเปล่า ข้าพึ่งกล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าข้าไม่รู้จักเจ้า สมองเท่าแมวจริงๆนะเจ้าเนี่ย"

แอนเดรียเถียงกลับออกมาหน้าตาย ก่อนที่จะหันหลังแล้วโบกมือสีน้ำผึ้งของตนเข้าครัวไปพร้อมๆกับกล่าวออกมาว่า

"อยากกินอาหารข้าก็สั่ง แต่ถ้ามาสร้างความรบกวนก็ออกไป พวกเจ้าเองก็กินต่อซะ อาหารหากเย็นชืดแล้วเดี๋ยวจะไม่มีผลนะ"

หลังจากที่เด็กสาวพูดไปเช่นนั้น ลูกค้าภายในร้านก็ตื่นตระหนกลุกขึ้นมากินอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่ด้วยความที่เสียดายอาหารที่เลิศรสแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายจึงได้แต่นั่งกินอย่างเงียบๆแล้วไม่ส่งเสียงอันใดออกมาอีก

ส่วนทางด้านชายผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นก็ได้แต่ยืนนิ่งต้างราวกับรูปปั้น แท้จริงแล้วเขาก็คือเจ้าเหมียวของเด็กสาวนั่นเอง แต่วันนี้เขากลับอยากออกมาในฐานะจริงๆของตนแทน แต่ไม่นึกว่าแอนจัง(....)จะไม่รู้จักเขาเสียนี่!!!

แต่ด้วยความที่ตอนนี้ต้องเก็กขรึมก่อนจึงได้แต่กระแอมไอแล้วเดินออกจากร้านไป โชคดีที่ผลข้างเคียงของเวทมนตร์แปลงร่างนั้นหมดลงแล้ว หางและหูแมวจึงไม่โผล่ออกมาอีก

เซเวียร์ โดมินิค คุณชายจากตระกูลโดมินิคที่เป็นขุนนางชั้นสูงในพระราชสำนัก ตอนแรกเขาถูกเพื่อนจากในเวอร์ซีนเทียร์ ใช้เขาเป็นหนูทดลองในเวทย์แปลงร่าง แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบโชคร้ายสองตลบโดนเวทย์เคลื่อนย้ายเข้าไปอีกทำให้มาโผล่ที่บ้านนอกแห่งนี้ โชคยังดีที่ได้เด็กสาววัย8ปี(ไปแอบค้นทะเบียนราษฎร์มา)ช่วยเอาไว้

เสน่ห์ของเด็กคนนี้ช่างต่างกับหญิงสาวในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง เธอมีลักษณะนิสัยห่ามๆคล้ายบุรุษ แต่ก็มีความซุ่มซ่าม น่ารัก อ่อนหวานแบบสตรีทำเอาเขาใจเต้นตึกตักเสียนี่

อยากกิ---แค่ก!

ท่องไว้ๆ รออีก10ปี...

เขาสงบสติอารมณ์ภายใต้หน้ากากแล้วทำการเดินไปต่อแถวอันยาวเหยียดของร้านแอนเดรีย เขาไม่คิดเลยว่าแค่ยื่นมือมาช่วยนิดหน่อยจะทำให้ร้านของเธอเติบโตได้ไวขนาดนี้

ถ้ามีอายุครบ10ปีแล้วไปสอบเข้าเวอร์ซีนเทียร์ เขากล้ารับประกันเลยว่าเด็กสาวน่าจะผ่านได้แบบฉลุยอย่างแน่นอนเพราะแค่ฝีมือเวทมนตร์ก็ก้าวนำหน้าเด็กในวัยเดียวกันไปหลายขุมแล้ว ยังมีการพลิกแพลงการใช้อีกด้วย

การฝึกฝนโดยไม่มีอาจารย์ได้มาถึงขนาดนี้ น่าชื่นชมเลยทีเดียว

(เอาจริงๆ แอนเดรียก็ขโมยวิธีการใช้มาจากในอนิเมะหลายๆเรื่องนั่นแหละอย่างเช่น แฮร์รี่ พอต-ตี๊ด- ,แบล็ก-ตี๊ด-เวอร์ ,2ลบ1พีซ ก็นะ อุตส่าห์ใช้เวทมนตร์ทั้งทีก็ใช้ให้สุดไปเลยแล้วกัน)

เขาได้ยืนรอมาตั้งแต่ตะวันอยู่เหนือหัว จนตอนนี้มันได้คล้อยต่ำลงมาเกือบหายไปกับแผ่นดินแล้ว ช่างน่าเศร้าที่คิวร้านอาหารของเธอนั้นมันยาวเหลือเกิน แต่การทำงานของเธอก็สั้นราวกับเวลากลิ่นตดจางหายไป(....) และเมื่อตะวันตกดินการทำงานของเด็กสาวผิวสีน้ำตาลก็สิ้นสุด

แต่ทำไมต้องมาปิดร้านตอนที่เขาเกือบจะได้กินด้วยล่ะ!!!

ในตอนนี้เซเวียร์เป็นคิวแรกในล็อตถัดไปที่จะได้เข้าร้านอาหารของเด็กสาว แต่อนิจจา ร้านของเธอกลับปิดทันทีหลังจากพระอาทิตย์ตกดินเสียนี่ ทำเอาเหล่าผู้คนที่ต้องการจะลิ้มรสฝีมือของเธอแต่ไม่ได้ทานนั้นผิดหวังกันไปอย่างถ้วนหน้า และนั่นก็รวมถึงเขาด้วย!

