คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 13 : "พลเมืองดี"ชี้เบาะแส ปล้นทอง "จรเข้น้อย" วิสามัญ 2 จับเป็น 3


     อัพเดท 5 ม.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สืบสวน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Anemoneploy2526 ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemoneploy2526
My.iD: https://my.dek-d.com/Anemone2526
< Review/Vote > Rating : 86% [ 39 mem(s) ]
This month views : 46 Overall : 17,195
48 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 90 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 13 : "พลเมืองดี"ชี้เบาะแส ปล้นทอง "จรเข้น้อย" วิสามัญ 2 จับเป็น 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 619 , โพส : 0 , Rating : 40% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




"เฮ้ย ! กรุง...มีงานด่วนว่ะ คนร้ายปล้นร้านทองที่จรเข้น้อย ได้ไปเพียบเลย เหตุเพิ่งเกิด 4 โมงเย็น เดี๋ยวเอ็งไปดูหน่อย" เสียงนายสั่ง ร.ต.ท.กรุงไกร เปลี่ยนเพ็ง รอง สว.ผ.1 กก.สส.น.ใต้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2532

หมวดกรุงไกร พร้อมทีมสืบสวน ลงพื้นที่หารายละเอียดร่องรอยคนร้ายทันที ที่ร้านทองจุฑามาศ เลขที่ 48/49 ถนนอ่อนนุช แขวง-เขตลาดกระบัง กทม.

"ผมจำหน้ามันไม่ได้ครับหมวด คนร้ายกดหัวผมลงกับพื้นและใช้ปืนจ่อ ผมไม่กล้ามอง" นายวิจิตร เจ้าของร้านบอก พร้อมหยุดคิดชั่วครู่ก่อนโพล่งขึ้น

"ผมว่าร้านทองน่ำเซ่ง ที่อยู่ติดกัน น่าจะเห็นคนร้าย"

และแล้ว "สุนีย์" เจ้าของร้านทองน่ำเซ่งก็เล่าเป็นฉาก

"ฉันกำลังจะปิดร้าน เห็นชายไทย 2 คน รูปร่างสูงสวมเสื้อคลุมสีดำแขนยาว สวมหมวกแก๊ปสีดำ วิ่งผ่านหน้าร้านฉันเข้าไปในร้านนายวิจิตร ฉันคิดว่าน่าจะเกิดเหตุร้าย จึงให้สามีปิดร้านและกดสัญญาณแจ้งตำรวจ จากนั้นเห็นคนร้ายวิ่งออกมา 3 คน ทุกคนถือปืนอยู่ในมือ คนหลังอายุประมาณ 30 ปี สูง 165 เซนติเมตร ผิวดำแดง ไว้ผมสั้น เดินกึ่งวิ่งตะโกนว่า ใครเสือกก็เข้ามา"

นอกจากนี้ยังมีพยานอีกคน เห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า อาร์เอ็กซ์แซด สีฟ้า ถังน้ำมันคาดสีขาว ลักษณะรถใหม่ จากถนนเจ้าคุณทหารไปถึงเส้นแบ่งครึ่งถนนร่มเกล้า จากนั้นเลี้ยวรถกลับกะทันหัน เพราะข้างหน้ามีตำรวจตรวจสอบอุบัติเหตุอยู่ด้านหน้า

โดยมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า อาร์เอ็กซ์แซด สีเปลือกมังคุด ขี่ตามมา พร้อมบอกให้รถจักรยานยนต์สีฟ้า เลี้ยวขวาไปทางถนนร่มเกล้า ก่อนที่รถทั้ง 2 คัน จะขี่ตามกันไปจนลับสายตา

10 วันต่อมา ขณะที่หมวดกรุงไกร และ พ.ต.ท.ทรงพร สารพานิช สว.ผ.1 กก.สส.น.ใต้ กลับมาที่ร้านทองจุฑามาศอีกครั้ง

ปรากฏว่ามีพลเมืองดี โทรศัพท์เข้ามาและขอสายสารวัตรทรงพร

"ผมทรงพรพูดครับ"

