คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 54 : ช็อค!...วงการแพทย์ โจรกรรม5ศพ "อาจารย์ใหญ่"ศิริราช


     อัพเดท 21 ธ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 39 Overall : 17,188
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 54 : ช็อค!...วงการแพทย์ โจรกรรม5ศพ "อาจารย์ใหญ่"ศิริราช , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 465 , โพส : 0 , Rating : 50% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




ภายนอกตัวอาคาร ดวงตะวันตั้งฉากกับพื้นดินเบื้องล่างพอดี แสงสีเหลืองแผดจ้า เหมือนจะเผาให้มอดไหม้ก็ไม่ปาน ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่หาซื้ออาหารใส่ท้อง บ้างก็นั่งเปิบอยู่ในเพิงพักพอให้ร่มเย็น ในช่วงพักเที่ยงวันทำการ

"เฮ้ย...เดี๋ยวพวกเอ็งคอยดูต้นทางให้ข้าด้วย" ชายหนุ่มสะพายกระเป๋าเป้ หันไปสั่งผู้ติดตามหญิงสาวรูปร่างผอมโซสองคน พร้อมกับเดินผละเข้าไปในตัวอาคาร

ในช่วงเวลาไม่ถึงห้านาที เขาก็เดินไหล่เอียงกลับออกมา กระเป๋าเป้ที่ไหล่ตุงจนแทบปริ แล้วทั้งหมดก็พากันเดินกลับออกไป ทำทีเหมือนผู้มาเที่ยวชมตามปกติ

แต่ไม่ยักมีใครนึกหิวข้าวกลางวัน!?!

"สวัสดีครับคุณตำรวจ ผมได้รับมอบอำนาจจากโรงพยาบาลศิริราชให้มาแจ้งความของหายครับ" นิติกรคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำตัว พร้อมแสดงเจตจำนง

"อะไรหายครับ?" ร้อยเวร สน.บางกอกน้อย รับเรื่องร้องทุกข์ถามรายละเอียด

"อาจารย์ใหญ่ครับ"

"อะไรนะครับ อาจารย์ใหญ่" ร้อยเวรนึกแปลกใจกับทรัพย์สินที่หาย จึงทวนคำตอบให้แน่ใจ

"ใช่ครับ อาจารย์ใหญ่ เป็นศพทารกที่คลอดออกมาผิดปกติเสียชีวิต คณะแพทย์จะนำศพเก็บไว้ในขวดโหลแก้ว รักษาให้คงสภาพเดิม เพื่อไว้ใช้ในการเรียนการสอนแก่นักศึกษาแพทย์ ตลอดจนเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมและศึกษาเป็นวิทยาทาน" นิติกรอธิบาย

"หายไปเมื่อไหร่ครับ ตอนไหน?"

"เท่าที่เราตรวจสอบ น่าจะเป็นวันที่ 23 ถึง 27 มกราคม 2546 นี่ละครับ ตอนแรกเราไม่รู้หรอกว่าหายไป แต่พอดีสังเกตเห็นว่าระยะห่างระหว่างโหลที่เรียงรายไว้หลายใบมันห่างกันมากขึ้น จึงมาตรวจนับก็พบว่ามีไม่ครบ ตอนแรกเราสอบถามอาจารย์และนักศึกษาก่อนว่ามีใครยืมไปศึกษารึเปล่า แต่พบว่าไม่มี จึงแน่ใจว่าหายไป"

"หายจากที่ไหนครับ?"

"จากพิพิธภัณฑ์นิติเวช กับพิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส อาคารอดุลยเดชวิกรม คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ครับ"

"หายไปหนึ่งศพใช่มั้ยครับ?"

