[SF/OS] NCT's Cafe ¦ Minle Sungle Jaeyong Dotae Yutae ¦

ตอนที่ 19 : [OS] Johnyong - Poppy Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 ธ.ค. 60

 



-16-


Note - เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงถ้าเจ้าของมาอ่านก็ต้องขอบคุณที่ให้พล็อตฟิคดีๆและแชร์ประสบการณ์ชีวิตกับเรานะคะ555


 

 

        คุณเคยมี ‘Poppy Love’ บ้างมั้ย?

 

        ผมขอเดาว่าทุกคนต้องเคยมีนะครับ ฮ่าๆ

 

        ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีPoppy Loveเหมือนกัน

 

        ถ้าอย่างนั้นผมจะเล่าให้ฟังนะครับ

 

 

 

        “คุณลุงครับ ขอลูกชิ้นหมูสองไม้” เสียงทุ้มแตกหนุ่มของเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้น คุณลุงหน้าตาใจดียิ้มรับพร้อมกับหยิบลูกชิ้นสองไม้ตามที่เด็กชายสั่งใส่ถุงพลาสติกแล้วยื่นให้ เด็กชายยื่นเงินให้พร้อมกับบอกขอบคุณแล้วเดินแยกออกมา สายตาคมมองเด็กอนุบาลสองสามคนที่กำลังต่อแถวซื้อไอศกรีมด้วยรอยยิ้มก่อนรถกระบะยี่ห้อดังจะขับมาด้วยความเร็วพุ่งตรงไปที่กลุ่มเด็กอนุบาล ขายาวใต้กางเกงนักเรียนสีน้ำเดินก้าวฉับไปรวบตัวเด็กน้อยให้เข้ามาอยุ่ในอ้อมกอด รถกระบะคันดังกล่าวพุ่งชนกำแพงจนคนแถวนั้นกระจายกันไปคนละทิศทาง เด้กในอ้อมกอดบอกขอบคุรพี่ชายใจดีก่อนจะวิ่งกลับไปสุ่อ้อมอกของพ่อแม่โดยเร็ว ธันวามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว สมัยนี้ยังมีผู้ชายดีๆแบบนี้อยู่ด้วยหรอ?

        หลังจากวันนั้นธันวาจึงได้รู้ว่าเขาเรียนห้องเดียวกันนั่นทำให้เขาค่อนข้างประหม่านิดหน่อย ผู้ชายคนนั้นชื่อ เจ้านายเขาและเจ้านายเรียนห้องเดียวกันตั้งแต่มัธยมต้นแต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างเนิร์ดทำให้ไม่ค่อยสนใจใครนอกจากบทเรียน เขาจึงไม่เคยคุยกับเจ้านายแม้แต่คำเดียว

 

        “ทิว เราฝากทิ้งปากกาหน่อยสิ หมึกมันหมดแล้วน่ะ” เจ้านายหันไปบอกเพื่อนข้างๆพร้อมกับยื่นปากกาไปให้ ทิวพยักหน้ารับพร้อมกับลุกขึ้นจากตะแล้วเดินตรงไปที่ถังขยะหลังห้อง

        “ทิวจะไปทิ้งขยะหรอ” ธันวาถามขึ้น “อ่าหะ เจ้านายฝากทิ้งด้วยน่ะ” ทิวบอกก่อนจะยกปากกาและเศษกระดาษให้ธันวาดู “ถ้างั้นนายฝากเราทิ้งก็ได้ เราเป็นเวรวันนี้พอดีน่ะ” ธันว่าบอก ทิวพยักหน้ารับก่อนจะยื่นเศษกระดาษและปากกาให้ธันวาพร้อมบอกขอบคุณ ธันวายิ้มน้อยก่อนจะเก็บด้ามปากกาใส่กระเป๋าแล้วเดินไปทิ้งขยะให้ทิว ส่วนปากกาถึงแม้ว่าหมึกจะหมดแต่เดี๋ยวเปลี่ยนไส้เอาก็ได้

 

        อย่ามามองว่าเขาโรคจิตนะ!

 

 

 

        “ธันวา” เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะชะงัก จ..เจ้านายเรียกชื่อเขา!? สงสัยเขาคงทำหน้าตาประหลาดๆออกไปแน่ๆไม่อย่างนั้นอีกคนคงไม่หัวเราะหรอก

        “อ่ะ” เจ้านายยื่นกระดาแผ่นเล็กมาให้เขาก่อนที่จะเดินจากไปแบบเงียบๆ เขาหยิบกระดาแผ่นนั้นขึ้นมาดู บนกระดามีลายมือภาษาอังกฤษปรากฎอยู่

 

‘KU Forest’

 