"สารวัตรครับผมมีข้อมูลแก๊งปล้น"

"เหรอครับ"

"ถ้าสารวัตรอยากรู้เจอกันที่อาคารมโนรมย์"

หลังวางหูโทรศัพท์ พ.ต.ท.ทรงพร ร.ต.ท.กรุงไกร และกำลัง รีบบึ่งรถมาที่ถนนพระราม 4 ย่านคลองเตย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งอาคารมโนรมย์ทันที

ซึ่งพลเมืองดีนั่งรออยู่แล้ว หลังแนะนำตัวทั้งหมดก็เข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่งละแวกดังกล่าว

"ผมได้ยินไอ้ลภ ไอ้ชัยคุยในวงเหล้าว่าไปทำงานแถวหัวจรเข้มา"

"ไอ้สองคนเป็นใคร"

"ไอ้ลภเป็นคนอ่างทอง ไอ้ชัยบ้านอยู่อยุธยา แต่มันมามั่วสุมกันที่ล็อค 1 คลองเตย เป็นประจำ"

"ระยะนี้ผมเห็นมันใช้เงินเป็นเบี้ย"


หลังซักไซ้ไล่เรียงกันจนทุกประเด็น จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ ก่อนที่พลเมืองดีเอ่ยขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้

"เออ!สารวัตรไอ้ลภมันเคยถูกจับที่ สน.ทองหล่อ"

หลังสารวัตรทรงพรแยกกลับไปที่กองสืบ หมวดกรุงไกรก็รีบขับรถไปที่ สน.ทองหล่อ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ขอดูสมุดประจำวันคดี

ก่อนนั่งพลิกดูหลายเล่มกระทั่งมาสะดุดคดี นายวัลลภ ปัญญาไวกิจ ถูกจับข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2532

หมวดกรุงไกรรีบโทรศัพท์กลับมาที่กองสืบพร้อมสั่งให้ลูกน้องตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ และทะเบียนประวัติอาชญากรรมนายวัลลภทันที

รุ่งขึ้นข้อมูลถูกปรินต์ออกมาว่านายวัลลภ เกิดปี 2506 พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 704-706 ริมทางรถไฟสายปากน้ำ แขวงคลองเตย เขตพระโขนง

โดยบ้านเดิมที่ 31 หมู่ 1 ต.โพธิ์ม่วงพันธ์ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง

นอกจากนี้ประวัติอาชญากรรมพบว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2520 นายลภ เคยถูกจับกุมข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ที่ สน.ลุมพินี

หมวดกรุงไกรไปพบกับพลเมืองดีอีกครั้งก่อนหยิบภาพถ่ายสำเนาให้ดู

"ใช่ไอ้ลภที่คุณพูดถึงหรือเปล่า"

"ใช่ครับหมวด"

หมวดกรุงไกรพร้อมทีมสืบรีบตามประกบไอ้ลภที่บ้านย่านคลองเตยทันที

แต่เฝ้าอยู่ 3 วันไม่มีวี่แววว่ามันจะกลับมา!

และแล้วพลเมืองดีก็แจ้งข่าวให้ทราบอีกครั้งว่าไอ้ชัย เกิดอุบัติเหตุ รักษาตัวที่โรงพยาบาลในเขต จ.สระบุรี

หมวดกรุงไกร จึงนำกำลังลงพื้นที่ จ.สระบุรี ไล่ประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจพื้นที่ เช็คว่าตั้งแต่วันที่ 4-19 ธันวาคม มีผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บหรือไม่?

ปรากฏว่าไม่มีอุบัติเหตุเลย!

