คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 21 : "แก๊งยากูซ่า" สิ้นลาย เสียท่า "มาเลย์" โหด สุดท้ายเสร็จโปลิสไทย


     อัพเดท 1 มี.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 43 Overall : 17,192
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 21 : "แก๊งยากูซ่า" สิ้นลาย เสียท่า "มาเลย์" โหด สุดท้ายเสร็จโปลิสไทย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 590 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




"เฮ้ยแจ๊ค ...มีเหตุ 241 ที่ลำลูกกา...ว่ะ รีบไปด่วนเลย...." เสียงของ พ.ต.อ.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผกก.กสส.ศสส.ภ.1 หรือ "ผู้กำกับเผือก" โทรศัพท์ไปบอกลูกน้อง

"ครับพี่... ผมจะรีบไป..." พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล หรือ "รองแจ๊ค" รอง ผกก.กสส.ศสส.ภ.1 ตอบทันควัน

ก่อนจะย้อนถามเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

"ที่ไหนพี่"

"ริมถนนพึ่งสุขอุทิศ"

"โอ้โห! พี่พิกัดไหน"

"หมู่ 8 ต.บึงคำพร้อย"

"ครับพี่..ครับ"


ไม่นานนักเหล่าบรรดานักสืบและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) นำโดย พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผบช.ภ.1 ก็ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุริมถนนพึ่งสุขอุทิศ หมู่ 8 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

โดยมีตำรวจท้องที่ มูลนิธิล่วงหน้าไปนานแล้ว หลังรับแจ้งเหตุจากชาวบ้าน ว่าพบถุงดำขนาดใหญ่ 2 ถุง ต้องสงสัยถูกทิ้งไว้บริเวณสถานที่ก่อสร้าง เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 28 มีนาคม 2549

ท่ามกลางสายตา "ไทยมุง" ที่มากันโดยไม่ได้นัดหมาย!

ภาพที่ปรากฏตรงหน้า เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิเปิดถุงออกก็ต้องตกตะลึงไปตามๆ กัน บางคนถึงกับเบือนหน้าหนี ยกมือปิดปากปิดจมูก เพราะกลิ่นที่โชยออกมา ที่สำคัญเป็นศพที่ถูกพันธนาการตามร่างกายด้วยเชือกไนล่อนสีเขียว ไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงในตัวเดียว ทั้งสองศพ

โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวร ตรวจสอบเบื้องต้นศพแรกเป็นชาย สูง 175 เซนติเมตร อายุประมาณ 45 ปี ผิวขาว รูปร่างท้วม สวมกางเกงในขาสั้นสีขาวป้ายยี่ห้อภาษาอังกฤษเขียนว่า "UNIQLO”"

ปลายนิ้วก้อย ด้านซ้ายข้อแรกขาด ที่ใบหน้าและศีรษะถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคมจนคอหัก นอกจากนี้ยังมีรอยถูกยิงด้วยปืนขนาด .32 เข้าที่ศีรษะด้านหลังขวา 1 นัด

ส่วนศพที่ 2 เป็นชายสูงกว่าศพแรกเล็กน้อยและอายุก็น่าจะมากกว่า ผิวขาว รูปร่างท้วม ผมบาง สวมกางเกงในขาสั้น สีไข่ไก่ลายจุด มีป้ายยี่ห้อ "KAF" ติดอยู่

ที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคมเช่นกัน รวมทั้งมีรอยถูกยิง 3 แห่ง ที่หลังด้านซ้าย คอด้านซ้าย และกลางศีรษะ

"พี่ว่า...คนตายต้องเป็นชาวเอเชียแหงๆ ลองตรวจสอบดู แล้วอย่าลืมติดต่อตามสถานทูตต่างๆ ด้วยนะ" ผู้กำกับเผือก พูดคุยกับนักสืบในทีม

"เดี๋ยวผมลองประสานสถานทูตญี่ปุ่น เกาหลี กับจีนดู เผื่อคนตายเพิ่งเดินทางเข้ามา เราน่าจะได้ข้อมูลบ้าง" รองแจ๊คพูดเสริม

"เออ...ดี ทำให้เร็วที่สุดเลยนะ...นายก็รอคำตอบอยู่..." ผู้กำกับเผือกย้ำอีกครั้ง

"ผู้ตายเป็นใคร และทำไมจึงถูกฆ่า?" เป็นประเด็นที่ทีมสืบยังขบคิดไม่แตก เนื่องจากไม่มีหลักฐานบ่งบอกเลยว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน?

