คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 51 : พิรุธ"เชือกผ้าม่าน" มัด"สาวลาว"แสบ ยกเค้านายจ้าง


     อัพเดท 23 พ.ย. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 46 Overall : 17,195
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 51 : พิรุธ"เชือกผ้าม่าน" มัด"สาวลาว"แสบ ยกเค้านายจ้าง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 613 , โพส : 0 , Rating : 40% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





"สา เดี๋ยวฉันกับลูกจะออกไปกินข้าวนอกบ้านนะ ดูแลบ้านด้วย"

"ค่ะ คุณนาย"

ฉลวย ตรีเพชร สาวใหญ่เจ้าของบ้านสั่งสาวใช้ ก่อนขับรถเก๋งคู่ใจออกจากทาวน์เฮาส์พร้อมกับณัฐวุฒิ ตรีเพชร ลูกชาย ไปหาอาหารอร่อยมื้อเช้าใส่ท้อง ในตอนสาย

พวกเขารับประทานข้าวมันไก่ร้านดังกันจนอิ่ม ก่อนขับรถกลับเข้าบ้าน ระหว่างทางหนังท้องตึงหนังตาก็พลอยจะหย่อนตามไปด้วย สองแม่ลูกพากันปล่อยลมหาวปากกว้าง

"สงสัยต้องงีบสักตื่นแล้วละแม่" ณัฐวุฒิหันไปบอกแม่ นัยตาปรือเจียนจะปิดเสียให้ได้

คู่สนทนาพยักหน้ารับสื่อกลับว่าง่วงนอนเหมือนกัน



ก๊อก... แก๊ก...

กุกกัก...กุกกัก...


เสียงคนกำลังเก็บกวาดทำความสะอาดอยู่ในทาวน์เฮาส์ดังแผ่วเป็นระยะๆ ก่อนจะเงียบไป

เอี๊ยด !...รถเก๋งหยุดตรงหน้าบ้าน

"สา เปิดประตูด้วย สา เปิดประตูหน่อย สา เอ๊ย ทำอะไรอยู่" สาวใหญ่เจ้าของบ้านตะโกนเรียกสาวใช้จนเสียงแหบแห้ง แต่ไร้เสียงตอบรับ

"แม่ว่ามันเงียบผิดปกตินะ" สาวใหญ่หันไปปรารภกับลูกชาย ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเปิดประตูรั้วเข้าไป พวกเขามองลอดผ่านประตูเหล็กดัดในบ้านด้วยความสงสัย

"อ้วย อ้วย อ้วย อู๋อ้วย" !?! เสียงร้องอู้อี้ของหญิงสาว ดังมาจากพื้นบ้าน

"ว้าย สา เกิดอะไรขึ้น !?!" ทั้งคู่มองตามหาต้นเสียง แล้วตาก็สว่างขึ้นทันที สาวใหญ่ร้องอุทานเสียงหลง สภาพ สา ถูกมัดมือไพล่หลัง มัดเท้า มัดผ้าปิดปากปิดตา กึ่งนั่งกึ่งนอนคุดคู้อยู่บนพื้น พยายามกระเถิบตัวมาที่ประตูเหล็กดัด ขอความช่วยเหลือ

"รอแป๊บนึงนะสา อดทนหน่อยนะ ฉันจะโทร.แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้ละ" สาวใหญ่บอกสา พร้อมยกหูโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที



กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง...

สวัสดีครับ ผม...รับสายครับ

สาวใหญ่เจ้าของบ้านเล่าเหตุการณ์ตรงหน้าให้ตำรวจฟัง พร้อมแจ้งที่ตั้งของบ้าน

เที่ยงตรง 5 สิงหาคม 2541 ทัพนายตำรวจนำโดย ผู้กำกับจามร พ.ต.อ.จามร จันทร์ทรงกลด ผกก.สน.บางนา สารวัตรชู พ.ต.ท.ชูศักดิ์ แจ้งบำรุง สว.สส.สน.บางนา และสารวัตรนพดล พ.ต.ต.นพดล สามารถ สารวัตรเวร มาถึงทาวน์เฮาส์เลขที่ 228/6 หมู่บ้านไพโรจน์ บางนา กม.4 แขวงและเขตบางนา กทม.