แต่ทีมงานยังคงไม่ลดละ ไล่ตรวจสอบตามโรงพยาบาลต่างๆ ใน จ.สระบุรี ทุกแห่ง กระทั่งพบรายชื่อคนไข้ชื่อ "วันชัย ทองปลิว" อยู่ที่ 8 หมู่ 10 ต.สำเภาล่ม อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดสระบุรี ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม เนื่องจากรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ

แต่ออกจากโรงพยาบาลไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม

ทีมสืบสวนเร่งสอบพยาบาล เจ้าหน้าที่ จนทราบว่านายวันชัยออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นแล้วว่าจ้างรถแท็กซี่ป้ายดำให้ไปส่งที่บ้านเกิด

วัดโพธิ์ ต.กบเจา อ.บางบาล เป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้านการรักษากระดูก พ.ต.ท.ทรงพร ร.ต.ท.กรุงไกร พร้อมทีมงานเดินทางไปที่วัดโพธิ์

และโชคก็เข้าข้างเมื่อเจอไอ้ชัยนอนพักรักษาตัวอยู่ โดยได้ของกลางเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ซึ่งฝากไว้กับน้าชายที่มาเฝ้าดูอาการ

เมื่อตรวจสอบสัญลักษณ์ตรงกับทองที่ปล้นมา

จึงนำตัวเข้ากรุงเทพฯทันที!

ภายในห้องสอบสวน กก.สส.น.ใต้ พล.ต.ต.ทวี ทิพย์รัตน์ ผบก.น.ใต้ นั่งเป็นประธานซักไซ้ไล่เรียง

โดยไอ้ชัยเปิดปากรับสารภาพว่า

"ร่วมกับนายประสาท ทองปลิว พี่ชาย นายสมศักดิ์ สายกลาง หรือแดงน้อย และนายวัลลภ ปัญญาไวกิจ ปล้นทองจริง ก่อนไปแบ่งกันที่บ้านเช่านายสมศักดิ์ และให้แยกย้ายกันหลบหนี ก่อนที่นายสมศักดิ์จะชวนไปบ้านแฟนที่ จ.เพชรบูรณ์ และไปประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำทำให้ขาหัก ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี ก่อนจะถูกส่งต่อมารักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดสระบุรี โดยหมอบอกว่าสะบ้าแตก รักษาไม่ได้ ต้องตัดขาทิ้ง จึงเกิดความกลัวขอไปรักษากับเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ เพราะมีชื่อเสียงในการรักษาโรคกระดูก จนถูกตำรวจตามจับกุมได้"

แม้จะจับกุมไอ้ชัยได้แล้วแต่ภารกิจยังไม่จบ หมวดกรุงไกร ยังส่งลูกน้องเฝ้าจุดบ้านคนร้ายที่เหลือชนิดไม่คาดสายตา

กระทั่งเช้าวันที่ 30 ธันวาคม ลูกน้องรายงานว่า เมียนายประสาท พร้อมเพื่อนหญิง 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากหมู่บ้านร่มไทรวิลล่า

ลักษณะท่าทางจะเดินทางไกล เพราะนำกระเป๋าเสื้อผ้าไปด้วย หมวดกรุงไกรจึงให้ลูกน้องขับรถตามไปห่างๆ

ระหว่างทางรถเป้าหมายซื้อข้าวของเครื่องใช้ใส่กระเป๋าไปด้วย กระทั่งรถมาจอดสอบถามชายคนหนึ่งที่ยืนริมถนน บริเวณแยกวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขับต่อไป

ฝ่ายสืบสวนจึงจอดสอบถามชายดังกล่าวบ้าง

"พี่ๆ ผู้หญิงสองคนเมื่อกี้ถามอะไรเหรอ"

"อ๋อเขาถามเส้นทางไป ต.เชียงรากน้อย"

ฝ่ายสืบสวนจึงขับรถตามไปเรื่อยๆ กระทั่งรถจักรยานยนต์มาจอดที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน

โดยทั้งสองขึ้นไปบนบ้านแล้วปิดประตูเงียบ

กระทั่งสามโมงเย็นหญิงสาวทั้งสองก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป มุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ

ระหว่างนั้นหมวดกรุงไกร ก็ประสานกับ พ.ต.ท.เสนีย์ คงสุวรรณ สวญ.สภ.อ.บางปะอิน เพื่อขอตรวจค้นบ้านต้องสงสัย

หลังศาลอนุมัติหมายค้น กำลังสืบสวน กก.สส.น.ใต้ และ สภ.อ.บางปะอิน ก็กระจายกำลังล้อมบ้านหลังดังกล่าว

และจับกุมนายประสาทได้โดยละม่อม !

