คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 68 : "ศาสตร์"แห่งการสืบสวน ปริศนาคลี่ปมจับ"ส.ต.อ." "ฆ่า-ชิงทรัพย์"เสี่ยกรอบรูป


     อัพเดท 4 เม.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 44 Overall : 17,193
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 68 : "ศาสตร์"แห่งการสืบสวน ปริศนาคลี่ปมจับ"ส.ต.อ." "ฆ่า-ชิงทรัพย์"เสี่ยกรอบรูป , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 508 , โพส : 0 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




ในช่วงเวลาที่ความมืดเข้าปกคลุม ผู้คนส่วนใหญ่เอนกายพักผ่อนอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เพื่อรับฟังข่าวสารระหว่างวัน

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเพิ่งหลุดพ้นจากความจอแจของยวดยานพาหนะบนท้องถนน พวกเขาพากันเหยียบคันเร่งเกือบมิด บึ่งกลับที่ซุกหัวนอนอันแสนจะอบอุ่นให้เร็วที่สุด

แต่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังต้องนั่งอยู่ที่ทำงานปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน

"นายครับ เกิดคดีฆ่าชิงทรัพย์ที่ร้านทำกรอบรูปอินเตอร์เฟรม บางขุนนนท์ครับ" ตำรวจนอกเครื่องแบบตบเท้าทำความเคารพ พร้อมรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

ซึ่ง พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หัวหน้าสถานีตำรวจบางขุนนนท์ ไม่รีรอ สั่งพลขับติดเครื่องมุ่งหน้าจุดเกิดเหตุทันที

"สงสัยมันอยากทดสอบฝีมือเรารึเปล่าวะ" เสียง พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นานสัพยอกกับลูกน้องในทีมขณะนั่งไปในรถ

แต่สีหน้าแววตาบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วง พร้อมยกข้อมือขึ้นดู เข็มนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มเศษ

"นี่ก็สองทุ่มแล้ว ร้านมันยังไม่ปิดอีกรึเนี่ย" นายตำรวจหัวหน้าสถานีเปรย



เอี๊ยด??รถของทัพนักสืบ ร้อยเวร จอดต่อคิวที่หน้าร้านเกิดเหตุ พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที

ที่นั่นพบศพชายวัยกลางคนมีเลือดนองเต็มตัว นอนแน่นิ่ง ข้างตัวมีหญิงวัยไล่เลี่ยกัน นังคุกเข่ากอดร่างไร้วิญญาณ ร้องไห้คร่ำครวญปิ่มจะขาดใจ

"คนตายชื่ออะไร?"

"เจริญ บูรณะพงศ์ ครับ คนร้ายเข้ามาฆ่าชิงทรัพย์แล้วหนีหายไปด้วยความรวดเร็ว แจ้งสายตรวจสกัดจับตามจุดต่างๆ แต่ก็ไร้วี่แววครับ" ลูกน้องรายงานข้อมูลเบื้องต้น

"แล้วคนที่ร้องไห้ล่ะ ใคร?"

"เมียคนตายครับ"


"คนร้ายมันลงมือตอนสองทุ่ม ฟ้าก็มืด แล้วยังหนีไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อดูจากเส้นทางการหลบหนีตามตรอกซอกซอยต่างๆ แสดงว่าคนร้ายมันต้องรู้ลู่ทางหลบหนีเป็นอย่างดีแน่นอน จึงไม่น่าจะใช่ขาจร มันน่าจะเป็นคนในละแวกชุมชนนี้แน่นอน" พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์คิดตรองตามหลักพฤติกรรมศาสตร์อาชญากรรม และหลักภูมิศาสตร์อาชญากรรม

ซึ่งมีการวิจัยมาแล้วว่าการก่อเหตุแล้วหลบหนีได้รวดเร็วเช่นนี้ คนร้ายน่าจะมีที่หลบซ่อนตัวอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุในระยะประมาณ 1.45 กิโลเมตร

ก่อนที่จะรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นตามที่คิดไว้!

คำตอบที่บ่งบอกถึงความมั่นใจทำเอาลูกน้องที่ยืนเรียงรายอยู่ด้านหลัง ยืนเกาหัว สบตากันไปมาด้วยความงุนงง แถมยังมีเสียงกระซิบกระซาบแว่วเข้าหูด้วยว่า "นายเขาฟันธงรายงานผู้ใหญ่ อย่างนี้เลยรึ" แต่ พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ไม่คิดติดใจกับเสียงวิจารณ์นั้น

ก่อนเดินเครื่องสั่งการ "พวกเอ็งเอารายละเอียดชุมชนทั้งหมดมาวางบนโต๊ะพี่ก่อนแปดโมงเช้าวันพรุ่งนี้ด้วย"

"ครับนาย" หลังรับทราบคำสั่งทีมสืบบางขุนนนท์กลับไปที่ห้องสืบ เพื่อรวบรวมรายละเอียดชุมชนทั้งหมดในละแวกนั้นตามฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่



