คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 17 : วิเคราะห์พฤติกรรมตำรวจ ไขปริศนาคดีตบทรัพย์ต่างชาติ แกะรอยตามรวบอดีตสายสืบ


     อัพเดท 2 ก.พ. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 36 Overall : 17,185
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 17 : วิเคราะห์พฤติกรรมตำรวจ ไขปริศนาคดีตบทรัพย์ต่างชาติ แกะรอยตามรวบอดีตสายสืบ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 617 , โพส : 0 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





"เป็นตำรวจแท้ๆ ทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน" นายอุทัย คนขับรถแท็กซี่ โวยวายใส่ ร.ต.ต.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล รองสารวัตร ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ทันทีที่เขาเดินขึ้นโรงพัก และพุ่งตรงมายังโต๊ะร้อยเวร

"มันบอกว่ามันเป็นตำรวจ มันมาปล้นผู้โดยสารผม" อุทัย ยังไม่หยุดโวยวาย

"ไม่รู้ล่ะ หมวดต้องจัดการนะ อย่าช่วยพวกเดียวกัน" นายอุทัยส่งเสียงลั่นโรงพัก

"เดี๋ยวๆๆๆ ลุงมีอะไรค่อยๆ พูด ค่อยๆ เล่า" ผู้หมวดหนุ่ม พยายามเบรกโชเฟอร์แท็กซี่

นายอุทัย ซึ่งเดินขึ้นโรงพัก พร้อมกับนายคริส และ น.ส.เจน 2 สามีภรรยาชาวอเมริกัน จึงได้สงบลง ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาให้ผู้หมวดฟัง

"เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2518 ขณะที่นายอุทัย ขับรถรับจ้างแท็กซี่ สีน้ำเงิน ทะเบียน XXX รับ นายคริส และ น.ส.เจน มาจากสนามมวยลุมพินี ถนนพระราม 4 เมื่อขับผ่านป้อมตำรวจสะพานดำ พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ประมาณ 200 เมตร มีชายคนหนึ่ง สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดสีขาวกุ๊นคอสีเลือดหมู และแจ๊คเก็ตสีดำ กางเกงขายาว โบกรถ แล้วเรียกให้จอด แล้วบอกว่า เป็นตำรวจสายสืบ"

"จากนั้นชายคนดังกล่าวบอกกับผมว่า ชาวต่างชาติที่นั่งโดยสารมานั้น เป็นนักค้ายาเสพติด และเข้าตรวจค้นนายคริสและ น.ส.เจน พร้อมทั้งแจ้งว่าทั้งคู่มีกัญชา แล้วขู่บังคับเอาเงินสด ไปคิดเป็นเงินไทย 3,000 บาท ก่อนชายคนดังกล่าวจะหนีไปอย่างรวดเร็ว" ร.ต.ต.สุวัฒน์ บันทึกคำให้การ

ขณะที่นายอุทัยกำลังให้ปากคำอยู่นั้น ทั้งนายคริส และ น.ส.เจนพยายามพูดสอดแทรก ตลอดเวลา

"เราไม่มีกัญชานะ เรายืนยัน"

"ตำรวจคนนั้นมันมาปล้นเราชัดๆ จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด"

สองนักท่องเที่ยวยืนยันจะเอาเรื่องถึงที่สุด เล่นเอาผู้หมวดหนุ่มกุมขมับ

"สายตรวจ ว.แจ้งว่าไม่พบครับหมวด" สิบเวร รีบเข้ามารายงาน ร.ต.ต.สุวัฒน์

หลังรับรายงานจาก สิบเวรห้องวิทยุ ว่าออกตรวจสอบแล้วไม่พบชายต้องสงสัยตามคำให้การของผู้เสียหาย "หมวดสุวัฒน์" รีบบอกให้ นายอุทัย พานักท่องเที่ยวผู้เสียหายทั้งสองคน กลับเกสท์เฮาส์ที่พัก พร้อมนัดหมายมาให้ปากคำในวันรุ่งขึ้น

คืนนั้น หมวดสุวัฒน์ ใช้สมาธิขบคิดถึงคดีที่เพิ่งได้รับแจ้งความ

ใช้เวลาไม่นานก็ยิ้มออก ก่อนจะเดินไปหยิบสมุดบันทึกประจำวันเล่มเก่า พลิกดูคดีเมื่อ 2 เดือนก่อน

