คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 31 : "พีซีที"จุดจบ"พี่น้อง"โจร! มีดแทง"ลูกครึ่ง"ชิงทรัพย์


     อัพเดท 10 พ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 45 Overall : 17,194
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 31 : "พีซีที"จุดจบ"พี่น้อง"โจร! มีดแทง"ลูกครึ่ง"ชิงทรัพย์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 752 , โพส : 0 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


คอลัมน์ กลเม็ดพิชิตคดี




"...โจรชิงทรัพย์ยังระบาดอย่างต่อเนื่อง ....เวลา 22.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน (2548) ...เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์ นางสาวยูริ ผ่องเมฆินทร์ อายุ 23 ปี ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะรอรถประจำทางหน้าโรงพยาบาลเมโย ปากซอยพหลโยธิน 34/2 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน และฝ่ายสืบสวนบก.น.2 กำลังเร่งติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีแล้ว เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นในย่านที่เกิดเหตุเป็นผู้ลงมือ..." เสียงรายการข่าวจากโทรทัศน์ช่องต่างๆ ยังเผยแพร่ข่าวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะห้วงเวลาที่ผ่านมา เกิดเหตุโจรสะพานลอย โจรชิงทรัพย์ผู้หญิงในเวลากลางคืนตามสถานที่ล่อแหลมถี่ยิบ

และครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นทำให้เหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน ทำให้ พล.ต.ท.ปานศิริ ประภาวัต ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ยศตำแหน่งขณนั้น) สั่งการให้ทุกพื้นที่เข้มงวดกวดขัน เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบขาด



ภายในห้องประชุมกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 2 คลาคล่ำไปด้วยบรรดา "นักสืบ" โดยมี พล.ต.ท.นิพนธ์ ภุมรินทร์ รอง ผบช.น. รักษาการ ผบก.น.2 นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะ ขนาบขวามือด้วย พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบก.น.2 ซ้ายมือ พ.ต.ท.เสถียร ดีเหมาะ รอง ผกก.สส.น.2 รักษาการ ผกก.สส.น.2 ถัดไปเป็นสารวัตร ไล่เรียงเป็นลูกระนาด

บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เพราะถือว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นบ่อยและสั่นคลอนขวัญกำลังใจของประชาชนเป็นอย่างมาก

"เดี๋ยวบังกับจ๋อเอาลูกน้องกระจายหาข่าวตามพื้นที่นะ คดีนี้ต้องจับคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด เพราะ น.1 กำชับเป็นพิเศษ..." เสียง พ.ต.ท.เสถียร สั่งเข้ม "สารวัตรบัง" หรือ พ.ต.ท.สมศักดิ์ นิเต็ม และ "สารวัตรจ๋อ" พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ สว.กก.สส.บก.น.2 และเจ้าของรหัส น.1 ก็คือ พล.ต.ท.ปานศิริ

"คนร้ายรายนี้ทำงานไม่เหมือนคดีอื่นครับ" สารวัตรจ๋อ เปิดประเด็น "มันเลือกเหยื่อได้ จะเข้าประชิดตัวแล้วใช้มีดแทงทันที ก่อนชิงกระเป๋าไป..."

"ถือว่าโหดกว่ารายทั่วไป เพราะปกติคนร้ายจะกระชากกระเป๋าก่อน หากเหยื่อขัดขืนถึงค่อยใช้อาวุธ..." สารวัตรบังเสริม

การทำงานของ กก.สส.บก.น.2 ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน เร่งแข่งกับเวลา เพราะทุกคนจะต้องตอบคำถามผู้บังคับบัญชา สื่อมวลชน ที่จี้อยู่ตลอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"หลักฐานที่คนร้ายเอาไป อะไรที่พอจะติดตามได้บ้าง...?"

"ตอนนี้คดีคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว...?"

"พอได้ข่าวบ้างหรือยัง ว่าคนร้ายเป็นใคร ทำงานอะไร อยู่ย่านไหน...?"

"ตรวจดูตามโรงรับจำนำ ร้านโทรศัพท์มือถือละแวกใกล้เคียงบ้างหรือยัง...?"

"พอมีหวัง จะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีหรือเปล่า...?"

เป็นเหมือนกับความคาดหวัง และความกดดันกับทีมสืบสวนในคราเดียวกัน... เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง แต่ละนาที..ยิ่งทำให้เกิดความหวาดผวาว่า "โจรชิงทรัพย์" คู่นี้ อาจไปก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นได้อีก...



แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะระดมกำลังกวดขันตั้งด่านสกัดรถจักรยานยนต์ยามค่ำคืนอย่างต่อเนื่อง โดยขีดวงใกล้รัศมีจากจุดเกิดเหตุ แต่ไม่มีวี่แววของคนร้าย

กระทั่งวันหนึ่งในห้องประชุม กก.สส.น.2

"พี่ๆ พอจะได้ข่าวดีแล้ว" หนึ่งในทีมสืบสวนโพล่งขึ้น ก่อนที่สายตาทุกคู่จะจ้องมองไปยังเจ้าของเสียง "โทรศัพท์พีซีที ที่คนร้ายได้จากเหยื่อไป ตอนนี้เปิดใช้แล้ว..!?"

"แล้วรู้รัศมีการทำงานของมันหรือเปล่า..." รองเถียร ถามด้วยอารามดีใจ

"พอจะรู้ย่านที่มันอยู่แล้วพี่ว่าอยู่ที่ไหน..." หนึ่งในทีมงานพูดเสริม

"ผมว่าเราให้สายลับหญิง ลองโทร.หามันดีกว่า" ร.ต.อ.พศิณ แก้วลี หรือผู้กองบุ๋ม ให้ความเห็น...

"เออ...ลองเลย"

"...ตู๊ด...ตู๊ด...ๆๆๆๆ" 
"ยังไม่ยอมรับสายเลยคะ "สายลับหญิงพูดกับทีมสืบสวน

"ลองโทร.ไปเรื่อยๆ ...ถ้ามันไม่ปิดเครื่อง...เดี๋ยวมันก็ต้องรับ..." ผู้กองบุ๋ม...ยังมั่นใจในแนวทางทำงาน

"สวัสดีคะ...ขอสาย...คะ..." สายลับหญิง พยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
...หลังปลายสายมีเสียง "ฮัลโล" ดังขึ้น

โดยฝ่ายสืบสวนเงียบกริบเงี่ยหูฟังอย่างใจจดใจจ่อ

"อ๋อ..ไม่ใช่ครับ..."

"ขอโทษนะค่ะ" สายลับเริ่มเสียงหวานก่อนหยอดต่อ

"เสียงเพราะจังค่ะ"

เสียงปลายทางอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ

สายลับหญิงเริ่มทิ้งทวนกรอกเสียงหวานเท่าที่จะทำได้

"ไม่ใช่ไม่เป็นไรค่ะ...ขอโทษด้วยนะค่ะ โทร.ผิดค่ะ..."

"เออ...ไม่เป็นไร"

"เหรอค่ะ...อ้อค่ะ เออ...คุณ...?"

"ผม..ปิ่นครับ"

"วันหลังอ้อโทร.มาใหม่นะค่ะ..วันนี้ยุ่งค่ะ"

"วันหลัง...หรือ...วันหน้า"

"คุณนี่กวนเหมือนกันวันหน้าคุยกันใหม่ค่ะ"

"รออยู่ครับ"

หลังวันนั้นผ่านไปสายลับหญิงยังคงทำหน้าที่อ่อยเหยื่อต่อไปเรื่อยๆ โดยทีมสืบพยายามซักซ้อมคำถามที่จะแทรกเข้าไปในคำพูดสายลับเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด

เบื้องต้น "ปิ่น" ตกเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรก!



หลังได้ข้อมูลจากสายลับหญิงทีมสืบเร่งตรวจสอบกันวันต่อวัน จนทราบว่าปิ่นมีน้องชายชื่อ "ปอ" และมีบ้านพักอยู่ย่านชุมชนโรงสูบ หลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ก่อนสายสืบจะกระจายกำลังลงพื้นที่หาข่าวย่านเป้าหมายที่ผู้ต้องสงสัยพักอาศัยทันที โดยใช้ "สาย" แทรกซึมเข้าไปดึงข้อมูลออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

กระทั่งทราบว่า "ปิ่น" หรือชื่อจริง นายอรุณ ขะวงษ์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 6 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี

แต่ปัจจุบันทั้งคู่ย้ายสำมะโนครัวมาพักที่ 51/117-119 หมู่ 3 ซอยชุมชนโรงสูบ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

และปิ่นมีน้องชายชื่อ "ปอ" หรือนายศรายุทธ ขะวงษ์ อายุ 25 ปี เป็นขาใหญ่ในย่านชุมชนโรงสูบ ซึ่งไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ชอบมั่วสุมยาเสพติด และมีโทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินใช้จนผิดสังเกต

ที่สำคัญทั้งคู่มีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าว!

