น้องคะ กินข้าวรึยังคะ?

ตอนที่ 1 : ครอบครัวถังแตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 ก.พ. 64

บทที่1

     หากจะให้กล่าวถึงเวทย์มนตร์ที่มีอยู่ในโลกใบนี้ก็สามารถกล่าวได้ว่ามีอยู่หลายระดับ แต่ละเวทย์มนตร์นั้นสามารถจัดอันดับได้โดยการดูจากความสามารถ ประโยชน์ วิธีใช้สอย และผู้ใช้งาน

     แน่นอนว่าเวทย์ ดิน น้ำ ลม ไฟ ต้องติดอันดับเป็นที่หนึ่งเนื่องจากว่าผู้ที่เกิดมาพร้อมกับเวทย์มนตร์นี้มีมาก    กว่า40%ของจำนวนประชากรทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย และสามารถใช้ได้หลายสายอาชีพ

     แต่เพราะมันมีความดาษดื่นเกินไป คนโดยส่วนใหญ่แล้วนั้นจึงไม่ค่อยให้ความสนใจกับเวทย์ดังกล่าวนักเพราะสามารถพบได้ทั่วไปแม้กระทั่งทาสในคฤหาสน์ก็สามารถมีเวทย์มนตร์นี้ได้

     เวทย์ แสงและทองคำ เป็นอันดับต่อมา แต่เนื่องจากว่าผู้ที่สามารถถือครองพลังนี้ได้จะมีเพียงแค่เชื้อพระวงศ์เท่านั้น จึงทำให้เมื่อเห็นมีใครใช้เวทย์นี้ทุกคนต่างต้องพากันกราบไหว้จนหัวแทบติดพื้นดิน

     เนื่องจากมีกฎหมายในดินแดนที่บัญญัติเอาไว้ว่า'เชื้อพระวงศ์คือสิ่งสูงศักดิ์และศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนที่ต่ำต้อยไม่อาจสามารถมองพระพักตร์ของท่านได้'

     แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่กฎหมายที่งี่เง่า แต่ประชาชนก็ล้วนแต่ทำตามอย่างไม่มีใครขัดค้าน เนื่องจากว่าหากใครฝ่าฝืนผู้นั้นจะต้องตายสถานเดียว

     ต่อมาคือเวทย์ที่แยกย่อยออกมาจากเวทย์ ดิน น้ำ ลม ไฟ ผู้ที่ถือครองพลังนี้มีกว่า50%ของประชากรทั้งหมดเนื่องจากว่าเวทย์มนตร์นั้นมีการผสมกันได้อย่างเช่น พ่อมีเวทย์ดิน แม่มีเวทย์น้ำ ลูกที่เกิดมาก็จะมีเวทย์ป่าไม้ ซึ่งการผสมกันเช่นนี้จึงพบมากในหมู่ชาวบ้านเนื่องจากเวทย์มนตร์ไม่ค่อยมีผลต่อการดำเนินชีวิตอันเรียบง่ายอยู่แล้ว

     และสุดท้ายที่เป็นส่วนน้อยของประชากรทั้งหมด มีเพียง2%เท่านั้นที่จะมีเวทย์เหล่านี้ นั่นก็คือเวทย์มนตร์ที่กลายพันธุ์

     เช่นพ่อมีเวทย์น้ำ แม่มีเวทย์ลม ลูกที่เกิดออกมาย่อมเป็นเวทย์น้ำแข็งแต่กลับว่าลูกที่เกิดออกมากลับมีเวทย์เส้นด้าย นี่ก็เรียกว่าเวทย์มนตร์กลายพันธุ์ได้เช่นกัน

     แม้จะมีคนจำนวนน้อยที่ถือครองพลังประเภทนี้แต่กลับว่าคนโดยส่วนใหญ่ต่างรังเกียจผู้ถือครองเนื่องจากเวทย์มนตร์ที่กลายพันธุ์นั้นจำกัดสายอาชีพ อีกทั้งยังไม่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลายและเคยมีตำนานกล่าวไว้ว่าผู้ใช้เวทย์นี้จะมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามเวทย์มนตร์ดังกล่าวก็ไม่ถูกกล่าวถึงเลย

