คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 6 : "จีพีอาร์เอส"ขีดวง รวบเครือญาติโหด ปล้น-แทงแท็กซี่ 105 แผล


     อัพเดท 17 พ.ย. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 36 Overall : 17,185
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 6 : "จีพีอาร์เอส"ขีดวง รวบเครือญาติโหด ปล้น-แทงแท็กซี่ 105 แผล , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 721 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด






หวี้...หว่อ....หวี้..หวอ... เสียงไซเรน รถตำรวจ และรถมูลนิธิ ที่วิ่งไปตามถนนเข้าไปภายในย่านดอนเมือง

สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านสองข้าง เพราะเป็นช่วงเวลาประมาณ 9 โมงครึ่ง ของเช้าวันที่ 12 พฤศจิกายน 2549 ที่ทุกชีวิต ต่างก็เร่งรีบไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง...

โดยเสียงไซเรนมาหยุดลงที่ลานอเนกประสงค์หน้าทางเข้าหมู่บ้านปิ่นเจริญ 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ใกล้ๆ กับรถแท็กซี่สีฟ้า รุ่นลีโม่ ข้างรถระบุว่าเป็นของบริษัท ไทยเอช ลิสซิ่ง จำกัด หมายเลขทะเบียน 8270 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่

แต่ที่ผิดปกติเพราะภายในรถมีศพนายจรัญ หรือป้อม แสงแก้ว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ 8 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

สภาพศพนอนคว่ำหน้ากับเบาะหลัง สวมเสื้อสีฟ้า กางเกงยีนส์ รองเท้าหนังสีดำ ที่ข้อมือซ้ายถูกรัดด้วยเข็มขัดนิรภัย

แต่ภาพที่สยดสยองที่สุดคงเป็นบาดแผลที่ถูกแทงด้วยของมีคม ที่แพทย์ระบุว่า ที่ชายโครง และราวนมขวา 20 แผล ลำคอซ้าย 13 แผล แขนขวา 4 แผล และรอบหลัง 68 แผล รวมทั้งสิ้นกว่า 105 แผล

เป็นความโหดเหี้ยมสำหรับเหยื่อที่หาเช้ากินค่ำอย่างสุจริต แต่กลับถูกฆาตกรอำมหิตลงมือฆ่าอย่างเลือดเย็น

หลังรับรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล (ผบก.น.2) พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบก.น.2 (ยศตำแหน่งขณะนั้น) รีบบึ่งไปที่เกิดเหตุ พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง และกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 2 (กก.สส.บก.น.2)

โดย กก.สส.บก.น.2 มี พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ สว.กก.สส.บก.น.2 เป็นหัวหน้าทีม ร.ต.อ.พิณพศิน แก้วลี ร.ต.อ.คมสัน เลขาวิจิตร รอง สว. ร่วมกับ พ.ต.ต.ณรงค์เดช มูลศาสตรสาทร สว.สส.สน.ดอนเมือง พร้อมทีมงาน ตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดยิบ

ภายในรถมิเตอร์ยังเดินไปอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ารถวิ่งมาเป็นระยะทาง 9.1 กิโลเมตร เวลาเดินมาแล้ว 08.14 ชั่วโมง

ตัวเลขค่าโดยสารขึ้นไปเรื่อยๆ ยอดอยู่ที่ 700 บาท

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุภายในรัศมี 9 กิโลเมตร

งานนี้คนร้ายไม่น่าจะก่อเหตุได้เพียงลำพัง อย่างน้อยต้อง 2 คนขึ้นไปเนื่องจากผู้ตายเป็นคนตัวใหญ่

นอกจากนี้ยังพบกิ่งไม้ขนาดเล็ก ติดอยู่ที่กระจกมองข้างด้านซ้ายของตัวรถ และหลักฐานอีกชิ้นคือแว่นตายี่ห้อเรแบนด์ที่ตกอยู่ภายในรถ


เมื่อถามญาติของเหยื่อแล้วทราบว่า ไม่ใช่ของผู้ตาย ทีมงานจึงมั่นใจได้ว่าแว่นตาต้องเป็นของคนร้ายแน่นอน!

