วิพากษ์ The Phantom of The Opera

ตอนที่ 1 : ปูเสื่อเกรินนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 929
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 เม.ย. 52

The Phantom of the Opera
ปิศาจแห่งโอเปร่า

...อัจริยภาพทางสังคีตผู้อยู่ในคราบปิศาจ ชีวิตอันอาภัพใต้โรงละครโอเปร่าอันสว่างไสว

สำหรับคนยุครุ่นอายุไม่ถึง 30 ปี อาจจะเพิ่งได้รู้จัก The Phantom of The Opera ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ 2004 โดยการกำกับของ โจเอล ชูมักเกอร์ และการกำกับเพลงของ เซอร์ แอนดูรส์ ลอยส์ เวบเบอร์ จนทำให้บางคนที่ไม่รู้จักเรื่องนี้เข้าใจผิดว่า เป็นบทประพันธ์ของเซอร์แอนดรูส์ และเข้าใจว่านี่เป็นภาพยนตร์เพลงรักโรแมนติกสุคคลาสิก เรื่องราวความรักอันไม่สมหวังตลอดกาลของปิศาจแห่งคีตศิลป์ ผู้หมายเด็ดดอกฟ้าที่ได้แค่แต่มอง และไม่เคยสมหวังเลยสักเวอร์ชั่น ประหนึ่งโกโบริ พระเอกคู่กรรมของบ้านเราไม่มีผิด

โดยแท้จริงแล้ว นวนิยายเรื่องนี้แต่งโดยนักเขียนชาวฝรั่งเศสนาม Gaston Leroux และถูกตีพิมพ์เป็นตอนๆในนิตยสาร Le Gaulois ในระหว่างปี 1909-1910 และได้มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษในปีต่อมา (http://www.oknation.net/blog/print.php?id=131979) โดยเรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมด เกิดขึ้นที่โรงละครโอเปร่าในปารีสในปลายศตวรรษที่ 19
...ที่น่าแปลกก็คือ นวนิยายเรื่องนี้ออกเป็นแนวสืบสวนสอบสวนเสียด้วยซ้ำ แม้จะมีกรุ่นกลิ่นความรักอยู่บ้าง  แต่ก็ไม่ใช่แนวประเด็นหลักของเรื่อง...และที่น่าแปลกไปยิ่งกว่านั้นก็คือ นวนิยายเรื่องนี้ขายได้ต่ำมากในสมัยนั้น จนแทบไม่เชื่อได้เลยว่า ไม่กี่สิบปีต่อมา นวนิยายเรื่องนี้จะมากลายเป็นหนึ่งในนวนิยายสุดคลาสคิกติดระดับโลกตลอดกาลมาจนถึงปัจจุบันนี้
 
http://translate.google.com/translate?hl=th&sl=en&u=http://en.wikipedia.org/wiki/The_Phantom_of_the_Opera&ei=pD23SeWrFJKwkAXtp-3eCQ&sa=X&oi=translate&resnum=7&ct=result&prev=/search%3Fq%3DThe%2BPhantom%2Bof%2Bthe%2BOpera%26hl%3Dth%26rls%3Dcom.microsoft:*

เรื่องราวกลายถึง Erik อัจริยภาพทางดนตรี แต่เสียทีที่เกิดมาอาภัพอัปลักษณ์(แบบสุดๆ) เขาเป็นชายแก่จอมร้ายกาจที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โรงละครโอเปร่าในปารีส โดยได้เรียกค่าคุ้มครองจากเจ้าของโรงละครเป็นเงิน 20,000 ฟรังส์ โดยเขาได้ตอบแทนด้วยการประพันธ์เพลงและละครเป็นการแลกเปลี่ยน รวมถึงต้องทำให้ที่นั่งบริเวณ BOX 5 ของโรงละครว่างตลอด เพื่อให้เขาได้ชมการแสดง หากไม่ยินยอมทำตาม จะทำให้โรงละครเกิดความวุ่นวายอันยากจะแก้ไข ที่ผ่านมาเจ้าของโรงละครต่างหวาดกลัวและยอมทำตาม Erik เสมอมา... The Phantom of The Opera ปิศาจแห่งโรงละคร จึงได้เป็นฉายาของเขาตั้งแต่นั้นมา และไม่มีใครไปกล้าหือกล้าค้นหาว่าเขาอยู่ ณ ที่แห่งในโรงละคร เพราะกลัวจะกลายเป็นศพฝังใต้โรงโอเปร่าไปสักก่อน

