คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 33 : ป.พลิกคดีปล้นทอง 3 แพะพ้นคุก ส่งโจรตัวจริงรับกรรม


     อัพเดท 24 พ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 46 Overall : 17,195
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 33 : ป.พลิกคดีปล้นทอง 3 แพะพ้นคุก ส่งโจรตัวจริงรับกรรม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 803 , โพส : 0 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


"พี่คะ จำคดีปล้นทองที่นวนครได้มั้ยคะ ผัวหนูมันทำเองล่ะ นี่ไงคะพี่ ทองที่มันปล้นมาได้" กุ๊ก สาววัยรุ่นบอกสารวัตรต๊อก หรือ พ.ต.ท.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ สว.ผ.3กก.2ป. พร้อมกับส่งสร้อยทอง 2 เส้น ให้ดู

"เอ…มันแปลกๆ นะ ทำไมเมียถึงมากล่าวหาผัวตัวเองเอาดื้อๆ อย่างนี้" สารวัตรต๊อกนึกเอะใจสงสัย แล้วยิงคำถามกลับทันที "ตอนนี้ยังอยู่กับผัวรึเปล่า?"

"ไม่ได้อยู่แล้วค่ะ มันไปอยู่กับเมียใหม่แล้ว" กุ๊ก ในตาค้อนขวับ ใบหน้าบึ้งตึง บ่งบอกถึงความเคียดแค้นที่มีอยู่เต็มอก สื่อให้สารวัตรต๊อกพอจะเข้าใจได้ว่า เธอโกรธผัวที่หนีไปมีเมียใหม่ เลยเอาความมาแจ้งตำรวจหวังชำระแค้น

"เหตุมันเกิดที่ไหน ตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ แล้วมันได้ทองไปเท่าไหร่?"

"ตั้งแต่ปลายปี 2540 โน่นแน่ะค่ะ ที่ร้านทองนวนครทองคำ แถวๆ คลองหลวง จ.ปทุมธานี มันได้ทองมาตั้ง 500 บาท เห็นตำรวจจับคนร้ายไปชุดหนึ่งแล้ว แต่มันผิดตัว"

"แล้วผัวเอ็งชื่ออะไร รู้ได้ยังไงว่าผัวเป็นคนปล้น?"

"มันชื่อยุทธนา นึกหมาย ค่ะ หนูรู้ว่ามันไปปล้นทองมาเพราะตอนที่ยังดีๆ กันอยู่ มันเล่าให้หนูฟังหมดว่าไปทำอะไรมาบ้าง เนี่ยก่อนจะมาที่นี่ หนูไปที่โรงพักคลองหลวงมาด้วย แต่เขาบอกว่าคดีอยู่ที่ศาล แล้วก็ไม่ได้ทำอะไร หนูเลยมาที่กองปราบเนี่ยล่ะค่ะ"

หลังได้รับฟังข้อมูลจากกุ๊ก สารวัตรต๊อกนั่งชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือ ซึ่งยังถือว่า 50-50 ก่อนจะทดสอบเธอด้วยเทคนิคต่างๆ นานา ทั้งหยั่งเชิงหลอกถาม วกไปวนมา แต่ กุ๊ก ก็ยังตอบได้ชัดเจนไม่หลงประเด็น จนเชื่อได้ระดับหนึ่งว่า กุ๊ก อาจจะพูดความจริง

สร้อยทองที่ กุ๊ก นำมาให้ดู ถูกส่งให้เฮียเจ้าของร้านทองนวทองคำตรวจดู ซึ่งเขายืนยันว่าใช่ทองจากร้านที่ถูกปล้นไปจริง!?!