"พ่อกับแม่ผมแยกทางกัน...โดยพ่อพักคนเดียวที่ห้องเช่าซอยโรงแหนม ถนนพหลโยธิน กม.26 ส่วนผมทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร ไม่ได้พักอยู่กับพ่อ..แต่จะแวะไปหาอาทิตย์ละครั้ง ส่วนแม่อยู่กับพี่สาว ...พ่อขับรถแท็กซี่มา 10 กว่าปีแล้วไม่เคยมีเรื่องกับใคร ...ทำไมพ่อผมต้องโดนแบบนี้ด้วย....." นี่คือคำบอกเล่าปนเสียงสะอื้นร่ำไห้ของนายณัฐวุฒิ แสงแก้ว อายุ 16 ปี ลูกชายผู้ตาย ที่บอกรายละเอียดกับฝ่ายสืบสวน

ก่อนที่ทีมสืบจะนำมาประมวลประกอบกับการสอบถามเพื่อนแท็กซี่ เจ้าของอู่ และคนใกล้ชิดผู้ตายอย่างละเอียด

จนสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเป็นการแค้นส่วนตัว

ประเด็นหลักฆ่าชิงทรัพย์!

ดังนั้น พ.ต.ท.ธีรเดช จึงสั่งการให้ทีมงานกระจายหาข่าวในพื้นที่ใกล้เคียง โดยประสานกับ พ.ต.ต.ณรงค์เดช เพื่อสกรีนหากลุ่มคนร้าย

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ "จีพีอาร์เอส" หรือระบบติดตามรถ ทำให้ช่วยในการขีดวงตรวจหาพื้นที่ต้องสงสัยให้แคบลง

เพราะหลังจากเช็คระบบจีพีอาร์เอส จากศูนย์จีพีอาร์เอส ทราบว่า รถแท็กซี่ของผู้ตาย ไปส่งผู้โดยสารที่ตลาดวงศกร ถนนสายไหม ก่อนขับกลับมา ตามถนนลำลูกกาตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านดอนเมือง เข้าตลาดใหม่ดอนเมือง มุ่งหน้าเข้าถนนสรงประภา

ก่อนมาจอดที่หมู่บ้านปิ่นเจริญ 2 เมื่อเวลา 01.44 น. จากนั้นรถแท็กซี่ก็ขับวนไปเวียนมาในหมู่บ้าน

กระทั่งมาจอดหมู่บ้านปิ่นเจริญ 1 จุดเกิดเหตุเวลา 02.12 น.!

นั่นแสดงว่าคนร้ายจะต้องชำนาญพื้นที่ เนื่องจากมีตรอก ซอกซอยจำนวนมาก และน่าจะเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อน!!

ทีมสืบเร่งเช็คคดีค้างเก่าในพื้นที่ ก่อนพบความลับว่าก่อนนี้เมื่อกลางดึก วันที่ 21 ตุลาคม 2549 มีคนร้ายลวงคนขับแท็กซี่คนหนึ่งมาก่อเหตุชิงทรัพย์ ที่ถนนสรณคมน์ หมู่บ้านปิ่นเจริญ 2 ซึ่งห่างจุดพบศพ 3 กิโลเมตร

และมีการตัดสายเข็มขัดนิรภัยมัดโชเฟอร์แท็กซี่ โดยเหยื่อแกล้งจำยอมคนร้ายทุกอย่าง ช่วงจังหวะที่คนร้ายเผลอ

เหยื่อกระโจนพรวดออกมา พร้อมตะโกนให้คนช่วย จึงรอดตายอย่างหวุดหวิดและยิ่งขวัญผวาเป็นสองเท่า

เมื่อไปแจ้งความตำรวจกลับไม่รับแจ้ง อ้างว่าเงินที่ถูกจี้เงินไปเล็กน้อย ทำให้โชเฟอร์แท็กซี่ต้องเผ่นแน่บไปตั้งหลักที่บ้านต่างจังหวัด

ซึ่งจะทำอย่างไรถึงจะหาตัวโชเฟอร์แท็กซี่คนนี้ได้!