"ไม่ใช่ครับ หายไปห้าศพ"

"หา!...ตั้งห้าศพเลยรึครับ" ร้อยเวรอุทานด้วยความตกใจ

"ใช่ครับ"

หลังพนักงานสอบสวนบันทึกรายละเอียดคำร้องทุกข์จนเสร็จสิ้น คดีลักศพอาจารย์ใหญ่ หรือประสาชาวบ้านเรียกว่าศพเด็กทารกดองในขวดโหล หายไปจากพิพิธภัณฑ์นิติเวช ศิริราชพยาบาล ถึง 5 ศพ กลายเป็นคดีประหลาดและสะเทือนขวัญ มีการร้องทุกข์ให้จับกุมคนร้าย ตลอดจนสืบหาอาจารย์ใหญ่ซึ่งประเมินค่ามิได้กลับคืนพิพิธภัณฑ์

รายงานชิ้นนี้ถูกเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ซึ่ง พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ นิลคูหา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งให้ฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ออกสืบสวนหาข่าวทันที

"ผู้กำกับครับ ผมรบกวนให้ช่วยตามด้วยนะครับ" แพทย์โรงพยาบาลศิริราชคนหนึ่ง ประสานขอให้ผู้กำกับแต้ม พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ ผู้กำกับการสืบสวนนครบาล 8 ช่วยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสืบสวนอีกทาง และแม้ว่าเหตุจะเกิดนอกเหนือพื้นที่รับผิดชอบ แต่ผู้กำกับแต้มก็ให้ความร่วมมือเต็มที่

"บ้านนี้เมืองนี้มันเกิดอะไรขึ้นนี่ ขนาดศพที่เก็บไว้อย่างดีในโรงพยาบาลยังหายได้" ผู้กำกับแต้มสะท้อนใจถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น

ก่อนมานั่งนึกคลำปมว่าคนร้ายเอาศพเด็กไปทำอะไร "ศพเด็กทารก มันจะเอาไปทำอะไรได้นะ คนดีๆ ที่ไหนเขาจะเอาไป...รึมันจะเอาไปทำเป็นกุมารทอง ตามเสภาขุนช้างขุนแผน ขุนแผนลงมือฆ่านางบัวคลี่เมียรักตายทั้งกลมเพราะถูกเมียรักหักหลังวางยาพิษให้กินตามคำสั่งหมื่นหาญผู้เป็นพ่อ ก่อนผ่าแหวะอกถึงท้องแล้วเอาลูกไปปลุกเสกเป็นกุมารทอง" ก่อนที่ผู้กำกับแต้มจะนึกเคลิ้มถึงเสภาขุนช้างขุนแผนได้รางๆ ในบทขุนแผนปลุกกุมารทอง

"ขุนแผนไม่สะทกสะท้านอ่านมนต์ปลุก ผีลูกผุดลุกขึ้นพูดจ้อ

ขุนแผนเต้นเผ่นโผนโจนขี่คอ กุมารทองช่วยพ่อให้พ้นภัย

กุมารทองโลดปึงทะลึ่งปร๋อ พาพ่อออกตามรูดาลได้

พวกหมื่นหาญไม่เห็นตัวข้ามหัวไป ด้วยฤทธิ์ไกรไสยเวทวิชาการ"


ยิ่งนึกทบทวนการปลุกกุมารทอง ก็ทำให้ผู้กำกับแต้ม ผูกโยงจากอดีตสู่ปัจจุบันว่ายังมีพวกเชื่อถือเรื่องมนต์ดำ เครื่องรางของขลัง มีความเชื่อทางไสยศาสตร์ พวกเล่นคาถาอาคม

อย่างเณรแอ ก็นำศพเด็กไปปลุกเสกทำพิธี แต่คนพวกนี้ น่าจะขุดศพเด็กที่ฝังดินตามป่าช้า คงไม่ลงทุนถึงขนาดลงมือไปลักศพเด็กที่โรงพยาบาลศิริราช

แต่ก็จะมีอีกพวกหนึ่งที่มีอันจะกิน มีฐานะร่ำรวย ประกอบกิจการหรือธุรกิจส่วนตัวและมีความเชื่อว่า การเลี้ยงกุมารทอง จะช่วยในยามประสบปัญหากิจการขาดทุน และถ้ามั่นคงอยู่แล้วก็จะช่วยให้เจริญยิ่งขึ้น

ซึ่งคนกลุ่มหลังน่าสงสัยมากที่สุด!

