BROTHER - minle ft. NCT

ตอนที่ 2 : BROTHER [Our mistakes] - 1st

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    21 มี.ค. 61

 




...Time does not change us, it just unfolds us...


   

- 1st -









        โอย ปวดหัว..

 

        ขยับตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะอ้าปากหาวออกมา หันหน้าหนีแสงสว่างๆจากผ้าม่านสีขาวสะอาด.. ห๊ะ ผ้าม่านห้องผมเป็นสีดำนะ เมื่อเริ่มมีสติจึงมองไปรอบๆก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าอันคุ้นเคยของพี่ชายซึ่งนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา

        “เมื่อคืน..” ย้อนอดีตและความทรงจำไปถึงเมื่อคืน ทำไม๊ทำไมผมถึงได้มานอนที่ห้องนี้ได้ เมื่อวานกลับบ้านมาเพราะขี้เกียจ แล้วก็โดนคุณลุงที่เคารพรักตบฉาดเข้าให้หลังจากที่รู้ว่าผมโดนสั่งพักการเรียน อา.. หนีออกไปที่สวนสาธารณะก่อนจะกลับมาทันได้ยินประโยคสุดซาบซึ้งใจโดยคุณลุงที่เคารพรักอีกรอบ หลังจากนั้นก็ยัดเบียร์เข้าปากไปเหมือนบ้านผลิต ผมเมาและเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็..

        Bullx..” สบถเสียงเบาก่อนจะขยี้หัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด ลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะไล่เก็บเสื้อผ้าของตัวเองที่กองอยู่บนพื้น เวรแล้วไงแจมิน.. นอนกับใครไม่นอนเสือกนอนกับพี่ชายที่คลานตามกันมาเนี่ย.. ตอนตายคงได้ไปอยู่กับลูซิเฟอร์แบบไม่ต้องสงสัย

         เดินโทงๆไปยังห้องของตัวเองที่อยู่ตรงข้ามกัน มันก็อยู่ตรงข้ามกันแค่นี้ทำไมถึงเข้าไปผิดห้อง ปีศาจตนไหนมันเข้าสิงกันนะ

        หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาพันไว้รอบเอว เดินออกมาจากห้องแล้วจ้องประตูฝั่งตรงข้ามพร้อมขบคิด ก็นอนด้วยกันไปแล้วนี่หว่า มันแก้ไขอะไรไม่ได้แถมพี่เขายังเป็นผู้ชายอีก มันคงไม่มีเด็กตัวน้อยๆบินลงมาเกิดหรืออาจจะบินขึ้นมาเกิดหรอก ..มั้งนะ

 

        ช่างแม่ง คิดไปก็ปวดหัว

 

        Oh my gosh..” อุทานออกมาด้วยความผิดหวัง ทำไมในตู้เย็นมีแต่ไข่ไก่ ไข่ไก่ ไข่ไก่และไข่ไก่ มีผักมาบ้างก็ได้เพื่อเพิ่มวิตามินซีและเกลือแร่ให้ร่างกาย.. แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะงั้นเมนูที่จะทำเป็นมื้อแรกของวันนี้ ไม่ดิ มื้อแรกของสองวันนี้ต่างหากเพราะเมื่อวานผมไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลยนอกจากเบียร์..

 

        เวรของกรรม

 

        หยิบไข่ไก่ขึ้นมาหนึ่งฟองก่อนจะเดินไปที่เตาแก๊ส ถ้าคุณทายว่าเป็นไข่เจียวล่ะก็ คุณทายผิดครับ ผมจะทำไข่ดาว

 

        ขำสิ

 

        หลังจากที่ได้ไข่ดาวกากๆมาหนึ่งฟองกับขนมปังปิ้งอีกหนึ่งแผ่นแล้วก็เมื่อครู่ผมไปหาเสื้อผ้ามาใส่ให้มันดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าเดิม ผมก็ไม่ได้อยากจะนุ่งผ้าผืนเดียวเดินรอบบ้านหรอกนะ

        อ่ะ กลับมาที่ไข่ดาวหนึ่งฟองกับขนมปังปิ้งกากๆหนึ่งแผ่น คือมันเป็นอะไรที่เลิศหรูมากเลยนะตามความเป็นจริง เพราะส่วนมากผมกินแต่นมก่อนไปโรงเรียน รันทดมั้ยชีวิตผม แต่แค่นี้เบาๆ เพราะตอนเด็กๆน่ะมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า

        “กี่โมงแล้วทำไมยังไม่ลงมาวะ..” เงยหน้ามองนาฬิกาก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม นี่จะสิบโมงแล้วนะ ทำไมพี่เขายังไม่ลงมาอีกวะ? หรือว่ายังไม่ตื่น? หรือว่าอะไร ยังไง ผมควรขึ้นไปดูมั้ย?