ทีมสืบใช้เวลาไม่นานนักก็ได้ชื่อที่อยู่ โชเฟอร์แท็กซี่ คนดังกล่าว ก่อนบึ่งไปที่จังหวัดร้อยเอ็ดพร้อมขอความร่วมมือให้เล่ารายละเอียดที่ถูกปล้นครั้งนั้น

ซึ่งอดีตโชเฟอร์แท็กซี่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยบอกว่าคืนนั้นคนร้ายที่ก่อเหตุมีทั้งหมด 3 คน

ก่อนภาพสเก๊ตช์คนร้ายทั้งสามจะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง โดย หนึ่งในสามมีชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ 201 หมู่ 3 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

คือนายพีระศักดิ์ โตมา หรือตูน อายุ 29 ปี!

ทีมสืบเช็คประวัติตูนพบว่ามีคดียาวเป็นหางว่าว ทั้งคดีลักทรัพย์ที่ สน.ดอนเมือง 3 คดี คดีเสพยาบ้า 1 คดี คดีชิงทรัพย์ ที่ สภ.ต.ปากคลองรังสิต และคดีปล้นทรัพย์ ที่ สภ.อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ที่สำคัญยังอยู่ระหว่างประกันตัวคดีปล้นรถแท็กซี่ จากศาลจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2549

"ไอ้ตูน" ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก!!!

ภายในชุมชนแออัดหลังวัดดอนเมือง ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 พยายามจะแฝงตัวเข้าไปในพื้นที่เพื่อหาว่าบ้านไอ้ตูนอยู่หลังไหน

แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะขืนทะเล่อทะล่าเข้าไปจะเป็นที่ผิดสังเกต เพราะชุมชนแออัดก็รู้กันอยู่คนแปลกหน้าเข้าไปเมื่อไหร่ก็รู้กันทั้งชุมชน

วิธีที่ดีที่สุดต้องใช้ "สายข่าว"

ด.ต.สุทัศน์ นานุศิทธิ์ ฝ่ายสืบสวน บก.น.2 อดีต "ลูกหม้อ" สน.ดอนเมือง ถูกเรียกมาพบ พ.ต.ท.ธีรเดช เป็นการด่วน

หลังสารวัตรธีรเดชแจ้งวัตถุประสงค์ให้ทราบ

ด.ต.สุทัศน์ใช้เวลาไม่นานก็ได้ข้อมูลมาเพียบ

"ไอ้ตูนไม่กลับบ้านมา 1 อาทิตย์ ที่บ้านเหลือเพียงน้องชาย ซึ่งดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และก่อนหน้าที่มันจะหายตัวไปมีญาติมันมาพักอยู่ด้วย แต่ตอนนี้หายไปทั้งคู่"

ทีมสืบเร่งทำงานแข่งกั"นายธีรพล โตมา" บเวลาจนสืบทราบว่าไอ้ตูนไปทำงานขับรถส่งเหล้า-เบียร์ย่านดอนเมือง

9 ธันวาคม 2549 ทีมสืบพบไอ้ตูนขณะทำงาน

แต่ไอ้ตูนทำใจดีสู้เสืออ้างว่า

"ผมไม่ใช่ตูนครับ ผมตู่"

ทีมสืบจึงขอตรวจบัตร

ไอ้ตูนควักให้ดูระบุชื่อ

"แล้วเอ็งเป็นอะไรกับ พีระศักดิ์ โตมา"

"ผมเป็นน้องครับ"

แต่ทีมสืบสังเกตอากัปกิริยามีพิรุธ จึงเชิญมาสอบปากคำที่กองสืบฯ

ทั้งขู่ทั้งกล่อมอยู่นานมันจึงยอมเปิดปากสารภาพ

"วันนั้นผมกับไอ้เก่ง นั่งกินเหล้า และร้องคาราโอเกะ ที่ร้านอาหารย่านดอนเมือง เมื่อเงินหมด ยังรู้สึกติดลมอยู่

