กลเม็ดพิชิตคดี (จากมติชน)

ตอนที่ 1 : โค้ดกางเกง 629 ล็อคคอ"แก๊ง14เค" ปล้นทอง"แม่มะลิ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 พ.ย. 50

ฉบับวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10808

 

"How do you know?" ชายผมเกรียนร่างสันทัด สวมชุดนักโทษตีตรวน กระซิบถาม "สารวัตรสมคิด" หรือ ร.ต.อ.สมคิด บุญถนอม สารวัตรสืบสวน กองกำกับการสืบสวนนครบาลใต้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งกำลังรอเบิกความต่อศาลที่หน้าบัลลังก์ในคดีปล้นทอง

แต่วันนั้นเขายังไม่ได้รับคำตอบ?!



"โป้ง โป้ง โป้ง" เสียงแผดลั่นสั้นๆ จากปากชายฉกรรจ์สวมไอ้โม่ง ในมือกำปืนแน่น ส่ายปากกระบอกไปมาชี้สลับที่ศีรษะนายวันชัยและนางกัลยา วิริยะกอบบุญ สองสามีภรรยา เจ้าของร้านทองแม่มะลิ ที่อยู่ในอาการหวาดกลัวสุดขีด

ขณะที่ชายอีกคน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที เขาทำทีเข้ามาขอซื้อทองคำ กระโดดขึ้นตู้โชว์ ใช้มือล้วงผ่านตู้กระจกที่เพิ่งทุบแตก โกยทองรูปพรรณใส่เข้ากระเป๋าที่เตรียมมาอย่างรวดเร็ว

ชั่วเวลาไม่กี่อึดใจชายทั้งสองคนหอบทองรูปพรรณน้ำหนัก 137 บาท มูลค่ากว่า 500,000 บาท เผ่นหนีขึ้นรถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีบรอนซ์ ที่หนึ่งในสมาชิกแก๊งสตาร์ตเครื่องรออยู่หน้าร้าน

เอี๊ยดๆๆ เสียงยางล้อรถบดถนนก่อนจะพุ่งทะยานไปข้างหน้า

จังหวะนั้นเอง ส.ต.ท.วินัย ค้านุชนารถ ผู้บังคับหมู่จราจร สน.บางนา ขี่รถจักรยานยนต์มาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงบึ่งรถตามประกบทันที

หนึ่งในคนร้ายลดกระจกชักปืนลูกซองสั้นยิงสกัด แต่เคราะห์ดีกระสุนพลาดเป้า สัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำให้หมู่วินัยชักอาวุธปืนประจำกายออกมา

ยุทธการไล่ล่าคนร้ายเริ่มขึ้นแล้ว!



แฟกซ์รายงานเหตุอุกฉกรรจ์ ของ สน.บางนา ส่งตรงถึงสำนักงานผู้บังคับบัญชาระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2528 คนร้ายปล้นร้านทองแม่มะลิ ปากซอยอุดมสุข ย่านบางนา กทม. ได้ทองรูปพรรณไปจำนวนมาก โดยคนร้ายหลบหนีการสกัดจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทางแยกบางนา

หลังรับรายงาน พล.ต.ต.อมร ยุกตะนันทน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.อ.ธนู หอมหวล พ.ต.อ.โสภณ วาราชนนท์ รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนนครบาลใต้ เรียกตัว ร.ต.อ.สมคิด บุญถนอม นายเวรผู้ช่วย ผบช.น. ซึ่งกำลังจะไปรับตำแหน่งสารวัตรสืบสวนกองกำกับการตำรวจนครบาลใต้ ในอีกไม่กี่วัน เข้าพบพร้อมสั่งให้จัดทีมเข้าคลี่คลายคดีทันที

โดย "สารวัตรสมคิด" เลือก ร.ต.ท.ยุทธนา ดอนโพธิ์ รองสารวัตรสืบสวนกองกับการตำรวจนครบาลใต้ และตำรวจชั้นประทวนอีก 6-7 นาย ร่วมทีม



รถมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ของคนร้าย หนีการไล่ล่าของตำรวจขึ้นทางด่วนบางนา และมาจอดทิ้งกลางถนน ก่อนถึงทางลง ถนนเพชรบุรี

โดยแก๊งโจรปล้นทอง วิ่งหนีไปทางซอยร่วมฤดี 2

ชุดสืบสวนตามเข้าไป พบหลักฐานสำคัญที่คนร้ายทิ้งกองไว้ที่พงหญ้าเป็นเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนยาว กางเกงขายาวสีเทาเข้ม ปืนลูกซองสั้น และถุงมือสภาพใหม่เอี่ยม 2 คู่

"มันเป็นไปตามทฤษฎี ที่ไม่มีอาชญากรรมใดสมบูรณ์แบบ ยิ่งวางแผนแยบยลเท่าใด เท่ากับคนร้ายทิ้งหลักฐานให้แกะรอยมากเท่านั้น" นั่นคือสิ่งที่ ร.ต.อ.สมคิด หัวหน้าทีม คิดอยู่ในใจเมื่อเห็นสิ่งที่คนร้ายทิ้งไว้

มีพยานเห็นชาย 3 คน มาเปลี่ยนชุดที่จุดดังกล่าว แล้วใส่ชุดกีฬาวิ่งจ๊อกกิ้งออกไป

ทีมสืบสวนเก็บหลักฐานทั้งหมด กลับมาตั้งหลักที่กองสืบฯ แล้วนำทุกอย่างที่มีมาวิเคราะห์อย่างละเอียด

โดยพาหนะคนร้ายตรวจสอบแล้วพบว่า เจ้าของแจ้งหายไว้ที่ สน.จักรวรรดิ์

"สารวัตรสมคิด" หยิบกางเกงขึ้นมา พลิกดูที่กระเป๋าด้านใน มีตัวเขียนด้วยปากกาเมจิก "629" และที่ขอบเกงเกงด้านใน เหนือตัวเลข 629 มีเชือกสีฟ้าแกมเขียวตุ่นๆ ผูกติดอยู่

มันเป็นสัญลักษณ์ของร้านซักรีด!?



รุ่งขึ้นทีมสืบสวน นำกางกางรหัส 629 ตระเวนไปตามร้านซักรีดในละแวกนั้น เริ่มต้นที่ร้านใหญ่ๆ ที่สมัยนั้นมีอยู่ไม่กี่ร้าน

"ชินไซฮั้ว" ร้านซักรีดแบรนด์ชื่อดัง คือเป้าหมายแรก รวมไปถึงร้านรับซักรีดในชุมชนหมู่บ้าน แต่ไม่มีร้านไหนที่ทำสัญลักษณ์แบบนี้

ทีมสืบคว้าน้ำเหลวกลับมา!

"ผมว่า 629 น่าจะหมายถึงเลขห้องนะ 6 น่าจะหมายถึงชั้น 29 น่าจะเป็นเลขที่ห้อง" หนึ่งในทีมสืบสวนออกความเห็น

ก่อนนำกางเกงตัวเดิม ตระเวนไปตามแมนชั่น อพาร์ตเม้นต์ คอนโดมิเนียม บนถนนสุขุมวิท จนถึงถนนเพชรบุรี กว่า 30 แห่ง

กระทั่งมาเจอแฟลต พีเอส เฮ้าส์ เมโทร ตั้งอยู่ด้านหลังโรงหนังเมโทร ถนนเพชรบุรี

"อ๋อ กางเกงตัวนี้ ฉันจำได้ ฉันเคยซัก จากห้อง 629 นี่ไง ฉันเอาด้ายสีฟ้าแกมเขียวผูกติดไว้ด้วย มันเป็นของชั้น 6 แล้วลายมือนี้ฉันจำได้ ลูกน้องฉันจบ ป.4 ลายมือมันถึงเบี้ยวๆ อย่างนี้" ป้าเจ้าของร้านซักรีด บนชั้น 8 ของแฟลตเมโทร ยืนยัน

ทีมสืบโล่งอกไปหนึ่งเปลาะ!