...แล้วในวันหนึ่ง ฟ้าก็ส่งดอกฟ้ามาให้เขาได้ชุ่มชื่นหัวใจ เมื่อเขาได้แอบเห็น คริสติน ดาเอ้ นักร้องฝึกหัดซึ่งเข้ามาทำงานในโอเปร่า เธอได้สูญเสียบิดาซึ่งเป็นนักดนตรีไป Erik ได้ฉวยโอกาสนั่น อ้างตัวเป็นเทพแห่งดนตรีที่พ่อของเธอส่งมา Erik ได้สอนคริสตินฝึกหัดร้องเพลงจนดีขึ้นเป็นลำดับ โดยการสอนผ่านทางกำแพงที่กั้นระหว่างโลกของ Erik กับคริสติน และก็เขาอีกนั่นแหละที่เปิดโอกาสเวทีสู่ความเป็นดาวให้เธอ ด้วยการทำให้เกิดอุบัติเหตุกับดาวละครใหญ่ เพื่อให้คริสตินขึ้นมาแทน...และคริสตินก็ทำได้สมใจ Erik ยิ่งนัก รวมถึงความรักความผูกพันที่ทั้งสองมีอย่างไม่รู้ตัว แม้ฝ่ายคริสตินจะไม่เคยประสบพบหน้า Erik มาก่อนก็ตาม Erik เฝ้ามองดูคริสตินเติบโตจากเด็กหญิงขึ้นมาเป็นสาวน้อยวับสะพรั่ง (ออกแนวเลี้ยงต้อยแฮะ)
...แต่ก็เหมือนฟ้ากลั่นฟ้าแกล้ง เมื่อฟ้าส่งแสงสว่างอันอ่อนโยนให้เขาได้สัมผัสเพียงชั่วครู่ ก็เรียกกลับคืนอย่างโหดร้าย
...การได้เป็นดาวของคริสตินนี่แหละ ที่หาก Erik รู้อนาคตล่วงหน้า ว่าเธอจะได้ไปพบ Prince Charming อย่าง ราอูล วิกองต์ เดอ ชางนี (ยศขุนนางเทียบเท่าไวท์เคาท์ของอังกฤษ) เพื่อนสมัยเด็กและเป็นรักแรกพบและเขาก็ได้กลายมาเป็นผู้อุปการะโรงละคร (ถ้าเทียบปัจจุบันก็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่)  Erik คงจะไม่ปั้นคริสตินขึ้นมาแน่
...และก็ลงสูตรตัวร้ายเช่นเดิม Erik ได้ก่อเรื่องร้ายๆ ต่างๆ ในโรงละครเพื่อสนองความแค้นที่ไม่สมหวังในรักของตน ท้ายที่สุดเขาได้ลักพาคริสตินลงไปอยู่ในโลกของเขา ทั้งยังบังคับให้เธอเลือกแต่งงานกับเขาเพื่อรักษาชีวิตของราอูล ซึ่งคริสตินก็ตกลง...กระนั้นก็ตาม นางกลับรู้สึกสงสารและจุมพิตที่หน้าผากของ Erik อย่างไม่รังเกียจความอัปลักษณ์ของเขา ทำให้ Erik ได้รู้ซึ้งความรักที่แท้จริงในยามนั้น...ที่สุดแล้วเขาก็ได้ปล่อยตัวคู่รักทั้งสองไป ร่วมถึงยังเป็นสักขีพยานมอบแหวนคริสติน ถือเป็นของขวัญแต่งงานให้คริสตินและราอูล ก่อนจะหลบหนีหายไปจากโรงละคร
...Erik ตรอมใจตายในสามอาทิตย์ต่อมา หลุมศพของเขาไม่ได้รับการยืนยันชื่อเสียงเรียงนามและที่อยู่แน่นอน มีเพียงคริสตินเท่านั้นที่ทราบ และเธอก็เป็นผู้ไปวางดอกไม้เหนือหลุมศพของเขา ปิดตำนานเทพแห่งดนตรีผู้ถูกโชคชะตากลั่นแกล้ง หากก็ยังได้สัมผัสความรักในครั้งสุดท้าย ก่อนชีวินสิ้นมลาย

The Phantom of the Opera ได้ขึ้นมาเป็นภาพยนตร์เงียบในยุคหนังขาวดำหลายต่อหลายเรื่อง ออกมาเป็นซีรีย์ทางโทรทัศน์ก็มากแต่จุดที่ทำให้นวนิยายเรื่องนี้ ดังระเบิดและถูกบันทึกในประวัติศาสตร์นวนิยายคลาสิก คือ การได้ขึ้นเป็นละครบรอดเวย์ในปี 1986  เป็นละคร Musical (ละครเพลง) ซึ่งกำกับเพลงประกอบทั้งหมดโดยเซอร์ แอนดรูส์ ลอยส์ เวบเบอร์นั่นเอง เป็นละครบรอดเวย์ที่มียอดผู้ชมสูงสุดถึงสิบล้านคนเทียบเท่าเรื่อง Cats และ CHICAGO เลยทีเดียว ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีการเปิดการแสดงอยู่ในโรงละครของลอนดอน และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวว่า หากได้ไปเยือนลอนดอนแล้ว ควรหาโอกาสไปชมโอเปร่าเรื่องนี้ให้ได้ในชีวิต

