น้องคะ กินข้าวรึยังคะ?

ตอนที่ 3 : เรื่องไม่คาดฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    22 ก.พ. 64

บทที่3

เมื่อแบบแปลนสุดรักสุดหวงของเธอได้ถูกไฟปริศนาเผาไปอย่างไร้ร่องรอยนั้น แอนเดรียก็ใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการวาดแบบแปลนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่เธอก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าตนเองหลับและขึ้นมานอนบนฟูกตามปกติได้อย่างไร?

ช่างเถอะ เธอคงนอนละเมอไปเอง

แต่ดูเหมือนว่าวันนี้หน้าบ้านจะไม่ค่อยสงบเท่าไหร่นักเนื่องจากว่ามีงานก่อสร้างบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งสถานที่นั้นก็คือร้านอาหารของครอบครัวของเธอ แอนเดรียคาดว่าคุณแม่น่าจะปล่อยให้เช่าพื้นที่เนื่องจากตอนนี้เรื่องการเงินภายในบ้านค่อนข้างฝืดมาก อะไรที่ขายแล้วไม่ได้กำไรก็ต้องปัดมันตกไปเสียก่อน

แอนเดรียคิดเช่นนั้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องนอนส่วนตัวของตนไปหาผู้เป็นมารดา ซึ่งตอนนี้กำลังยิ้มหน้าระรื่นราวกับมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น

“คุณแม่ยิ้มอะไรหรือคะ?” เด็กสาวดวงตาสีดำทมิลเอ่ยถามขึ้นก่อนที่ผู้เป็นแม่จะหันมาแล้วใช้ดวงตาสีเขียวมรกตที่ตอนนี้ส่องประกายเต็มไปด้วยความสุขที่เอ่อล้น 

“ก็ท่านเจ้าเมืองเขามีรับสั่งมาว่าให้ช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ให้มีงานที่ดีทำอย่างไรเล่าแอนเดรีย ร้านอาหารของเราจึงได้รับการปรับปรุงตามแบบแปลนที่ลูกวาดแล้วส่งเข้าประกวดไปไงล่ะจ๊ะ”

“หา?" ไอ้เจ้ามืองที่อ้วนเป็นหมูนั่นน่ะนะ? บ้าบอ ใครๆก็รู้ว่ามันเห็นแก่ตัว ทั้งยังตระหนี่ถี่เหนียว ไม่มีทางซะหรอกที่จะมาเห็นใจชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเรา

“คุณแม่โดนหลอกรึเปล่าคะ เจ้าเมืองสุกรนั่นน่ะ คุณแม่ก็รู้นี่ว่านิสัยมันเลวขนาดไหน”

‘ว่าแต่เจ้าเหมียวหายไปไหนแล้วน่ะ?’ แอนเดรียคิดอย่างสงสัย

หญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งที่ได้ยินลูกสาวของตนพูดเช่นนั้นจึงได้เดินไปหยิบหลักฐานมาให้ดูเต็มๆตาว่าสิ่งที่ผู้เป็นแม่พูดไปนั้นไม่ใช่เรื่องเหลวไหล อีกทั้งยังเป็นเรื่องจริงที่ไม่ได้คิดเองเออเองอีกด้วย

เด็กสาวที่เห็นเช่นนั้นก็หยิบมันออกมาจากมือของผู้เป็นมารดา แล้วก้มอ่านแต่ละบรรทัดอย่างตั้งใจ ซึ่งเมื่ออ่านไปเรื่อยๆจนจบแผ่นแล้วนั้นก็พบว่าสัญญาฉบับนี้เป็นของจริงอีกทั้งคนที่ได้ประโยชน์ก็คือครอบครัวของแอนเดรีย! ไม่สิ จะให้พูดเลยก็คือครอบครัวแอนเดรียได้ประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า!

“เอาจริงๆตอนแรกแม่ก็ไม่เชื่อหรอกนะ แต่ว่าพอมีคนบอกว่าคนที่สั่งให้เจ้าเมืองสุกรทำแบบนี้น่ะก็คือ---”

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นทำให้บทสนทนาระหว่างแม่ลูกหยุดลงก่อนที่ผู้เป็นบุตรีนั้นกระโดดลงจากเก้าอี้เดินไปเป็นคนที่เป็นประตูให้กับแขกที่นานๆทีจะมาเยี่ยมบ้านของเธอสักครั้งหนึ่ง

และเมื่อประตูถูกเปิดออกนั้นก็พบกับร่างชายหนุ่มที่มีเกล็ดตามตัวคล้ายงู ซึ่งเธอพึ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรกจึงตกใจเล็กน้อยและก้าวถอยหลังมาครึ่งก้าวเพื่อถอยห่างจากประตู