ได้แต่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นแก๊งยากูซ่าเพราะ 1 ใน 2 ศพลักษณะถูกตัดนิ้ว

รวมทั้งกางเกงในยี่ห้อ "UNIQLO" ตรวจสอบแล้วพบว่าผลิตในประเทศจีน มีจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ

ส่วนยี่ห้อ "KAF" ผลิตและจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น

สันนิษฐานเบื้องต้นผู้ตายทั้งสองน่าจะเป็นชาวญี่ปุ่น!

แต่เมื่อได้รับข้อมูลจากสถานทูตญี่ปุ่น ว่ามีชาวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 2 คน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 และได้หายไปทั้งคู่ คือ นายโคจิมา โยชิโอะ อายุ 53 ปี และนายฮิซากาเนะ ทัสซึยา อายุ 52 ปี

ทีมสืบสวนจึงนัดเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น เพื่อให้มาตรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือ

ผลออกมาตรงกันเป๊ะ!

ในที่สุดก็รู้แล้วว่าคนตายเป็นใคร!?

"พี่...ๆๆ ตรวจสอบแล้วผู้ตายเข้าประเทศไทยพร้อมพวก 4 คน เป็นชาวญี่ปุ่นทั้งหมด ลงเครื่องที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 แต่กลับประเทศไปแล้วทั้ง 2 คน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2549 ครับ" ลูกน้องในทีมสืบรายงานให้รองแจ๊คทราบ

จากข้อมูลที่ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว พบว่าผู้ที่กลับประเทศไปแล้วอีก 2 คน คือ นายอุราตะ อิซามุ อายุ 69 ปี และนายซูยามา มาซะกิ อายุ 35 ปี ซึ่งทั้งสองเดินทางเข้ามาพร้อมกับผู้ตาย

แต่สิ่งที่ทีมสืบต้องหูผึ่งอีกครั้งก็คือ

นายโคจิมา พกเงินสดติดตัวมา 7 แสนดอลลาร์

หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 28 ล้านบาท!!

ทีมสืบจึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ก็พบว่า นายโคจิมาเคยเป็นสมาชิกในแก๊งยากูซ่า และเคยมาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทยแล้วครั้งหนึ่งเกี่ยวกับค้าเงินตรา โดยครั้งนั้นนำเงินมาลงทุน 3 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 12 ล้านบาท

และบินมาครั้งนี้ได้ชวนนายอุราตะ นายทุนตัวจริงที่ให้ยืมเงินมาทำธุรกิจ มาดูกิจการด้วยตัวเอง

หลังทั้ง 4 มาถึงสนามบินดอนเมือง นายโคจิมาและนายฮิซากาเนะ ได้แยกไปพักที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในซอยวิภาวดี 52 ส่วนนายอุราตะ และนายซูยามา บอร์ดี้การ์ดส่วนตัวนายอุราตะแยกไปพักที่โรงแรมดุสิตธานี

แต่ที่นายอุราตะและนายซูยามา ต้องกลับประเทศญี่ปุ่นไปก่อน เพราะผู้ตายทั้งสองไม่มาพบตามที่นัดหมายกันไว้

โดยที่ไม่ได้เอะใจว่าทั้งคู่จะมาจบชีวิตในสภาพเช่นนี้!!

ทีมสืบเร่งประสานกับสถานทูตญี่ปุ่น ขอข้อมูล จนทราบว่าผู้ตายทั้งสองเคยติดต่อทางอี-เมลกับ "นายจอร์จ เฟอร์นันเดซ" อายุ 63 ปี สัญชาติมาเลเซีย

"จอร์จ" เป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำธุรกิจอะไร? เป็นคำถามที่ทีมสืบสวนต้องการคำตอบมากที่สุด

อย่างน้อยก็เป็นกุญแจดอกแรกที่จะไขไปสู่คดีฆาตกรรมอำพรางครั้งนี้ได้

ทีมสืบประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และข้อมูลต่างๆ ก็ไหลออกมา

"จอร์จ" เข้ามาอยู่เมืองไทยกว่า 10 ปีแล้ว และมีภรรยาเป็นคนไทย ส่วนที่อยู่ที่แจ้งตามใบร้องขออยู่ต่อ คือ เลขที่ 35/20 ตรอกวัดใหญ่ศรีสุพรรณ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

ทีมสืบสวนรีบบึ่งรถไปทันที

แต่แล้วต้องผิดหวังเพราะไม่พบจอร์จ และบ้านหลังดังกล่าวได้ให้คนอื่นเช่าอยู่เสียแล้ว