"นายครับ มีผู้หญิงคนนึงมาบอกผมว่า ผัวมันไปปล้นทองที่ร้านทองนวทองคำเมื่อปลายปี 2540 ได้ทองไปเกือบ 500 บาท มีผู้ต้องหาชุดหนึ่งถูกจับไปแล้ว แต่เธอบอกว่าจับผิดตัว" สารวัตรต๊อก รายงานข้อมูลเบื้องต้นให้ ผู้กำกับทวี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผกก.2 ป. ทราบ

"มันจริงรึเปล่า ต๊อกลองซักรายละเอียดดูรึยัง?" ผู้กำกับทวี ถามถึงความแน่ใจในคำพูดของหญิงสาวผู้นั้น

"มีความเป็นไปได้ที่เธอพูดความจริงครับ ผมเอาสร้อยทองที่เธอเอามาเป็นหลักฐาน ส่งให้เฮียเจ้าของร้านทองฯตรวจดูแล้ว เขายืนยันว่าใช่สร้อยที่ถูกปล้นไปจริงครับ"

"ตอนนี้คดีมันไปถึงไหนแล้วล่ะ?"

"เธอบอกว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาไปชุดหนึ่งแล้ว แต่มันผิดตัว เห็นว่าคดีอยู่ในชั้นศาลครับ"

"อืม….ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็เป็นคดีที่น่าสนใจ แล้วเราจะช่วยแพะพวกนั้นได้อย่างไร"
ผู้กำกับทวี นั่งครุ่นคิดอยู่ในห้องทำงาน แม้จะยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นความจริง แต่เขาก็ไม่ได้นิ่งดูดาย หรือปัดภาระทิ้งไป วันนั้นเขารีบรายงานเรื่องให้ พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง ผบก.ป. ทราบ

รุ่งขึ้น ผู้กำกับทวี ส่งทีมสืบสวนและสอบสวนฝีมือดี ไล่เรียงจาก รองเชน พ.ต.ท.เชน กาญจนปัจน์ รองชัดชัย พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน รองเจี๊ยบ พ.ต.ท.ชัยทัต บุญขำ สารวัตรประวุธ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล สว.ผ.4กก.2ป. และสารวัตรต๊อก เข้าตรวจสอบทันที

โดยสารวัตรประวุธ ประสานขอสำเนาสำนวนที่อยู่ระหว่างการสืบพยานในศาลจังหวัดธัญบุรี เนื้อหาในสำนวนสรุปได้คร่าวๆ ว่า

4 มกราคม 2542 ตำรวจชุดเฉพาะกิจจังหวัดสมุทรปราการ จับกุมนายชุบ ชุมแสง อายุ 51 ปี นายเชษฐ์ ชุมแสง อายุ 26 ปี สองพ่อลูกชาว อ.โพธิ์ม่วงสัมพันธ์ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง และนายบุญถึง ทองแถม ซึ่งทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำธัญบุรี

โดยถูกกล่าวหาว่าปล้นทรัพย์ร้านทองนวทองคำ โดยใช้อาวุธปืนอาก้า ได้ทองคำไปเกือบ 500 บาท มีการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนหลบหนีไป แต่ไม่มีใครบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2540

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเก็บลายนิ้วมือคนร้ายบนกระจกตู้โชว์ ขณะที่มันยันตัวกระโดดข้ามไปกวาดสร้อยทองในตู้ด้านใน และเก็บปลอกกระสุนปืนอาก้าที่มันควงออกมาดวลกับตำรวจไว้ได้

ข้อมูลทั้งหมดรายงานไปยังผู้กำกับทวี

และคณะทำงานถูกเรียกเข้าหารืออีกครั้ง!?!



ห้องทำงานผู้กำกับทวี ถูกปรับเป็นห้องประชุมชั่วคราว มีการถกกันถึงพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งไม่พบว่ามีการตรวจยึดอาวุธปืนอาก้าที่ใช้ก่อเหตุไว้ได้ ตลอดจนผลการตรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุกับผู้ต้องหา ไม่ตรงกัน ซึ่งทุกคนลงความเห็นตรงกันว่าควรเริ่มต้นสืบสวนสอบสวนตามที่ กุ๊ก แจ้งเบาะแส เพราะหากเป็นจริงตามที่กุ๊กบอก จะได้จับคนร้ายตัวจริงมาดำเนินคดี แต่หากไม่เป็นความจริง กุ๊ก จะถูกดำเนินคดีฐานแจ้งเท็จ

