น้องคะ กินข้าวรึยังคะ?

ตอนที่ 7 : เหตุการณ์ประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    3 มี.ค. 64

ร้านได้ถูกปรับปรุงมาเป็นที่เรียบร้อย แอนเดรียได้รับหน้าที่ในการเป็นแม่ครัวของร้านอย่างเต็มตัวซึ่งการค้าขายก็เป็นไปได้ด้วยดีแม้จะไม่ได้ร่ำรวยมากแต่ก็สามารถทำให้บ้านของเธอมีฐานะที่ดีขึ้น

"น้อง! ข้าวผัดปลาจานนึง!"

"ได้ค่ะ!"

เสียงจากลูกค้าที่เดินมาที่เคาท์เตอร์สั่งอาหารได้ดังขึ้นก่อนที่จะเดินไปนั่งตามจุดที่ตนเองต้องการ แอนเดรียค่อนข้างพอใจกับสังคมของคนที่เมืองแห่งนี้เนื่องจากว่าเป็นคนที่มีระเบียบเอามากๆแถมยังเกรงอกเกรงใจผู้อื่นซึ่งทำให้เธอไม่จำเป็นที่จะต้องมีพนักงานต้อนรับควบคุมลูกค้าไว้เลย

"สเต๊กเนื้อได้แล้วนะคะ"

"ขอบคุณมากจ้า"

"ด้วยความยินดีค่ะ" แอนเดรียพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้แก่ลูกค้าภายในร้าน ทำเอาเหล่าพี่สาวที่มาเสพความน่ารักของเธอนอนลงไปกุมหัวใจอยู่ที่พื้นชักดิ้นชักงอกันเลยทีเดียว

"แอนเดรีย ลูกจะไปพักก็ได้นะอยู่แต่ในครัวมาตั้งนานแล้วนี่" เสียงของคุณแม่ดังขึ้นทำให้แอนเดรียที่กำลังเสกวัตถุดิบเพื่อทำข้าวผัดปลาหยุดชะงักลง

"แต่ว่าข้าวผัดปลาจานนี้หนูยังทำไม่เสร็จเลยนะคะ"

"เอาน่าๆ เดี๋ยวแม่จะรับช่วงต่อเอง ลูกไปเดินเที่ยวในเมืองเถอะ" คุณแม่กล่าวพร้อมกับดันหลังเด็กสาวออกมาที่ประตูหลังพร้อมกับปิดประตูเพื่อให้เธอออกไปเล่นตามประสาเด็ก

"...." เอาเถอะ เธอจะออกไปเดินเล่นตามความต้องการของคุณแม่ก็แล้วกัน

เด็กสาวผิวสีน้ำผึ้งคิดก่อนที่จะเดินออกจากตรอกซอกซอยอันเน่าเหม็น แต่ยังไม่ทันได้เดินแค่เพียงก้าวเดียวก็มีเสียงดังปัง! ราวกับลูกกระสุนมาตกกระทบที่พื้นคอนกรีตตรงปลายเท้าของเธอ

แอนเดรียสะดุ้งตกใจอย่างรุนแรงพร้อมกับหน้าซีดขาวราวกับกระดาษชั้นดี บาเรียกระทะได้ถูกเรียกออกมาครอบคลุมตัวของเธอโดยทันทีแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

"นี่มันเรื่องอะไรกัน?" เด็กสาวขมวดคิ้วและพึมพำอยู่คนเดียวก่อนที่จะรู้สึกว่าเลือดได้ไหลออกมาจากหน้าแข้งของตนซึ่งรอยแผลราวกับโดนดาบฟันเลยทีเดียว

ตรอกหลังร้านที่มืดมิดและสิ่งมีชีวิตบางอย่างต้องการอะไรจากเธอกันแน่ แอนเดรียคิดอย่างไม่มันใจก่อนที่จะทำการวิ่งออกมาจากที่แห่งนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนได้มียืนแทนที่ที่เธอเคยอยู่และเอานิ้วจุ่มเลือดที่นองพื้นของเด็กสาวมาเลียราวกับกำลังลิัมรสอาหารอันโอชะ

....