ข้อมูล เนื้อหา และรายละเอียด ประมวลได้ถึงความน่าจะเป็น ทำให้กลุ่มผู้ต้องสงสัยถูกตีกรอบให้แคบเข้า

"แล้วใครล่ะ ที่ลงมือลักอาจารย์ใหญ่ พวกเศรษฐีคงไม่ลงมือเข้าไปลักด้วยตัวเองแน่นอน มันต้องมีพวกที่ลักแล้วเอาเขาไปขายให้อีกทอดหนึ่ง แล้วมันเอาไปปล่อยขายที่ไหนล่ะ?" โจทย์ต่อมาที่ถูกตั้งขึ้น

แล้วผู้กำกับแต้มก็ไม่รีรอสั่งลูกน้องในทีมสืบให้ช่วยกันหาเบาะแสตามตลาดพระเครื่อง ตลาดรับซื้อของเก่า แหล่งรวมพระเครื่องต่างๆ ตามคลองหลอด ท่าพระจันทร์ ตลอดจนแหล่งหล่อองค์พระพุทธรูปย่านฝั่งธนบุรี ว่ามีใครเอาศพเด็กมาปล่อยขายบ้าง เพราะพวกเล่นเครื่องรางของขลัง หรือพวกเชื่อไสยศาสตร์ มักจะปะปนอยู่ตามแหล่งรวมพระเครื่องกับร้านรับซื้อของเก่า

เวลาผ่านไปไม่นานนัก "นายครับ สายข่าวของเราบอกว่าไอ้ผึ้ง มันเคยมาติดต่อเร่ขายศพเด็กครับ เขาสงสัยว่าจะใช่ศพเด็กที่ลักมาจากโรงพยาบาลศิริราชครับ"

"มันอยู่ที่ไหนวะ เอ็งลองตามหามันมาคุยดูซิ?" ผู้กำกับแต้มสั่ง

ไม่นานนัก ไอ้ผึ้ง ซึ่งผู้กำกับแต้มคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้อง ก็ยอมเปิดปาก รับว่า อ้วน เจ้าของร้านขายเครื่องรางของขลังย่านคลองหลอด ชักชวนให้ไปขโมยมาขาย

จึงร่วมมือกับ หมวย และ หญิง สาววัยรุ่นซึ่งติดยาบ้าทั้งคู่ วางแผนเข้าไปลักศพเด็กที่โรงพยาบาลศิริราช ทำทีเป็นผู้มาเที่ยวชม โดยให้ หมวย กับหญิง คอยดูต้นทาง อาศัยช่วงเวลาพักเที่ยง ขณะเจ้าหน้าที่ออกไปกินข้าวกลางวัน ในตัวอาคารปลอดคน จึงลงมือ ประกอบกับทางโรงพยาบาลไม่ได้ตรวจเข้มเท่าใดนัก ทยอยลักทีละศพสองศพ ทำอยู่หลายวัน

โดยจัดเรียงศพที่บรรจุในโหลแก้วให้ใหม่ โดยเว้นช่องไฟให้ห่างเท่าๆ กัน จะได้ไม่มีคนสงสัย ส่วนศพที่ลักมาจะปล่อยขายให้กับ แทน ซึ่งมีความเชื่อเรื่องการเลี้ยงกุมารทอง

ผึ้ง หรือ สิทธิชัย คัณฑมาศ อายุ 23 ปี ถูกดำเนินคดีฐานลักศพอาจารย์ใหญ่ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของศิริราชพยาบาล

ขณะที่การขยายผลจับกุม แทน คนรับซื้อ ก็ดำเนินการควบคู่กันไป ไม่นานนักแทนก็จนมุมที่บ้านพักตัวเองพร้อมกับศพเด็กซึ่งเกิดมามีอวัยวะในร่างกายผิดปกติ และที่น่าตกตะลึงเพราะ แทน เป็นลูกเจ้าของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าส่งออก มีฐานะร่ำรวย และมีดีกรีเป็นถึงบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ขณะถูกจับกุม แทน ถึงกับหน้าถอดสี

"เดิมทีทางบ้านผมประสบปัญหาการเงิน ธุรกิจขาดทุน ลูกค้าไม่ค่อยจ่ายเงิน ต่อมาได้รู้จักกับนายอ้วน และแนะนำให้เลี้ยงกุมารทอง จึงซื้อศพเด็กทารกมา 5 ศพ ราคา 31,000 บาท แยกเป็นศพเล็ก 3 ศพ ราคาศพละ 5,000 บาท และศพใหญ่ 2 ศพ ราคาศพละ 8,000 บาท มาบูชาไว้ในห้องนอน

แต่ไม่รู้ว่าเป็นศพที่ขโมยมาจากโรงพยาบาลศิริราช ถ้ารู้คงไม่รับซื้อ เพราะก่อนจะซื้อได้สอบถามก่อนแล้วว่าเอามาจากไหน นายผึ้งบอกว่าเอามาจากบ้านและตามวัดในต่างจังหวัด จึงตกลงใจซื้อไว้ หลังบูชาก็พบว่า กิจการที่บ้านเริ่มดีขึ้น ลูกหนี้เอาเงินมาใช้คืน มีออเดอร์สั่งสินค้าเข้ามา และลูกค้าก็ชำระเงินตามกำหนด แถมยังมีโชคถูกหวยได้เงินก้อนอีกต่างหาก"
แทน รับหมดเปลือก พร้อมเปิดใจถึงความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังให้ฟัง

สุดท้าย ผึ้ง ตัวการลักศพอาจารย์ใหญ่ ต้องรับกรรมที่ก่อขึ้น ศาลตัดสินจำคุก 2 กระทง รวม 6 ปี 8 เดือน ส่วน แทน แม้จะหลุดหนี้ ธุรกิจกระเตื้องขึ้นหรือจะเฟื่องฟูสักเพียงใด แต่เขาก็ต้องเดือดเนื้อร้อนใจหาหนทางต่อสู้คดี พิสูจน์ให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการลักศพเด็ก เป็นการรับซื้อมาโดยที่ตัวเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ต่อไป

แต่ที่เห็นจะสูญเสียมากที่สุด คือ ศิริราชพยาบาล ที่ไม่อาจตีมูลค่าความเสียหายครั้งนี้เป็นราคาหรือเป็นตัวเงินได้

เพราะอาจารย์ใหญ่ที่พวกเขาสูญเสียไปนั้น แต่ละศพมีลักษณะเฉพาะตัวด้วยความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

อันทรงคุณค่าแก่การศึกษาวิจัยและทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะทั้งหมดล้วนแต่เป็นวิทยาทานชิ้นสำคัญแก่นิสิตนักศึกษาแพทย์ และไม่อาจหามาทดแทนได้โดยง่าย

แม้ว่าการจับกุมผู้ต้องหาจะพบของกลางที่ถูกลักเอาไป แต่ทั้งหมดก็ถูกแปรสภาพไปจากเดิม ทุกศพถูกแยกจากสารเคมีที่ใช้ในการรักษาสภาพศพ จนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเพื่อเร่ขาย

จึงกลายเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้ของ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล!!!



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 54 : ช็อค!...วงการแพทย์ โจรกรรม5ศพ "อาจารย์ใหญ่"ศิริราช , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 465 , โพส : 0 , Rating : 50% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android