        “เคยู? คู ฟอเรสต์? อะไรอ่ะ” เขาทวนข้อความในกระดาษนั่นไปมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรจึงเก็บกระดาษนั่นไว้ในกระเป๋าตังค์อย่างดี และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ต้องไปสอบแอดมิดชั่นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขาสอบติดคณะวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมันตรงกับคำในกระดาษนั่น KU คือตัวย่อของมหาลัยนี้ในภาษาอังกฤษ ส่วน Forest ที่แปลว่าป่าก้ตรงกับคณะสิ่งแวดล้อม มหัศจรรย์มั้ยล่ะ ฮ่าๆ

 

 

 

        เมื่อกี๊ข่าวบอกว่าโลกจะแตกในวันพรุ่งนี้.... เขากำลังนั่งพิมพ์ความในใจถึงเจ้านายลงไมโครซอฟท์เวิร์ด หลังจากพิมพืเสร็จจึงคัดลอกไปลงในช่องส่งข้อความของเฟสบุ๊ค หวังจะส่งไปให้เจ้านายได้อ่าน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่กดส่งสักทีจนเพื่อนรำคาญแล้วจัดการกดส่งให้เอง รอไม่นานมันก็ขึ้นว่าอ่าน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะปะทุออกมานอกร่าง แต่ก็ไม่มีข้อความอะไรตอบกลับมาทำเอาใจเขาห่อเหี่ยว

        หลังจากนั้นเขาและเจ้านายก็คุยกันมากขึ้นแล้วโลกก็ไม่ได้แตกด้วย! เราสนิทกันมากขึ้นถึงแม้ว่าจะเรียนคนล่ะที่กันก็เถอะ  อ้อ เขาลืมบอกไปสินะว่าเจ้านายไปเรียนที่จังหวัดพะเยาน่ะ ไกลกันมากเลยใช่ใหมล่ะ?

        ตอนนี้เลิกเรียนแล้วผมกะจะไปหาอะไรกินแถวๆหน้ามหาลัยหน่อย ก่อนจะเจอกับร้านเพนท์เสื้อที่ตกแต่งได้ดุสบายตามากๆ มันทำให้ผมนึกถึงใครอีกคนที่อยู่ไกลแสนไกล ผมเพนท์เสื้อเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า ‘JAONAI’ และผมก็ส่งไปให้เขาที่พะเยา นี่ตั้งใจมากๆเลยนะ!

 

        วันนี้ผมเข้าไปส่องเฟสเจ้านายมา ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก เจ้านายมีแฟนแล้วผมไม่ได้รู้สึกนอยด์หรือเสียใจอะไร แค่เฟลหน่อยๆ เขาเป็นถึงรักครั้งแรกของผมเลยนะ! แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องแสดงความยินดีกับเขาอยู่ดี ผมกับเขายังคุยกันทางข้อความเหมือนเดิมแต่ไม่ได้สนิทใจกันเหมือนแต่ก่อนเพราะบางทีผมก็ควรทิ้งช่องว่างระหว่างเราไว้บ้าง แต่แล้วจู่ๆเขาก็หายไป ติดต่อไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีจนมารู้ทีหลังว่าเจ้านายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายตอนนั้นผมช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ไปเจอภาพในเฟสที่มีเขานอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยพร้อมด้วยสายอะไรระโยงระยางมากมายเต็มไปหมด ผมถึงกับน้ำตาไหลเพราะสงสารเขาและเจ็บแทน

        ผมลองส่งข้อความไปหาแฟนของเจ้านายเพื่อถามไถ่อาการ เขาบอกว่าเจ้านายจะไม่ทำคีโมแล้ว เพราะเขาทนไม่ไหว.. และวันที่เขาจากไปผมก็ไม่ได้ไปเจอเขาเลย ด้วยระยะทางแต่ผมก็ยังเก็บไว้อยู่นะ ปากกากับกระดาษนั้นน่ะ

 

        ผมขอเดาว่าอาจมีคนน้ำตาคลอ เพราะขนาดแฟนคนปัจจุบันของผมยังอินกับเรื่องราวที่ผมเล่าให้ฟังจนร้องไห้เป็นเด็กๆเลยล่ะ

 

 

        Poppy Love ของผมอาจจะเศร้าไปเสียหน่อย

 

        แต่เชื่อเถอะ ผมจะไม่มีวันลืมมันเลย...




 

 

 

[Talkkk]

 

ขอย้ำอีกรอบว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับคนรู้จักของเราค่ะ เราฟังครั้งแรกแล้วก็แบบ มันยิ่งกว่าละครอีกอ่ะเลยขออนุญาตเขาเอามาเขียนฟิคซะเลย มีคนอินกับเรื่องนี้มั้ยคะ5555

ที่วันนี้ลงถี่เพราะเราไม่ได้อัพเกือบสัปดาห์เต็มๆหรืออาจมากกว่านั้น เราเลยทดแทนด้วยการอัพถี่ๆภายในวันเดียวและมันอาจเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ555555




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น