"ใช่จริงๆ ด้วย" หมวดสุวัฒน์อุทานกับตัวเอง

ข้อมูลในแฟ้มคดี ระบุว่า เวลา 23.00 น. วันที่ 7 มีนาคม มีคนขับแท็กซี่ ชื่อ นายกำจร นำ นายอัลเบิร์ต นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ว่าถูกชายวัยกลางคน สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมแจ๊คเก็ตสีดำ ทับเสื้อยืดคอกลมสีขาว แสดงตัวเป็นตำรวจสายสืบ เรียกให้จอดรถ อ้างว่านายอัลเบิร์ตมีกัญชาในครอบครอง ขอตรวจค้นกระเป๋าเป้

ก่อนข่มขู่เอาเงินสดทั้งเงินไทยและเงินปอนด์ และทรัพย์สิน มูลค่ารวม 2,400 บาท เหตุเกิดที่ห่างจาก ป้อมยาม แยกนางลิ้นจี่ ถนนสวนพลูตัดสาทร ประมาณ 200 เมตร

ขณะที่ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น เวลา 21.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ นางแอนนา และนายเจสัน สองสามีภรรยาชาวอเมริกัน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่า

ระหว่างโดยสารรถแท็กซี่ของนายบุญ มาถึงถนนพระราม 4 ก่อนถึง ป้อมตำรวจสะพานดำ ประมาณ 200 เมตร ถูกชายฉกรรจ์ สวมแจ๊คเก็ตสีดำ อ้างตัวเป็นตำรวจสายสืบ ขอตรวจค้นยาเสพติด ก่อนแจ้งว่าทั้งคู่มีกัญชาในครอบครอง แม้พยายามจะปฏิเสธ แต่ชายดังกล่าวได้รื้อค้นกระเป๋า ขู่บังคับเอาเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐไป 2,900 บาท

"พฤติการณ์เหมือนกัน ต้องใช่แน่ๆ" หมวดสุวัฒน์ อุทานอีกครั้ง ก่อนปิดสมุดบันทึกคดี แล้วรีบลุกจากโต๊ะทำงานทันที

"หมวดสุวัฒน์" เดินตรงมาที่ห้องทำงานฝ่ายสืบสวน เพื่อขอข้อมูลจากนายตำรวจรุ่นพี่

"อ๋อ.... คดีนี้ไง ตอนนั้น ที่สารวัตรใหญ่ ให้ตำรวจทั้งโรงพักไปให้เขาชี้ตัว จำไม่ได้เหรอ"

"นายธนู" (พ.ต.ท.ธนู หอมหวล) เรียกตำรวจทั้งโรงพักทุ่งมหาเมฆ ไปให้ฝรั่งกับแท็กซี่ชี้ตัว มันก็บอกไม่ใช่สักคน ก็เลยให้ดูตำรวจทั้ง กองบังคับการตำรวจนครบาลใต้ (บก.น.ใต้) ก็ไม่มีสักคน ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครที่น่าจะใช่ไอ้คนร้ายรายนี้"

"ทำไมเหรอ มีแจ้งความอีกแล้วเหรอ" ผู้กองสายสืบ สน.ทุ่งมหาเมฆถามกลับ

"หมวดสุวัฒน์" พยักหน้าตอบรับ ก่อนเดินกลับไปยังโต๊ะร้อยเวร พลิกแฟ้มคดี เปิดสำนวน 2 คดีเก่าดูอย่างละเอียดอีกครั้ง

ข้อมูลที่เขาไปได้จากการอ่านสำนวน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ คนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกัน ก่อเหตุใกล้ป้อมตำรวจ เลือกเหยื่อเป็นชาวต่าวชาติที่โดยสารรถแท็กซี่ ขณะก่อเหตุแต่งตัวคล้ายตำรวจ ในชุดครึ่งท่อน คือสวมเสื้อยืดสีขาว คอกุ๊นสีเลือดหมู ทับด้วยแจ๊คเก็ตสีดำ สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ผมยาวรวบไว้ด้านหลัง ทำทีขอตรวจค้นกัญชา แล้วชิงทรัพย์เงินสดของมีค่าจากนักท่องเที่ยว?!

"คนร้ายเป็นรายเดียวกันแน่ๆ อาจจะเป็นตำรวจหรือไม่ใช่ก็ได้.. เอาอย่างนี้แล้วกันพรุ่งนี้บ่ายๆ หมู่ช่วยตาม ลุงอุทัย กับฝรั่ง 2 คนนั้น มาพบผมหน่อยนะ" ร.ต.ต.สุวัฒน์แจ้งแก่สิบเวร ผู้ช่วย

เนื่องจากข้อมูลในสำนวนสอบสวน 2 ครั้งก่อน บอกอะไรได้ไม่มากพอ!!

