คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 95 : สืบ-จับเพียง10ชั่วโมง หนุ่มพเนจรตีเละ"นิรนาม" พยาน"หนาวแอร์"เปิดปาก


     อัพเดท 22 พ.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 44 Overall : 17,193
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 95 : สืบ-จับเพียง10ชั่วโมง หนุ่มพเนจรตีเละ"นิรนาม" พยาน"หนาวแอร์"เปิดปาก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 442 , โพส : 1 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




"มึงสดมากใช่ไหมไอ้...ชายผิวสีดำแดง ผมหยักศก อายุประมาณ 40 ปี รูปร่างกำยำสันทัด สูงประมาณ 175 เซนติเมตร ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง นัยน์ตาจ้องเขม็งไปที่ชายซึ่งนอนตะแคงหลับสงบนิ่งอยู่บนม้านั่ง ในศาลาที่พักกลางสวนหย่อม เขาผรุสวาทเสียงดังพร้อมเงื้อไม้สนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 นิ้ว ขึ้นสุดเหยียดก่อนประเคนใส่ศีรษะและใบหน้าชายตรงหน้าอย่างจังนับได้ 6 ครั้ง เลือดไหลออกปากออกจมูกอาบแก้ม คู่กรณีหมดหนทางต่อสู้ขัดขืนหรือแม้แต่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนชายคนร้ายจะทิ้งไม้ หิ้วกระเป๋าสะพายลายพรางสีเขียว เดินลัดเลาะสวนหย่อมออกไป" คำให้การของคู่รักซึ่งมานั่งตกปลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาใต้สะพานกรุงเทพ ประจักษ์พยานในเหตุการณ์คนถูกไม้ตีเสียชีวิต บริเวณสวนหย่อมใต้สะพานกรุงเทพ ตอนกลางดึก 12 กันยายน 2549 ต่อหน้า พ.ต.ท.กองพล อุทธสิงห์ พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.วัดพระยาไกร

ก่อนทั้งคู่จะอธิบายถึงสภาพแวดล้อมตรงจุดและเวลาที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
"ตรงนั้นเป็นสวนหย่อมของกรุงเทพมหานคร จุดเกิดเหตุเป็นศาลาที่พัก 5 เหลี่ยม มีแสงสว่างจากเสาไฟฟ้า 2 ต้น และมีแสงไฟสปอตไลท์จากเชิงสะพานกรุงเทพส่องถึง ทำให้พอมองเห็นคนร้ายได้ในระยะ 10 เมตร แม้ว่าสายฝนจะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายตั้งแต่ตอนหัวค่ำ และไม่มีทีท่าจะขาดเม็ด"

"คุณรู้จักคนตาย หรือคนร้ายมั้ย?"

"ไม่รู้จักครับ (ค่ะ)"



ขณะเดียวกัน สารวัตรจ้อ พ.ต.ท.ดิลก รื่นเนตร สว.สส.สน.วัดพระยาไกร นำทีมลูกน้องไล่เรียงจากผู้กองขวัญ ร.ต.อ.ขวัญชัย แป้นมณฑา รอง สว.สส. ด.ต.เอนก มั่งสายทอง ด.ต.เสรี เมืองชู ด.ต.พรชัย ชุนเจริญ และ จ.ส.ต.ประทีป เพิ่มพูน ขับรถปิคอัพฝ่าสายฝนมุ่งหน้าสวนหย่อม

ผลการตรวจสภาพศพร่วมกับแพทย์นิติเวช พบบาดแผลฉกรรจ์ตามใบหน้าและศีรษะ ไม่พบเอกสารหลักฐานระบุชื่อที่อยู่คนตาย ห่างออกไปไม่ไกลพบท่อนไม้ซึ่งตรงปลายข้างหนึ่งเหลาจนแหลมและเปรอะเปื้อนดิน แต่ปลายอีกข้างหนึ่งกลับมีคราบเลือดติดอยู่ มันจึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่พบ