"กุญแจอยู่ที่ สา น่ะค่ะ" สาวใหญ่กุลีกุจอบอกตำรวจ

แล้วทีมสืบก็เอื้อมมือลอดลูกกรงเหล็กดัดช่วยแก้มัดให้ สา ที่กระเถิบตัวมาชิดประตูเหล็กดัด จากแก้ปมที่เท้า ให้ยืนขึ้นมา ก่อนแก้มัดที่มือและแกะผ้าแพรปิดตาปิดปากออก หน้า สา ซีดเผือด มือไม้สั่น บ่งบอกถึงความตื่นตระหนก

พลันที่ สา พ้นจากพันธนาการ เธอก็รีบหยิบลูกกุญแจจากในกระเป๋ากางเกง ไขประตูเหล็กดัดเปิดให้ตำรวจพร้อมเจ้าบ้านเข้ามาตรวจสอบ

ตำรวจชุดหนึ่งเข้าตรวจสอบข้าวของทรัพย์สินในบ้านทุกตารางนิ้ว โดยมี ฉลวย กับ ณัฐวุฒิ นำเข้าตรวจสอบ ในบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย รวมถึงบนห้องนอน และที่เกลื่อนกลาดจนไม่เหลือสภาพเดิม เห็นจะเป็นห้องนอนของณัฐวุฒิ บนชั้น 2

ซึ่งณัฐวุฒิ หน้าเสียเหงื่อแตกพลั่ก เมื่อพบว่า นาฬิกาโรเล็กซ์ สร้อยข้อมือทองคำ พระเลี่ยมทอง แหวนทองหัวนิล ราคาร่วมแสน ที่วางไว้บนตู้หัวนอนอันตรธานหายไป

ขณะที่ห้องของ ฉลวย มีทรัพย์สินมีค่าจำพวกอัญมณีที่วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งและหัวเตียงหายไป จำนวนหนึ่ง

วงกบ บานพับ ประตู หน้าต่าง ทั้งชั้นล่างและชั้นบนถูกตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ไม่มีร่องรอยงัดแงะ ตลอดจนตู้เก็บทรัพย์สินมีค่าอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องใช้กุญแจไขเปิด ไม่ถูกงัด!?!



"ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ที่ห้องน้ำบนชั้น 2 พอออกมาคนร้าย 2 คน ก็โผล่เข้ามาทางหน้าต่าง ถือมีดมาจี้ฉันไม่ให้ร้องโวยวาย จับมัดแล้วพามาที่ชั้นล่างอย่างที่เห็นน่ะแหละ" สา เล่าหน้าซีด มือสั่น

"แล้วเห็นหน้ามันรึเปล่า?" สารวัตรชูซัก

"ไม่ทันได้สังเกตค่ะ เพราะมันเข้ามาล็อคจากข้างหลัง"

"พอเข้ามาถึงมันก็ใช้เชือกมัดเลยรึ?"

"ใช่ค่ะ"

"แล้วได้ยินอะไรบ้าง?"

"ได้ยินเสียงมันรื้อค้นข้าวของสักพัก โดยเฉพาะข้างบนบ้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงรถของคุณนายมาจอดที่หน้าบ้าน จึงคิดว่าพวกมันน่าจะหนีไปแล้ว"

หลังได้ข้อมูลจาก สา สารวัตรชู นำทีมสืบเข้าตรวจสอบรอบบ้านหลังนั้นทันที หลังบ้านที่โจรจะปีนเข้ามาได้มีกำแพงติดกับคฤหาสน์หลังใหญ่ มี รปภ.ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศตัวโตเท่าเอว ไว้เฝ้าบ้านอีกคอกหนึ่ง

กิ๊ง ก่อง กิ๊ง ก่อง

โฮ่ง โฮ่ง โอ่ง...