 

        ควรสินะ

 

        โอเค ไปดูก็ได้

 

        ลุกจากโซฟาตัวเขื่องก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปแบบช้าๆ พอมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องก็ยังไม่เปิดเข้าไปเสียทีเพราะเอาแต่จ้องมองมันอยู่อย่างนั้น บอกผมทีว่าเราจะยังมองหน้ากันได้อยู่..

 

        แต่มันช่างไร้สาระสิ้นดี.. เหอะ

 

        จับลูกบิดประตูแล้วดึงมันให้เปิดออก เดินไปหาคนที่ยังนอนเปลือยอยู่ใต้ผ้าห่มเหมือนเดิมด้วยความงง-งวย นี่ยังไม่ตื่นจริงๆใช่มั้ยเนี่ย?

        “เฮ้ พี่ตื่น” วางมือลงบนก้อนผ้าห่มแล้วเขย่าไปมา ทำไมยังไม่รู้สึกตัวอีกวะ ปกติก็เป็นคนตื่นง่ายนี่หรือว่าไม่ใช่?

        ขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจอีกรอบก่อนจะกระชากผ้าห่มออกมา เผยให้เห็นอีกคนที่เนื้อตัวดูแดงๆ ยื่นมือไปหวังจะตบแก้มของอีกคนเพื่อเป็นการเรียกให้ตื่นจากการนอนฝันหวานกินบ้านกินเมือง แต่กลับชะงักเมื่อรู้สึกถึงอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนมากกว่าปกติ

        “เป็นไข้หรอวะ” หลังจากนั้นก็พยายามปลุกอีกคนจนเริ่มรู้สึกตัว คนพี่ร้องอื้ออึงในลำคอเบาๆแถมยังมีการไอค่อกแค่กเป็นของแถมด้วย ตายห่า นี่เขาต้องหายามาให้อีกคนกินใช่มั้ยวะ

 

        .

        .

        .

 

        “รอแปบ เดี๋ยวหายามาให้” ว่าจบก็รีบเด้งตัวไปที่ประตูทันที วิ่งตึงตังลงบันไดก่อนจะมองซ้ายมองขวาเพื่อหาที่ที่อาจจะมียาสามัญอะไรเทือกนั้นวางอยู่ ส่วนมากเขาเอาไปไว้ที่ไหนกันอ่ะ ในครัวงี้ป่ะ?

        เดินเข้าไปในครัวอีกรอบก่อนจะเจอกับสิ่งที่ตามหา มันวางอยู่บนหลังตู้เย็นนั่นแหละ หยิบขึ้นมาก่อนจะงงมากกว่าเดิมกับชื่อยาซึ่งเป็นภาษาเฉพาะที่เขาไม่สามารถหยั่งถึงได้

        “เวร แค่ตารางธาตุยังอ่านไม่ค่อยจะออกแล้วยาพวกนี่มันอะไรกันเนี่ย” บ่นกระปอดกระแปดเมื่อไม่ค่อยเข้าใจชื่อยาต่างๆ อย่างที่บอกไปว่าเขายังอ่านชื่อธาตุง่ายๆกากๆพวกนั้นไม่ออกแล้วนับประสาอะไรกับชื่อยาที่เพิ่มเลเวลขึ้นไปมากโขแบบนี้

 

        อย่าหวัง

 

        “ช่างแม่ง ค่อยเอาไปถามพี่ข้างบนแล้วกัน” เมื่อหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองอ่านออกไม่ได้จึงแก้ปัญหาโดยการยกไปทั้งกล่องเพื่อเอาไปถามคนป่วยด้านบน ซึ่งเขาคิดว่าคงมีความรู้เรื่องพวกนี้มากกว่าไอ้เด็กโง่ๆแบบเขา

 

        เด็กโง่ๆ ..หึ

 

        เปิดประตูเข้าไปแบบไม่บอกกล่าวก่อนจะเห็นคนป่วยยืนอยู่แถวๆโต๊ะทำงาน เมื่อเดินเข้าไปใกล้จึงได้เห็นชัดเจนขึ้นว่าในมือของอีกคนถือมีดปอกผลไม้อยู่ อีกคนหันปลายมีดเข้าหาตัวเองพร้อมร่องรอยของคราบน้ำตาบนใบหน้าที่ยังคงไหลลงมาเรื่อยๆ

        “พี่จะทำอะไร?” เอ่ยถามเสียงเรียบแล้วกระชากมีดจากมืออีกคนแบบไม่ทันได้คิดจนมันบาดเป็นทางยาวอยู่ที่ฝ่ามือ “Ah! Damn!” สบถออกมาก่อนจะสบัดมือแบบไม่ใยดีต่อแผลนั่น เงยหน้าขึ้นมองหน้าคนเป็นพี่ที่ยังคงอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่ จับไปที่ต้นแขนของอีกคนก่อนจะกระชากเข้ามาใกล้ตัว