รีบเช็คข้อมูลคนที่พักในห้อง 629 ทันที พบว่ามีนายเอนก พ่อค้าเทปข้างโรงแรมอินทรา ประตูน้ำ เป็นผู้ลงชื่อเช่าพักกับเพื่อนๆ 4-5 คน

จึงเชิญทุกคนมาสอบปากคำ

พร้อมให้ถอดเสื้อผ้าเพื่อดูรหัส 629 แต่ไม่พบเสื้อผ้าใครมีรหัสนี้เลย!

อย่างไรก็ตาม นายเอนกยังเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ใส่กางเกงตัวนั้นได้

แต่นายเอนกปฏิเสธไม่รู้เรื่อง!?



กระทั่งสารวัตรสมคิดประสานขอสุนัขตำรวจเข้ามาพิสูจน์กลิ่น ซึ่งก็ได้ผลเพราะเจ้าสุนัขหลังดมกลิ่นกางเกง และกลิ่นนายเอนกแล้ว มันเห่ากรรโชกหลายครั้ง แสดงว่าเป็นกลิ่นเดียวกัน

ทีมสืบเฮลั่นห้อง!

ขณะเดียวกัน สารวัตรสมคิดใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงจนหัวคิ้วย่นเกือบติดกันก่อนจะโพล่งขึ้น

"ผมว่ามันน่าจะมีอะไรผิดพลาดแล้ว เพราะเมื่อตะกี้ผมให้เขาสวมกางเกงก่อนที่จะให้หมาดม กลิ่นมันคงติดแล้ว หมามันเลยเห่า" สารวัตรสมคิดสารภาพกับเพื่อนร่วมทีม คล้อยหลังที่เอนกออกนอกห้องไปแล้ว

"ผมว่าเอนกไม่น่าจะใช่"

ซึ่งข้อสันนิษฐานของสารวัตรสมคิดก็เป็นจริงเมื่อ "กัลยา" เจ้าของร้านทองแม่มะลิ มาชี้ตัวและยืนยันว่าเอนกไม่ใช่



ทีมสืบยังไม่ทิ้งเป้าหมายเดิมคือห้อง 629 ค้นบัญชีผู้เข้าพักมาดูอีกรอบ พบว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มิถุนายน มี "นายอุดร ผสมสู่" มาเช่าอาศัย

ก่อนจะเดินทางไป อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนของอุดร ทันที

แต่แล้วก็พบว่าอุดร เพิ่งย้ายเข้ามาจากบ้านอีกหลัง ซึ่งอยู่ตำบลใกล้เคียง ใน อ.บ้านหมี่เช่นกัน

แต่ทะเบียนบ้านหลังเก่าระบุว่า อุดรตายแล้ว

เล่นเอาทีมสืบมึนตึ้บ กลับมาตรวจสอบบิดา-มารดาของอุดรที่ระบุว่าตายแล้ว ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ย่านพระโขนง กทม.

พ่อแม่อุดรยืนยันว่า ลูกชายเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2522 ที่ จ.ลพบุรี

ก่อนจะแกะรอยทะเบียนบ้านใหม่พบว่า อุดรแจ้งย้ายออกจาก อ.บ้านหมี่ เข้าไปอยู่ที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

เมื่อตรวจสอบบ้านที่ห้วยขวางยังไม่มีการแจ้งย้ายเข้าแต่อย่างใด!