"โอ้ ใจเย็นเด็กน้อย ข้าไม่ได้ประสงค์ร้ายนะ" เสียงจากมนุษย์งูผู้นั้นดังขึ้น

"เจ้าเป็นใคร" เด็กสาวผิวน้ำผึ้งเอ่ยเสียงเรียบก่อนที่กระทะตัวเก่งถูกเรียกมาไว้ในมือ

แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมา

เหมียว~

"อ๊ะ! เจ้าเหมียวนี่นา" แอนเดรียตาเป็นประกายตามประสาทาสแมวเมื่อเห็นเจ้าเหมียวที่ตนเฝ้าตามหามาค่อนวันหลบอยู่ด้านหลังมนุษย์งูผู้นั้น..

และใช่! คนที่เมตตาต่อแมว คนนั้นย่อมเป็นคนดี!

เพราะฉะนั้นเธอย่อมวางการ์ดของตนลงและเสกให้กระทะหายไปพร้อมๆกับอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นแนบอกของตนพร้อมกับเอาหน้าถูไถไปมาเมื่อรู้สึกว่าตัวของเจ้าแมวมันหอมขึ้น

"เจ้า!!!.."

"มีอะไรหรือท่านมนุษย์งู" แอนเดรียหันมามองอย่างสงสัยเมื่อจู่ๆมนุษย์งูผู้นั้นร้องดังขึ้นมา

"เอ่อ...ไม่มีอะไรครับ"

"อะไรของเจ้ากันล่ะนั่น จู่ๆก็ร้องตะโกนขึ้นมาแล้วบอกไม่มีอะไรแบบนั้นเนี่ยนะ" เด็กสาวกล่าวอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่จะชวนคนหน้าแปลก(?)เข้าบ้านเพราะคิดว่าคงมีธุระมาคุยกับคุณแม่

"เจ้าไม่เข้ามารึไงกันท่านมนุษย์งู"

"อะ อ้อ ไม่หรอกครับๆ แค่จะเอาแมวมาส่งเท่านั้นเองครับ"

"อย่างนี้นี่เอง แล้วเจ้ารู้ได้ไงว่านี่แมวข้าน่ะ ข้ายังไม่ได้บอกใครเลยนะ" แอนเดรียถามอย่างสงสัยพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยเป็นการถาม

"อะ เอ่อ" มนุษย์งูสะอึกเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตนเองพลาดเสียแล้ว

"ช่างเถอะ เจ้าเอาเจ้าเหมียวนี่กลับไปเถอะ ฐานะเจ้าก็ท่าทางไม่เลวเอาเจ้าเหมียวน้อยไปเลี้ยวเสียอีกสักตัวคงไม่กระเทือนหรอกมั้ง" เด็กสาวเอาแขนผิวสีน้ำผึ้งยื่นแมวไปให้คนตรงหน้า 

"มะ ไม่ได้หรอกครับ! บ้านข้าไม่ให้เลี้ยงสัตว์มีขนนะ!"

"เจ้าเอาไปให้เพื่อนเจ้าก็ได้ ข้าแต่เก็บมันมาดูแลชั่วคราวเท่านั้น สถานะการเงินบ้านข้าก็ไม่ได้ดีมากถ้าหากเลี้ยงแมวอีกตัวคงไม่ไหว"

"แต่ข้า..."

"เอาไปเถอะ" เด็กสาวกล่าวพร้อมๆกับยัดแมวเข้ามือฝ่ายตรงข้ามแล้วปิดประตูเสียงดัง'ปัง!'

และวันนั้นเป็นวันที่แย่ที่สุดสำหรับมนุษย์งูผู้นั้นเพราะไม่เพียงแต่จะโดนลดเงินเดือนแต่โดนพักงานไปอีกด้วย

ช่างน่าสงสารนัก

________

หลังจากที่แอนเดรียได้ปัดความรับผิดชอบไปให้แก่มนุษย์งูผู้นั้นแล้ว เด็กสาวก็ได้ทำการเดินมาที่โต๊ะกินข้างที่ว่างเปล่าเนื่องจากคุณแม่น่าจะไปทำงานไร่อยู่ที่หลังบ้าน เธอได้ลองหยิบแบบแปลนที่เคยวาดเอาไว้มาเปิดดูก็พบกับรอยขีดเขียนที่ต่อเติมขึ้นมา