     และนั่นทำให้เมื่อมีคนที่เกิดมาแล้วมีเวทย์มนตร์กลายพันธุ์จึงไม่สามารถฝึกเวทย์ของตนได้คล่องเท่าผู้อื่นเนื่องจากมันหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เป็นที่เรียบร้อย

     และอาชีพที่ทำให้เวทย์มนตร์แต่ละสายนั้นเป็นที่สนใจก็คืออาชีพนักเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ขึ้นตรงแก่เชื้อพระวงศ์ และตระกูลขุนนาง ซึ่งอาชีพนั้นมีหน้าที่ในการดูแลและปกป้องคนชั้นสูงเหล่านั้น

     และอีกอาชีพหนึ่งที่เป็นที่นิยมก็คือนักผจญภัยแต่ถึงแม้ว่าจะเป็นที่นิยม กลับกันมีผู้ที่ทำอาชีพนี้อยู่น้อยมาก เนื่องจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์เป็นเรื่องที่เสี่ยงตาย และคงไม่มีใครบ้าอยากจะเอาชีวิตไปทิ้ง

     แต่เงินค่าการล่ามอนสเตอร์ก็ค่อนข้างสูงทีเดียว เหล่าผู้มากฝีมือที่ต้องการเงินก็มักจะหันหน้าตนเองไปทางนักผจญภัยกันเสียหมด และอีกส่วนหนึ่งก็คือไม่ต้องการเป็นนักเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เพราะไม่อยากเป็นสุนัขของเชื้อพระวงศ์และตระกูลขุนนาง

     และทั้งหมดนั้นก็คือเรื่องพื้นฐานในโลกแห่งนี้

     ซึ่งแน่นอนว่า'แอนเดรีย'เด็กสาววัย8ปีเคยอ่านข้อมูลดังกล่าวมาจากหนังสือประวัติศาสตร์มาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันค่อนข้างที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากที่นี่คือต่างโลก!

     และใช่! เป็นต่างโลกที่มีเวทย์มนตร์เสียด้วย มันค่อนข้างที่จะน่าสนใจทีเดียว และเธอก็ตั้งเป้าหมายไว้ในใจแล้วด้วยว่าจะต้องฟื้นฟูครอบครัวที่กำลังถังแตกให้รุ่งเรืองด้วยการทำอาหารอีกด้วย

     และมันน่าจะทำได้ง่ายๆเลยทีเดียวเนื่องจากว่าเวทย์มนตร์ของเธอคือเวทย์มนตร์กลายพันธุ์ ซึ่งนั่นก็คือเวทย์มนตร์ทำอาหาร มันสามารถเสกวัตถุดิบที่ต้องการได้ เสกเชื้อเพลิงในการอาหาร และฝีมือในการสรรค์สร้างรสชาติอาหารที่ไม่เป็นสองรองใคร!

     เด็กสาวผิวสีน้ำผึ้งอร่ามตาลุกขึ้นพร้อมกับกำมือหมายมาดไว้ในใจ ดวงตาสีดำขลับเปล่าประกายแวววับพร้อมๆกับเส้นผมด้านหลังที่ทิ้งดิ่งยาวประมาณไหล่ถูกลมพัดขึ้นให้เส้นผมกระจายออก และราวกับมีเอฟเฟกต์ไฟลุกโชนอยู่ด้านหลังเด็กสาว

     เด็กหญิงตัวน้อยๆก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าเพื่อที่จะกลับบ้านแล้วออกจากทุ่งหญ้าที่ตนมานอนเล่นทุกๆวันพร้อมกับทดลองเวทย์มนตร์ของตนเอง ซึ่งเธอพบว่าสามารถเสกกระทะใบใหญ่ออกมาได้ และคาดว่ากระทะคืออาวุธส่วนตัวของเด็กสาว

     อืม...ก็ไม่เสียหายอะไรนัก เอาสิ! เธอจะเอากระทะฟาดหน้าโจรทุกคนที่มายุ่มย่ามกับเธอเลย!