สารวัตรสมคิดประหวัดไปถึงคำบอกเล่าของแคชเชียร์สาว พีเอส เฮ้าส์ เมโทร เมื่อครั้งทีมสืบเอารูปถ่ายอุดรให้ดู

"อ๋อหนูจำได้เขาชื่ออาหว่อง เคยพักอยู่กับเมียซึ่งกำลังท้อง ที่แฟลตพีเอส เฮ้าส์ สี่พระยา เมื่อ 2 ปีก่อน"

สารวัตรสมคิดจึงย้อนไปตรวจบัญชีผู้เข้าพักที่ พีเอส เฮ้าส์ สี่พระยาทันที พบว่าห้องดังกล่าวลงทะเบียนชื่อ "จินตนา" พักกับสามี "ฟรานซิส หว่อง" ชาวฮ่องกง

โดยจินตนา มีภูมิลำเนา ที่เขตบางพลัด กรุงเทพฯ แต่ย้ายออกไปอยู่บ้านหลังหนึ่ง หลังตลาดเกียรติธงไชย เขตห้วยขวาง กทม.

และในบ้านหลังนี้เองพบว่า ชื่อ "อุดร ผสมสู่" หรือ "ฟรานซิส หว่อง" ก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วย

นอกจากนี้ ในทะเบียนบ้านหลังดังกล่าวพบชายคนหนึ่ง มีหมายจับในคดีพยายามฆ่า ในท้องที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

"สารวัตรสมคิด" จึงเดินทางไปพบเจ้าของบ้านซึ่งเป็นพี่สาวของชายในหมายจับ แรกเริ่มเธอปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น

แต่เมื่องัดหมายจับน้องชายให้ดู

และสารวัตรสมคิดพูดอยู่สองสามคำ

ในที่สุด เธอก็ยอมเปิดปาก

"จินตนาเป็นเพื่อนสมัยเรียน เขากับแฟนคนจีนขอย้ายเข้ามาในบ้าน แต่ไม่เจอกันนานแล้ว รู้แต่ว่าย้ายไปอยู่แฟลตเพรสซิเด้นส์ แถวราชปรารภ"

ที่แฟลตดังกล่าวพบแต่จินตนาอยู่เพียงลำพัง

โดยเธอให้การว่า เลิกกับอาหว่องไปแล้ว แต่ทีมสืบสวนก็ขอความร่วมมือให้จินตนาพาไปทุกที่ที่คิดว่าอดีตสามีจะไป!?



1สัปดาห์เต็มในการตามหา "อาหว่อง" จนพบขณะเดินกลับเข้าอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง หลังทีมสืบแจ้งความจำนง

"ผมรับเรื่องทำบัตรประชาชนปลอม แต่ไม่รู้เรื่องปล้นทอง" อาหว่องบอกกับตำรวจด้วยสำเนียงไทยแปร่งๆ

"แล้วแฟลตเมโทรที่คุณเคยไปเช่าอยู่ล่ะ" ทีมสืบซัก

อาหว่องใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่

"อ๋อ ผมเช่าให้ อาเหล่า อาเฟด อาโจ๋ว อยู่"

"แล้วไอ้สามคนเป็นใคร"

อาหว่องอ้ำอึ้ง

"ว่าไง"

"ไอ้สามคนมันเป็นแก๊ง 14 เค หนีคดีมาจากฮ่องกง มันพูดไทยไม่ได้ เลยให้ผมช่วยจัดการเรื่องกินอยู่ ให้พาไปเที่ยว พวกมันอยู่ได้ 4-5 เดือน ก็บอกว่าค่าเช่าแฟลตมันแพง จึงบินกลับฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายน"

อาหว่องหยุดคิดก่อนจะขยายความว่า

"ตอนที่ผมไปส่งที่ดอนเมือง มันให้พาไปบ้านเพื่อนมัน ตั้งแต่นั้นก็ไม่เจอกันอีกเลย แต่เห็นพรรคพวกบอกว่า เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เห็นอาเหล่าเดินอยู่แถวโรงน้ำชา เยาวราช

"แล้วเพื่อนมันคนนั้นชื่ออะไร-อยู่ที่ไหน"