หากพิจารณาจากหมึกที่ใช้เขียนแล้วนั้นก็บอกได้เลยว่าเป็นหมึกชั้นเยี่ยมแน่นอนเพราะมันสามารถซึมเข้ากระดาษได้อย่างไม่หกเลอะเปรอะเปื้อน คนที่มาเขียนแบบแปลนเพิ่มเติมก็ดูเป็นคนที่ฉลาดในการวางแผนเพราะสามารถมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าแบบแปลนของแอนเดรียมีข้อผิดพลาดตรงจุดใดบ้าง

หากจะให้พูดสั้นๆเลยก็คือ คนที่เอาแบบแปลนเธอไปปรับปรุงร้านอาหาร ย่อมต้องเป็นขุนนางหรือชนชั้นสูงที่ได้เรียนในโลกนี้(แน่นอนล่ะ ไม่ใช่แอนเดรียแล้ว1 เธอแค่โกงใช้ความรู้ชาติก่อนเท่านั้น)

แต่ที่เธอสงสัยคือมีคนรู้เรื่องแบบแปลนร้านอาหารนี้ได้อย่างไร?

หรือว่า...

เฮ้! เธออายุแค่8ขวบเองนะ! เดี๋ยวก็ติดคุกซะหรอกโว้ย ตาเฒ่าหัวงูคนนั้นน่ะ!!!

เด็กสาวนั่งกุมขมับของตนเองอยู่กลางโต๊ะอาหารเพราะเริ่มรู้สึกว่าชีวิตในตอนนี้ท่าทางจะอันตรายเกินกว่าที่ตนเองจะคาดเอาไว้เสียแล้ว

แต่ว่านะ! โรคจิตหน้าไหนก็มาเถอะ! เธอจะเอากระทะใบนี้ฟาดหน้าให้หงายไปเลย!!!

เมื่อแอนเดรียมองเห็นลู่ทางการเอาตัวรอดของตนได้แล้วจึงได้ทำการกระโดดลงจากเก้าอี้แล้วเดินไปดูร้านของตนที่ถูกทำการปรับปรุงอยู่ในขณะนี้โดยบุคคลปริศนา

ตามทางเดินในเมืองนี้ยังคงคึกคักอยู่เหมือนเดิม ผู้คนต่างตะโกนเรียกลูกค้าด้วยเสียงที่ไม่ดังมากเพราะเกรงใจซึ่งกันและกัน มีการแบ่งปันกัน มีน้ำใจต่อกัน ถือเป็นเมืองที่สงบเลยก็ว่าได้

เด็กสาวเรือนผมสีดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนได้มาหยุดนืนหน้าร้านที่มีการซ่อมบำรุงอยู่ มีคนงานหลายคนที่กำลังลอยอยู่บนอากาศโดยใช้ธาตุลมภายในตัวในการพยุงตัวและพยุงไม้ที่ใช้ในการสร้างอีกด้วย

แต่ดูเหมือนว่ามีคนงานคนหนึ่งมานาหมดกระทันหันทำให้ไม้ที่พยุงจะส่งขึ้นไปชั้น2ดันตกลงมาพื้นด้านล่าง คนงานที่ลอยตัวอยู่เห็นเช่นนั้นจึงกล่าวเตือนเสียงดังลั่นทันที

"ยัยหนู!! ระวัง!"

แอนเดรียเงยหน้ามองอย่างสงสัย แต่เมื่อเห็นท่อนไม้ขนาดยักษ์ที่กำลังจะตกลงมาสู่หัวเธอก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ

ชีวิตของเธอจะซวยเกินไปแล้ว!

ตึง!!!!!

_______________





อิมเมจร้านอาหารค่ะ

อาจจะไม่ตรงแต่ใช้ประกอบจินตนาการได้นะคะ





อิมเมจบ้านของน้องแอนเดรีย







อันนี้เจ้าเหมียวจอมดื้อเองจ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #7 Princess Serena (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:20

    พรืด---- อุ๊ย ขอโทษค่ะ สะใจ เอ้ย! แบบว่าเห็นใจ
    #7
    1
    • #7-1 คุณเเมวดมกาว(จากตอนที่ 3)
      23 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:04
      ถถถถ น้องแมวออกจะน่าสงสารนะคะ
      #7-1
  2. #5 ladolceblue (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:58
    สงสาร อุตส่าห์ให้คนเอาตัวเองมาประเคนให้ นางเอกยังไม่เอา555555555555555
    #5
    1
    • #5-1 คุณเเมวดมกาว(จากตอนที่ 3)
      21 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:34
      นางเอกยังเป็นเด็กใสๆค่ะ55555
      #5-1