อีก 12 วันต่อมา สารวัตรทรงพร หมวดกรุงไกร นำกำลังดักซุ่มดูความเคลื่อนไหวของคนร้ายที่เหลือ 2 คน หลังสืบทราบว่าได้ย้อนกลับเข้ามาในพื้นที่

โดยซุ่มอยู่หลังอาคารมโนรมย์ คลองเตย

กระทั่งเวลา 17.55 น. พบนายสมศักดิ์ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า อาร์เอ็กซ์แซด สีแดง ไม่ติดทะเบียน มีคนซ้อนท้าย 1 คน มาตามถนนทางรถไฟสายเก่าเลี้ยวเข้าอาคารมโนรมย์

ทีมสืบที่ซุ่มอยู่จึงขับรถติดตามจนมาทันกันหน้าอาคาร

ทันใดนั้นนายสมศักดิ์ เปิดฉาก

"เปรี้ยง..เปรี้ยง..ๆๆ"

ทีมสืบทิ้งรถล้มตัวหมอบก่อนชักปืนยิงสวนกลับไปหลายชุด

"เปรี้ยงๆๆ..เปรี้ยง..ๆๆ"

"โครมๆ"
เสียงรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม

ร่างนายสมศักดิ์ และชายซ้อนท้ายถลาทิ่มลงกับพื้นเลือดสดๆ ไหลทะลักนองพื้นก่อนจะไม่ไหวติง

ทีมสืบเข้าเคลียร์พื้นที่ พร้อมแจ้งร้อยเวรท้องที่ และแพทย์จากสถาบันนิติเวชวิทยา เข้าตรวจสอบ

ผลชันสูตรพลิกศพพบนายสมศักดิ์ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ขาซ้าย หน้าท้อง รวม 3 นัดใกล้ศพมีปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่พร้อมกระสุนเหลือในแม็กกาซีน 2 นัด

ห่างไป 2 เมตร เป็นศพนายสุชาติ อินทรโต อายุ 19 ปี อาศัยอยู่ในล็อค 1 คลองเตย เพื่อนร่วมแก๊ง มีบาดแผลถูกยิงสีข้างซ้าย และขมับขวา รวม 2 นัด ข้างกายมีปืนลูกซองสั้นตกอยู่ 1 กระบอก

ซึ่งนายสุชาติแม้ไม่เกี่ยวข้องกับการปล้นทองครั้งนี้ แต่ประวัติลัก-วิ่ง-ชิง-ปล้นมีเป็นหางว่าว

ทำให้จบชีวิตในเสี้ยวนาทีของการไล่ล่า!!!

ข่าววิสามัญโจรปล้นทองของ กก.สส.น.ใต้ ในวันนั้นกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลให้กับไอ้ลภ ผู้ต้องหารายสุดท้ายที่เหลือเป็นอย่างยิ่ง

เพราะทีมสืบยังออกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ จนเวลาผ่านไป 10 กว่าวัน ไอ้ลภได้ติดต่อขอมอบตัวกับหมวดกรุงไกร

พร้อมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่ง สน.จรเข้น้อย ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนและใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ

ปิดแฟ้มคดีปล้นร้านทองเพียงเดือนเศษ

โดยจับเป็น 3 คน วิสามัญ 2 ศพ!

ปัจจุบัน ร.ต.ท.กรุงไกร เปลี่ยนชื่อ เป็น พ.ต.ท.ศรัณย์พงศ์ เปลี่ยนเพ็ง ล่าสุด เพิ่งขยับขึ้นดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.ปป.สภ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา

ภายหลังครองตำแหน่งสารวัตรในนครบาลมานานกว่าสิบปี!!



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน) ตอนที่ 13 : "พลเมืองดี"ชี้เบาะแส ปล้นทอง "จรเข้น้อย" วิสามัญ 2 จับเป็น 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 619 , โพส : 0 , Rating : 40% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android