การแกะรอยตามหา ยุทธนา จากคนใกล้ตัวเริ่มต้นขึ้น จนแน่ชัดว่า มีการเปิดห้องเช่า ในโรงแรมเล็กๆ ย่านโชคชัย 4 กบดานหลบซ่อนตัวอยู่

นักสืบนอกเครื่องแบบติดต่อขอเช่าพักในห้องติดกันเพื่อรอ ยุทธนา กลับเข้าที่พัก จนเย็น ชายเป้าหมายเดินกลับเข้าห้องพัก ขณะตำรวจเคาะประตูขอตรวจค้น ยุทธนาไหวตัวทัน วิ่งหนีออกประตูหลัง แต่ไม่พ้นเงื้อมมือตำรวจไปได้ เพราะที่ปากประตูมีรถตำรวจตราโล่จอดรออยู่ ยุทธนาก้มหน้ายอมจำนนแต่โดยดี

"ทำไมเอ็งต้องหนีด้วยวะ ไปทำอะไรมา?"

ยุทธนา หน้าถอดสี เขาก้มหน้านิ่ง

"เอ็ง เคยปล้นทองมาใช่มั้ย?"

"ชะ...ชะ...ใช่ครับ" ยุทธนา ตอบตะกุกตะกัก

"เอ็งทำกับใคร?"

"กับ ไอ้ชาติ ครับ"

"แล้วไปเอาปืนอาก้ามาจากไหน?"

"ผมได้มาเมื่อตอนเป็นทหารพรานครับ"

"แล้วเอ็งเอาไปทิ้งที่ไหน?"

"ไอ้ชาติเป็นคนเอาไปครับ"

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้รับการประสานให้เข้าเก็บลายนิ้วมือ ยุทธนา ไปตรวจเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือที่พบในที่เกิดเหตุทันที

ผลที่ได้ออกมาตรงกันเป๊ะ!!!



ขณะเดียวกันการไล่ล่า ไอ้ชาติ สุชาติ หรืออัศวิน สิทธิทองหลาง ถูกดำเนินไปควบคู่กัน ซึ่ง ยุทธนา รู้คร่าวๆ ว่ามันไปกบดานอยู่ใน จ.ตราด กับเพื่อน

ทัพนักสืบหลายกองกำกับ นำโดย ผู้กำกับกิ๊ก พ.ต.อ.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผกก.1ป. รองชัดชัย รองเจี๊ยบ สารวัตรต๊อก นับได้กว่า 30 ชีวิต บึ่งรถไปตามถนนสุขุมวิท มุ่งหน้า จ.ตราด

ที่บ้านเพื่อนของ ชาติ

"มันไปอยู่ที่บ้านบนเขาโน่นแน่ะพี่" เพื่อนของชาติ ชี้นิ้วไปทางภูเขาซึ่งเป็นป่ารกทึบถัดออกไปไม่ไกลนัก

จากบริเวณตีนเขาทัพนักสืบยังคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง ไต่ขึ้นเขาเร่งฝีเท้าต้านแรงดึงดูด ชนิดไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า

ครั้นเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง จวนเจียนจะถึงบ้านเป้าหมาย ขบวนของนักไต่เขาก็เคลื่อนตัวช้าลงเรื่อยๆ ขณะที่เสียงหายใจหอบแฮ่กๆ กลับดังขึ้น ม้าตีนต้นบางคนกลายเป็นคนรั้งท้ายขบวนเมื่อถึงเป้าหมาย

พวกเขาดักซุ่มอยู่หลังต้นไม้รกทึบ พักเหนื่อย และรอดูเป้าหมายอยู่พักใหญ่ กระติกน้ำที่พกไว้ในเป้ถูกหยิบขึ้นยกซด และส่งต่อเผื่อแผ่ให้เพื่อนร่วมทีม

พอแน่ใจว่าเป้าหมายอยู่ในบ้าน การเข้าปิดล้อมตรวจค้นจึงเริ่มขึ้น ชาติ ยอมมอบตัวแต่โดยดี

"เอ็งเอาปืนไปซ่อนที่ไหน?"