เห็นผู้ตายขับรถผ่านมาพอดี จึงโบกให้หยุดและให้ไปส่งที่หมู่บ้านปิ่นเกล้า 2 โดยผมนั่งด้านหลังกับไอ้เก่ง

เมื่อมาถึงจุดเปลี่ยวได้แสดงตัวปล้นทรัพย์ ไอ้เก่งได้ใช้มีดตัดสายเข็มขัดนิรภัยในรถมามัดมือ พร้อมให้บอกที่ซ่อนเงิน แต่ผู้ตายขัดขืนไอ้เก่งจึงแทงผู้ตายไปเรื่อยๆ

โดยผมได้ข้ามเบาะไปขับรถแทน โดยขับวนไปเรื่อยๆ รอบหมู่บ้าน สุดท้ายผู้ตายยอมบอกว่าเงินอยู่ในกระเป๋าเสื้อจึงล้วงออกมาได้เงิน 700 บาท

เมื่อได้เงินแล้วก็จับผู้ตายคว่ำหน้ากับเบาะรถแล้วใช้มีดจ้วงแทง จนเสียชีวิต จากนั้นก็ขับรถไปจอดทิ้งไว้

และพยายามปิดสวิตช์ไฟบนหลังคารถแต่หาไม่เจอ จึงใช้มีดตัดสายไฟจนดับ ก่อนนำเงินที่ได้มาเที่ยวกินเหล้าที่ร้านคาราโอเกะร้านเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"


ก่อนที่จะนำตัวไอ้ตูนไปแถลงข่าว

โดยทีมสืบยังคงไล่ล่า "ไอ้เก่ง" หรือชื่อจริง คือนายทนงศักดิ์ พรมรักษา อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นญาติกับไอ้ตูน ขณะหลบไปทำงานก่อสร้างย่านถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม.

ณ บ้านพักคนงานที่สร้างเรียงรายเป็นแถวยาว เล่นเอาทีมสืบมึนตึ้บไม่รู้ว่าไอ้เก่งคนไหน จึงแกล้งทำทีเป็นพนักงานไปรษณีย์ไปถามหาไอ้เก่ง

จากปากต่อปากคนงานที่ตะโกนเรียกไอ้เก่งๆๆ.. มีคนมาหา จนเจ้าตัวเกิดไหวตัววิ่งเผ่นแน่บกระโดดหนีลงคลองหลังบ้านพักคนงาน

ทีมสืบวิ่งตามก่อนล็อคคอไว้ได้ด้วยสภาพทุลักทุเล เปียกปอน มอมแมม ไปตามๆ กันก่อนนำตัวมาที่กองสืบทันที

"ทำไมเอ็งต้องแทงเยอะขนาดนั้น..หรือแค้นอะไรเขานักหนา..." ทีมสืบซัก

"ตอนนั้นผมเมา และโมโหมากที่ถามแล้วไม่ยอมบอกที่ซ่อนเงิน จึงแทงไปเรื่อยๆ จนเสียชีวิต..." มันบอกเสียงแผ่วเบาเหมือนสำนึกผิด

"แล้วเอ็งไปกับใคร"

"มีผม ไอ้ตูน และไอ้ตู่"

"อ้าวไอ้ตู่ไปด้วยเหรอ"

"ครับไปด้วย มันนั่งคู่คนขับ"

คำสารภาพไอ้เก่ง ทำให้ทีมสืบตามไปรวบไอ้ตู่ได้ที่บ้านพักโดยละม่อม

ทั้งสามถูกตั้งข้อหาหนักปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และชดใช้กรรมที่ก่อขึ้นในเรือนจำ

โดยวันที่ 2 สิงหาคม 2550 ศาลพิพากษา ให้จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต และให้ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 700 บาท แก่ผู้เสียหาย!!





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 6 : "จีพีอาร์เอส"ขีดวง รวบเครือญาติโหด ปล้น-แทงแท็กซี่ 105 แผล , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 721 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android