"ศพชายนิรนามถูกตีจนเสียชีวิต ไม่มีประจักษ์พยานคนใดรู้จักหรือเคยเห็นหน้าเขามาก่อน แต่คนที่มานอนอยู่ที่ศาลาในสวนหย่อมกลางดึกเช่นนี้ อาจเป็นคนเร่ร่อนพเนจรก็เป็นได้ ส่วนคนร้ายมีเพียงหนุ่มสาวที่มาตกปลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาจดจำรูปพรรณได้ แต่ก็ไม่มีใครรู้จักอีกเช่นกัน แล้วท่อนไม้ที่ใช้ก่อเหตุ น่าจะเป็นท่อนไม้สำหรับค้ำต้นไม้ในสวนหย่อม แสดงว่าคนร้ายไม่ได้เตรียมหาซื้ออาวุธจากที่อื่น" สารวัตรจ้อประมวลจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่มีใครรู้จักหรือเคยเห็นหน้าทั้งคนตายและคนร้ายมาก่อน

"เอ๊ะ! มันจะเป็นไปได้อย่างไรล่ะ ถ้าคนตายเป็นคนเร่ร่อนจริง บุคคลเร่ร่อนละแวกนั้นก็น่าจะรู้จัก" สารวัตรจ้อฉุกคิด และแม้จะเป็นคดีซึ่งผู้ตายเป็นบุคคลเร่ร่อน แต่ทุกชีวิตย่อมมีค่า เขาคิดเช่นนั้น ก่อนสั่งให้ทุกคนช่วยกันติดตามพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยเน้นสอบถามกลุ่มบุคคลเร่ร่อนใต้สะพานกรุงเทพ



///////////////////////////////////



"นายครับ มีต่อ สังข์ กับนัด ที่นอนอยู่ใต้สะพานกรุงเทพขณะเกิดเหตุ ผมถามมันแล้ว มันบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น" ทีมสืบรายงานสารวัตรจ้อ

"มันจะเป็นไปได้ยังงัยวะ คนตีกันจนตาย พวกมันจะไม่ออกมาดูเลยเชียวรึ มันผิดปกติวิสัยคนทั่วไป เรียกพวกมันมาสอบซิ" สารวัตรจ้อพบจุดผิดสังเกตเกี่ยวกับคำให้การของกลุ่มคนเร่ร่อน ซึ่งตามปกติมนุษย์มักจะอยากรู้อยากเห็น โดยเฉพาะในเหตุการณ์ทำร้ายกับถึงขั้นเลือดตกยางออก และเสียชีวิต ซึ่งดึงดูดความสนใจได้อย่างดียิ่ง

ตี 1 คืนนั้น ทีมสืบวนกลับไปจุดเกิดเหตุอีกครั้ง และพาทั้งต่อ สังข์ และนัด มาที่ สน.วัดพระยาไกร

ในห้องสืบสวน ชายสามคนสวมเสื้อยืดซึ่งแถมจากน้ำอัดลมยี่ห้อดัง อีกคนสวมเสื้อแถมจากเครื่องดื่มชูกำลัง ส่วนคนสุดท้ายดูไม่ออกว่าสวมเสื้อผ้ายี่ห้ออะไร เพราะสีขาวดูหม่นหมอง มอซอ แถมเปรอะด้วยคราบสีเทาๆ ดำๆ ทั่วตัว สวมกางเกงขาสามส่วนเก่าซีดไม่แพ้กับเสื้อ ที่สำคัญทั้งเสื้อและกางเกงทุกคนเปียกชุ่มจนลีบแนบเนื้อ และดูพวกเขาจะไม่ชินกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถูกหมุนปรับไปที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส เอาเสียเลย

"พวกเอ็งรู้จักคนตายมั้ย?"

"ไม่รู้จักครับ"

"แล้วคนร้ายล่ะรู้จักมั้ย?"

"ไม่รู้จักเหมือนกันครับ"

"จริงรึ"

"ครับ" แต่ไม่ยักมีใครเงยหน้าขึ้นสบตาสารวัตรจ้อ พวกเขาเอาแต่นั่งกอดอก ก้มหน้า ลำตัวแขนขาสั่นระริก ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกิดจากความหวาดกลัว หรือความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ

"คนเร่ร่อนมักจะรู้จักกันดีไม่ใช่รึ บอกความจริงมาดีกว่า หรือเอ็งรู้เห็นด้วย?"