รถเก๋งติดฟิล์มดำภายในมี "สารวัตรสมคิด" ลูกน้อง 2 คน และอาหว่อง จอดเฝ้าจุดเยื้องๆ ฝั่งตรงข้ามหน้าทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เลขที่ 584/54 หมู่บ้านอยู่เจริญ ของ เดวิดลัม ชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ของอาเหล่า ตั้งแต่ 3 ทุ่ม จนรุ่งเช้าอย่างไม่ละสายตา

กระทั่งรุ่งเช้า "อาโจ๋ว" เป็นคนแรกที่ออกจากบ้าน ทีมสืบตามประกบก่อนล็อคตัวมาที่กองสืบฯ

อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา "อาเฟด" ก็ออกจากบ้านทีมสืบตามประกบและล็อคตัวมาสอบปากคำ

กระทั่งพลบค่ำ "อาเหล่า" เริ่มเอะใจเพราะว่า เพื่อน 2 คนหายไป ไม่ยอมกลับเข้าบ้าน เขาเตรียมตัวเผ่นแต่ก็ถูกรวบไว้เป็นคนสุดท้าย

ทั้งสามคนถูกแยกสอบปากคำ ผ่านล่ามอย่างทุลักทุเล โดยทั้งสามให้การเหมือนกันคือปฏิเสธ ไม่เกี่ยวข้องกับการปล้นทอง

แต่ที่เหมือนกันอีกอย่างคือ ทั้งสามใส่เสื้อผ้ามีรหัส 629 เหมือนกัน!

ทีมสืบเค้นสอบนอกยุทธวิธีอยู่ไม่นาน "อาเฟด" ก็ยอมเปิดปากสารภาพทั้งหมด!!



รุ่งเช้า พล.ต.ท.แสวง ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังไปตรวจค้นทาวน์เฮ้าส์ดังกล่าว พบเงินสด 100,000 บาท ซุกซ่อนในถังขยะ อุปกรณ์หลอมทอง บัตรประชาชนปลอมของอาเหล่า ที่ออกโดย อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

และที่ท่อระบายน้ำหลังบ้าน ซึ่งมีรอยทำใหม่ เมื่อทุบเปิดดูพบปืน 2 กระบอก ห่อถุงพลาสติคอย่างดี ด้านใต้พบทองคำหลอมแล้วในถุงพลาสติค น้ำหนักกว่า 100บาท

เป็นอันว่าจำนนด้วยหลักฐาน?!

ชุดสืบสวนใช้เวลาทำงาน 17 วัน ก็ปิดคดี 3 คนร้ายปล้นทองได้สำเร็จ กระทั่งตำรวจสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้อง

แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น!

ในช่วงที่สามผู้ต้องหาถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อสอบคำให้การว่า จำเลยจะรับสารภาพหรือปฏิเสธนั้น

"ไจ๋ ไจ๋" เพื่อนชาวจีนร่วมแก๊ง 14 เค ปฏิบัติการอุกอาจ ชิงผู้ต้องหาทั้งสามจากใต้ถุนศาล

โดยอาเฟด อาโจ๋ว หนีไปพร้อม ไจ๋ ไจ๋ แต่ไปไม่รอดถูกวิสามัญฆาตกรรม

รอดเพียงอาเหล่าที่หนีตามเพื่อนไม่ทัน

ไม่รู้มันจะดีใจหรือเสียใจที่ถูกจองจำ!?!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #34 .-* [M] i [N] ii z [T] *-. (@miniizt) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 / 20:04
    ยังงง ๆ อยู่เลยค่ะ
    เรื่องบัตรประชาชนปลอมน่ะ่ค่ะ
    อุดรกับอาหว่องนี่คือคนเดียวกันใช่รึเปล่าคะ ??
    งงมากเลย
    #34
    0
  2. #30 Every Day~? (@feel-goood) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 14:33

    โอ้โห สุดยอดจริงๆค่ะ ตำรวจไทย

    #30
    0