"ฝังดินไว้ที่ระยองครับ"

แล้ว ชาติ ก็พาไปขุดปืนอาก้าที่ฝังไว้หลังบ้านคนรู้จัก

อาวุธปืนสงครามกระบอกนั้นถูกส่งไปตรวจเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนปืนที่ตกในที่เกิดเหตุ พบว่ามันเข้ากันได้พอดี

ชาติ ถูกคุมตัวกลับมาดำเนินคดีที่กองปราบปราม พร้อม ยุทธนา ผลตรวจอาวุธปืนอาก้า และผลตรวจลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุ ถูกรวมเข้าในสำนวน

"ผมว่าตามขั้นตอนรอให้ศาลมีคำพิพากษาในคดีเก่าให้เป็นที่ยุติก่อนดีกว่า แล้วค่อยยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ไป" คำแนะนำจากนักกฎหมายชั้นผู้ใหญ่ที่บอกกับพนักงานสอบสวนในตอนนั้น

"นี่ถ้าเรารอจนศาลพิพากษาคดีเก่าก่อน กลัวว่าแพะในคดีจะล้มหายตายจาก หรือไม่ก็พิกลพิการ กลายเป็นคนทุพพลภาพไปก่อน เหมือนคดีฆ่าเชอรี่ แอน ดัน" ผู้กำกับทวี กลับมานั่งครุ่นคิดในใจก็ตระหนักถึงผลเสียที่จะเกิดตามมา และพลอยนึกไปถึงคดีเชอรี่แอนดันแคน

"แล้วเราจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร" ผู้กำกับทวี รวบรวมสมาธิ สติปัญญา คิดค้นวิธีช่วยแพะเหล่านั้นอยู่หลายวัน จนปิ๊งไอเดียนอกกรอบ

ร้องทุกข์ใหม่ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหากลุ่มใหม่ มีหลักฐานชิ้นใหม่ ถือเป็นคดีใหม่ ไม่ใช่การฟ้องซ้ำในคดีเก่า!?!



หลังรับทราบถึงหลักฐานต่างๆ เฮียเจ้าของร้านทองนวทองคำ ก็เข้าร้องทุกข์กับสารวัตรประวุธ ที่กองปราบปรามอีกครั้ง

สารวัตรประวุธสอบสวนโดยนำพื้นฐานการตรวจที่เกิดเหตุของเดิม มาประกอบหลักฐานใหม่ เข้าสู่สำนวนใหม่ จากนั้นประสานขอพบอัยการเจ้าของคดีเดิมที่ธัญบุรีนำหลักฐานสำนวนใหม่ไปให้ดู

พร้อมแจ้งว่ากองปราบปรามได้รับเรื่องร้องทุกข์คดีใหม่ จับผู้ต้องหาคนใหม่ มีหลักฐานใหม่ ที่จะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในศาลอาญา

ซึ่งอัยการเจ้าของคดีเก่าที่ธัญบุรีได้ตรวจดูสำนวนแล้ว ก็เชื่อหลักฐานของตำรวจกองปราบปราม จึงยื่นคำร้องขอถอนคำฟ้องจากศาลจังหวัดธัญบุรี และส่งสำนวนนั้นมารวมพิจารณากับสำนวนใหม่ ที่ยื่นฟ้องต่อศาลอาญา

3 ผู้ต้องหาที่กลายเป็นแพะได้รับอิสรภาพกลับคืนมาอีกครั้ง

สุดท้ายจากหลักฐานที่ชัดเจน 28 กุมภาพันธ์ 2545 ศาลอาญาตัดสินจำคุก ยุทธนา และ สุชาติ คนละ 31 ปี

ต่อมาศาลอุทธรณ์เชื่อในพยานหลักฐานตามศาลชั้นต้น...

พิพากษายืน!?!



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 33 : ป.พลิกคดีปล้นทอง 3 แพะพ้นคุก ส่งโจรตัวจริงรับกรรม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 803 , โพส : 0 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android