รุ่งขึ้น เข็มนาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงเศษ ทีมสืบนำแฟ้มข้อมูลชุมชนกว่า 20 แห่งละแวกที่เกิดเหตุพร้อมแผนผัง วางบนโต๊ะทำงาน หัวหน้าสถานี ตามคำสั่ง

ซึ่ง พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์พลิกเปิดดูและวิเคราะห์ตามอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการปูพรมตรวจสอบจากรัศมีโดยรอบ

เวลาผ่านไป 6 วัน

บ่ายแก่ๆ 16 มกราคม 2540 เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวชิงเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย ท้องที่ สน.บางกอกน้อย ขึ้นอีก คนร้ายหนีหายเข้ากลีบเมฆในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน แม้คดีนี้จะไม่ใช่ในเขต สน.บางขุนนนท์ แต่ก็เป็นเขตพื้นที่ติดกัน และ พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ให้ความสนใจไม่แพ้คดีที่เกิดในพื้นที่ เนื่องจากตามหลักภูมิศาสตร์อาชญากรรม คนร้ายน่าจะเป็นคนในชุมชนเช่นกัน และน่าจะซ่อนตัวห่างจากจุดเกิดเหตุระยะทางไม่เกิน 2 กิโลเมตร

เหตุฆ่าชิงทรัพย์ เหตุชิงเงินธนาคาร เกิดขึ้นติดๆ กัน บ่งบอกถึงความผิดปกติ ซึ่งตำรวจนิ่งนอนใจไม่ได้

"พวกเอ็งมัวทำอะไรกันวะ ได้ประวัติคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์รึยัง หรือกำลังประกบตัวอยู่" พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ติดตามความคืบหน้าคดี

"เราได้ข้อมูลว่าผู้ต้องสงสัยเป็นตำรวจครับนาย"

"ตำรวจน่ะรึ อยู่ที่ไหนวะ?"

"ตำรวจที่บางกอกน้อย ชื่อ ส.ต.อ.ปัญญา ขันตี อยู่ฝ่ายป้องกันปราบปราม ครับ ผมให้เมียคนตายดูรูปแล้ว เธอยืนยันว่าใช่"


ถึงแม้ว่าทีมสืบจะรายงานเช่นนั้น แต่ พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะตามหลักการสืบสวนแล้วไม่น่าจะใช่ จึงสำทับทีมสืบไปว่าถ้าได้ตัว ส.ต.อ.ปัญญา มาให้เรียกด้วย



ไม่นานนัก ส.ต.อ.ปัญญาถูกคุมตัวมาที่ห้องสืบโรงพักบางขุนนนท์ ซึ่ง พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ตามเข้าสมทบหลังได้รับรายงาน

ส.ต.อ.ปัญญาถูกเชิญให้นั่งตรงข้าม พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ โดยมีโต๊ะทำงานคั่นกลาง การพูดคุยเริ่มดำเนินการทันที

มีการสอบถามถึงเหตุที่เกิดขึ้น สถานที่อยู่ เพื่อจับผิดจากภาษากายที่แสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง นานหลายชั่วโมง

แต่จนแล้วจนรอด ส.ต.อ.ปัญญาก็ไม่มีอาการประหม่าหรือแสดงออกอื่นใดๆ ที่ส่อพิรุธ

"กูว่าเขาไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ พวกเอ็งลองไปแกะดูใหม่" พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ฟันธง

แต่ ส.ต.อ.ปัญญากลับไม่ได้รับปล่อยตัวเป็นอิสระ เมื่อเมียคนตายซึ่งถูกเชิญมาดูตัว ชี้ยืนยันว่าเขาคือคนร้าย ฆ่าชิงทรัพย์ผัวของเธอ

ขณะที่ ส.ต.อ.ปัญญาปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เขาทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ตัวเอง และเรียกร้องความยุติธรรมกลับคืนมา

แต่ผลพวงของคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ต้องหา ทำให้เขาถูกไล่ออกจากราชการ เพราะต้องคดีอาญาร้ายแรง

ในยามอับจนหนทาง คนที่ยื่นมือเข้าโอบอุ้มหนีไม่พ้นหัวอกผู้เป็นแม่ แม่ที่เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของลูกชาย ควักเงินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต ขายบ้าน ขายที่นา เทเงินก้อนสุดท้ายหมดหน้าตักยื่นขอประกันตัวลูกชาย แต่กลับไม่ได้รับประกันตัว เนื่องจากเมียผู้ตายชี้ยืนยัน และเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ประชาชนให้ความสนใจ

ส.ต.อ.ปัญญาถูกส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำ ระหว่างนั้นเมียรักที่อยู่กินกันมากว่า 8 ปี ก็พรากพาลูกหนีไปจากอ้อมอกพ่อ