เมื่อ "จิ๊กซอว์" ตัวแรกดับความหวังไปแล้ว ทีมสืบยังไม่ลดละสืบเสาะแสวงหาบุคคลใกล้ชิดภรรยาชาวไทยของนายจอร์จอย่างไม่ลดละ แต่โชคไม่เข้าข้าง

กระทั่งวันหนึ่งขณะ "รองแจ๊ค" นั่งอยู่ในห้องทำงานพร้อมรื้อเอกสารที่ได้รับแฟ็กซ์จาก สตม. ในส่วนของคนขออยู่ต่อ มาพลิกดูไปมาหลายตลบ... ก็สะดุดกับเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่งที่เขียนด้วยลายมือเล็กๆ ซึ่งน่าจะเป็นลายมือเจ้าหน้าที่บนมุมเอกสารใบหนึ่ง

ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของ "จอร์จ" !?

ทว่าการติดตามตัวนายจอร์จ ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเบอร์โทรศัพท์แม้มีการเปิดใช้ แต่การตรวจเช็คก็พบว่า เป็นระบบเติมเงิน โดยมีสัญญาณขึ้นย่านประดิพัทธ์ แต่ไม่ระบุรายละเอียดอื่นใด ที่จะเข้าถึงตัวนายจอร์จได้มากกว่านี้...

"ทำไงดีว่ะ หาตัวมันยากฉิบ...เลย" รองแจ๊คเปรยกับลูกน้องในทีมสืบสวน

หลังครุ่นคิดอยู่สักพัก ก็ยิ้มออก

"เออ..พี่ว่าลองวิธีนี้ดีกว่า ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย..."

"วิธีไหนครับพี่"
ลูกน้องถาม

"เดี๋ยวเอ็งลองไปที่ร้านอาหารในละแวกประดิพัทธ์ ถามว่ามีบ้านไหนโทรศัพท์สั่งอาหารไปที่บ้านบ้าง"

"เออ..อย่าลืมเอารูปไอ้จอร์จไปด้วยล่ะ"


จากนั้นทีมสืบปูพรมหาข่าวกันเต็มพื้นที่ พร้อมทั้งนำรูปของนายจอร์จไปด้วย

ร้านแล้วร้านเล่าตอบแกมปฏิเสธ

"ไม่เคยเห็นค่ะ-ครับ"

ก่อนที่ทีมสืบจะเหนื่อยล้าและท้องเริ่มร้องต้องแวะพักกินอาหารร้านขายไก่ชื่อดังแห่งหนึ่ง

หลังกินไปซักไซ้ไล่เลียงพนักงานเสิร์ฟสาว พร้อมนำภาพจอร์จให้ดู

"ไม่เคยเห็นค่ะ"

พลันมีเสียงสอดขึ้น

"ผมเคยเห็นครับ"

เล่นเอาทีมสืบพร้อมใจโดยไม่ได้นัดหมายมองไปยังต้นเสียงทันควัน

ก่อนชายหนุ่มในชุดพนักงานเสิร์ฟชายจะขยายความ

"เขาอยู่ที่บ้านเลขที่ .../.. ซอยประดิพัทธ์ 19 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ผมเคยเอาอาหารไปส่งให้ที่บ้าน"

ผู้กำกับเผือก รองแจ็ค..เรียกประชุมทีมสืบสวนทันที เพราะตอนนี้เริ่มเห็นลู่ทางแล้ว..ว่าจะหาตัวนายจอร์จได้ยังไง....!!

รองแจ็ค พร้อม ลูกน้องในทีมสืบ ตามไปเฝ้าหน้าบ้านที่เด็กเสิร์ฟบอก

แต่ก็ไม่พบวี่แววนายจอร์จเลย

กระทั่งพบผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังสาละวนกับข้าวของขึ้นรถ และขับออกไป ทีมนักสืบสะกดรอยตามไปอย่างไม่ลดละ

ก่อนรถคันดังกล่าวจะจอดสงบในบ้านหลังใหญ่โตที่ จ.ขอนแก่น

ทีมสืบเฝ้าอยู่หลายชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววจะเจอตัวจอร์จ

ทีมสืบจึงแวบเข้าไปคุยกับเพื่อนบ้านละแวกดังกล่าว

"อ๋อ..บ้านหลังใหญ่นั่นลูกเขย เขาซื้อให้แฟนอยู่"

"แฟนเขาชื่ออะไรครับ

"ละไม"

"แล้วลูกเขยล่ะ"