ค่อนข้างโชคดีที่เสื้อของเธอเป็นกระโปรงยาว สามารถปกปิดรอยแผลที่เกิดจากการถูกประทุษร้ายได้ แอนเดรียจึงกัดฟันวิ่งออกจากตรอกน่าสงสัยแห่งนั้นอย่างรวดเร็วและตรงดิ่งไปที่หอสมุดกลางเมืองซึ่งมีคนที่เด็กสาวไว้ใจเพื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวเพราะมันอาจจะเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างที่มีในตัวของเธอก็เป็นได้

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงเคาะประตูบานยักษ์อย่างเร็วและรุนแรงดังขึ้นทำให้คนที่อยู่ภายในรู้สึกถึงความรีบร้อนของคนที่ต้องการพบตน ประตูได้ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอใดๆและแอนเดรียเองก็ถูกเวทมนตร์วาร์ปไปตรงหน้าของผู้ดูแลหอสมุดโดยทันที

"ยัยเด็กแก่น เจ้าโดนเวทมนตร์ทำร้ายมาใช่รึไม่" หญิงชราเอ่ยเข้าเรื่องโดนไม่มีการเกริ่นใดๆ

"ข้าโดนใครบางคนจ้องหมายจะเอาชีวิตเลยทีเดียว โชคดีที่ข้าเปิดเวทย์คุ้มกันที่ท่านสอนไว้ตลอดเวลามันจึงเฉี่ยวขาของข้าเท่านั้น"

แอนเดรียกล่าวพร้อมกับเลิกกระโปรงยาวของตนขึ้นเผยให้เห็นขาสีน้ำผึ้งสวยที่ตอนนี้อาบย้อมไปด้วยเลือดและไม่มีทีท่าที่เลือดจะหยุดไหลเลยแม้แต่นิดเดียว

"นักฆ่าผู้นั้นต้องการเอาชีวิตเจ้าแน่ และมันยังลงทุนใช้เวทมนตร์ห้ามเลือดหยุดไหลเสียด้วยช่างกล้าเสียจริงที่มาทำเรื่องสกปรกในเมืองที่ข้าอยู่" ท่านผู้อาวุโสกล่าวพร้อมกับนำมืออันเหี่ยวย่นของท่านมาแตะที่แผลของแอนเดรียเล็กน้อย และนั่นทำให้แผลที่คล้ายถูกของมีคมบาดได้จางหายไปหมด

"ขอบคุณท่านมาก แล้วที่นักฆ่าผู้นั้นต้องการคือสิ่งใดกัน? ข้าว่าข้าก็อยู่อย่างสงบไม่ระรานใครแล้วนะท่านยาย" เด็กสาวนำมือของตนจับคางอย่างครุ่นคิด และขยี้เรือนผมสีดำทมิลของตนอย่างหัวเสียเนื่องจากไม่รู้เหตุผลใดๆเลยว่านักฆ่าผู้นั้นจะทำเช่นนี้ทำไม

"จากที่ข้าสงสัยมีอยู่ทั้งหมด3อย่างด้วยกัน"

ท่านยายกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้โยกเยกของตนแล้วไปหยิบไปป์มาสูบตามความเคยชินพร้อมกับพูดอธิบายไปด้วย

"อย่างแรก นักฆ่าผู้นั้นอาจถูกว่าจ้างโดยใครบางคนให้มากำจัดเวทมนตร์กลายพันธุ์ของเจ้า อย่างที่สอง ประเทศอื่นส่งนักฆ่ามาเพื่อประกาศสงคราม และอย่างที่สาม...."

"อย่างที่สามคืออะไรหรือท่านยาย" แอนเดรียยืนฟังอย่างตั้งใจแต่กลับมาสะดุดอยู่ที่อย่างที่สามของผู้ดูแลหอสมุดกลางเมืองเสียนี่

"อา...อย่างที่สามคืออะไรนะ ข้าลืมไปเสียแล้วน่ะสิ" ท่านยายกล่าวก่อนที่จะเดินมานั่งที่เก้าอี้โยกเยกของตนและทำท่าครุ่นคิดว่าเมื่อสักครู่ตนกำลังจะพูดอะไรออกไป

"โถ่! ท่านยายนี่มันเกี่ยวกับชีวิตของข้าเลยนะ!"