"เปล่านะครับ" ทั้งสามตอบเป็นเสียงเดียวกัน

"แล้วตอนเกิดเหตุทำไรกันอยู่ล่ะ?"

"ผมนอนอยู่ครับ...ผมก็เหมือนกันครับ...ผมด้วยครับ"

"แล้วไม่ได้ยินเสียงคนร้องโวยวาย หรือเสียงทุบตีบ้างเลยรึ ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้กันแค่นั้น?"

"ได้ยินครับ แต่ไม่ได้เดินไปดู"

"เป็นไปได้ยังไงล่ะพ่อหนุ่ม เอ็งไม่อยากรู้เลยรึว่าเกิดอะไรขึ้น คิดดูดีๆ สงสัยต้องสอบกันอีกยาว?"

"โอ้โฮ จะสอบพวกผมอีกนานเลยรึครับ ผมยอมแล้วครับคุณตำรวจ ผมขอผ้าห่มสักผืนเถอะ แล้วจะเล่าให้ฟังหมดเลย" หนึ่งในกลุ่มซึ่งนั่งคุดคู้ ปากซีด ตัวสั่นเทาโพล่งขึ้น และดูเหมือนอาการหวาดกลัวจะถูกลืมไปเสียสิ้น ในห้องซึ่งเปิดแอร์เย็นฉ่ำ หลังฝนขาดเม็ด ภายใต้เสื้อผ้าอันเปียกชุ่ม

"โธ่ หนาวก็ไม่บอก" สารวัตรจ้อนึกเห็นใจ ก่อนสั่งลูกน้องหยิบเสื้อคลุมและผ้าห่มมาให้



"คนตายชื่อจอม ส่วนคนร้ายชื่อเล็ก เป็นคนเร่ร่อนแถวนี้ล่ะครับ จอมมันเมาเหล้าเดินมาถึงที่ศาลาหยิบกระเป๋าของเล็ก ซึ่งวางไว้ตรงที่นอนประจำเหวี่ยงทิ้ง แล้วลงไปนอนแทน พอไอ้เล็กมาถึงเห็นกระเป๋าที่กองอยู่กับพื้น ก็ฉุนขาด ไปคว้าไม้ที่ปักค้ำต้นไม้ใกล้ๆ มาตีไป 5-6 ที ขณะไอ้จอมนอนหลับไหลด้วยฤทธิ์สุรา โดยที่ไอ้จอมไม่มีโอกาสต่อสู้ แล้วมันก็หนีไป" ต่อเล่า ขณะคู้ตัวอยู่ในผ้าห่ม ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

"แล้วทำไมพวกเอ็งต้องปิดบังด้วย?"

"หลังก่อเหตุ ไอ้เล็กมันขู่พวกผมว่า ถ้าใครพูดกูจะตีตายให้หมด พวกผมเลยไม่อยากมีเรื่อง เพราะมันตัวใหญ่"

"เอ็งพอจะรู้มั้ย ว่าไอ้เล็กหนีไปไหน?"

"ไม่รู้เหมือนกันครับ"

"แล้วปกติเล็ก หาเงินหรือกินข้าวที่ไหน?"

"อ๋อ มีอยู่ 2 ที่ครับ บางครั้งมันก็ไปกินข้าวที่โกดังข้าวสารใกล้วัดบางน้ำชน ที่มันเคยรับจ้างแบกข้าวสารอยู่ กับไปขอข้าวก้นบาตรที่วัดดาวคนองกิน"

"ขอบใจมาก แค่นี้ล่ะ ไปนอนพักเถอะ"

จากการตรวจสอบ ทราบชื่อผู้ตาย จอมหรือป๊อก ชื่นจิตร ส่วนคนร้าย อนุรักษ์หรือเล็ก ภัสสร การติดตามจับกุมเล็ก ดำเนินไปทันที

สารวัตรจ้อแบ่งกำลังเป็น 2 ทีม ชุดแรกไปดักรอที่โกดังข้าวสาร อีกชุดมีสารวัตรจ้อร่วมด้วยมุ่งหน้าวัดดาวคนอง