http://www.lasvegastourism.com/shows/phantom.jpg

...และผลจากการแจ้งเกิดของ The Phantom รวมถึงเพลงประกอบที่ไพเราะในละครบรอด์เวย์ จนมีผลทำให้เพลงประกอบละครเรื่องนี้ ถูกนำไปขับร้องอยู่บ่อยครั้ง ในงานการประกวดร้องเพลงและดนตรีคลาสิกต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในเพลงปราบเซียนเหล่านักล่าฝันเลยทีเดียว รวมถึงการนำไปเป็นแรงบันดาลใจในวรรณกรรมลูกบทหลายๆ เรื่อง เช่น การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง คินดะอิจิ กับคดีปิศาจโรงละครโอเปร่า เลยทีเดียว และยังวงดนตรี Nightwish วงดนตรีร็อกที่ได้ชื่อวงมาจากหนึ่งในเพลงประกอบเรื่องนี้อีก สื่อให้เห็นถึงเสน่ห์และอิทธิพลของ The Phantom ที่เข้าไปอยู่ในจินตนาการและแรงบันดาลใจของผู้มีศิลปะในจิตวิญญาณหลายต่อหลายคน
ไฟล์:Kindaichi V.1.jpg
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Kindaichi_V.1.jpg

จากนั้นในอีก 16 ปีต่อมา (2004) หลังจากที่ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายลงตัวพร้อมทำ The Phantom ขึ้นมาเป็นภาพยนตร์จอเงินบ้างแล้ว (เมือ 16 ปีก่อน มีความไม่พร้อมบางอย่างที่ไม่ลงตัวในการทำเป็นหนังใหญ่ได้) เซอร์เวบเบอร์จึงได้จับมือกับโจเอล ชูมัคเกอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดซึ่งเคยกำกับเรื่อง Batman Reture สร้างภาพยนตร์เพลงที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมากระฮึ่มโลกเซลลูลอยส์อีกครั้ง เป็นการเข้าถึงกลุ่มผู้ไม่เคยชมละครโอเปร่ามาก่อน และดึงผู้ชมในกลุ่มวัยรุ่น(สาวๆ)ได้เข้าเป้าตรงเผง เพราะได้พระเอกแฟนท่อม อย่าง เจอราดส์ บัตเลอร์ (พระเอกจากเรื่อง 300) ที่เรียกได้ว่าเป็นแฟนทั่มที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจและมีเสน่ห์ที่สุดในบรรดาแฟนท่อมที่ผ่านๆ มา เรียกคนดูสาวๆ ไปชมหนังได้เต็มโรงเลยทีเดียว...ความยิ่งใหญ่ของแฟนท่อมในภาคภาพยนตร์ยังได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัล 3 ออสการ์ (สาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม, บทภาพยนต์ยอดเยี่ยม) สาขาและ 3 ลูกโลกทองคำ (สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลก/เพลง, ผู้แสดงนำหญิง (เอ็มมี่ รอสซั่ม) และเพลงประกอบ "Learn To Be Lonely")  (แต่ชวดหมด...ไม่ใช่ว่าไม่เจ๋งจริง แต่คู่แข่งหินๆ ทั้งนั้น) 
แต่อย่างน้อย คริสตินของเวอร์ชั่นนี้ อย่าง เอ็มมี่ รอสซั่ม ก็ยังได้รางวัลนักแสดงดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยมจากรางวัล National Board of Review และ Broadcast Film Critics Association Awards
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #12 Phantom's rose (@alo5) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 15:45
    อาห์...  เราชอบมานานละ

    หนังสือในรูปที่3สนุกมากๆ  ถ้ายังไม่ได้อ่านแนะนำเลย
    #12
    0
  2. #6 Sammael Sin (@sammael) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2552 / 14:50
    ขอบคุณมากครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเรื่องราวของแฟนท่อมเหมือนกัน แต่ยากที่จะตามหาตัวเค้าจริงๆ ในประวัติศาสตร์ เลยได้แต่เสาะหาจากบทประพันธ์ เท่าที่รู้ ไม่ใช่แค่ฉบับดัดแปลงเท่านั้น แม้แต่ฉบับบทประพันธ์เองมันก็ยังมีหลายเวอร์ชั่นด้วยนี่นา (เหมือนคนเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ ก็มีกันหลายคนหลายแบบ หลายเรื่องราว เขียนเรื่องพระนเรศวรเหมือนกัน แต่ไปคนละทางหมดเลย) ถ้าไม่รังเกียจคุณต้องช่วยแล้วล่ะ
    #6
    0
  3. #5 keauko (@keauko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2552 / 22:59

    เอริคเขาเรียกเงินเป็นจำนวน สองหมื่น ฟรังส์ ค่ะ

    ผิดไปนิดนึง

    เราก็ชอบเเฟนท่อมมาก ถึงขั้นบ้าเลย

    ดูทุกอาทิตย์ตอนเปิดเทอม ส่วนปิดเทอม...เเทบทุกวัน

    #5
    0
  4. #4 shiroro (@shamu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2552 / 19:46
    อืม จะรออ่านตอนต่อไป
    #4
    0