        “จะทำอะไร! ผมถามว่าพี่จะทำอะไร!” ตะโกนใส่หน้าอีกคนที่เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ก้มมองเสื้อผ้ายืดๆย้วยๆที่อยู่บนตัวอีกฝ่ายแล้วหันไปมองมีดปอกผลไม้ที่ลงไปกองอยู่บนพื้น

        “พี่จะทำอะไร.. พี่บอกผมดิว่าพี่จะทำอะไร?” เขย่าตัวอีกคนพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผมไม่มั่นใจว่ามันเป็นยังไง มันสั่นเครือ มันเรียบนิ่ง มันหดหู่ มันสงสัย มันไม่เข้าใจหรืออะไรอีกมากมายที่ผมไม่รู้

        “พี่ ฮ..ฮึก พี่”

        “พี่จะฆ่าตัวตายหรอ” ถามออกไปพร้อมมองอีกคนที่มีความเงียบเป็นคำตอบให้กับคำถามนั่น

        “จะทำทำไม พี่จะฆ่าตัวตายทำม---“

        “ฉันนอนกับน้องชายตัวเองนะ! ฉันนอนกับนายไง!! เฉินเล่อตะโกนออกมาแล้วจ้องผมด้วยสายตาที่ผมไม่รู้ความหมาย

 

           ผม.. ไม่เคยรู้อะไรเลย

 

        “พี่..”

        “พี่นอนกับนายไงแจมิน.. แถมนายยังเกลียดพี่เข้ากระดูกดำขนาดนั้น นายคงไม่ยินดีที่จะต้องเห็นหน้าคนที่ตัวเองเกลียดแบบพี่หรอก! แล้วทีนี้รู้หรือยังว่าทำไมพี่ถึงจะฆ่าตัวตา— ...” ผมดึงตัวอีกคนเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม จ้องหน้าอีกคนด้วยสายตาที่ผมคิดว่ามันเรียบนิ่งที่สุดในชีวิต

        “ถึงผมจะเกลียดพี่แต่พี่ไม่มีสิทธิ์ฆ่าตัวตาย”

        “นาย..”

        “พี่ไม่มีสิทธิ์ทำให้ตัวเองตาย”

        “แจมิ---“

        “เพราะคนที่มีสิทธิ์จะทำให้พี่ตาย..”

        “...”

        “มีแค่ผมคนเดียว”

 

 

 

 

 

 


[TALK]

 

นี่ไม่ใช่ฟิคดราม่าค่ะทุกคน มันเป็นแค่ฟิคเบาสมองคลายเครียด

 

เบาเหมือนสมองคนเขียนเลยค่ะ ฮือออออ แล้วเรื่องนี้ใครน่าสงสารที่สุดคะคุณ จริงๆมันก็น่าสงสารทั้งหมดแหละแต่ไม่มีใครรู้ คึ

จะบอกให้นิดหน่อยว่าจริงๆแล้วน้องแจมินก็ไม่ได้หดรั้ยขนาดน้าน น้องก็มีมุมเด๋อๆ น่ารักๆบ้างพอกรุบกริบ ส่วนพี่เล่อก็ไม่ได้ใสซื่อน่านุหนอมขนาดน้าน แต่ที่เห็นพี่เขาเรียบร้อยขนาดนี้เพราะพี่เขาเลือกแสดงออกมาไม่หมดไง อุ๊บ.........สึ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #28 Modlele (@Modlele) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 01:07
    อย่าม่ามากนักเนยนะ;___; จะทำอะไรเล่อก้เบาๆหน่อยนะก๊ะ🌚
    #28
    0
  2. #20 _charlotte (@freezzen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 02:36
    ฮือ แจมิน เบาหน่อยลูกกก อย่าดราม่ามากนะคะ ใจบางเว่อ์ๆ ;____;
    #20
    0
  3. #12 blue_seven (@bongkodwan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 02:50
    บาปเบิบอะไรก๊านนนนนน
    นี่ขนาดแค่ตอนแรกนะเนี่่ย เหมือนจะมีมาม่าเลยอ่า
    แจมินอย่าร้ายมากนะลูกกกก
    #12
    0
  4. #10 paanpanisa (@psehunisreal) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 21:43
    แจมพี่บอกตรงนี้ว่าถึงพี่จะชอบมินเล่อมากๆและชิปที่สุดในชีวิต แต่ถ้าแจมกล้าทำร้ายลูกพี่มากกว่านี้ พี่จะเผาพริกเผาเกลือแล้วนะโว้ย!!!!
    #10
    0
  5. #9 Shimchwangdol (@Shimchwangdol) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 21:29
    ไม่ดราม่ามากใช่มั้ยอ่ะไรท์ ;_; // ไรท์สายสปอยเหรอ 😂😂😂
    #9
    0
  6. #8 myyyvg (@sugav_ntr) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 20:53
    อมก อุทานในใจดังมาก โอ่ยบาปๆๆ มันจะไม่ดราม่ามากใช่มั้ยคะ เราใจบางนะ5555555 /กุมอก
    #8
    0