คุณชายโดมินิคได้แต่ผิดหวังอยู่ในใจเพราะภายนอกจะต้องเก็ก(ขีดทิ้ง) สงวนท่าทางเอาไว้เสียก่อน เพื่อไม่ให้ความน่านับถือดูต่ำลง แต่แล้วหางตาของเขาก็พบกับเด็กสาวที่กำลังเดินไปพร้อมกับบาเรียกระทะของตนราวกับว่ากลัวจะมีผู้ร้ายเข้ามาปล้นหรือจับตัว

แต่ในสถานการณ์เขตชายแดน การระวังตัวเช่นนี้ก็ไม่แปลกเพราะพวกโจรขโมยเวทมนตร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วยังแพร่ระบาดในส่วนของเมืองนี้เป็นจำนวนมาก

แต่มันจะเล็งเฉพาะคนที่ได้รับอัญมณีแห่งจิตวิญญาณแล้วไม่ใช่หรือ?

ทำไมแอนจังถึงได้ระแวงขนาดนั้นกัน?

คุณชายผู้สูงศักดิ์จากตระกูลโดมินิคไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคนที่เด็กน้อยระแวงนั่นก็คือตัวเขานั่นเอง

ระหว่างทางกลับบ้าน เด็กสาวได้แวะซื้อขนมให้เป็นรางวัลของตนเองเล็กน้อย แท่งน้ำตาลสีแดงที่ดูน่ารับประทานได้ถูกกัดเข้าปากอย่างเต็มคำ ทำเอาเธอแทบจะขึ้นสวรรค์เพราะความอร่อยอันหาที่สุดมิได้(...)

เด็กสาวเดินไปก็กัดแทะน้ำตาลไปเรื่อยๆ บาเรียกระทะเองก็ถูกเปิดเอาไว้เพื่อกันไว้ก่อน เธอค่อนข้างจะเข็ดกับการถูกลอบโจมตีที่หลังร้านของตนแล้ว อีกทั้งตอนนี้ราวกับถูกใครบางคนจ้องมองตลอดเวลาอีก น่ากลัวชะมัด

เงาสีขาวแวบไปแวบมา ทำให้แอนเดรียรู้สึกขนหัวลุก ไหนเขาบอกกันว่าผีจะโผล่ตอนตี3ไง! ทำไมตอนนี้พระอาทิตย์เพิ่งตกดินแล้วผีโผล่เลยล่ะ!?

เด็กสาวกวาดตาสีดำขลับของตนมองสิ่งแปลกปลอมไปรอบตัวของเธอ ร่างสีขาวๆมันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางบรรยากาศกดดันนั้นเด็กสาวได้เรียกกระทะขึ้นมาถือไว้ในมือเตรียมฟาดทันที

"แฮร่!!!!!"

"เชี่ย!!!!"

เคร้ง!!!

เสียงดังมาจากด้านหลังของเด็กสาวทำเอาเธอตกใจอย่างสุดขีดแล้วหวดกระทะเข้าศีรษะของฝ่ายตรงข้ามทันที แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นเจ้าเหมียวในร่างคน!

แอนเดรียหอบหายใจหนักหลังจากผ่านเหตุการณ์อันน่ากลัวและกดดันมาได้ด้วยกระทะคู่ใจ แต่ไม่คิดว่าคนที่ตนฟาดสลบจะเป็นไอโรคจิตผมขาวนี่ไปได้

ด้วยความที่ตนมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์(?) เด็กสาวผมดำจึงจัดการใช้ทัพพีขนาดยักษ์ช้อนตัวชายหนุ่มขึ้นแล้ววางลงในกระทะยักษ์ของตน แล้วจากนั้นใช้เวทมนตร์ประคองให้ลอยขึ้นเหนือจากพื้นพากลับบ้านไปด้วยเพื่อให้คุณแม่ของตนรักษาให้

สมน้ำหน้า อยากเล่นพิเรนท์กับเธอก็ต้องโดนแบบนี้แหละถึงจะได้จำ

------


ขุดตัวเองออกมาจากความขี้เกียจได้สักทีค่ะ...


เห้อ เอาความจริงก็อยากดองต่อแหละน้า แต่มันเบื่อกะเลยมาแต่งนิยายซะเลย~


อาจจะไม่ได้อัพถี่นะคะ ช่วงนี้ความเครียดก็หล่นมาใส่แบบเยอะสุดๆ นิยายอาจจะไม่ได้กาวเหมือนแต่ก่อนด้วยಥ‿ಥ


พยายามเขียนด้วยภาษาเหมือนเดิมแต่ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปรึเปล่า เห้อ เหนื่อยจาง~


ว่าแล้วก็ไม่กินข้าวดีกว่า หิววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #16 Saber~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 21:38
    ไม่นะ ความกาว
    #16
    3
    • #16-2 Saber~(จากตอนที่ 9)
      22 เมษายน 2564 / 21:39
      กว่าจะเจอว่าเอ็งอัพเรื่องไหน...;-; ไปนอนละ
      #16-2
    • #16-3 คุณเเมวดมกาว(จากตอนที่ 9)
      22 เมษายน 2564 / 21:39
      จ้า ฝันดีโมจังรอบเตียง
      #16-3