ใกล้รุ่ง 13 กันยายน 2549 ทีมสืบทั้ง 2 ชุด เข้าประจำจุด ตามคำสั่งสารวัตรจ้อ ซึ่งพวกเขารอจนสาย และวันนี้ เล็กแวะเวียนไปขอข้าวก้นบาตรพระวัดดาวคนองใส่ท้องจนอิ่ม และทันทีที่เล็ก ซึ่งรูปร่างสูงใหญ่ เดินเข้ามาในวัด

"มันตัวใหญ่เหมือนกันแฮะ จะทำยังงัยดี ไม่ให้เตลิด หากจับกุมต้องใช้กำลังอย่างน้อย 3 คนเข้าล็อค และอาจถึงขั้นใช้อาวุธปืนถ้าต้านทานพละกำลังชายผู้นี้ไม่ไหว" สารวัตรจ้อนึกวางแผนชั่วครู่ ไม่นานอุบายอันแยบยลก็แวบแล่นเข้าในหัว สารวัตรจ้อสั่งลูกน้องรออยู่เฉยๆ ก่อนเจ้าตัวผละออกไป เขาทำใจดีสู้เสือ ยิ้มทักทายเล็ก พร้อมเดินเข้าประชิดเป้าหมาย

"ไปเยี่ยมเพื่อนมาบ้างรึเปล่าพ่อหนุ่ม?" สารวัตรจ้อถามเสียงนุ่มใบหน้าอมยิ้มเล็กน้อย แสดงออกถึงความเป็นมิตร แม้จะเชื่อว่าคนที่มีชนักติดหลังรู้ดีว่าเขาคือตำรวจ แต่ชายผู้นี้ก็ไม่ได้ตื่นเตลิดวิ่งหนีไปไหน

"ไม่ได้ไปเลยครับ" เล็กตอบ

"กินข้าวกินปลาเสร็จแล้ว ไปเยี่ยมด้วยกันมั้ย?"

"ไปสิ" ดูเหมือนเล็กจะเชื่อสนิทใจ ซึ่งสารวัตรจ้อตัดสินใจเลือกที่จะไม่บอกความจริงว่าจอมตายตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว เพื่อไม่ให้เล็กเตลิด และเชื่อว่าตัวเองจะได้รับโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เล็กยอมเดินทางมากับสารวัตรจ้อโดยดี มีลูกน้องในทีมขับรถปิคอัพตามมาติดๆ

และทันทีที่มาถึงห้องสืบสวน สน.วัดพระยาไกร "เล็ก ความจริงไอ้จอมตายแล้ว" สารวัตรจ้อบอกความจริง ซึ่งเล็กถึงกับเข่าอ่อนแทบล้มทั้งยืน ทรุดตัวลงบนเก้าอี้

"ทำไมต้องฆ่าแกงกันด้วย?"

"มันแย่งที่นอนประจำผมครับ แถมยังเหวี่ยงกระเป๋าผมทิ้งลงพื้นด้วย ผมโกรธมาก เลยคว้าไม้มาตีสั่งสอนมัน ไม่คาดคิดว่าจะถึงตาย" เล็กยอมรับแต่โดยดี

นับได้เพียง 10 ชั่วโมง กับการคลี่คลายคดีฆาตกรรมชายนิรนาม ที่เริ่มต้นนับ 1 วางแผนและใช้อุบายอย่างรอบคอบ จนจับกุมคนร้ายได้โดยละม่อม ไม่มีใครต้องเสียเลือดเสียเนื้อ

สุดท้ายเล็กถูกส่งนอนยาวในมุ้งสายบัวหลายสิบปี ชดใช้กรรมที่ทำไว้

และหลังเกิดเหตุไม่กี่วัน ศาลา 5 เหลี่ยมหลังนั้นก็กลายเป็นแค่ภาพในอดีต เมื่อกรุงเทพมหานครเล็งเห็นเป็นจุดเสี่ยงต่อการก่อคดีอาชญากรรม จึงรื้อออกเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 95 : สืบ-จับเพียง10ชั่วโมง หนุ่มพเนจรตีเละ"นิรนาม" พยาน"หนาวแอร์"เปิดปาก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 442 , โพส : 1 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 47
ก็ว่าอยู่ทำไมถึงบอกหนาวแอร์เปิดปาก โอเค เก็ทและ 55555
Name : paksikhun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ paksikhun [ IP : 223.24.34.16 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2559 / 18:19

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android