สิ่งที่ ร.ต.ต.สุวัฒน์ ต้องการในตอนนี้ คือข้อมูลที่มากที่สุด เพื่อจับตัวคนร้ายที่ช่างใจกล้า ก่อเหตุชิงทรัพย์เพียงปลายจมูกใกล้ป้อมตำรวจนิดเดียวถึง 3 ครั้ง 3 ครา

"ลุงช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ผมฟังให้ละเอียดหน่อยนะ" ผู้หมวดหนุ่ม แจ้งจุดประสงค์ของการเชิญตัว นายอุทัยมาโรงพักให้ทราบทันที

"มันไม่ทำร้ายร่างกายอะไรนะหมวด มันยืนอยู่ข้างทาง ในจุดที่ผมบอกนั่นแหละ มันโบกให้ผมจอด ผมก็จอดซิ ก็ดูยังไงก็เหมือนตำรวจ พวกนอกเครื่องแบบนั่นแหละ"

"มันบอกให้ผมดับเครื่องยนต์ แล้วมันก็มาถอดกุญแจออกไป...มันบอกผมว่าฝรั่งสองคนนี้ค้ากัญชา ผมก็กลัวซิหมวด แล้วก็ขู่บังคับเขาเอาเงินไปนั่นแหละ ก่อนจะหนีไป"

"ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก เพราะกลัวและคิดว่าเป็นตำรวจจริงๆ แต่พอดูๆ มันปล้นกันนี่หว่า..ก็เลยพามาแจ้งความกับหมวดนั่นแหละ" โชเฟอร์แท็กซี่เล่าเหตุการณ์อย่างละเอียด

หลังจากนั่งฟังอย่างตั้งใจ หมวดสุวัฒน์ก็ฉุกคิดถึงคำบอกเล่าของลุงโชเฟอร์แท็กซี่ที่ว่า "คนร้ายตรงเข้าถอดกุญแจเป็นลำดับแรก หลังจากรถจอดสนิท"

"ทำอย่างนี้ มันตำรวจจราจรชัดๆ ไอ้นี่ต้องเป็นตำรวจแน่ๆ" หมวดสุวัฒน์ ปักใจเชื่อว่า คนร้ายรายนี้ต้องเป็นตำรวจ เพราะพฤติกรรมที่ ตรงเข้าถอดกุญแจรถเป็นสิ่งที่ตำรวจจราจรแทบทุกนายต้องทำเมื่อเรียกจับกุม เพราะเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี?!

เย็นวันเดียวกัน ที่ห้องพักสายสืบ ชั้นล่างของโรงพัก

หมวดสุวัฒน์ นั่งคุยกับ "จ่ามี" สายสืบมือเก๋า คนเก่าแก่ของ สน. ทุ่งมหาเมฆ ด้วยสีหน้าจริงจัง

"มีบ้างไหมจ่ามี ตำรวจเก่าๆ ที่นี่ ที่ออกไปแล้ว มีพฤติกรรมแบบนี้ ...แล้วพวกที่ถูกไล่ออกล่ะ มีบ้างมั้ย" ผู้หมวดสอบถามจ่าผู้รู้

จ่ามี ใช้เวลานึก ไม่ถึง 5 นาที ทั้งจ่าทั้งหมวดก็ยิ้มออก

ทันทีที่ได้เค้า "หมวดสุวัฒน์" นำข้อมูลที่ได้ส่งต่อ ร.ต.ท.ศักดิ์ชาย ตันบุญเอก รองสารวัตรฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ทันที

เป้าหมายของฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ คือ นายสมชาย บังเลน หรืออดีต ส.ต.อ.สมชาย บังเลน สายสืบ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการไปหลายปีก่อน เนื่องจากยัดกัญชานักท่องเที่ยวต่างชาติ และรีดไถเอาทรัพย์

ทีมสืบสวนประสานงานไปยัง ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ท้องที่บ้านเกิดตามบัตรประชาชน ของหมู่สมชาย

2 วันต่อมา ได้รับคำตอบจากอุบลราชธานีว่า อดีตสายสืบคนนี้ ไม่ได้กลับบ้านเกิดมา 2 ปีแล้ว?!