"มาหาใครครับ?" รปภ.หนุ่ม ที่ป้อมยามประตูรั้วคฤหาสน์ถามผู้มาเยือน ระคนด้วยเสียงเห่าของสหายสี่ขาอีก 4-5 ตัว

"หนุ่ม เราเป็นตำรวจ ขอถามอะไรหน่อย"

"มีอะไรครับ"

"เมื่อตอนสายมีโจรเข้าไปลักทรัพย์บ้านหลังนั้น เอ็งรู้บ้างมั้ย?" สารวัตรชูถามพร้อมชี้ไปที่ทาวน์เฮาส์จุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ติดกัน

"ได้ยินอยู่ครับ เห็นบ้านตรงข้ามมาเล่าให้ฟัง"

"ตอนเกิดเหตุเอ็งเห็นใครผิดสังเกต เข้ามาแถวนี้บ้างรึเปล่า?"

"ไม่เห็นนี่ครับ ผมนั่งเฝ้าตลอด ไม่เห็นมีใครมา"

ขณะที่บ้านฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีคนอยู่บ้านตลอด ก็ไม่เห็นใครแปลกหน้าผ่านมาเลย ตลอดจน รปภ.ประจำทางเข้าออกหมู่บ้าน ไม่เห็นผู้ต้องสงสัยเช่นกัน



ในห้องทำงานสารวัตรสืบ เชือกที่ใช้พันธนาการ สา และผ้าที่ใช้ปิดตาปิดปาก วางกองรวมกันอยู่บนโต๊ะทำงาน ซึ่งสารวัตรชู นั่งพิงพนักเก้าอี้ ขณะสายตาจับจ้องไปที่หลักฐานตรงหน้า เขารวบรวมสมาธิ เพื่อประมวลวิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งหมด

"ประตูหน้าต่างในบ้าน ไม่มีร่องรอยงัดแงะ ตู้เก็บทรัพย์สินก็ยังอยู่ดี โจรมันกวาดไปแต่ทรัพย์สินที่วางอยู่บนตู้เตียงเท่านั้น และหากโจรปีนเข้าทางหน้าต่างชั้น 2 ซึ่งอยู่ติดกับคฤหาสน์หลังบ้าน รปภ.ก็ต้องเห็น ที่สำคัญหมาต้องเห่ากันเกลียว ตลอดจนเพื่อนบ้านและ รปภ.หมู่บ้าน ก็ไม่มีใครเห็นคนแปลกหน้าผ่านเข้ามาเลย มันจะเป็นไปได้หรือ" สารวัตรชู พบจุดผิดสังเกตหลายอย่างในคดี

พลันที่ตื่นจากภวังค์ "เอ! แล้วเชือกนี่มันมาจากไหน ตามคำให้การสาวใช้บอกว่าโจรเข้ามาถึง ก็มัดเธอเลย แสดงว่ามันต้องเตรียมมาก่อน?" สารวัตรชู หยิบเชือกที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพิจารณา พร้อมตั้งคำถาม เพื่อไขข้อสงสัย ก่อนจะบึ่งเก๋งกลับไปบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง

หลังนายตำรวจถูกเชิญให้นั่งรอ สา บนโซฟา โดยมี ฉลวย นั่งโอพาปราศรัยไปพลางๆ สารวัตรชูก็กวาดตาไปรอบๆ

"เอ๊ะ! ผ้าม่านที่หน้าต่างบานนั้นหายไปไหนครับ?"

"สา บอกว่าเอาไปซักค่ะ ฉันก็ยังนึกสงสัยเพราะมันไม่เห็นเลอะเลย" ฉลวยบอก

"แล้วผ้าม่านที่หน้าต่างอีกบานนึง เหมือนกันมั้ยครับ?"

"เหมือนกันค่ะ ฉันซื้อมาพร้อมกัน"

แล้วสารวัตรชูก็ขออนุญาตเจ้าบ้านเดินไปดูผ้าม่านที่เหลืออยู่ แล้วเขาก็นึกกระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะเชือกที่ใช้รูดผ้าม่าน เป็นแบบเดียวกับที่ใช้มัดมือมัดขา สา

"คำให้การของ สา มีพิรุธ ขัดกันหลายประเด็น ถ้าโจรเข้ามาแล้วใช้เชือกมัดเลย มันจะเอาเวลาที่ไหนมาแก้เชือกผ้าม่านล่ะ สา อาจจะมีส่วนรู้เห็นกับการลักทรัพย์ครั้งนี้" สารวัตรชูนึกในใจ