เมื่อเมียคนตาย ซึ่งเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่า ส.ต.อ.ปัญญาเป็นคนร้าย ทำให้ พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ครุ่นคิดกับตัวเองอยู่นาน เพราะทฤษฎีและศาสตร์ในเชิงสืบสวนต่างๆ ที่ค้นคว้าและเขียนตำรา ขึ้นมาเป็นกองพะเนิน เพื่อใช้สำหรับสอนนักสืบรุ่นหลัง และมีลูกศิษย์ลูกหามาหลายรุ่น มันใช้กับคดีนี้ไม่ได้เลยรึ เขาหัวเสียจนแทบอยากเอาตำราไปเผาทิ้ง เพื่อระบายอารมณ์เสียด้วยซ้ำ

และด้วยความเชื่อมั่นใน "ศาสตร์" ที่เพียรขวนขวายค้นคว้ามาตลอดชีวิตรับราชการตำรวจ เขาจึงเดินหน้าไขความจริง แกะรอยหาคำตอบต่อไป

และไม่นานนักความพยายามของ พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อเขาร่วมมือกับ พ.ต.อ.โกสินทร์ หินเธาว์ ผู้กำกับสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลธนบุรี และ พ.ต.ต.สำเริง สวนทอง สารวัตรสืบสวน สน.บางกอกน้อย จับกุม สุรศักดิ์ หรือโจ โคตรวงศ์ คนร้ายชิงทรัพย์แบงก์กรุงศรีอยุธยา

สุรศักดิ์รับหมดเปลือกว่า ก่อเหตุร่วมกับพลทหารสมพร หรือ หำ นิลคำ เอาเงินที่ได้ยัดใส่กระป๋องนม และพาไปเอาของกลาง ประกอบด้วยสลิป สายรัดพลาสติคของธนาคาร และอื่นๆ อีกหลายรายการ

และที่สำคัญ สุรศักดิ์ยอมรับด้วยว่า เป็นคนฆ่าชิงทรัพย์เจ้าของร้านทำกรอบรูปอินเตอร์เฟรม บางขุนนนท์ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2540 ได้สร้อยทองของคนตายไป และพาทีมสืบไปตรวจยึดสร้อยทองเส้นนั้นด้วย

ภรรยาคนตายถูกเชิญมาดูตัวสุรศักดิ์ทันที แต่เธอกลับไม่เชื่อว่ามันเป็นคนร้ายที่ฆ่าสามีเธอ แต่กลับคิดไปอีกทางว่าตำรวจช่วยกันเอง

ขณะที่พยานแวดล้อมที่อยู่ในเหตุการณ์คนอื่นๆ ต่างยืนยันว่าสุรศักดิ์เป็นคนร้ายที่ฆ่าเจ้าของร้านทำกรอบรูป

หักล้างกับคำให้การของเมียคนตายซึ่งอาจจดจำใบหน้าผู้ต้องสงสัยจากรูปที่เห็น ในขณะจิตตก ทำให้เชื่อว่าเป็นคนร้ายตัวจริง

ต่อมา พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทำเรื่องขอปล่อยตัว ส.ต.อ.ปัญญา และแม้เขาจะได้รับอิสรภาพกลับคืนมา แต่ระหว่างต่อสู้คดี ทรัพย์สินเงินทองถูกใช้ไปจนหมด จนไม่สามารถทำเรื่องกลับมารับราชการต่อได้

ชีวิตที่ไม่ได้รับการเหลียวแล เขาต้องระหกระเหิน ไปรับจ้างเป็นยามเฝ้าตลาดสด ต.หนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี ประทังเลี้ยงชีพและรักษาแม่ที่ป่วยเป็นโรคความดันและกระดูก

และสุดท้ายชะตาชีวิตที่ผกผันก็กลายเป็นเส้นกราฟที่ดิ่งลงเรื่อยๆ เมื่อโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองคร่าชีวิต ส.ต.อ.ปัญญา ไปจากโลกนี้

ซึ่งแพทย์สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อระหว่างรับกรรมที่ไม่ได้ก่อขึ้นอยู่ในเรือนจำ!!!

กลายเป็นชีวิตที่จบลงเงียบๆ ไม่มีใครเหลียวแล และไร้ผู้รับผิดชอบ !?!

ส่วนสุรศักดิ์นั้นได้แขวนคอตายบนโรงพัก จะด้วยความเครียดหรือถูกกดดันอย่างไร ยังคงเป็นปริศนาที่ยังค้นหาคำตอบไม่ได้?!

ซึ่งปัจจุบัน พ.ต.ท.พงศ์พัฒน์เติบโตตามลำดับชั้นติดยศ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปราม พร่ำสอนนักสืบรุ่นน้อง ตามศาสตร์แห่งการสืบสวน ทั้งภูมิศาสตร์อาชญากรรม พฤติกรรมศาสตร์อาชญากรรม ฯลฯ

โดยใช้คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ เพราะงานสืบสวนต้องละเอียดรอบคอบและรัดคุม จะได้ไม่จับผิดตัว!?!



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 68 : "ศาสตร์"แห่งการสืบสวน ปริศนาคลี่ปมจับ"ส.ต.อ." "ฆ่า-ชิงทรัพย์"เสี่ยกรอบรูป , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 508 , โพส : 0 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android