แผนจะเดินทางไป จ.อุบลราชธานี ของทีมสืบสวนยกเลิกทันที

ขณะสายสืบทุ่งมหาเมฆทั้งหมด ถูกเรียกมาให้ข้อมูลแก่ทีมในฐานะเพื่อนเก่าของอดีตสายสืบวายร้ายรายนี้

ถึงแม้จะไม่มีใครได้รับการติดต่อจากเพื่อนเก่ามานาน แต่ก็มีหลายคนเห็นอดีตเพื่อนร่วมอาชีพ ขับรถรับซื้อผลไม้ ในตลาดคลองเตย ซึ่งไม่ไกลจากท้องที่เกิดเหตุนัก

"มันมาอยู่กับอนงค์ เมียมันไง คนที่เป็นแม่ค้าขายผลไม้ในตลาดคลองเตย ได้ยินว่าหลังๆ มาอยู่กับเมียคนนี้แหละ มาช่วยขับรถไปรับของมาขายอยู่พักใหญ่" ดาบตำรวจสายสืบ สน.ทุ่งมหาเมฆคนหนึ่งให้ข้อมูล

ทีมสายสืบชุดหนึ่ง ขับรถดิ่งตรงไปยังตลาดคลองเตย ตามหาแม่ค้าขายผลไม้ ชื่อ "อนงค์" ทันที ใช้เวลาซุ่มดู สะกดรอย อยู่นานหลายวัน

จนทราบว่า "อนงค์" พักอยู่ที่แฟลตบ่อนไก่ บนถนนพระราม 4 ใกล้ๆ ตลาดนั่นเอง

ขณะที่ทีมสืบสวนทีมหนึ่งเฝ้าอนงค์ไม่คลาดสายตา อีกทีมก็เฝ้าซุ่มอยู่แถวแฟลตบ่อนไก่ ไม่วางตาเช่นกัน

พร้อมกับข้อมูลที่ได้จากเพื่อนบ้านว่า "อดีตหมู่สมชาย" ไม่ได้อยู่กับเมียคนนี้ตลอด แต่ระยะหลังๆ จะไปๆ มาๆ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนมีคนเห็นเขากลับมา

ทีมสืบสวน เฝ้าอยู่ 2 สัปดาห์ กระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ชายวัยกลางคน สูงประมาณ 170 เซนติเมตร รูปร่างสันทัด ผมยาวรวบไว้ด้านหลัง สวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ เดินเข้ามาที่แฟลตบ่อนไก่

ทันทีที่แน่ใจว่าไม่ผิดตัว ก็ไม่รอช้าทีมสืบสวนตรงเข้ารวบตัวทันที?!

นายสมชาย ถูกนำตัวมาให้พนักงานสอบสวน โดยอดีตสายสืบยืนกรานปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ยืนยันไม่เคยมีพฤติกรรม ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวอย่างที่ถูกกล่าวหา

รุ่งขึ้น นายบุญ นายกำจร และนายอุทัย โชเฟอร์แท็กซี่คันที่เกิดเหตุทั้งหมด ถูกเชิญมายัง สน.ทุ่งมหาเมฆ ในฐานะพยาน เนื่องจาก ชาวต่างชาติที่เป็นผู้เสียหายทั้งหมด เดินทางกลับประเทศหมดแล้ว

ทั้งสาม ทยอยเข้าห้องชี้ตัวผู้ต้องหาทีละคน

"คนนี้แหละหมวด" ทั้งสามยืนยันพร้อมชี้ตัว "สมชาย บังเลน" เมื่อผลออกมาเช่นนี้ พยาน 3 คน ชี้ตัวและให้การมัด อดีตสายสืบก็ยอมเปิดปากสารภาพ

"ผมทำเองแหละหมวด ก็เงินขายผลไม้ มันจะไปพอกินที่ไหน ผมไม่รู้จะไปทำอะไร ผมมีภาระเยอะแยะ" จบคำรับสารภาพ สิ้นคำแก้ตัว นายสมชายถูกดำเนินคดีในข้อหาชิงทรัพย์ ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี สิ้นอิสรภาพอีกครั้งหลังถูกออกจากราชการและถูกดำเนินคดีมาแล้วครั้งหนึ่ง


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 17 : วิเคราะห์พฤติกรรมตำรวจ ไขปริศนาคดีตบทรัพย์ต่างชาติ แกะรอยตามรวบอดีตสายสืบ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 617 , โพส : 0 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android