"ไอ้ปิ่น" ถูกดำเนินคดีที่ สน.บางเขน ข้อหามีเฮโรอีนไว้ครอบครองเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2538 ถูกจับที่ สภ.อ.เมืองลพบุรี ข้อหา "ลักลอบเล่นการพนัน" เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2542 และถูกจับที่ สน.บางเขน ข้อหา "มีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง" เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2545

ด้าน "ไอ้ปอ" ก็ไม่น้อยหน้า เคยถูกจับที่ สน.บางเขน 2 ครั้ง ในข้อหามียาบ้าไว้ครอบครอง ถูกดำเนินคดีที่ สน.ดอนเมือง ข้อหามีเฮโรอีนไว้ในความครอบครอง และอีกคดี ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน

ทีมสืบเริ่มวางแผนจู่โจมทันที!



บ้านไม้เก่าๆ ในชุมชนแออัด...กับทางเดินเล็กแคบ...ชาวบ้านสองข้างทางแอบลอบมองกลุ่มชายฉกรรจ์แปลกหน้าที่เข้าไปภายใน เพราะแน่ใจว่าต้องมาตามหาใครบางคน...

โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ปฏิบัติการจู่โจมบ้านเป้าหมาย จับกุมไอ้ปอ ก่อนจะตามจับกุมไอ้ปิ่น ได้ที่ร้านค้าสวัสดิการ กรมประมง ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีเทา ทะเบียน ขคธ 783 ระยอง ที่ใช้ก่อเหตุ

และที่สำคัญโทรศัพท์พีซีทีของ น.ส.ยูริ ซึ่งอยู่ในบ้าน

ก่อนนำตัวทั้งคู่มาสอบปากคำที่ กก.สส.บก.น.2 และเปิดปากรับสารภาพว่า ก่อเหตุใช้มีดชิงทรัพย์ น.ส.ยูริ จริง พร้อมยอมรับอีกว่า

"พวกผมก่อเหตุมาหลายครั้งแล้วครับ...แต่จำรายละเอียดไม่ได้หมด... ที่จำได้ก็เดือนมิถุนายน เวลา 24.00 น. เคยชิงทรัพย์ผู้หญิง ที่หน้าร้านอาหารเรา ถนนพหลโยธิน ได้ทรัพย์สินเป็นเงิน 2,000 บาท กับโทรศัพท์มือถือโนเกีย 1 เครื่อง...ครับ..." เสียงของนายอรุณบอกหลังถูกซัก

"แล้วที่จำได้มีที่ไหนอีก...อย่าโกหก..." ทีมสืบซักต่อ

"เออ...วันที่ 24 มิถุนายน เวลา 22.00 น. ชิงทรัพย์ผู้หญิงที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ถนนรามอินทรา กม.4 แต่เหยื่อ...ขัดขืนและวิ่งหนีทันครับ...เลยไม่ได้ของ...นอกจากนี้ผมจำไม่ได้แล้วครับ..." นายอรุณบอกอีกครั้ง...

"แล้วทำไมต้องแทงเหยื่อก่อน...เขายังไม่ได้ต่อสู้เลย..." ทีมสืบถามให้หายข้องใจ

"ก็ผมกลัวเขาต่อสู้ เลยแทงก่อนจะได้ยอมง่ายๆ..."

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวทั้งสองมาแถลงข่าวพร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ปรากฏว่ามี น.ส.ยุภาพรรณ บุญเลี้ยง และ น.ส.เดือนเพ็ญ พทาเพชร ผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลเมโย ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อ เข้าชี้ตัวผู้ต้องหาทั้งสองเพิ่มเติม

แต่สิ่งที่สลดหดหู่เป็นอย่างยิ่งเห็นจะเป็นมารดาของผู้ต้องหาทั้งสอง ที่ไม่เชื่อว่าลูกชายทั้งสองจะไปก่อเหตุร้าย ยังเชื่อว่าลูกเป็นคนดี เป็นเด็กเรียบร้อย

พลันที่เดินทางมาถึง กก.สส.บก.น.2 เจ้าลูกชายทั้งสองเห็นหน้ามารดา ก็ปล่อยโฮทันที เมื่อมารดาซักไซ้ไล่เลียงก็ยอมรับ

ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับเป็นลมล้มฟุบ!

พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้อง

กระทั่งวันที่ 10 เมษายน 2549 ศาลมีคำพิพากษาจำคุกทั้งสองคนละ 15 ปี ปรับเงินคนละ 50 บาท ฐานพกพามีดไปในที่สาธารณะ

โดยทั้งคู่ไม่ขอยื่นอุทธรณ์แต่อย่างใด!


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 31 : "พีซีที"จุดจบ"พี่น้อง"โจร! มีดแทง"ลูกครึ่ง"ชิงทรัพย์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 752 , โพส : 0 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android