     เด็กสาวคิดก่อนที่จะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปในตัวเมืองที่ตนอาศัยอยู่ แม้มันจะไม่เจริญเท่าเมืองหลวงแต่มันค่อนข้างที่จะมีคนพลุกพล่านอยู่ทีเดียว เสียงดังของแม่ค้าพ่อค้าทั้งหลายต่างเซ็งแซ่ออกมา แม้ว่าจะไม่เสียงดังมากนัก แต่มันก็ทำให้ดูสมเป็นเมืองเมืองหนึ่ง

     หางตาของแอนเดรียไปพบกับแมวสีขาวที่ตัวเลอะเปรอะเปื้อนขนไปเสียหมด อีกทั้งยังนอนขุดคู้อยู่ในซอยมืดๆที่เหม็นเน่าพร้อมกับร่างกายที่ผอมแห้งจนเนื้อติดกระดูกขนาดนั้นทำเอาเด็กสาวที่มีครอบครัวทำร้านอาหารอดเห็นใจไม่ได้

     แอนเดรียเปลี่ยนทิศทางการเดินมุ่งหน้าเข้าไปหาแมวตัวนั้น แต่กลับว่ามันตกใจจะหนีเสียนี่ทว่าด้วยอาการขาดสารอาหารทำให้มันล้มลง

     "อ่า...ใจเย็นๆข้าไม่ได้มาร้ายนะเจ้าเหมียว" แอนเดรียเอ่ยก่อนที่จะยกมือขึ้นมาสองข้างราวกับบอกว่าไม่ต้องตกใจเธอ

     "แง๊วววว!!" แต่ดูเหมือนเจ้าเหมียวจะไม่ไว้ใจเธอล่ะ...

     "เอ่อ..." เด็กสาวได้แต่ยืนงงอยู่ด้านหน้าเจ้าแมวขาวที่กำลังขู่เธอแต่มันไม่ได้ทำให้ดูน่ากลัวเลยสักนิด ออกจะน่ารักด้วยซ้ำไป

     "เอ้า! กินซะสิ เดี๋ยวก็หิวตายไปก่อนซะหรอก" แอนเดรียกล่าวพร้อมกับยื่นเนื้อปลาสดตัวขนาดไม่ใหญ่ที่ตนเองใช้เวทย์มนตร์เสกมาไปให้แก่แมวจรตัวนั้นก่อนที่จะนั่งดูมันกินจนหมด

     หลังจากนั้นเจ้าเหมียวตัวขาวก็เข้ามาคลอเคลียเธอซะงั้น เด็กสาวที่ไม่คิดว่าแมวจะโดนซื้อด้วยของกินได้ง่ายขนาดนี้ก็ยิ้มขำก่อนที่จะอุ้มตัวของมันขึ้นมาเอาจมูกของตนแตะกับจมูกของมันพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างเอ็นดูว่า

     "น้องเหมียวคะ อยากกินข้าวรึยังเอ่ย?" กล่าวจบก็ขำตนเองที่ไปคุยกับแมว พร้อมกับอุ้มเจ้าเหมียวสีขาวกลับบ้านโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าหลังจากการกระทำของเธอเมื่อสักครู่ทำให้ตัวของมันร้อนวูบวาบขนาดไหน

*_*_*_*_*



ชุดที่น้องใส่ก็ประมาณนี้ค่ะ แค่จะเล็กลงมาหน่อยเพราะน้องแค่8ขวบ

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #3 Princess Serena (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:50
    น่าสนุกนะคะ เต็ม 10 ไม่หักเลยจ้า สู้ๆน้า
    #3
    1
    • #3-1 คุณเเมวดมกาว(จากตอนที่ 1)
      19 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:36
      ขอบคุณมากๆเลยค่าาา รอติดตามได้เลย!
      #3-1
  2. #2 ladolceblue (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:26
    ตอนแรกเห็นน่าสนใจเลยกดติดตามเฉย ๆ ไม่คิดว่าจะเขียนดีขนาดนี้ สู้ ๆ ค่ะ รออ่านนะคะ
    #2
    1
    • #2-1 คุณเเมวดมกาว(จากตอนที่ 1)
      17 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:32
      ขอบคุณมากนะคะ รอติดตามได้เลยค่าาา
      #2-1