" ไม่รู้เหมือนกันเห็นว่าเป็นชาวมาเลย์ หมู่นี้ไม่รู้หายไปไหนไม่เห็นนานแล้ว”

ก่อนที่ทีมสืบมุ่งหน้ากลับกรุงเทพอีกครั้งและกลับไปเฝ้าบ้านพักย่านประดิพัทธ์อยู่นานหลายวัน และแล้วโชคก็เข้าข้าง เพราะจอร์จปรากฏตัวที่บ้านดังกล่าว ครั้นตกเย็นกลับไปเปิดห้องพักที่โรงแรมประดิพัทธ์ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันแทน

พฤติกรรมเป็นเช่นนี้หลายวัน!

จน ร.ต.อ.เกริกฤทธิ์ สายวรรณะ รอง สว.

หนึ่งในทีมสืบอดสงสัยพูดติดตลกกับรองแจ็ค

“เฮ้ยพี่! มันกลัวผีหรือเปล่าวะ..?”

“เออว่ะ..ในบ้านต้องมีอะไร มันถึงไม่ยอมนอน”
รองแจ็คก็สงสัยเหมือนกัน

หลังซักซ้อมทีมสืบกันจนเข้าใจแผนจู่โจมจอร์จถูกกำหนดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 4 พฤษภาคม 2549 ขณะจอร์จเดินลงมาจากห้องพัก ตำรวจจึงแสดงตัวพร้อมขอดูพาสปอร์ต

จอร์จอ้างว่าไม่ได้นำติดตัวมา

"คุณรู้จักโคจิมาและฮาซากาเนะหรือเปล่า"

เจอคำถามนี้จอร์จถึงกับหน้าถอดสีละล่ำละลัก

"รู..รู้..ครับ"

"ผมเชิญคุณไปให้รายละเอียดหน่อย"

ณ ห้องประชุม ศูนย์สืบสวนภาค 1 พล.ต.ท.วุฒิ ร่วมสังเกตการณ์การสอบปากคำ โดยนายจอร์จให้การว่า รู้กันกับผู้ตายทั้งสองจริง และเตรียมจะทำธุรกิจร่วมกัน ขณะนั่งคุยกันอยู่ในบ้านซอยประดิพัทธ์ 19 ในช่วงเย็นวันที่ 26 มีนาคม 2549

ทันใดนั้นมีชายเป็นชาวญี่ปุ่นวิ่งเข้ามาในบ้านและยิงทั้งคู่เสียชีวิต ก่อนหลบหนีไป

"ผมเกิดความกลัว และไม่กล้าแจ้งความจึงขอยืมรถญาติของภรรยาชาวไทยนำศพไปทิ้ง"

เป็นการปฏิเสธหน้าตาย!

อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในบ้านดังกล่าว พบว่าที่ห้องรับประทานอาหารมีคราบเลือดแห้งกรัง ส่วนในท่อระบายน้ำในห้องน้ำก็พบยังหัวกระสุนตกอยู่ จึงเก็บส่งกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ

ผลปรากฎว่าหัวกระสุนตรงกับศพทั้งสอง

จึงแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและซ่อนเร้นอำพรางศพ

แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธและยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็น

แต่พยานหลักฐานที่ทีมสืบสวนสอบสวนรวมรวมจนแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นเงินดาวน์บ้านในซอยประดิพัทธ์ 3 ล้านบาท เงินซื้อรถเมอร์ซิเดสเบนซ์ 2 คัน ซื้อฮอนด้าแจ๊ส 1 คัน และเงินที่ปลูกบ้านให้"ละไม" ภรรยาที่ จ.ขอนแก่นอีก 1 หลัง

รวมทั้งจะจัดงานแต่งงานกับแฟนสาวอีกคนที่จ.สุพรรณบุรี โดยนายจอร์จ สัญญาว่าจะซื้อบ้าน และซื้อรถกระบะให้ 1 คันนอกเหนือจากเงินสินสอด

ที่สำคัญร้านแลกเงินย่านดังกล่าว ยังเป็นพยานยืนยันว่านายจอร์จนำเงินดอลล่าร์มาแลกครั้งละ 5 หมื่นดอล์หลายครั้ง

ล่าสุดศาลมีคำพิพากษาตัดสินให้ประหารชีวิตนายจอร์จ!

ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ เพื่อหวังยืดชีวิตต่อไป!!??


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 21 : "แก๊งยากูซ่า" สิ้นลาย เสียท่า "มาเลย์" โหด สุดท้ายเสร็จโปลิสไทย , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 590 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android