ก่อนขอนำตัว สา ไปสอบที่โรงพักอีกรอบ



"นี่มันใช่เชือกที่มัดคุณรึเปล่า?" สารวัตรชูถาม พร้อมส่งเชือกให้ดู

"ใช่ค่ะ"

"มันเป็นเชือกที่แก้มาจากผ้าม่านนี่?" สารวัตรชูเข้าเรื่องทันที

สา ก้มหน้าหลบตา "คง คง ใช่มั้งคะ" เธอตอบตะกุกตะกัก

"ไหนคุณบอกว่า โจรมันเข้ามาแล้วมัดคุณเลย แล้วมันจะเอาเวลาที่ไหนมาแก้เชือกล่ะ?"

สา ออกอาการกระสับกระส่าย ใบหน้าเคร่งเครียด คิ้วขมวดชนกัน ก่อนตอบว่า

"ไม่รู้ค่ะ"

"บอกมาดีกว่า คุณรู้ใช่มั้ยว่าใครเป็นคนร้าย?"

"ไม่รู้ค่ะ ไม่รู้จริงๆ" สาหน้าตาเลิ่กลั่ก ส่ายหน้าปฏิเสธ

"เอ๊ะ! ผมว่าสำเนียงของคุณแปร่งๆ นะ คนไทยรึเปล่า ไหนขอดูบัตรหน่อย"

"คนไทยค่ะ" สาตอบพร้อมหยิบบัตรเหลืองจากในกระเป๋าสตางค์ส่งให้สารวัตรชู ในนั้นระบุชื่อ สุนิสา จันทร์ศรี ชาว จ.อุบลราชธานี

"จบชั้นอะไรล่ะ?"

"ป.6 ค่ะ"

"ไหนร้องเพลงชาติให้ฟังหน่อยสิ"

สา นิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยโฮ เพราะเธอร้องเพลงชาติไม่ได้

"บอกมาตรงๆ ดีกว่า คุณมาจากประเทศอะไร?"

เธอนั่งสะอื้นอยู่พักใหญ่ ก่อนยอมรับว่า เป็นคนลาว ชื่อจริง วัน วงวิชัย เป็นชาว อ.โพนทอง เมืองจำปาสัก หลบหนีเข้ามาหางานทำในประเทศไทยเมื่อ 3 ปีก่อน เคยทำงานโรงงานปลาทู ย่านสะพานใหม่ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ก่อนย้ายมาเย็บผ้าและทำงานบ้านย่านฝั่งธนฯ จนมาอยู่ที่นี่

"คุณรู้เห็นกับโจรด้วยใช่มั้ย?"

ฮือฮือ "หนูทำคนเดียวค่ะ หนูเป็นคนเอาไปเอง" สา รับ

"อย่ามาโกหก คุณจะมัดมือตัวเองไพล่หลังได้ยังไง?"

"จริงๆ ค่ะ หนูมัดเอง หนูเคยเรียนมาจากบ้านที่ลาว"

"ไหนลองทำให้ดูซิ"

แล้ว สา ก็ใช้เชือกมัดข้อมือตัวเองด้วยความชำนาญ ก่อนจะคล้องอ้อมจากปลายเท้าขึ้นมาไว้ข้างหลัง

"แล้วจะเอาทรัพย์สินไปทำอะไร?"

"หนูจะเอาไปขาย เพื่อจ่ายเป็นค่าบัตรประชาชน 3 หมื่นบาท หนูไม่อยากกลับไปประเทศลาว"

รุ่งขึ้น สารวัตรชู คุมตัว สา ไปตรวจค้นที่ซ่อนทรัพย์สิน ซึ่งเธอซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงในห้องพัก โชคดีที่มันยังอยู่ครบ เพราะสา ยังไม่มีจังหวะเอาไปปล่อยขาย

สุดท้าย สา ต้องรับโทษฐานลักทรัพย์นายจ้าง เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แจ้งความเท็จ ปลอมและใช้เอกสารปลอม


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 51 : พิรุธ"เชือกผ้าม่าน" มัด"สาวลาว"แสบ ยกเค้านายจ้าง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 613 , โพส : 0 , Rating : 40% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android