"เออๆ แล้วแมวของเจ้าหายไปไหนแล้วล่ะ เมื่อวันก่อนยังเดินไปด้วยกันอยู่เลยไม่ใช่เรอะ" ท่านยายถามพร้อมกับชี้ไปที่ข้างตัวของเธอซึ่งในตอนนี้ว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดอยู่

"เจ้าแมวนั่นมันเป็นคนที่แปลงกายมา ท่านยายท่านรู้หรือไม่"

"รู้สิ ข้ามองออกตั้งแต่ที่เจ้าพามันมาหาข้าตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว...และเจ้าควรจะอยู่ติดกับมัน"

"ว่าอย่างไรนะคะ?" เด็กสาวถามอย่างสงสัยและไม่เชื่อสิ่งที่ผู้อาวุโสตรงหน้าพูด

"เจ้าควรอยู่ติดกับมัน" ผู้ควบคุมหอสมุดกลางเมืองกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง

"ทำไ---"

"แมวนั่นเจ้าจะสามารถพึ่งพามันได้ในอนาคต เจ้ากับมันเป็นผู้ที่เสริมชะตาของกันและกันอย่างไม่ต้องสงสัย หากไม่แล้วเจ้าจำคำที่ข้าบอกไม่ได้รึ? ว่าเจ้าจะต้องตายภายในอายุ13ปี"

"ข้าไม่เข้าใจ เจ้าแมวนั่นมัน..." 

"ข้ารู้ๆ ยัยเด็กแก่น แต่เจ้าคงไม่สามารถฝืนชะตาฟ้าลิขิตได้หรอกนะ ที่ข้าเตือนเพราะข้าไม่อยากเห็นคนที่ข้าเอ็นดูคนแรกล้มตายไปอย่างรวดเร็วโดยที่ยังใช้ชีวิตไม่คุ้ม"

"เหอะ...ชะตาฟ้าลิขิตอะไรกัน ข้าจะเป็นคนแหกกฎนั่นเอง ท่านคอยดูร่างกายของข้ายามแก่เฒ่าได้เลยข้าไม่มีวันตายตอนอายุ13ปีแน่" แอนเดรียกล่าวก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องโถงแต่ก็ถูกผู้ดูแลเอ่ยปากขัดไว้เสียก่อน

"เจ้าก็รู้ว่าข้ามีพลังอะไร"

เด็กสาวใช้ดวงตาสีดำขลับหันมองก่อนที่จะยกยิ้มมุมปากขึ้นพร้อมกับกล่าวออกมา

"แน่นอน ข้ารู้ดีท่านยาย"

เธอพูดพร้อมกับประตูห้องโถงขนาดยักษ์ที่ถูกปิดลง

75%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #14 Princess Serena (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 14:40

    น้องจะตายตอน 13 เหรอ ... อีกอย่างที่ผู้ดูแลบอกหมายถึง สัญญาเลือด รึเปล่าหว่า
    #14
    1
    • #14-1 คุณเเมวดมกาว(จากตอนที่ 7)
      3 มีนาคม 2564 / 16:25
      ติดตามตอนต่อไปได้เลยค่ะ!
      #14-1
  2. #13 Saber~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 12:03
    โย่ว!!!
    #13
    3
    • #13-2 Princess Serena(จากตอนที่ 7)
      3 มีนาคม 2564 / 14:39
      ตอนนี้ควรซีเรียสใช่ป่ะ .. แต่คือเราขำบาเรียกระทะ 55555
      #13-2
    • #13-3 คุณเเมวดมกาว(จากตอนที่ 7)
      3 มีนาคม 2564 / 14:40
      ใช่ค่ะ อยากขายขำในคราบความซีเรียสค่ะ55555
      #13-3